เข้าสู่ระบบณัฐชนนจ้องมองเห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องของภรรยาที่เกร็งตัวจนขึ้นลอนบางๆ เมื่อธาวินแยกเรียวขาสวยของเธอออกกว้าง เขาเห็น กลีบแคม สองข้างอวบอิ่มที่บัดนี้เผยออ้าออกช้าๆ น้ำหล่อลื่นใสบริสุทธิ์ไหลรินออกมาเคลือบผิวเนื้อสีหวานจนฉ่ำเยิ้ม ธาวินใช้ปลายนิ้วแหวกกลีบนุ่มนั้นออกกว้าง เผยให้เห็นร่องพรรณที่ร่อนฉ่าแดงระเรื่อ ลิ้นหนาของธาวินเริ่มตวัดเลียละเลงไปทั่วกลีบแคมและร่องหีอย่างนุ่มนวล จังหวะที่ลิ้นอุ่นๆ ลากผ่านรอยแยกที่เปียกชื้น วิรัญญาบิดกายเร่าด้วยความเสียวซ่าน กล้ามเนื้อต้นขาของเธอสั่นระริก ธาวินเริ่มไต่ระดับความเร็ว เขาใช้ปลายลิ้นรัวกระหน่ำใส่ ติ่งแตด เม็ดงามที่บวมเป่งจนมันสั่นระริกยั่วยวนพ้นกลีบเนื้อออกมา “อื๊อออ... พี่ธาขา... เลียตรงนั้นแรงๆ ค่ะ วิเงี่ยนจะตายอยู่แล้ว...” วิรัญญาครางระงม สายตาเธอจ้องเขม็งมาที่กระจก สบตากับความมืดที่สามีซ่อนตัวอยู่
ดูเพิ่มเติม⚠️ คำเตือนเนื้อหา (Content Warning)
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การนอกใจ (Infidelity), ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน/มีเงื่อนไข (Conditional Relationship), การบีบบังคับทางอารมณ์และจิตใจ (Emotional and Psychological Coercion), และ พฤติกรรมทางเพศที่รุนแรงและเร่าร้อน (Explicit/Mature Sexual Content)
เนื้อเรื่องมีการสำรวจด้านมืดของความปรารถนา การแก้แค้น และความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติ ตัวละครมีการกระทำที่ไม่เหมาะสมและผิดศีลธรรม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
[กลุ่มผู้อ่านที่เหมาะสม: 18 ปีขึ้นไป]
+++++++++++++++++++++++
แสงอาทิตย์ยามบ่ายทอดเงาอ่อนลงอาบระเบียงห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร แสงเงาที่ทาบทับสร้างมิติให้กับห้องนั่งเล่นโอ่อ่าที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยมหรูหรา นี่คือภาพลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบที่ใครต่อใครต่างอิจฉา ณัฐชนน ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือความวุ่นวายของเมืองหลวงที่ดูเหมือนจะไร้ที่สิ้นสุด แต่ภายในห้องนี้กลับเงียบสงบราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความเงียบที่เคยถูกเติมเต็มด้วยเสียงหัวเราะสดใสของ วิรัญญา ภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจ บัดนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่าและความกังวลที่ก่อตัวขึ้นในใจของเขาอย่างช้าๆ
ณัฐชนน หลับตาลงช้าๆ พยายามไล่ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายชั่วโมงก่อนที่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด เขากลับมาบ้านเร็วกว่าปกติในวันนี้ ด้วยสัญชาตญาณอันไม่น่าไว้วางใจ ทันทีที่ไขกุญแจห้อง ภาพแรกที่เห็นคือกระเป๋าถือใบโปรดของ วิรัญญา ที่วางอยู่บนโซฟาหนังแท้สีครีม และโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่ข้างๆ กัน ณัฐชนน ชะงักฝีเท้า เขาสังเกตเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของ วิรัญญา สว่างวาบขึ้นมาแวบหนึ่ง เผยให้เห็นการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันส่วนตัว รูปภาพตัวอย่างข้อความที่โผล่ขึ้นมานั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างประหลาดจนเจ็บหน่วง
บนหน้าจอโทรศัพท์นั้นปรากฏรูปภาพที่ส่งมาจาก ธาวิน เป็นภาพถ่ายจากมุมสูง เห็นเพียงแผ่นหลังเปลือยเปล่าของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพิงแผ่นอกเปลือยเปล่าของชายอีกคนอยู่บนเตียงนอนหรูหรา พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ลอยขึ้นมาว่า
“ที่รัก...คืนนี้คุณจะมาหาผมได้ไหม...ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน...คิดถึงเหลือเกินจริงๆ”
ณัฐชนน หายใจติดขัด หัวใจของเขาบีบรัดอย่างแรง ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในอกอย่างรุนแรงจนร้อนผ่าว แต่ในขณะเดียวกัน เลือดในกายกลับรู้สึกร้อนวาบอย่างแปลกประหลาด เขาพยายามควบคุมอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ภายใน ภาพของ วิรัญญา ผู้หญิงที่เขารักหมดหัวใจกำลังถูกบิดเบือนไปต่อหน้าต่อตา ภาพนั้นตอกย้ำความจริงที่โหดร้ายและไม่อาจยอมรับได้ แต่กระนั้น ความอยากรู้อยากเห็นที่น่ารังเกียจก็แทรกเข้ามา ทำให้เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว เขารู้สึกเกลียดความรู้สึกที่กำลังจุดประกายความปรารถนาอันมืดมิดในส่วนลึกของตัวเอง
