登入“นายจะนอนท่านี้อีกนานไหม ฉันเมื่อย เป็นอะไรมองอยู่ได้” เธอสะบัดหน้ากลับมา มองสบตาเขา เฮ้ย! ทำไมตาเขาเยิ้มแปลกๆ แล้วทำไมเธอต้องใจสั่นด้วย
“อยากนอนมองแบบนี้นานๆ”
“มองทำไม” เธอถามอย่างขัดใจ
“สวย”
“หือ...” พวงชมพูขมวดคิ้วเข้าหากัน
“คุณสวยจัง”
“เฮ้ย!” คราวนี้เข้าใจแล้วหน้าแดง เสมองไปทางอื่นเมื่อเห็นตาเยิ้มๆ ทำท่าเหมือนจะกลืนเธอลงท้อง พวงชมพูใจสั่นแปลกๆ เป็นไปไม่ได้น่า เขาเป็นโจร เธออย่าหวั่นไหวเชียวนะ
“คุณชอบผมเหมือนกันล่ะสิ”
“แค่กๆๆๆ” พวงชมพูสำลักน้ำลายตัวเองหูตาแดง
“หลงตัวเอง” เธอไม่รู้จะสรรหาคำใดมาว่าเขาดีแล้ว
“หรือต่อไปจะให้หลงคุณดี”
“ไม่เอา อย่ามายุ่งกับฉัน อย่ามาหลงฉัน อย่ามาอะไรทั้งนั้น”
“ได้ตัวมาแล้ว ไม่ให้ยุ่งได้ยังไง”
“นายก็โจร มาช่วยแล้วมาจับตัวฉันแทน”
“ตอนแรกจะช่วย แต่เห็นสวยก็เลยคิดว่าอุตส่าห์ช่วยแล้ว เอามาทำเมียซะเลย” พูดแล้วหัวเราะจนเธออยากจะหาเข็มมาเย็บปากเขานัก
“เฮ้ย! ไอ้บ้า นายพูดจริงเหรอ ไม่เอา ฉันไม่อยากเป็นเมียโจร”
“ทำไมล่ะ”
“ก็นายต้องไปปล้นเค้าไง ไม่ทำมาหากิน ถ้าฉันเป็นเมียนาย ไม่อดตายก็โดนตำรวจจับน่ะสิ” เธอทำท่าจะร้องไห้
“เป็นห่วงผมเหรอ”
“อี๊... ไม่เลย ถ้าตำรวจจับนาย ฉันจะดีใจมาก” เธอเชิดคางเบ้ปากใส่
“พูดซะเสียอารมณ์เลย ตำรวจที่ไหนจะกล้ามาจับผม” เขายิ่งเบียดกายเข้าไปหาเธออีก พวงชมพูใจเต้นโครมครามจะทำยังไงดี หรือจะเสียท่าเขาตอนนี้
“อย่าเบียดมากสิ” เธอร้องปรามเสียงสั่น
“ทำไมล่ะ มีอารมณ์เหรอ”
“อะ... อารมณ์อะไร” ปากแข็งถามไปเสียงสั่นกว่าเดิม ทั้งๆ ที่เธอก็เสียวๆ วูบๆ ที่ช่องท้องแปลกๆ
“อารมณ์หื่นไง”
“บ้า”
“หึหึ! ทำเป็นมาว่า สาวๆ สมัยนี้ยังเวอร์จิ้นอยู่ก็แปลกแล้ว อาจจะผ่านมาอย่างโชกโชนแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้ ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ดูข้างนอกไม่รู้หรอก ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง”
“ไอ้บ้า!” ผู้ชายอะไรปากคอเราะร้ายนัก เธอเกลียดเขาที่สุด เกลียดสุดบรรยาย!!!
“เอ้า... ตอบมาก่อนว่ามาทำไม”
“บอกว่ามาเยี่ยมพ่อ”
“ไม่เชื่อ”
“เอ๊ะ!”
