Masukรวมเรื่องสั้นรสเข้ม แซ่บระดับ 25+ พีเรียดจีนโบราณ ความใคร่ ความลับ และเกมอำนาจที่ไม่มีคำว่าไร้เดียงสา จบในตอน… แต่ความร้อนยังติดผิว ไม่มีความรัก มีแต่ความหลง ใคร่ และดิบเถื่อน 3P/ชู้/อ๋อง/คุณหนู/ และอีกหลากหลาย รวมไว้ให้อ่านยาว ๆ 11 เรื่อง 11 รสชาติ
Lihat lebih banyakไม่อยากเป็นของหวงชินอ๋อง บทนำ
ยุคสมัยหยวนเฉิง
ในเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ ความสงบสุขบังเกิดทั่วผืนแผ่นดินในรัชสมัยนี้
แสงยามเช้าสีทอง การเริ่มต้นวันใหม่ส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
อาคารไม้โบราณแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นหมึกและกระดาษเก่า ใบไม้จากสวนด้านนอกไหววูบวาบยามลมพัด เกิดเป็นเงาราวคนร่ายระบำบนพื้นไม้ขัดเงา
ภายในห้องเอกสารอันเงียบสงบ มุมหนึ่งของสำนักงานมีชายหนุ่มร่างบางนั่งอยู่เงียบ ๆ มือเรียวเล็กกำลังจัดเรียงสมุดบัญชีด้วยความพิถีพิถัน
หลินชิง หรือที่แท้จริงคือหลินชิงหวาง สตรีวัยสิบเก้าปี ผู้ปลอมตัวเป็นชายเพื่อหาเลี้ยงชีพในโลกที่โหดร้าย
นางสวมชุดข้าราชการสีเทาหลวมเล็กน้อยเพื่อปกปิดส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกาย ผมยาวสีดำมัดรวบแน่นด้วยผ้าเรียบง่าย ใบหน้าสะสวยราวหยกขาวถูกบังด้วยสีหน้าแข็งกร้าวที่ฝึกฝนมาอย่างดีกันใครสงสัย
คิ้วโก่งดั่งผีเสื้อขมวดเล็กน้อยเมื่อนางพบข้อผิดพลาดในสมุดบัญชี มือเรียวจับพู่กันจุ่มหมึกดำ จดบันทึกตัวเลขด้วยลายมือคมชัด แสดงถึงความชำนาญที่สั่งสมมาถึงงสามปีในสำนักงานแห่งนี้
กลิ่นดอกไม้จาง ๆ จากสวนด้านนอกลอยเข้ามา ผสมกับกลิ่นหมึกที่หลินชิงคุ้นเคย นางสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความกังวลที่เกาะกินอยู่ข้างใน
หัวใจของนางจะเต้นรัวทุกครั้งยามได้ยินเสียงฝีเท้าของข้าราชการคนอื่นเดินผ่านหน้าห้อง
นางรู้ดีว่าการปลอมตัวเป็นชายในสำนักงานแห่งนี้คือการเดิมพันด้วยชีวิต หากถูกจับได้ นางอาจต้องเผชิญโทษหนัก หรือแย่กว่านั้น นางอาจถูกส่งตัวไปยังที่ที่ไม่มีวันกลับมา
หลินชิงหวางไม่ใช่ชายหนุ่มธรรมดา หากแต่เมื่อห้าปีก่อน ตระกูลหลินแห่งสำนักบัญชีชื่อดังถูกกวาดล้างด้วยข้อหากบฏต่อราชสำนัก พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และคนในตระกูลถูกประหารจนสิ้น
มีเพียงหลินชิงหวางรอดมาได้คนเดียวด้วยความช่วยเหลือจากข้ารับใช้เก่าผู้ภักดี
นางต้องละทิ้งความเป็นหญิง เปลี่ยนชื่อเป็น “หลินชิง” และหนีจากเงื้อมมือของผู้ตามล่า ความรู้ด้านบัญชีที่สืบทอดจากตระกูลกลายเป็นที่พึ่งสุดท้าย
นางสมัครเข้ามาทำงานในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยเริ่มจากงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จนได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าให้ดูแลเอกสารสำคัญ
