LOGIN“ตกลงจะไม่ยอมบอกจริงๆ ใช่ไหมว่าได้ลูกสาวหรือลูกชาย” เพราะจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าลูกในท้องของโรสรินเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย สองคนปิดเงียบ“กล่อมผมไม่สำเร็จก็มากล่อมเมียผมต่อหรือครับคุณแม่” เสียงของภูภูมิดังขึ้น“แม่ก็แค่อยากรู้ จะได้เตรียมของรับขวัญหลานคนแรกได้ถูก” อำพรอ้างเรื่องของขวัญแต่ลูกชายคนเล็กกลับรู้ทัน“คุณแม่ให้เงินสดก็ได้นี่ครับ”“ลูกคนนี้นี่ ทำไมนะ ยิ่งโตยิ่งดื้อ”“ใช่ค่ะคุณแม่ คุณบาสยิ่งโตยิ่งดื้อ” โรสรินเออออตามแม่สามี เพราะเรื่องบางเรื่องภูภูมิก็ไม่รู้ไปเอาความดื้อมาจากไหน อย่างเรื่องล่าสุดคือการเปิดเหมืองทองแห่งใหม่ ทั้งๆ ที่หลายคนเตือนแล้วว่าถ้าทำจะได้ไม่คุ้มเสียชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนใจ แต่พอรู้เหตุผลลึกๆ เธอก็ยิ่งชื่นชมสามีคนนี้เหตุผลที่เขาเลือกที่ตรงนั้นเพราะครอบครัวของไซมอนอยู่ที่นั่น ภูภูมิจึงเข้าไปเพื่อสร้างงานให้คนในหมู่บ้านจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานที่ไหนไกล ครอบครัวก็จะได้อยู่ใกล้กัน“อ้าวๆ ทำไมมาลงที่ผมแล้วละครับ”
เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมตัว ภูภูมิและโรสรินกลับมาเมืองไทยก่อนวันแต่งงานของภูเมฆและเภตราหลายวัน ทันทีที่มาถึงก็เข้าไปหารังสรรค์และอำพรที่บ้านก่อน ออกไปกินข้าวกับพวกท่าน ก่อนจะตัดสินใจนอนค้างด้วยที่บ้านส่วนว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ง่วนอยู่กับการเตรียมตัวเช่นกันกระทั่งถึงวันสำคัญภูภูมิก็ตาโตเมื่อเห็นโรสรินในชุดเพื่อนเจ้าสาว เธอดูสวยและอ่อนหวานไม่เหมือนภาพปกติที่เห็นในทุกๆ วัน“หลงเลยสิ”“หลงเมียไม่ผิดนี่พี่” ภูภูมิหันมายิ้มให้พี่ชายคนกลางอย่างภูตะวัน ที่ก็คงทั้งรักทั้งหลงนับพันดาวไม่น้อยเลยเพราะเห็นถ่ายรูปให้ไม่หยุดแถมยังชมว่าสวยอย่างนั้นสวยอย่างนี้ นี่ถ้าไม่ได้เห็นกับตาเขาไม่เชื่อจริงๆ ว่าพี่ชายสายบู๊จะเข้าสู่โหมดมุ้งมิ้ง“ปากหวาน”“แล้วพี่อ่ะ เมื่อไหร่จะแต่งงานกับคุณนับ”“เร็วๆ นี้ คุณแม่กำลังหาฤกษ์อยู่ ถามแต่พี่แล้วนายเมื่อไหร่จะแต่งงานกับคุณโรส” ภูตะวันเอ่ยถามกลับมาบ้างเพราะอยากให้ทั้งคู่แต่งงานกัน&