“ไม่ตอบ... จูบ” เขาขู่ แต่แววตาขี้เล่น ไม่ได้ดุดันเหมือนโจร
เอ๊ะ! เธอชักจะบ้าอีกแล้ว ไปหาว่าเขาไม่เหมือนโจรได้ไง หน้าตาก็บอกยี่ห้อว่าโจรล้านเปอร์เซ็นต์ โจรชัดๆ เขาจับเธอมากักขังหน่วงเหนี่ยวอยู่นี่ไง
“อื้อ... ปล่อยนะ ฉันบอกก็ได้ ทำไมไม่เชื่อกันเลยนะ”
“ก็หน้าตาไม่น่าเชื่อ เค้าบอกผู้หญิงเดี๋ยวนี้เล่ห์เหลี่ยมเยอะ ชอบหลอกฟันผู้ชาย กินผู้ชายเป็นอาหาร”
“แค่กๆๆๆ” พวงชมพูฟังครั้งแรกก็ตาโต สำลักน้ำลายตัวเองอีกรอบ คิดไปได้นะ อีตาบ้า!!!
พอคิดตามคำพูดของเขาก็เผลอปล่อยก๊ากออกมาเต็มๆ เธอไม่เคยหัวเราะดังๆ แบบนี้มานานแล้ว หญิงสาวหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง พอหยุดหัวเราะก็เห็นหน้าบึ้งๆ ของเขา เธอเลยกลั้นยิ้มจนเจ็บกราม
“หัวเราะอะไรไม่ทราบ”
“เปล่าหรอก”
“ตอบมาได้แล้ว เล่นลิ้นมาก มาที่นี่ทำไม ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อน ถ้ามีพ่ออยู่นี่จริงต้องกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ สิ”
“ก็ได้ นายถอยออกไปก่อนได้ไหม หายใจไม่ออก”
“หายใจทางผิวหนังหรือไง” เขาถาม เธอทำหน้างง
“หายใจทางจมูกไม่ใช่เหรอ ผมทับคุณเอาไว้ แล้วหายใจไม่ออก หายใจทางผิวหนังหรือไง พอโดนทับแล้วหายใจไม่ออก” เขาขยายความ แต่แสนจะยียวนกวนประสาท เธอค้อนให้คนหน้ามึนที่ชอบพูดจาโยกโย้ ปากจัดร้ายกาจยิ่งกว่าผู้หญิง เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น
เขาพูดกวนแต่ยอมปล่อยเธอโดยดี พวงชมพูรีบผวาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ กระเถิบไปนั่งอีกด้าน มองเขาอย่างระแวงระวังเช่นเดิม
“กลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปากหรือไง เล่ามาเร็วๆ สิ ว่ามาที่นี่ทำไม ที่นี่โจรเยอะจะตายไป ใครกล้ามาล่ะ ยิ่งผู้หญิงสาวๆ สวยๆ แบบนี้ด้วยแล้วยิ่งไม่น่าจะมา”
อุกฤษฏ์เอนตัวพิงกับผนังกระท่อมอย่างแสนสบาย เล่าความเท็จข่มขู่คนหน้าหวานให้หวาดกลัว แล้วเธอก็สะดุ้งทำท่าหวาดกลัวจริงๆ
“ฉันจะมาเจรจาถอนหมั้นกับคู่หมั้นของฉัน”
“แค่กๆๆๆ”
เสียงสำลักของคนตรงหน้าทำให้พวงชมพูขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย เขาจะสำลักหรือตกใจทำไมนี่ ทำยังกับตัวเองเป็นคู่หมั้นของเธอเสียอย่างนั้น
“นายเป็นอะไร”
“เปล่า แค่อยากรู้ว่าคู่หมั้นคุณเป็นใคร” เขาถามเสียงราบเรียบ แววตาไร้ความขี้เล่นเหมือนเคย
“ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะเป็นพวกบ้านป่าเมืองเถื่อนไร้การศึกษา โง่ๆ เซ่อๆ เชยๆ ป่านนี้คงมีเมียมีลูกเป็นโขยงแล้วล่ะ”
“แค่กๆๆๆ” อุกฤษฏ์สำลักหูตาแดงอีกรอบ เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดออกมาแบบนั้น
“นี่ นายเป็นอะไรของนาย สำลักอยู่ได้ อ๋อ... หรือไปทำอะไรผิดมาอีก มีคนพูดถึงเลยสำลัก” เธอดักคอ พวงชมพูกลับมาเยี่ยมตายายที่ประเทศไทยบ่อยๆ มาอยู่กับท่านนานเป็นเดือนๆ ภาษาไทยจึงคล่องปรื๋อ
“นี่แม่คุณ รู้ได้ยังไงว่าคู่หมั้นเป็นแบบนั้น”
เขาถามคล้ายไม่สบอารมณ์ คราแรกแค่อยากจะแกล้งนิดหน่อยแล้วพากลับไปส่งให้พ่อของเธอ แต่ยัยหน้าหวานกล้าปฏิเสธคนอย่างเขา จะกักขังเอาไว้ที่นี่ ปล้ำทำเมียให้ท้องโย้ ดูสิ... ยังจะปฏิเสธเขาอีกไหม เดี๋ยวมีลูกเมื่อไหร่ค่อยพาไปกราบคุณพ่อตายังทัน หึหึ!!!
