LOGIN“ถ้าไม่พักที่นี่ แล้วจะพักตรงไหน ถามโง่ๆ”
พวงชมพูอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากปากของเขา คนอะไรปากร้ายปากจัดยังกับผู้หญิง แถมอารมณ์ยังแปรปรวนง่ายเสียอีก
“ไม่อยากพักที่นี่ อยากจะกลับบ้าน” เธอพูดใส่หน้าเขา ในเมื่อเขาพูดไม่เพราะ เธอก็ระเบิดอารมณ์ใส่บ้าง ใครจะทำไม เธอไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ เหมือนกัน
“หึ! บ้านไหนล่ะ ผมจะไปรู้ได้ไงว่าบ้านคุณอยู่ที่ไหน”
“ก็พาออกไปจากป่าสิ จะบอกว่าบ้านอยู่ไหน”
“ออกไปไม่ได้” เขายักไหล่ ไม่พูดต่อ
“อ๋อ... ลืมไป นายมันพวกโจร ออกไปตำรวจก็จับขังคุกน่ะสิ” เธอเชิดหน้าใส่ เขาหรี่ตามองประเมินท่าทีหญิงสาว
“ก็คงงั้น” ตอบแล้วยักไหล่อีก พวงชมพูกอดอกเม้มปากอย่างขัดใจ
“แต่ถ้านายพาฉันออกไปจากที่นี่ ไปส่งบ้านคุณพ่อก็ได้ ฉันจะไม่แจ้งตำรวจ”
“บ้านพ่อคุณอยู่ไหน อยู่ที่นี่เหรอ”
“ใช่ พ่อเป็นคนที่นี่” เธอตอบกลับไป ทิ้งระยะห่างไม่กล้ายืนใกล้รัศมีมือเขาอีก รู้ดีว่าเขามือไวปากไวขนาดไหน แล้วการกระทำของเขาก็ทำให้เธอร้อนวูบวาบรวมถึงมวนไปถึงท้องน้อย
“พ่อชื่ออะไร”
“นายถามทำไม”
“เผื่อรู้จักจะได้เรียกค่าไถ่ถูกคน”
พวงชมพูชะงักที่จะตอบเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
“พ่อเป็นเจ้าของไร่ ไร่ธารน้ำใสน่ะ ถ้านายปล่อยฉันไป รับรองว่าจะให้เงินนายเท่าที่นายต้องการเลยล่ะ และจะไม่บอกด้วยว่านายมาตั้งกลุ่มโจรที่นี่”
“จะมั่นใจได้ยังไงว่าไม่บอก เกิดไปชี้เป้าให้ตำรวจมากวาดล้างทำไง” อุกฤษฏ์ไปตามน้ำ พวงชมพูหน้างอเมื่อโดนดักคอ
ถ้าเธอรอดไปได้นะเหรอ เขาไม่รอดแน่ เธอจะให้ตำรวจมาจัดการพวกโจรให้หมด ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยจะมีโจรเยอะขนาดนี้ พวกหนึ่งมาดักซุ่ม อีกพวกมาจัดการต่อ เธอคิดแล้วถึงกับเพลียจิต
“จับฉันมาทำไม ตอนแรกนึกว่าจะช่วยเสียอีก” เธอคิดว่าเขาจะมาช่วย ที่ไหนได้... หนีเสือปะจระเข้
“ยังคิดไม่ออกว่าจะจับมาทำอะไรดี ถ้าคิดออกแล้วจะบอก” เขาตอบหน้าตาย
พวงชมพูอยากจะกรีดร้องให้ลั่น ได้แต่นับหนึ่งถึงสิบในใจเมื่อเขาตอบยียวนกวนอารมณ์ทุกประโยค
“จะยืนคุยกันอีกนานไหม เมื่อยจะตายอยู่แล้ว” เขาพูดแล้วเดินมาดึงมือเธอไปยังกระท่อมด้านหน้า
“นะ... นายจะทำอะไรน่ะ กรี๊ด...” พวงชมพูหวีดร้องพยายามดิ้น
“อย่าดิ้นได้ไหม เดี๋ยวพ่อจับปล้ำตรงนี้เลย” พอเขาขู่เธอก็ยิ่งตกใจ ดิ้นหนีเอาเป็นเอาตาย
“ที่ดิ้นนี่อยากให้ปล้ำใช่ไหม บอกว่าถ้าดิ้นจะปล้ำแล้วยังจะดิ้น ต้องแปรภาษาไทยเป็นภาษาไทยหรือไง ฟังภาษาคนรู้เรื่องไหม”
“กรี๊ด!!!”
หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อโดนอุ้มขึ้นพาดบ่า พอเธอร้อง ทุบแผ่นหลังของเขา เขาก็จัดการหวดก้นเธอเธอแรงๆ จนเธอเจ็บ หอบแฮ่กๆ หัวหมุนมึนไปหมดเพราะโดนอุ้มหัวห้อย
พวงชมพูได้แต่เจ็บใจ ร้องไห้น้ำตาไหลอย่างอัดอั้น ตอนนี้จะมีใครรู้หรือยังว่าเธอโดนจับมาที่นี่!!!
“ว้าย! ไอ้บ้า ป่าเถื่อน”
พวงชมพูกรีดร้องเมื่อโดนโยนลงกระแทกกับพื้น คนอะไรซาดิสก์ร้ายกาจที่สุด
“หนัก ตัวอ้วนเหมือนหมู”
เขายังพูดหน้าตาย ตักน้ำด้วยกระบวยที่ทำจากกะลาในโอ่งดินเผาดื่มอย่างกระหาย ไม่ยอมชวนเธอสักคำเดียว พวงชมพูหน้างอง่ำ ลูบก้นป้อยๆ กลืนน้ำลายด้วยลำคอที่แห้งผาก มองค้อนคนป่าเถื่อน โกรธที่เขาหาว่าเธอตัวหนัก อ้วนเหมือนหมู เธอนะเหรอตัวหนักอ้วนเหมือนหมู เธอออกจะหุ่นดี ออกกำลังกายทุกวัน แถมยังทานอาหารที่มีประโยชน์ เขานั่นแหละ ตาถั่ว
“หิวน้ำ” พวงชมพูพูดลอยๆ แต่เขาก็ยังทำเฉย แถมยังตั้งท่าถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอีก
“หิวน้ำแล้วมาบอกผมทำไมครับคุณ” เขาพูดยียวนใส่
“จะ... ทะ... ทำอะไรนะ” เธอระล่ำระลักถามอย่างตกใจเมื่อเห็นเขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อออกอย่างใจเย็น
“มันร้อนจะถอดเสื้อ อยากถอดให้เหรอ” เลิกคิ้วถาม สีหน้าโคตรจะยียวนจนเธออยากหาอะไรฟาด
“บ้า! ไม่ใช่เสียหน่อย” เธอเหวใส่ อ้าปากค้างเมื่อเห็นเขาเปลือยอก ดวงตาเขากำลังล้อเลียน เธอเลยเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นแผ่นอกล่ำๆ ของเขาเต็มตา
“อยากมองก็มองสิ ใครว่าอะไร ทำเป็นไม่เคยเห็นไปได้”
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนด้วยท่าทีแสนสบาย แต่พวงชมพูระแวดระวัง เพราะรู้ดีว่าเขาไว้ใจไม่ได้ พอเห็นเขานอนหลับตานิ่งๆ เธอจึงผ่อนคลายลง
พวงชมพูแอบลอบมองใบหน้ารกที่เต็มไปด้วยหนวดเคราแล้วย่นจมูก เกิดมาเคยโกนหนวดกับเค้าบ้างไหมนี่ ไหนจะผมอีก ยาวประบ่ายิ่งเหมือนมหาโจรเหลือเกินในความคิดของเธอ
เห็นเขานอนนิ่งไปจริงๆ เธอเลยเอามือแกว่งไปมาที่ใบหน้าของเขา ยังนิ่งเหมือนเดิม แสดงว่าหลับไปแล้ว หญิงสาวรีบไปตักน้ำจากโอ่งดินเผาดื่มบ้างด้วยความกระหาย
“ทำอะไรน่ะ”
“แค่กๆๆๆ” พวงชมพูสำลักน้ำที่ดื่มเข้าไปจนหน้าแดงก่ำ ไอติดกันจนน้ำหูน้ำตาไหล รีบวางกระบวยลงอย่างตกใจ
“ดื่มน้ำ ฉันไม่ได้จะขโมยอะไรของนายนะ” เธอรีบบอกหลังจากหายสำลัก คิดว่าเขาหลับไปแล้วเสียอีก ทำไมถึงตื่นมาได้ล่ะ เธอตกใจหมดเลย คนบ้า... จะแกล้งกันไปถึงไหนนี่
“ที่ถามไปยังไม่ตอบเลยนะ”
“ถามว่าอะไร” เธอทำหน้างง