ณัฐชนน ก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างเงียบเชียบราวกับเงามืดที่ไร้ตัวตน ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วห้อง ภาพของ วิรัญญา ที่นอนหลับอยู่บนโซฟาเล็กๆ ภายในห้องทำงานปรากฏขึ้นในสายตา เธอหลับใหลอย่างสงบ ใบหน้าเรียบเฉยราวกับนางฟ้า ไม่รับรู้ถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ในใจของสามี ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโซฟา และภาพนั้นยังคงชัดเจนอยู่ในสมองของเขา
ณัฐชนน ถอยออกมาจากห้องทำงานอย่างเงียบกริบ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว พิงศีรษะกับพนักพิง ปล่อยให้ความมืดมิดของความรู้สึกต่างๆ เข้าครอบงำ เขานั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานจนกระทั่ง วิรัญญา ตื่นขึ้นมา แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้ามาในห้อง ย้อมทุกอย่างให้กลายเป็นสีทองอร่าม แต่ในใจของ ณัฐชนน กลับมืดมิดยิ่งกว่ารัตติกาล
“กลับมานานแล้วเหรอคะ” เสียงหวานใสของ วิรัญญา ดังขึ้น เธอเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายด้วยความรักเมื่อมองมาที่เขา
“เพิ่งถึงเมื่อกี้เอง” ณัฐชนน พยายามตอบด้วยน้ำเสียงที่ปกติที่สุด แต่ภายในใจกลับรู้สึกบีบรัดอย่างเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจ เขาไม่กล้าสบตาภรรยาตรงๆ เพราะกลัวว่าดวงตาของเขาจะเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
“วันนี้กลับเร็วนี่คะ นึกว่าต้องอยู่ดึกเสียอีก” วิรัญญา เดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วซบศีรษะลงบนไหล่ของเขาอย่างออดอ้อน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของเธอที่เคยเป็นสิ่งปลอบประโลมใจ บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่ตอกย้ำความลับดำมืดที่เธอปกปิดไว้
“พอดีวันนี้งานเสร็จเร็วน่ะ” ณัฐชนน พยายามบ่ายเบี่ยง เขายกมือขึ้นลูบผมของ วิรัญญา เบาๆ พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ รอยยิ้มนั้นทำให้ ณัฐชนน รู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกเหมือนกำลังสวมบทบาทในละครเรื่องหนึ่ง
ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับ ณัฐชนน เขานอนไม่หลตลอดทั้งคืน ความเชื่อมั่นในความรักที่เขามีต่อ วิรัญญา เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ตลอดทั้งวัน ณัฐชนน พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่สบายใจที่อัดแน่น เขาเริ่มทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด พฤติกรรมแปลกๆ เล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเคยมองข้ามไป ตอนนี้กลับกลายเป็นสิ่งผิดปกติที่สะดุดตา
หลายวันต่อมา ณัฐชนน ยังคงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของ วิรัญญา อย่างใกล้ชิด เขาสังเกตเห็นการแต่งกายที่ดูเซ็กซี่ขึ้น การใช้เครื่องสำอางที่มากขึ้น และรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัยมากขึ้นกว่าเดิม ณัฐชนน รู้สึกเหมือนมีหนามแหลมคมทิ่มแทงหัวใจทุกครั้งที่เห็นสิ่งเหล่านี้ ความรู้สึกเจ็บปวดผสมกับความอยากรู้อยากเห็นเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์
ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ ณัฐชนน กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องนั่งเล่น เขาได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบามาจากระเบียงด้านนอก เสียงนั้นหวานใสและเต็มไปด้วยความโหยหา
ณัฐชนน ค่อยๆ วางปากกาลงอย่างเงียบกริบ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดที่คุ้นเคย เขาขยับเก้าอี้ไปใกล้ประตูระเบียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วแอบฟังบทสนทนานั้นอย่างละเอียด
เสียงของ วิรัญญา นั้นเต็มไปด้วยความอ่อนหวานปนความออดอ้อน:
วิรัญญา (เสียงกระซิบโหยหา): “... วิคิดถึงคุณเหลือเกินค่ะ...”