“เดาเอา”
“แค่เดา ไม่เคยเห็นตัวจริงเสียหน่อย พูดออกมาเป็นตุเป็นตะ” เขาว่าให้
“เปล่าหรอก แต่ถึงยังไง ฉันก็จะมาถอนหมั้น เราเข้ากันไม่ได้หรอก คนละระดับ อีกอย่างฉันก็มีแฟนอยู่แล้ว” เธอไม่เคยคิดดูถูกคน แต่คิดว่าผู้ชายบ้านป่าแบบนั้น รสนิยมและการใช้ชีวิตคงเข้ากับเธอไม่ได้แน่ๆ ที่สำคัญที่เธอพูดว่ามีแฟนอยู่แล้วก็เป็นข้ออ้างล้วนๆ
อุกฤษฏ์ได้ยินก็หน้าบึ้งตึงในทันที ยิ่งมีแฟนอยู่แล้วแบบนี้ เขาจะขัดขวางเต็มที่ ให้เลิกกับแฟนไปเลย จับทำเมียเสียให้เข็ด ให้เรียกหาแต่นายอุกฤษฏ์ อธิราชคนเดียวไปตลอดชีวิต
“ขับรถเข้ามาไม่กลัวหรือไง” เขาเอ่ยถามต่อ
“พ่อส่งคนมารับ เลยไม่กลัว”
“อ๋อ...” เขาลากเสียงยาว พยักหน้าทำท่ารับรู้ แล้วไม่พูดอะไรอีก พวงชมพูลอบมอง ก่อนจะคิดหาทางเอาตัวรอดให้จงได้
“คราวนี้นายจะปล่อยฉันไปได้หรือยัง”
“ไม่” เขาตอบสั้นๆ ได้ใจความ
“อ้าว...” เธอถอนใจเฮือก เหมือนพูดกันคนละภาษา พูดกันมาตั้งนาน สรุปคือเขาจะไม่ปล่อยเธอไปใช่ไหม แล้วจะคุยให้เสียเวลาทำไม
“ดูสภาพ นายเองก็คงปล้นกินได้ไม่เท่าไหร่ บ้านช่องถึงได้ทำจากมุงจาก ฝาเป็นแค่ไม้ไผ่แบบนี้ ถ้านายเอาตัวฉันไปส่งให้พ่อ รับรองว่าฉันจะตอบแทนนายอย่างงาม”
“ได้สิ แต่คุณต้องเป็นเมียผมก่อน”
“เฮ้ย! ไม่เอา”
“เอาน่า”
“ไม่เอาๆๆๆ นายโรคจิต” เธอตะโกนใส่หน้าอย่างโมโห เอามือปิดหูเอาไว้
“แสบแก้วหู ได้ยินแล้วว่าไม่เอาครั้งเดียว แต่เอาหลายๆ ครั้ง” เขาตอบยียวน
“ใช่ เอ๊ย! ไม่ใช่สักหน่อยไอ้บ้า”
พวงชมพูหน้าแดงเมื่อเผลอตัวตอบรับไปเพราะหลงกล เลยรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน
เธอได้ยินเขาหัวเราะร่วน เขามีนิสัยแปลกๆ ชอบยั่วโมโห พอเธอโมโหก็สะใจชอบใจ หัวเราะใหญ่ แถมยังไม่ชอบให้ใครขัดใจ พอโดนขัดใจก็อยากเอาชนะ
หึ! สงสัยเป็นเด็กมีปัญหาตั้งแต่เด็ก ชิส์!