ในทุกวันของหลินชิงคล้ายอยู่ในสนามรบ นางต้องพันผ้ารัดหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก หลบเลี่ยงการอาบน้ำร่วมกับข้าราชการชายคนอื่น และพูดด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
แม้แต่รอยยิ้ม นางยังต้องระวัง
ด้วยใบหน้าที่งดงามเกินชายทั่วไปอาจทำให้คนสงสัย นางอยู่อย่างเงียบ ๆ ในห้องเช่าเล็ก ๆ นอกเมือง ใช้ชีวิตเรียบง่ายเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจ
ในใจของหลินชิง ปรารถนาเพียงชีวิตอันสงบสุข สักวันหนึ่ง นางหวังว่าจะสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงได้โดยไม่ต้องหวาดกลัว
แต่ในตอนนี้ นางต้องอดทน ซ่อนตัวตนของหญิงสาวแสนเปราะบางไว้ใต้หน้ากากของ “หลินชิง” ชายหนุ่มผู้ขยันขันแข็ง
นางก้มหน้าลง จรดพู่กันต่อไป มือที่เคยชินกับงานเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่องและกลิ่นดอกไม้ที่ลอยมาแผ่วเบา
แต่หลินชิงไม่รู้เลยว่า วันนี้คือจุดเริ่มต้นของชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ชะตากรรมที่กำลังเดินทางมาถึงในร่างของชายผู้มีอำนาจและสายตาคมกริบ
ชินอ๋อง เจียหลง
ในเวลานี้แดดยามบ่ายส่องความแผดกล้าด้วยไอร้อนผ่านหน้าต่างไม้ สถานที่ ๆ ซึ่งเปลี่ยนจากความเงียบสงบในยามเช้าเป็นความโกลาหล
ข้าราชการวิ่งวุ่นไปมา กระดาษบัญชีและสมุดบันทึกถูกหยิบจับด้วยความเร่งรีบ เสียงฝีเท้าและคำสั่งดังก้องไปทั่วอาคารไม้โบราณ กลิ่นหมึกเข้มข้นผสมกับกลิ่นเหงื่อจากความตื่นตระหนก
หลินชิงนั่งอยู่ในมุมห้องเอกสาร มือเรียวเล็กหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงตะโกนจากด้านนอก
“ชินอ๋องเสด็จมาถึงแล้ว! รีบเตรียมเอกสารทั้งหมดเดี๋ยวนี้!”
เสียงหัวหน้าสำนักงานดังลั่น ตามด้วยความโกลาหลที่เพิ่มมากขึ้น หลินชิงใจเต้นรัวราวกลองศึก
ชินอ๋อง เจียหลง นามนี้เคยได้ยินเพียงคำเล่าลือ ขุนนางหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามดุจเทพเซียน แต่สายตาคมกริบราวพยัคฆ์ ว่ากันว่าไม่มีสิ่งใดในราชสำนักหลุดรอดสายตาของเขาได้ นางก้มหน้าลง พยายามจดจ่อกับสมุดบัญชีตรงหน้า แต่หัวใจไม่อาจสงบ
“หลินชิง!”
เสียงหัวหน้าดังใกล้เข้ามา หลินชิงสะดุ้ง มองขึ้นเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าแดงก่ำจากความเครียด
“เจ้า! เอาเอกสารงบประจำปีไปส่งให้ท่านอ๋องที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ คนอื่นติดภารกิจทั้งหมด!”
“ข้า… ขอรับ?”
หลินชิงเสียงสั่น พยายามรักษาน้ำเสียงต่ำให้เหมือนชายหนุ่ม นางอยากปฏิเสธ อยากขอให้เป็นคนอื่น แต่แววตาดุของหัวหน้าบอกชัดว่าไม่มีทางเลือก
“แต่… ข้าไม่เคยพบท่านอ๋องมาก่อน ขอให้คนอื่น...”
“เจ้าเป็นคนที่ข้าไว้ใจที่สุดในงานเอกสาร!” หัวหน้าตัดบท “รีบไป! ท่านอ๋องรอไม่ได้!”