“สมองปลาทองหรือไงกัน”
พวงชมพูหน้างอเมื่อโดนต่อว่า เขาน่ะสิสมองปลาทอง “นายน่ะสิสมองปลาทอง”
“ถามว่ามาที่นี่ทำไม มาเยี่ยมพ่อเฉยๆ เหรอ”
“ใช่ มาเยี่ยมพ่อ”
“มีอย่างอื่นอีกไหม”
“เอ๊ะ!” เธอทำเสียงขัดใจ บอกไปว่ามาเยี่ยมพ่อแล้วจะมาคาดคั้นอะไรเธอกันนี่
“ถามก็ตอบสิ”
“จะอยากรู้ไปทำไม”
“เห็นมีคนมาดักจับตัวไง ก็เลยถามดู”
“นายก็จับฉันมา”
“ผมผ่านไปทางนั้นพอดี เลยช่วยคุณเอาไว้นะครับอย่าลืม” เขาทวนคำ มองเธอนิ่งๆ พวงชมพูเม้มปากไม่กล้าสบตา รู้สึกหวั่นไหวแปลกๆ
บ้าน่า! เธอไม่อยากเป็นเมียโจรหรอกนะ ทำไมถึงได้ไปรู้สึกอะไรกับผู้ชายตรงหน้าด้วย หน้าตารกครึ้มน่ากลัว เขาจับเธอมาด้วยนะ แถมยังเป็นคนเลว ปล้นฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อหาเลี้ยงชีพ
แต่... สายตาของเขามันทำให้เธอหวั่นไหวแปลกๆ ดวงตาคู่นั้นมันมีเสน่ห์ชะมัด
“ถ้าช่วยจริงก็ต้องพาไปส่งบ้าน” เธอสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัว
“เรื่อง!” เขาตอบหน้าตาย เธออ้าปากค้างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“นายก็โจรเหมือนกันนั่นแหละ หึ!” ทำเสียงขึ้นจมูก สะบัดหน้าเชิดใส่ อุกฤษฏ์กวาดสายตามองนิ่ง จนพวงชมพูหันมามองอย่างระแวดระวัง
“นะ... นายจ้องฉันทำไม” เธอทำท่าจะถอยหนี เขาก็ตะครุบเอาไว้ ดึงมือเธอมาหา
“เฮ้ย! ไอ้บ้ากาม นายจะทำอะไรฉัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เธอร้องอย่างตกใจผลักไสเขาเต็มกำลัง แต่เขาแรงเยอะ ยังกะผลักกำแพงขนาดใหญ่ แทบไม่ขยับเขยื้อนเลย จนรู้สึกเจ็บมือไปหมด
“ปล่อยนะ นายโรคจิต” พวงชมพูตาโตเมื่อเขากดร่างเธอลงบนพื้น แถมยังขยับตัวขึ้นมาคร่อมทับเอาไว้
“อยู่นิ่งๆ สิ ดื้อฉิบ!” เขาทำเสียงดุ
“อยู่นิ่งๆ ให้นายรังแกหรือไง ปล่อยนะ ปล่อย”
“ฤทธิ์เยอะชะมัด ถ้าดิ้นอีก โดนปล้ำแน่ เห็นไหมว่าขามันสีอีกแล้ว” เขาทำเสียงดุดันเหมือนเธอทำความผิดอย่างใหญ่หลวง
พวงชมพูตาโตหน้าแดง อ้าปากค้างเมื่อความเป็นชายของเขาเสียดสีกับซอกขาด้านใน เพิ่งรู้ว่าเขาแทรกตัวเข้ามากลางหว่างขาของเธอ
“อยู่นิ่งๆ แบบนี้น่ะดีแล้ว ดิ้นมากๆ เดี๋ยวพ่อปล้ำสามวันสามคืน”
“อือ... คนลามก” เธอหน้าแดงเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น เสมองไปทางอื่น มือยังดันอกเขาเอาไว้ เขาอยู่ท่านั้นนานเกินไปแล้วนะ เธอทนไม่ไหว เอ่ยถามเขาไปอย่างอัดอั้น