ณัฐชนน กัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนลิ้นรับรู้ถึงรสคาวเลือด เขาอยากจะพุ่งออกไปเผชิญหน้า แต่ความอยากรู้ที่มืดมิดกลับตรึงเขาไว้กับที่
วิรัญญา (เสียงเศร้าสร้อย): “วิรู้ค่ะ... แต่ เขาอยู่ที่นี่... วิรู้สึกว่าเขากำลังจับตาดูวิอยู่ตลอดเวลา... วิทำอะไรไม่สะดวกเลยค่ะ... และวิก็คิดถึงคุณเหลือเกินค่ะ...”
คำพูดนี้ทำให้ ณัฐชนน รู้สึกทั้งตกใจที่เธอได้สังเกตถึงพฤติกรรมของเขาที่กำลังเฝ้าสังเกตเธอ
วิรัญญา (เสียงกระซิบออดอ้อน): “คุณก็รู้ว่าวิโหยหาคุณมากแค่ไหน... ทุกอย่างซีค่ะ ทุกอย่างตอนเราอยู่ด้วยกัน... ก็บอกแล้วไงค่ะที่รัก... คุณคือคนเดียวคนนั้นค่ะ”
วิรัญญา (เสียงอิ่มเอม): "ค่ะที่รัก... วิมีความสุขที่สุดค่ะ และปลดปล่อยที่สุดค่ะ..." เสียงออดอ้อนยังคงดังต่อไปอย่างแผ่วเบา พร้อมกับใบหน้าที่อิ่มเอมไปด้วยความสุขที่ฉายชัดในแววตา
คำว่า "ความสุข" และ "การปลดปล่อย" แทงเข้ากลางใจของ ณัฐชนน ราวกับมีด เขาเห็นภาพที่เธออยู่กับชายอื่นซ้อนทับขึ้นมาอย่างชัดเจน ความโกรธแค้นแผดเผา แต่ในขณะเดียวกัน ความตื่นเต้นที่เกิดจากการได้ยินภรรยาแสดงความต้องการลึกๆ ของตัวเองให้ชายอื่นฟัง ก็แล่นเข้าสู่ปลายประสาทอย่างรุนแรง
วิรัญญา (เสียงกระซิบสุดท้าย): “วิจะพยายามหาทางออกไปให้ได้นะคะ... อดทนหน่อยนะคะที่รัก... วิรักคุณนะคะ... รักคุณที่สุดในโลกเลย... จุ๊บ”
เสียงกระซิบออดอ้อนสุดท้ายจบลง พร้อมกับการกดวางสายอย่างรีบเร่ง เธอหันซ้ายหันขวาอย่างหวาดระแวง ก่อนที่จะอมยิ้มกับตัวเองอยู่อย่างเงียบๆ ด้วยความสุข
ณัฐชนน รีบถอยออกมาจากประตูระเบียงอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต เขาเดินโซเซไปที่ห้องน้ำ แล้วก้มลงล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด เขาถอนหายใจยาวอย่างหงุดหงิด รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมล่าสมบัติที่เต็มไปด้วยความลับและคำโกหกที่ยากจะไขกระจ่าง
ณ เย็นวันนั้น...