เขายื่นม้วนสมุดบัญชีให้หลินชิงแล้วหันไปตะโกนสั่งคนอื่นต่อ หลินชิงมองสมุดในมือ หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก ผ้ารัดอกที่พันแน่นยิ่งทำให้หายใจลำบาก
ทำยังไงดี ถ้าเกิดเขารู้ หัวเราจะยังอยู่บนบ่าหรือไม่!
หลินชิงลุกขึ้น ก้าวด้วยขาสั่นเทาเดินผ่านโถงสำนักงานที่ยังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย มือกำสมุดบัญชีแน่นราวยึดเป็นที่พึ่งสุดท้าย
กลิ่นดอกไม้จากสวนที่เคยปลอบประโลมใจยามเช้า ตอนนี้ไม่อาจช่วยอะไรได้ ทุกย่างก้าวไปยังห้องทำงานชั่วคราวของชินอ๋องเหมือนการเดินเข้าสู่กรงพยัคฆ์
ตึก ตึก!
เสียงหัวใจของหลินชิงเต้นรัวดั่งกลองศึกเมื่อถึงหน้าประตูห้องชินอ๋อง นางสูดลมหายใจลึก เคาะประตูเบา ๆ ด้วยมือที่สั่น
“เข้ามา”
เสียงทุ้มต่ำดังจากด้านใน น้ำเสียงเย็นเยียบแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ หลินชิงผลักประตูเข้าไป กลิ่นน้ำหมึกและกลิ่นกายจาง ๆ ลอยอบอวลในห้อง
เรือนร่างสูงใหญ่ ชินอ๋อง เจียหลง นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ ดวงตาคมกริบจ้องตรงมาที่นางราวจะมองทะลุวิญญาณ
ชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้ม ปักลายมังกรด้วยด้ายเงินน่าเกรงขามและหวาดหวั่น ผมยาวสีดำมัดสูงเผยใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกแกะสลัก รูปกายสง่างามสมกับเป็นขุนนางหนุ่มที่เลื่องชื่อ
เขาวางพู่กันในมือลง มองหลินชิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หลินชิงรู้สึกเหมือนถูกสายตานั้นเปลื้องผ้าทีละชั้น นางก้มหน้าลง วางสมุดบัญชีบนโต๊ะด้วยมือที่สั่น
“เอกสารที่ท่านต้องการ… ขอรับ” เสียงของนางสั่นเล็กน้อย แม้จะพยายามควบคุม
เจียหลงเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาจับจ้องที่ใบหน้าสะสวยเกินชายทั่วไป มือเรียวเล็ก และท่าทางที่ดูตื่นตระหนกเกินเหตุ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าเป็นใคร?”
“ข้า… หลินชิง ข้าราชการผู้น้อยจากห้องเอกสาร ขอรับ” หลินชิงก้มหน้าต่ำลงเพื่อหลบสายตา หัวใจเต้นรัวจนแทบระเบิด
เจียหลงลุกขึ้น เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้านาง ใกล้จนหลินชิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายจาง ๆ ที่ผสมระหว่างไม้จันทน์และความอบอุ่น นางพยายามซ่อนดวงหน้าที่เริ่มแดงซ่านขึ้นมา หลุบตาลง
เขาก้มลงเล็กน้อย ใช้สายตาจ้องใบหน้านางอย่างพินิจ หน้านิ่งเฉยชา
“ข้าต้องการคนช่วยงานเขียนหนังสือในห้องนี้” เขากล่าว น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “เจ้ามีความสามารถ ข้าจะให้เจ้ามาทำงานกับข้าโดยตรง”