“เดี๋ยวก็รู้ อยู่ๆ กันไป อย่ามารักผมก็แล้วกันคุณ”
“หลงตัวเอง” เธอย่นจมูกใส่ เหลือเชื่อจริงๆ ผู้ชายคนนี้ หลงตัวเองเหลือเชื่อน่ะสิ!!!
“ด่าผมในใจเหรอคุณ”
“มีหูทิพย์หรือไงถึงได้ยิน” เธอสะบัดเสียงใส่
“ผมรู้ก็แล้วกัน คุณหิวหรือยัง จะอาบน้ำไหม เสื้อผ้าเดี๋ยวจะหามาให้”
เขาถามยืดยาว เห็นความเหนื่อยของคนตรงหน้าก็นึกสงสาร แต่ความที่อยากแกล้งยังมีอยู่มาก เขาเห็นผู้หญิงมามาก แต่ผู้หญิงน่ารัก แถมยังสวยหวานหยดย้อยนี่หายาก ไม่ว่าจะหน้าบึ้ง มุ่ยหน้า หรือเถียงอยากเอาชนะก็น่ารัก นี่ถ้ายิ้มคงทำให้เขาเพ้อเก็บไปฝันเลยละมั้ง ตัวจริงกับในรูป ตัวจริงสวยกว่าตั้งเยอะ นี่ขนาดในรูปทำให้เขาเก็บเอาไปฝันแล้วนะ ยิ่งกลิ่นกายของเธอ หอมกรุ่นนัก ตอนที่นั่งอยู่ด้วยกันบนหลังม้า เขาแทบไม่อยากปล่อยเธอไปไหนเลยจริงๆ
“ฉันโอเคค่ะ” เธอตอบให้สามีคลายใจ แต่เหงื่อที่ไหลโซมพร้อมกับอาการนิ่วหน้าด้วยความเจ็บทำให้กวียิ่งร้อนใจ“กฤษฏ์ขับรถเร็วๆ หน่อย”“ครับพ่อ ผมกำลังเร่งอยู่ครับ” อุกฤษฏ์รับคำตั้งใจขับรถไม่วอกแวก ก่อนจะถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย“คุณกวี” พิมพ์มาดาจับมือสามีเอาไว้แน่น“ผมขอเข้าไปอยู่ใกล้ๆ คุณได้ไหม” กวีไม่อยากห่างภรรยา ครั้งนี้เขาขอได้อยู่กับเธอตลอดเวลาตอนคลอด“ฉัน... ต้องการคุณค่ะคุณกวี”อุกฤษฏ์และพวงชมพูนั่งรอบิดามารดาอยู่หน้าห้องคลอด ทั้งสองลุ้นให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัย แต่สีหน้าเป็นกังวลของสามีทำให้พวงชมพูมองอย่างแปลกใจ“พี่กฤษฏ์หน้าเครียดจัง คุณแม่อยู่ใกล้มือหมอแล้ว น้องกับคุณแม่ต้องปลอดภัยค่ะ” เธอเห็นสีหน้าของสามีก็คิดไปว่าเขาห่วงมารดาของเธอมากๆ นั่นเอง“พิ้งค์ ตอนพิ้งค์คลอดเจ็บขนาดนี้หรือเปล่า ไม่เอานะ พี่ไม่อยากให้พิ้งค์เจ็บ”“อะไรกันคะพี่กฤษฏ์ พิ้งค์ยังไม่เห็นกลัวเลย” พวงชมพูหัวเราะคิกเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของสามี เขาจะกลัวมากไปหรือเปล่า เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัย วิวัฒนาการทางด้านการแพทย์ก็ก้าวหน้าไปไกล คลอดแล้วนอนพักคืนเดียวก็กลับบ้านได้เลย“พี่เป็นห่วงพิ้งค์”“ถ้าพิ้งค์คลอดกับหมอตำแย