“ฉันโอเคค่ะ” เธอตอบให้สามีคลายใจ แต่เหงื่อที่ไหลโซมพร้อมกับอาการนิ่วหน้าด้วยความเจ็บทำให้กวียิ่งร้อนใจ“กฤษฏ์ขับรถเร็วๆ หน่อย”“ครับพ่อ ผมกำลังเร่งอยู่ครับ” อุกฤษฏ์รับคำตั้งใจขับรถไม่วอกแวก ก่อนจะถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย“คุณกวี” พิมพ์มาดาจับมือสามีเอาไว้แน่น“ผมขอเข้าไปอยู่ใกล้ๆ คุณได้ไหม” กวีไม่อยากห่างภรรยา ครั้งนี้เขาขอได้อยู่กับเธอตลอดเวลาตอนคลอด“ฉัน... ต้องการคุณค่ะคุณกวี”อุกฤษฏ์และพวงชมพูนั่งรอบิดามารดาอยู่หน้าห้องคลอด ทั้งสองลุ้นให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัย แต่สีหน้าเป็นกังวลของสามีทำให้พวงชมพูมองอย่างแปลกใจ“พี่กฤษฏ์หน้าเครียดจัง คุณแม่อยู่ใกล้มือหมอแล้ว น้องกับคุณแม่ต้องปลอดภัยค่ะ” เธอเห็นสีหน้าของสามีก็คิดไปว่าเขาห่วงมารดาของเธอมากๆ นั่นเอง“พิ้งค์ ตอนพิ้งค์คลอดเจ็บขนาดนี้หรือเปล่า ไม่เอานะ พี่ไม่อยากให้พิ้งค์เจ็บ”“อะไรกันคะพี่กฤษฏ์ พิ้งค์ยังไม่เห็นกลัวเลย” พวงชมพูหัวเราะคิกเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของสามี เขาจะกลัวมากไปหรือเปล่า เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัย วิวัฒนาการทางด้านการแพทย์ก็ก้าวหน้าไปไกล คลอดแล้วนอนพักคืนเดียวก็กลับบ้านได้เลย“พี่เป็นห่วงพิ้งค์”“ถ้าพิ้งค์คลอดกับหมอตำแย
“ใช่สิ ฉันมันเป็นไอ้อ้วนน่ารำคาญนี่ ไหนจะสู้สาวๆ สวยๆ ได้ คุณยังมีเมียได้อีกเยอะแยะ ฉันเห็นนะ เวลาเข้าเมืองพาฉันไปตรวจท้อง สาวๆ สวยๆ ชม้ายชายตาให้คุณตาไม่กะพริบ”“โธ่... คุณพิมพ์ไม่ใช่อย่างนั้นเลย จะไปกันใหญ่แล้ว”“ใช่สิ ฉันพูดอะไรก็ผิดไปหมด ก็ฉันบอกว่าเค็มคุณก็ยังจะเถียง หึ! คงอยากให้ฉันกับลูกกินอาหารเค็มๆ ป่วยเป็นโรคไตตายใช่ไหม ฮึกๆ ฮื่อๆ” เธอขึ้นเสียงใส่เขา เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น“มะ... ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะคุณพิมพ์” กวีส่ายหน้าดิก เมื่อเห็นภรรยายิ่งพูดก็ยิ่งจะไปกันใหญ่“ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วยังไง คงรำคาญน่ะสิ จะไปไหนก็ไปเลยนะ เหม็นขี้หน้า ฉันรู้ว่าคุณรำคาญเมียแก่ๆ ท้องโย้ๆ กินจุอย่างฉันเต็มทน”“คุณพิมพ์ ผมไม่เคยรำคาญคุณกับลูกเลยนะ คุณอยากกินอะไร ผมยินดีหาให้คุณทุกอย่าง อยากได้อะไร อยากทำอะไร ผมไม่เคยคิดจะว่าคุณเลย คุณไม่ได้แก่ คุณยังสาวยังสวย ท้องก็ไม่ได้โย้น่าเกลียด แต่คุณมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในครรภ์ คนท้องก็หุ่นแบบนี้ คุณดูดีมากเลยนะเวลาท้อง แล้วถึงแม้ว่าคุณจะกินจุขนาดไหน แต่ถ้าคุณกับลูกหิว ไม่ว่าจะไปขึ้นเขาลงห้วยผมก็ยินดีหามาให้คุณกินทุกอย่าง”กวีรีบพูดให้ภรรยาสบายใจ เพราะเขาไม่เคยคิ