หลินชิงใจหายวูบ คำสั่งนี้เหมือนสายฟ้าฟาด นางอยากปฏิเสธ อ้างว่างานในห้องเอกสารเหมาะกว่า ทว่าแววตาของเจียหลงบอกว่าไม่มีช่องให้โต้แย้ง
“ข้า… ขอบพระคุณท่าน ขอรับ” นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ก้มหน้าซ่อนความตื่นตระหนก
เจียหลงขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อย สายตายังจับจ้องนาง
“ดี เริ่มวันพรุ่งนี้ ออกไปได้”
เขาหันกลับไปนั่งที่โต๊ะ หลินชิงรีบคารวะแล้วถอยออกจากห้อง ขาสั่นแทบทรุด
นางปิดประตูเงียบ ๆ มองย้อนกลับไปที่ประตูไม้ สายตาคมกริบของชินอ๋องยังคงติดอยู่ในใจราวภาพฝันร้าย
ส่วนเจียหลงที่ยังนั่งนิ่งในห้องทำงาน มือลูบคางพลางครุ่นคิด ภาพ “หนุ่มน้อย” ที่มีใบหน้างดงาม ผิวเนียนราวหยก และกลิ่นกายหอมหวานยังคงวนเวียนในความคิด
เขาขมวดคิ้ว สงสัยในความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผุดขึ้นในใจ
ข้าจะกระชากหน้ากากเจ้าหนุ่มน้อย
หลินชิงเดินกลับไปยังห้องเอกสาร หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัว นางรู้ว่าชะตากรรมของนางกำลังเปลี่ยนไป และชายผู้นั้น
ชินอ๋อง เจียหลง
คือจุดเริ่มต้นของพายุที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
อนุสกุลหลิว บทที่ 10กลางร่องเนื้อนิ่มแยกรอยปริอ่อนไหวและบวมช้ำ ต้องการให้เขากระแทกกระทั้นแรงขึ้น จึงโน้มกายไปด้านหน้าแล้วเป็นฝ่ายกระแทกไปด้านหลังจนนายท่านรองหัวเราะชอบใจเขาจับเอวนางไว้ส่งแรงทั้งกระทุ้งกระแทก ส่วนนางดันไปด้านหลัง จะเกิดเสียงดังแล้วอย่างไรเพราะในเวลานี้ในหัวสมองของทั้งคู่ขาวโพลน มีเพียงความซาบซ่านเสียวอวัยวะเพศเท่านั้นที่พวกเขารับรู้โยนีแดงก้ำบานออกรองรับแท่งค้ำกลางหว่างขา โหนกเนื้อราวกำลังถูกปริแยกด้วยของแข็งขนาดใหญ่ตลอดเวลาที่เขาเสียบคา ทั้งถี่รัวและบดแน่นพวงสวรรค์ใหญ่ย้อยกระแทกเสียดสีและแกว่งไกว บางคราวหลิวเทียนงัดขึ้นแล้วหยุดสูดปาก มือกำขยำนมแรงเสียวสะท้านจนยากจะอดกลั้น บางคราวกระทั้นจนถี่รัวราวต้องการทำโทษนางทั้งที่เป็นเขาเองที่ห่างหายไปหลายวัน“ซี้ดดด..”นางรู้ว่านายท่านรองอดกลั้นให้นางได้เสร็จสม เขาร้องครางกลั้นหายใจหลายครั้ง หยุดนิ่งจนท่อนเนื้อกระตุกแรงภายใน แล้วกระแทกต่อกระทุ้งจนนางกระดอนฉับพลันนายท่านรองถอดถอนแท่งสวรรค์ออกแล้วเดินถอยหลังหอบหายใจ หวางชิงหันตัวกลับมามอง