“ใช่สิ ฉันมันเป็นไอ้อ้วนน่ารำคาญนี่ ไหนจะสู้สาวๆ สวยๆ ได้ คุณยังมีเมียได้อีกเยอะแยะ ฉันเห็นนะ เวลาเข้าเมืองพาฉันไปตรวจท้อง สาวๆ สวยๆ ชม้ายชายตาให้คุณตาไม่กะพริบ”“โธ่... คุณพิมพ์ไม่ใช่อย่างนั้นเลย จะไปกันใหญ่แล้ว”“ใช่สิ ฉันพูดอะไรก็ผิดไปหมด ก็ฉันบอกว่าเค็มคุณก็ยังจะเถียง หึ! คงอยากให้ฉันกับลูกกินอาหารเค็มๆ ป่วยเป็นโรคไตตายใช่ไหม ฮึกๆ ฮื่อๆ” เธอขึ้นเสียงใส่เขา เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น“มะ... ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะคุณพิมพ์” กวีส่ายหน้าดิก เมื่อเห็นภรรยายิ่งพูดก็ยิ่งจะไปกันใหญ่“ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วยังไง คงรำคาญน่ะสิ จะไปไหนก็ไปเลยนะ เหม็นขี้หน้า ฉันรู้ว่าคุณรำคาญเมียแก่ๆ ท้องโย้ๆ กินจุอย่างฉันเต็มทน”“คุณพิมพ์ ผมไม่เคยรำคาญคุณกับลูกเลยนะ คุณอยากกินอะไร ผมยินดีหาให้คุณทุกอย่าง อยากได้อะไร อยากทำอะไร ผมไม่เคยคิดจะว่าคุณเลย คุณไม่ได้แก่ คุณยังสาวยังสวย ท้องก็ไม่ได้โย้น่าเกลียด แต่คุณมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในครรภ์ คนท้องก็หุ่นแบบนี้ คุณดูดีมากเลยนะเวลาท้อง แล้วถึงแม้ว่าคุณจะกินจุขนาดไหน แต่ถ้าคุณกับลูกหิว ไม่ว่าจะไปขึ้นเขาลงห้วยผมก็ยินดีหามาให้คุณกินทุกอย่าง”กวีรีบพูดให้ภรรยาสบายใจ เพราะเขาไม่เคยคิ
“แต่ใจร้ายยิ่งกว่า ดูสิ จะทรมานพี่ไปถึงไหน” อุกฤษฏ์พูดไปหอบไปเมื่อภรรยาดูดกลืนส่วนปลายของความแข็งแกร่งขณะที่รูดไล้ตัวตนของเขา แต่ไม่ยอมสัมผัสถึงให้ลึกซึ้งกว่านั้น“ดูพูดเข้าคุณสามีขา ทำเหมือนภรรยาใจร้ายใจดำ” คนพูดแกล้งทำน้ำเสียงแสนงอน แต่หัวเราะคิกเมื่อเห็นเขาซู๊ดปากทุกครั้งที่ถูกดูดกลืนความเป็นชาย“พิ้งค์ อ๊า... แบบนั้นล่ะครับ”“แบบไหนคะ” เธอแกล้งคายส่วนที่ดูดรวบเข้าปากออกมาเพื่อเอ่ยถาม อุกฤษฏ์สบถก่อนจะจัดการพลิกร่างภรรยาให้นอนหงาย“แม่ตัวดี เดี๋ยวเหอะ”“น่ากลัวชะมัด ดูสิทำหน้าถมึงทึงแบบนี้ เดี๋ยวก็หน้าเหี่ยวหรอก” พวงชมพูหยิกแก้มสากของสามีอย่างแสนรัก เธอหัวเราะคิกเมื่อเห็นเขาแสดงความปรารถนาเธออย่างชัดเจน จนแทบจะคลั่งอยู่รอมร่อ“อื้อ...”