“แต่ใจร้ายยิ่งกว่า ดูสิ จะทรมานพี่ไปถึงไหน” อุกฤษฏ์พูดไปหอบไปเมื่อภรรยาดูดกลืนส่วนปลายของความแข็งแกร่งขณะที่รูดไล้ตัวตนของเขา แต่ไม่ยอมสัมผัสถึงให้ลึกซึ้งกว่านั้น“ดูพูดเข้าคุณสามีขา ทำเหมือนภรรยาใจร้ายใจดำ” คนพูดแกล้งทำน้ำเสียงแสนงอน แต่หัวเราะคิกเมื่อเห็นเขาซู๊ดปากทุกครั้งที่ถูกดูดกลืนความเป็นชาย“พิ้งค์ อ๊า... แบบนั้นล่ะครับ”“แบบไหนคะ” เธอแกล้งคายส่วนที่ดูดรวบเข้าปากออกมาเพื่อเอ่ยถาม อุกฤษฏ์สบถก่อนจะจัดการพลิกร่างภรรยาให้นอนหงาย“แม่ตัวดี เดี๋ยวเหอะ”“น่ากลัวชะมัด ดูสิทำหน้าถมึงทึงแบบนี้ เดี๋ยวก็หน้าเหี่ยวหรอก” พวงชมพูหยิกแก้มสากของสามีอย่างแสนรัก เธอหัวเราะคิกเมื่อเห็นเขาแสดงความปรารถนาเธออย่างชัดเจน จนแทบจะคลั่งอยู่รอมร่อ“อื้อ...”พวงชมพูร้องครางเมื่อเขากดใบหน้าลงสู่หว่างขาอ่อนหวานของเธอ หญิงสาวดีดดิ้นจิกมือกับที่นอนกว้าง กัดริมฝีปากเม้มเข้าหากันสลับกับการครวญครางเสียงสะท้านซ่านซ่าด้วยความเสียวซ่านเมื่อปลายลิ้นร้อนซอกซอนสัมผัสดูดกลืนดอกผกากรองหอมหวานที่ซุกซ่อนน้ำหวานหอมกรุ่นเอาไว้ภายใน ต้องกระตุ้นซ้ำๆ ถึงจะผลิตหยาดน้ำทิพย์ออกมาให้เขาได้กลืนกินอย่างเอร็ดอร่อย“ฮันนีมูนรอบนี้พี่ข
“พิ้งค์เคยบอกพี่ว่าอยากไปเที่ยวทะเล” เขาจำได้ว่าตอนที่ทุกอย่างคลี่คลาย เธอเคยเปรยๆ อยากมาเที่ยวทะเล“พี่กฤษฏ์จำได้ด้วยเหรอคะ”“จำได้สิ” เขาโอบกอดเธอเอาไว้ วางคางที่ไหล่กลมกลึง“พิ้งค์ต้องให้รางวัลคนความจำดียังไงคะนี่” เธอเอ่ยถามทำท่าขบคิด“คนรักกันก็ต้องจำกันได้สิ แล้วพี่ก็ไม่โลภด้วย ไม่ขออะไรมาก ขอแค่ฮันนีมูนสิบวันสิบคืนไม่ออกจากห้อง”“ว้าย! แบบนั้นก็คางเหลืองสิคะ”“ไม่ถึงกับคางเหลือง แค่ฟ้าเหลือง”“บ้าสิคะ คนเราทำอะไรไม่ควรหักโหมเกินไปนะคะ”“ก็ต้องรีบปั๊มสิครับ มีทายาทเร็วๆ มีลูกทันใช้”“หือ... ถามยังว่าอยากมีหรือเปล่า”“อ้าว... พิ้งค์ไม่อยากมีลูกเหรอ”“พี่กฤษฏ์นี่ ใครบอกว่าไม่อยากมี แค่ให้ถามก่อน ไม่ใช่สรุปเองเสร็จสรรพ”“พี่ว่าอย่าโยกโย้เลย เรามาปั๊มลูกกันเดี๋ยวนี้ดีกว่า”“ว้าย! พี่กฤษฏ์บ้า ถ้าตกลงไปจะทำยังไง” พวงชมพูผวากอดคอเขาเอาไว้แน่นเมื่อโดนอุ้มขึ้นสู่อ้อมแขน“ตกลงไปก็แข้งหาหักน่ะสิ” อุกฤษฏ์แกล้งโดยการทำท่าจะโยนเธอลงบนพื้น“ว้าย! พี่กฤษฏ์บ้า จะโยนพิ้งค์ลงพื้นจริงเหรอ” เธอยิ่งผวากอดคอเขาเอาไว้แน่น หน้างอใส่คนที่กำลังหัวเราะสะใจที่ได้แกล้ง“ใครจะกล้าแกล้งเมียได้ลงคอ” ร่างสูงอุ้ม