อนุสกุลหลิว บทที่ 9กึก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจของนางที่รัวแรงดั่งกลองศึก ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต คิดหาวิธีแก้ตัว คำพูดที่จะใช้เพื่อเอาตัวรอด“อนุชิง”ทว่า...เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาจากลำคอหนาของบุรุษตรงหน้าคือ นายท่านรองหวางชิงมิรู้ว่าตนเองจะถอนหายใจโล่งอกดีหรือหวั่นเกรงมากกว่ากัน“นายท่านรอง!”ครืด.... ตึง!ประตูห้องเก็บฟืนถูกปิดลงพร้อมเงาทะมึนด้านหลังจางหายจึงทำให้หวางชิงมองเห็นดวงหน้าคมสันของนายท่านรองถนัดชัดตา“ทะ ท่าน กลับมาแล้ว” นางทำเสียงอึกอักในลำคอ“วันนี้อนุชิงทำเสียงตะกุกตะกัก ทำอะไรผิดไว้หรือ”บุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มสวมกว้านหยกสีเขียวรวบผมตึง ใบหน้าเหมือนนายท่านหลิวซาง ทว่าความเข้มข้นแห่งบุรุษเพศชัดเจนยิ่งกว่า“ขะ ข้า หลงทาง”ดวงตานางล่อกแล่กกลอกไปด้านซ้ายที่ซึ่งจะมองไม่เห็นใบหน้าคมสัน ลมหายใจยังส่งเสียงฟืดฟาดระงับอาการตื่นเต้น
อนุสกุลหลิว บทที่ 8ร่างเล็กอรชรของหวางชิงบอบช้ำจากบทรักในทุกค่ำคืนจนนางจับไข้จริง นางนอนซมหนาวสั่น“เมิ่งหลัว แค่ก ๆ”“เจ้าคะ คุณหนูนอนก่อนนะเจ้าคะ นายท่านให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าหนาวยิ่งนัก แต่สักพักกลับร้อนดั่งไฟ”เสียงแหบแห้งพร้อมไอโคลกดังจนตัวโยนทำให้เมิ่งหลัวรีบถลาเข้าไปประคอง“คุณหนูดื่มชาเสียหน่อยนะเจ้าคะ ป้าฉีกำลังให้เด็กต้มโจ๊กคงอีกสักประเดี๋ยว”“ข้าไม่หิว อยากนอน”“โธ่ คุณหนู แล้วนี่นายท่านรองก็ไม่อยู่เสียด้วย”“เกี่ยวอันใดกับเขากัน แค่ก ๆ”“คุณหนูเจ้าคะ เมิ่งหลัวไปสืบความมา ยังไม่ทันได้เล่าให้คุณหนูฟัง”“สืบความเรื่องนายท่านรองใช่หรือไม่ เกือบสามอาทิตย์แล้วนะ ข้านึกว่าเจ้าลืมไปเสียแล้ว”“โธ่! คุณหนู คนรับใช้ในเรือนล้วนกลัวนายท่านรองทั้งสิ้น ข้าทะเล่อทะล่าโพล่งถามออกไปคงไม่เหมาะ จึงตะล่อมมาเรื่อย ๆ แล้วจับความสำคัญเอา”
อนุสกุลหลิว บทที่ 7“เมื่อครู่เจ้าว่าไม่อาบน้ำใช่หรือไม่”“ใช่ ท่านพี่เป็นอะไรไป เมื่อหัวค่ำท่านยังอ่อนโยนต่อข้า”หลิวซางไม่ตอบซ้ำยังลากนางไปทางอ่างน้ำ จับนางเปลื้องผ้าด้วยแรงชายจนอาภรณ์ขาดวิ่นแล้วโยนนางลงน้ำโครม! ซ่า! แค่ก ๆ ๆนางทะลึ่งตัวพรวดขึ้นสำลักน้ำ ลูบน้ำออกจากใบหน้า“ข้าอาบน้ำมาแล้ว เตรียมพร้อมสมสู่เสพกาม แต่ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าอาบอีกครั้ง ย่อมได้”“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น ท่านพี่”หลิวซางกระชากเสื้อคลุมตนเองออกโยนทิ้ง แล้วก้าวลงไปในอ่าง แต่ยังไม่ลืมหยิบของบางอย่างมาด้วย สร้อยกระดิ่งร้อยเป็นตุ้มเล็ก ๆ ราวเจ็ดแปดตุ้ม ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งคล้ายกระดิ่ง“อะไร ท่านพี่เอาอะไรมา”“เหมี่ยนหลิง”“เหมี่ยนหลิง?”หลิวซางชูสูงตรงหน้าแล้วแกว่งจนเกินเสียงกังวานด้วยรอยยิ้มที่นางเห็นว่าช่างเหมือนกับหลิวเทียนไม่มีผิด อาจเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกันใช่หรือไม่ทว่านางยังไม่กระจ่างข้อกังขา ท่านพี่พลันจับนางหั