พวงชมพูร้องครางเมื่อเขากดใบหน้าลงสู่หว่างขาอ่อนหวานของเธอ หญิงสาวดีดดิ้นจิกมือกับที่นอนกว้าง กัดริมฝีปากเม้มเข้าหากันสลับกับการครวญครางเสียงสะท้านซ่านซ่าด้วยความเสียวซ่านเมื่อปลายลิ้นร้อนซอกซอนสัมผัสดูดกลืนดอกผกากรองหอมหวานที่ซุกซ่อนน้ำหวานหอมกรุ่นเอาไว้ภายใน ต้องกระตุ้นซ้ำๆ ถึงจะผลิตหยาดน้ำทิพย์ออกมาให้เขาได้กลืนกินอย่างเอร็ดอร่อย“ฮันนีมูนรอบนี้พี่ข
“พิ้งค์เคยบอกพี่ว่าอยากไปเที่ยวทะเล” เขาจำได้ว่าตอนที่ทุกอย่างคลี่คลาย เธอเคยเปรยๆ อยากมาเที่ยวทะเล“พี่กฤษฏ์จำได้ด้วยเหรอคะ”“จำได้สิ” เขาโอบกอดเธอเอาไว้ วางคางที่ไหล่กลมกลึง“พิ้งค์ต้องให้รางวัลคนความจำดียังไงคะนี่” เธอเอ่ยถามทำท่าขบคิด“คนรักกันก็ต้องจำกันได้สิ แล้วพี่ก็ไม่โลภด้วย ไม่ขออะไรมาก ขอแค่ฮันนีมูนสิบวันสิบคืนไม่ออกจากห้อง”“ว้าย! แบบนั้นก็คางเหลืองสิคะ”“ไม่ถึงกับคางเหลือง แค่ฟ้าเหลือง”“บ้าสิคะ คนเราทำอะไรไม่ควรหักโหมเกินไปนะคะ”“ก็ต้องรีบปั๊มสิครับ มีทายาทเร็วๆ มีลูกทันใช้”“หือ... ถามยังว่าอยากมีหรือเปล่า”“อ้าว... พิ้งค์ไม่อยากมีลูกเหรอ”“พี่กฤษฏ์นี่ ใครบอกว่าไม่อยากมี แค่ให้ถามก่อน ไม่ใช่สรุปเองเสร็จสรรพ”“พี่ว่าอย่าโยกโย้เลย เรามาปั๊มลูกกันเดี๋ยวนี้ดีกว่า”“ว้าย! พี่กฤษฏ์บ้า ถ้าตกลงไปจะทำยังไง” พวงชมพูผวากอดคอเขาเอาไว้แน่นเมื่อโดนอุ้มขึ้นสู่อ้อมแขน“ตกลงไปก็แข้งหาหักน่ะสิ” อุกฤษฏ์แกล้งโดยการทำท่าจะโยนเธอลงบนพื้น“ว้าย! พี่กฤษฏ์บ้า จะโยนพิ้งค์ลงพื้นจริงเหรอ” เธอยิ่งผวากอดคอเขาเอาไว้แน่น หน้างอใส่คนที่กำลังหัวเราะสะใจที่ได้แกล้ง“ใครจะกล้าแกล้งเมียได้ลงคอ” ร่างสูงอุ้ม
“คุณเป็นห่วงผมใช่ไหม ถึงร้องห่มร้องไห้ขนาดนั้น”“คนบ้า เจ้าเล่ห์นัก เอาเรื่องความเป็นความตายมาล้อได้ยังไงกัน”“ตอบผมก่อนว่าเป็นห่วงผมใช่ไหม”“ไม่ห่วงได้ยังไง ก็คุณเป็นผู้ชายที่ฉันรักนี่นา แถมยังเป็นรักแรก และรักเดียวเสียด้วย” พิมพ์มาดาตอบอย่างขวยเขิน“คุณว่าอะไรนะ” กวีถามเสียงดัง หัวใจพองโตคับอก“ไม่พูดด้วยแล้ว แก่แล้วหูตึงหรือไงคุณนี่” เธอพูดแล้วหันหน้าหนี