“คุณเป็นห่วงผมใช่ไหม ถึงร้องห่มร้องไห้ขนาดนั้น”“คนบ้า เจ้าเล่ห์นัก เอาเรื่องความเป็นความตายมาล้อได้ยังไงกัน”“ตอบผมก่อนว่าเป็นห่วงผมใช่ไหม”“ไม่ห่วงได้ยังไง ก็คุณเป็นผู้ชายที่ฉันรักนี่นา แถมยังเป็นรักแรก และรักเดียวเสียด้วย” พิมพ์มาดาตอบอย่างขวยเขิน“คุณว่าอะไรนะ” กวีถามเสียงดัง หัวใจพองโตคับอก“ไม่พูดด้วยแล้ว แก่แล้วหูตึงหรือไงคุณนี่” เธอพูดแล้วหันหน้าหนี เขาจึงตามมากอดเอาไว้จากเบื้องหลัง“ถ้ารู้อย่างนี้ใช้วิธีนี้ไปนานแล้ว”“คุณคงจะถอดใจไปแล้วสิ” เธอว่าอย่างงอนๆ“เปล่าสักหน่อย ผมไม่ได้ถอดใจ แค่อยากรู้สาเหตุว่าทำไมคุณถึงไม่ยอมให้อภัยผมสักที ทั้งๆ ที่ความจริงเปิดเผยแล้วแบบนี้ นายกฤษฏ์กับยัยพิ้งค์ก็เลยช่วยผมคิด”“ร้ายกาจทั้งพ่อทั้งลูกเลยนะคะ แถมพ่วงมาด้วยว่าที่ลูกเขย แบบนี้พิมพ์ก็โดนรุมสิ”“ใครจะกล้ารุมที่รักของผมได้” กวีดึงร่างภรรยามาสวมกอดอีกครั้ง จุมพิตกลุ่มผมสลวยด้วยความรู้สึกโล่งใจและรักใคร่“ยัยหนูพิ้งค์นี่เจ้าเล่ห์นัก น่าหยิกให้เนื้อเขียว”“โห... คุณแม่ใจร้าย จะหยิกหนูให้เนื้อเขียวเลยเหรอคะ เดี๋ยวราคาค่าสินสอดหนูก็ตกสิคะ” เสียงหัวเราะคิกคักของบุตรสาวทำให้พิมพ์มาดาหันไปมอง ก่อนจะ
“ไม่นะ คุณพ่อไปโดดหน้าผาตรงไหน พาแม่ไปเร็ว”“ตามพิ้งค์มาค่ะคุณแม่ พี่กฤษฏ์รออยู่ตรงนั้น เจอรองเท้าคุณพ่อวางทิ้งเอาไว้ ป่านนี้ๆ...” พวงชมพูพูดไม่ทันจบก็สะอื้นฮักๆ“คุณกวี คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ อย่าเป็นอะไรนะ” พิมพ์มาดาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าอดีตสามีจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเช่นนี้“ในจดหมายคุณพ่อบอกว่าเสียใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไป คุณพ่อไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ค่ะคุณแม่” พวงชมพูพูดให้มารดาฟังเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ“แม่ไม่ได้ถือโทษโกรธคุณพ่อแล้ว แค่น้อยใจเท่านั้น” พิมพ์มาดาถึงกับร้องไห้โฮเมื่อเห็นรองเท้าของสามีวางทิ้งเอาไว้ที่หน้าผา ผาตรงนี้สูงนัก ตกลงไปไม่มีใครรอดชีวิตมาได้ เพราะเธอเคยอาศัยอยู่ที่นี่กับอดีตสามีนานเป็นปีๆ“คุณพ่อไม่ได้โกรธคุณแม่หรอกเหรอคะ ฮึกๆๆ ฮื่อๆๆๆ” พวงชมพูรุกถามมารดาที่คุกเข่าร้องไห้ กอดรองเท้าของบิดาเอาไว้“แม่ไม่ได้โกรธจริงๆ แค่น้อยใจที่วันนั้นคุณพ่อนอกใจแม่ไปมีอะไรกับกัญญามาศ เพื่อนที่แม่รักมากที่สุด ฮื่อๆๆ แม่เสียใจก็เลยหนีไป ฮื่อๆ ทั้งๆ ที่อยากอธิบายและอยู่พิสูจน์ความจริงว่าแม่ไม่ได้มีชู้กับคนงานคนนั้น”“คุณแม่ก็เลยหนีคุณพ่อไปเพราะเหตุผลนี้เหรอคะ” พวงชมพูถาม