“พี่คิดว่า จะย้ายไปอยู่บ้านสักระยะ วิจะไปกับพี่มั้ย?” ณัฐชนน เอ่ยถามภรรยาในขณะที่กำลังทานมื้อเย็นด้วยกัน
“ทำไมอยู่ๆ ก็อยากจะย้ายไปอยู่บ้านล่ะคะ ที่นี่ก็สะดวกสบายดีนี่คะ” วิรัญญา เงยหน้ามองเขาด้วยความประหลาดใจ
“ช่วงนี้งานอะไรที่มันต้องทำก็ไม่ต้องเร่งรีบอะไรมากแล้ว พี่อยากจะใช้เวลากับตัวเองให้มากขึ้นบ้าง” เขาหาเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผลเพื่อปกปิดจุดประสงค์ที่แท้จริง
“งั้นก็ดีค่ะ วิก็คิดถึงบ้านอยู่พอดี นานแล้วที่ไม่ได้กลับไป ไปอยู่สักพักก็น่าจะดีเหมือนกัน” วิรัญญาตอบ พร้อมยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูแสนดำมืดเสียเหลือเกินสำหรับเขาในตอนนี้
ณัฐชนน รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งและผิดไปจากที่เขาคาดการณ์ไว้มาก ความจริงแล้วเขาพยายามที่จะขอออกมาอยู่บ้านเพียงลำพัง เพื่อให้การสืบหาความจริงมันทำได้คล่องตัวกว่า
“พี่มีงานต้องไปดูเองที่ต่างจังหวัด น่าจะใช้เวลาสักสองสามวัน” เขาบอกกับวิรัญญา ในขณะที่กำลังเปิด iPad อ่านเอกสาร สลับกับการคอยมองสังเกตกิริยาของวิรัญญา ผู้เป็นภรรยาอยู่เงียบๆ
“จะเดินทางวันไหนค่ะ วิจะได้จัดกระเป๋าให้?” วิรัญญาเอ่ยถามขึ้น เขาสังเกตเห็นความลิงโลดในแววตาของเธอฉายออกมาแว้บหนึ่ง
“พรุ่งนี้เลย ยิ่งเร็วยิ่งดี” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ยิ้มให้อย่างอบอุ่นอย่างเช่นที่เคยเป็น
เขาตัดสินใจที่จะยกเรื่องงานด่วนที่ต่างจังหวัดขึ้นมาอ้าง ซึ่งเป็นเรื่องจริงเพียงครึ่งเดียว เขาต้องการให้ วิรัญญา ตายใจและเผยความจริงออกมา วิรัญญา เองก็ดูจะเชื่อสนิทใจ เธอจัดกระเป๋าให้เขาอย่างกระตือรือร้น
เมื่อ ณัฐชนน เดินทางออกจากบ้านไปแล้ว เขากลับขับรถคู่ใจสีดำเงาไปจอดซ่อนตัวอยู่ในซอยแคบๆ ใกล้บ้าน
“พี่อยากรู้จริงๆ เลยวิ ไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร?” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ณัฐชนน ลดกระจกรถลงเล็กน้อย เขานั่งเฝ้ารอคอยอย่างอดทนภายใต้ความมืดมิดของค่ำคืน หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวลและความตื่นเต้นอย่างประหลาดจนควบคุมไม่ได้
ไม่นานนัก เขาก็เห็นรถคันหนึ่งขับมาจอดที่หน้าบ้านของเขา ชายคนหนึ่งก้าวลงจากรถ เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง แต่งกายภูมิฐาน ดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาดจนน่าตกใจ ชายหนุ่มคนนั้นกดกริ่งหน้าบ้านเพียงไม่นาน ประตูรั้วเหล็กดัดสีดำก็ถูกเปิดออก และ วิรัญญา เดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่สดใสจนน่าตกใจ รอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นเธอฉีกยิ้มได้กว้างและมีความสุขเช่นนี้มาก่อน เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าไหมสีแดงเพลิงที่เผยให้เห็นเรือนร่างที่เย้ายวนและน่าปรารถนา เธอสวยสะพรั่งจนน่าตกใจ
ณัฐชนน รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บปวดไปหมด เขาเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้ วิรัญญา และชายหนุ่มคนนั้นยืนอยู่หน้าประตูบ้าน พวกเขาสอดส่ายสายตาไปรอบๆ อย่างถี่ถ้วน ก่อนที่ชายหนุ่มจะโน้มตัวลงกระซิบอะไรบางอย่างที่ริมหูของเธอ ทันใดนั้น วิรัญญา ก็โผเข้ากอดชายหนุ่มอย่างแนบแน่น และชายหนุ่มก็ตอบรับกอดนั้นอย่างอ่อนโยน ภาพนั้นทำให้ ณัฐชนน เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดลงไปในหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ในขณะเดียวกันก็มีความตื่นเต้นอย่างประหลาดที่ทำให้เขาชาวาบไปทั้งตัว