เขาจึงตามมากอดเอาไว้จากเบื้องหลัง“ถ้ารู้อย่างนี้ใช้วิธีนี้ไปนานแล้ว”“คุณคงจะถอดใจไปแล้วสิ” เธอว่าอย่างงอนๆ“เปล่าสักหน่อย ผมไม่ได้ถอดใจ แค่อยากรู้สาเหตุว่าทำไมคุณถึงไม่ยอมให้อภัยผมสักที ทั้งๆ ที่ความจริงเปิดเผยแล้วแบบนี้ นายกฤษฏ์กับยัยพิ้งค์ก็เลยช่วยผมคิด”“ร้ายกาจทั้งพ่อทั้งลูกเลยนะคะ แถมพ่วงมาด้วยว่าที่ลูกเขย แบบนี้พิมพ์ก็โดนรุมสิ”“ใครจะกล้ารุมที่รักของผมได้” กวีดึงร่างภรรยามาสวมกอดอีกครั้ง จุมพิตกลุ่มผมสลวยด้วยความรู้สึกโล่งใจและรักใคร่“ยัยหนูพิ้งค์นี่เจ้าเล่ห์นัก น่าหยิกให้เนื้อเขียว”“โห... คุณแม่ใจร้าย จะหยิกหนูให้เนื้อเขียวเลยเหรอคะ เดี๋ยวราคาค่าสินสอดหนูก็ตกสิคะ” เสียงหัวเราะคิกคักของบุตรสาวทำให้พิมพ์มาดาหันไปมอง ก่อนจะ
“ไม่นะ คุณพ่อไปโดดหน้าผาตรงไหน พาแม่ไปเร็ว”“ตามพิ้งค์มาค่ะคุณแม่ พี่กฤษฏ์รออยู่ตรงนั้น เจอรองเท้าคุณพ่อวางทิ้งเอาไว้ ป่านนี้ๆ...” พวงชมพูพูดไม่ทันจบก็สะอื้นฮักๆ“คุณกวี คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ อย่าเป็นอะไรนะ” พิมพ์มาดาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าอดีตสามีจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเช่นนี้“ในจดหมายคุณพ่อบอกว่าเสียใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไป คุณพ่อไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ค่ะคุณแม่” พวงชมพูพูดให้มารดาฟังเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ“แม่ไม่ได้ถือโทษโกรธคุณพ่อแล้ว แค่น้อยใจเท่านั้น” พิมพ์มาดาถึงกับร้องไห้โฮเมื่อเห็นรองเท้าของสามีวางทิ้งเอาไว้ที่หน้าผา ผาตรงนี้สูงนัก ตกลงไปไม่มีใครรอดชีวิตมาได้ เพราะเธอเคยอาศัยอยู่ที่นี่กับอดีตสามีนานเป็นปีๆ“คุณพ่อไม่ได้โกรธคุณแม่หรอกเหรอคะ ฮึกๆๆ ฮื่อๆๆๆ” พวงชมพูรุกถามมารดาที่คุกเข่าร้องไห้ กอดรองเท้าของบิดาเอาไว้“แม่ไม่ได้โกรธจริงๆ แค่น้อยใจที่วันนั้นคุณพ่อนอกใจแม่ไปมีอะไรกับกัญญามาศ เพื่อนที่แม่รักมากที่สุด ฮื่อๆๆ แม่เสียใจก็เลยหนีไป ฮื่อๆ ทั้งๆ ที่อยากอธิบายและอยู่พิสูจน์ความจริงว่าแม่ไม่ได้มีชู้กับคนงานคนนั้น”“คุณแม่ก็เลยหนีคุณพ่อไปเพราะเหตุผลนี้เหรอคะ” พวงชมพูถาม