ณัฐชนน กำพวงมาลัยแน่น เขามองตามรถเก๋งคันหรูของชายคนนั้นที่ขับพา วิรัญญา ออกไปจากบ้านอย่างเงียบเชียบในความมืดมิด เขาตัดสินใจทันทีว่าต้องตามไปให้รู้เรื่อง ความเจ็บปวดผสมกับความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้เขาออกรถทันที
รถของทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังย่านใจกลางเมือง และไปหยุดที่หน้าคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ณัฐชนน จำได้ว่าคอนโดมิเนียมแห่งนี้เป็นของ ธาวิน สถาปนิกหนุ่มผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นคู่ค้าทางธุรกิจของ วิรัญญา ณัฐชนน แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
เขาเฝ้ามอง วิรัญญา และ ธาวิน เดินเคียงคู่กันเข้าไปในคอนโดมิเนียมด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปกันไปหมด ณัฐชนน จอดรถรออยู่ข้างนอกคอนโดมิเนียมเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มอ่อนๆ แสงแรกของวันใหม่เริ่มทอประกายขึ้นเหนือขอบฟ้า เขาตัดสินใจขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าราวกับไร้วิญญาณ
เบนซ์สปอร์ตสีน้ำเงินเข้มจอดสนิทอยู่ภายใต้ร่มเงาของโรงรถในคฤหาสน์หลังงาม วิรัญญายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ปล่อยให้เครื่องยนต์ที่เพิ่งดับลงแผ่ความร้อนออกมาไม่ต่างจากอารมณ์ในกายของเธอ เธอพลิกข้อมือดูนาฬิกา... เกือบสิบโมงเช้าแล้วสายตาคู่สวยก้มสำรวจชุดเดรสสีแดงชุดเดิมที่เธอใส่ออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวาน มือเรียวคอยจัดแต่งคอเสื้อและเส้นผมให้เข้าที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามลบเลือนร่องรอยการยับย่นที่เกิดจากน้ำมือของชายสองคนเมื่อคืนนี้ในสมองของวิรัญญาตอนนี้มีความคิดตีกันมั่วไปหมด เรื่องที่สามีของเธอสั่งไว้ว่าให้เล่าเหตุการณ์ตอนไปเที่ยวตรังกับธาวินให้ฟังหลังจากที่เขากลับจากธุระที่ภูเก็ต เธอยังชั่งใจไม่ถูกว่าจะ "เปิดหมดเปลือก" หรือ "เก็บงำบางส่วน" ไว้ดี แต่สำหรับเรื่องเมื่อคืน... เธอตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะปิดตายมันไว้เป็นความลับระหว่างเธอกับเดอะเซเว่นเท่านั้นทว่า... ยิ่งพยายามจะลืม ภาพเหตุการณ์ในห้องสวีทชั้น 25 ก็ยิ่งผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ความร้อนรุ่มที่เพิ่งมอดดับไปก่อนรุ่งสางเริ่มคุโชนขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่หลับตาเธอก็ยังรู้สึกถึงความยาวใหญ่ที่คับแน่นอยู่ในร่องหลืบส่วนลึกที่สุด ความเสียวสย
บรรยากาศหรูหราของชั้นล็อบบี้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เมื่อลิฟต์ความเร็วสูงนำพาทั้งสี่คนขึ้นมาหยุดนิ่งที่ชั้น 25 พี่ใหญ่เดินนำอย่างมาดมั่นไปทางห้องสวีทส่วนตัวที่มุมตึก ก่อนจะเปิดประตูต้อนรับทุกคนเข้าสู่พื้นที่ที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงตามแบบฉบับโรงแรมห้าดาว แสงไฟสลัวที่ถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมทำให้ห้องนี้ดูมีเสน่ห์และลึกลับอย่างบอกไม่ถูกใหญ่และแจงใช้เวลาพูดคุยกับธาวินและวิรัญญาอยู่เพียงครู่สั้นๆ พอเป็นพิธี ก่อนที่ทั้งคู่จะขอตัวแยกออกไปอีกห้องหนึ่งซึ่งมีประตูเชื่อมต่อกัน ทิ้งให้วิรัญญาที่เริ่มมีอาการมึนเมาจากแอลกอฮอล์นั่งอยู่อยู่บนโซฟาตัวยาวกับธาวินตามลำพังทันทีที่ความเงียบเข้าครอบงำ วิรัญญาก็สะบัดหน้ามาค้อนชู้รักทันที ใบหน้าที่แดงปลั่งเพราะฤทธิ์สุรายิ่งดูยั่วยวนขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเธอขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ"ทำไมไม่บอกวิก่อนล่ะคะว่าพี่ใหญ่เป็นสมาชิกในกลุ่มของพี่!" เธอแหวขึ้นเสียงเบา "วิอายจะแย่อยู่แล้วนะ..."เธอนึกย้อนไปถึงตอนบ่ายที่เธอพยายามวางมาดผู้บริหารใส่พี่ใหญ่เพื่อปิดดีลเพนต์เฮาส์ ความเป็นทางการเหล่านั้นมันช่างดูจอมปลอมเมื่อเทียบกับตัวตนที่เขารู้อยู่ก่อนหน้า ธาวินหัวเ
วิรัญญาเดินลากเท้าอย่างเหนื่อยล้าเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู เธอไม่ได้ตรงไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ แต่กลับเลือกทิ้งกายลงบนโซฟาหนังนุ่มที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานยักษ์ เหม่อมองออกไปในเมืองหลวงที่ดูวุ่นวาย ทว่าในใจของเธอกลับวุ่นวายยิ่งกว่าน้ำผึ้ง เลขาสาวเดินตามเข้ามาอย่างรู้ใจ เธอยืนห่างออกไปเล็กน้อยพลางรายงานสรุปงานที่ค้างไว้ รวมถึงเรื่องสำคัญที่วิรัญญาต้องลงนามตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว วิรัญญาหลับตาฟังพลางเอ่ยสั่งการเป็นระยะ น้ำเสียงของเธอยังคงความเฉียบขาดสมตำแหน่ง Vice President จนกระทั่งงานชิ้นสุดท้ายถูกสะสาง"วันนี้ผึ้งเคลียร์งานคุณวิหมดแล้วค่ะ" เลขาสาวบอกเสียงแจ่มใส"โอเค... ประชุมกลางเดือนนี้ ฉันขอทราบยอดขายไตรมาสแรก และรายงานวิเคราะห์แนวโน้มการซื้อด้วยนะ" วิรัญญาสำทับสั่งการ "แล้วมีอะไรอีกมั้ย?""ไม่มีแล้วค่ะ""ขอชาร้อนให้ฉันหน่อย..." เธอสั่งเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำห้องพักครู่หนึ่ง จนกระทั่งแรงสั่นสะเทือนและเสียงเรียกเข้าจากมือถือฉุดให้เธอต้องปรือตาขึ้นมอง'ธาวิน'เพียงแค่เห็นชื่อ รอยยิ้มหวานก็หยดย้อยขึ้นบนใบหน้าสวย วิรัญญามองเช็กที่ประตูห้องให้แน
หลังจากที่เสียงเครื่องยนต์ของรถเบนซ์สีเทาดำลับหายไปจากเขตบ้านหรูที่เงียบสงัด วิรัญญายังคงยืนส่งยิ้มบางๆ อยู่ที่หน้าประตูบ้านด้วยท่าทีของเมียที่แสนดี ภาพของกุลสตรีที่คอยจัดแจงกระเป๋าเอกสารและกำชับป้านงค์ให้ดูแลความเรียบร้อยนั้นช่างห่างไกลจากตัวตนที่แท้จริงของเธอเหลือเกินเธอก้าวเดินกลับเข้ามาในห้องรับแขกที่กว้างขวาง ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดิมที่เมื่อคืนเคยซุกอกณัฐชนน ทว่ายามนี้ ความเงียบสงัดของบ้านกลับทำให้ความคิดของเธอเริ่มล่องลอย... ล่องลอยไปไกลถึงวิมานฉิมพลีที่ตรังภาพลำควยเจ็ดนิ้วที่แข็งขึงปูดโปนของธาวิน และความดิบเถื่อนของอั๋นกับเชนที่ช่วยกันรุมรัดร่องรักของเธอมันผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ยิ่งนึกถึงคำนัดแนะเรื่อง "ปาร์ตี้กลางเดือน" ที่จะมีชายฉกรรจ์ขนาดเจ็ดนิ้วถึงห้าคนมารวมตัวกัน ความรู้สึกคันยิบๆ ที่ร่องหลืบส่วนลึกก็จู่โจมเธออย่างรุนแรงจนเนื้อตัวเริ่มร้อนผ่าว"ถ้าเช้านี้เป็นพี่ธา... ไม่ใช่พี่นนท์..." เธอกระซิบพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงพร่าวิรัญญาจินตนาการไปถึงการถูกปลุกด้วย "ล้างหน้าไก่" ในแบบที่ธาวินถนัด เขาต้องใช้ลำควยยักษ์นั่นตอกอัดเข้ามาร่องหีที่แฉะชื้นของเธอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง กระแทกกร