“กลับมาก่อนงานแต่งงานพี่เขาสักหน่อยนะบาส จะได้มีเวลาเตรียมตัว”“ครับคุณแม่”“ยิ้มให้มากๆ นะหนูโรส เวลาหนูยิ้มแล้วโลกมันสดใส” อำพรลูบต้นแขนของโรสรินไปมาเบาๆ รู้ว่าจิตใจของอีกฝ่ายยังกลับมาไม่ปกติเท่าไหร่ การสูญเสียเพื่อนและเป็นคนในครอบครัวเพียงคนเดียวมันทำใจได้ยากแน่นอน“ค่ะ”“อยู่ที่โน่นดูแลตัวเองดีๆ นะ ฝากลูกชายของแม่ด้วย ถ้าทำอะไรผาดโผนอันตรายเกินตัวไปก็จัดการอบรมแทนแม่ได้เลย”“เอาแบบนั้นเลยหรือครับคุณแม่”“ใช่” อำพรหันไปรับคำลูกชาย ก่อนจะหันมาพูดกับโรสรินอีกครั้ง “ตามนี้นะหนูโรส”“ค่ะคุณป้า” โรสรินพยักหน้ารับแล้วส่งยิ้มให้อำพร ผู้อาวุโสจึงรวบเธอเข้าไปกอดแล้วตบแผ่นหลังเบาๆ เพื่อให้กำลังใจและปลอบโยนกับเรื่องที่พึ่งผ่านไปแต่ก็มีความลับที่ภูภูมิยังไม่ได้บอกครอบครัวคือเรื่องที่เขากับโรสรินได้จดทะเบียนสมรสกันแล้ว แต่ก็ตั้งใจจะบอกตอนก
เพราะเป็นครั้งแรกภูภูมิจึงบอกให้ตัวเองใจเย็น ค่อยๆ กลืนกินโรสรินอย่างช้าๆ ไม่บุ่มบ่ามเอาแต่ใจ ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างกายสวยงามของเธออย่างหลงใหลก่อนจะอ้าปากครอบครองหน้าอกคู่สวย “อะ…อา” โรสรินแอ่นตัวขึ้นสูงอย่างเสียวซ่าน ยิ่งถูกชายหนุ่มสัมผัสมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งเร่าร้อนจนต้องขบเม้มริมฝากตัวเอง ริมฝีปากและฝ่ามือร้อนๆ ของภูภูมิเคลื่อนไหวไปทุกตารางนิ้วบนร่างกายหอมหวานของ โรสริน เธอยอมแล้วจริงๆ ยอมเป็นของเขาทั้งกายและใจ สายตาของภูภูมิที่จ้องมองร่างกายเปลือยเปล่าของเธออย่างชื่นชมนั้นทำให้เจ้าของร่างอย่างโรสรินขนลุกเกรียว พอสายตาคู่นั้นหันมาสบกันเขาก็มอบจูบที่ดูดดื่มให้ ขณะที่ร่างกายกลับมีปฏิกิริยาปวดร้าวคล้ายรอคอยอะไรบางสิ่งบางอย่าง ที่เวลานี้เธอยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร หัวใจของโรสรินเต้นรัวเมื่อภูภูมิค่อยๆ แทรกตัวลงไประหว่างเรียวขาทั้งสองข้างของเธอพร้อมกับค่อยๆ แยกให้มันออกห่างจากกัน ลำคอของเธอแห้งผากเฝ้ารอสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่แพ้ภูภูมิ
“ฉันต้องไปนะ” มุกดาส่งยิ้มให้แล้วค่อยๆ หมุนตัวเข้าไปในบ้าน โรสรินอยากตามไปทว่าเธอกลับผลักประตูรั้วเข้าไปด้วยไม่ได้ ทำได้เพียงยืนมองเพื่อนรักอยู่นอกรั้วสีขาวเท่านั้น ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะค่อยๆ จางหายไปและเธอก็สะดุ้งตื่น“คุณบาส” คนแรกที่โรสรินเห็นคือภูภูมิ ชายหนุ่มนอนฟุบอยู่ข้างๆ เธอเหมือนมาคอยเฝ้า บางวันโรสรินก็ตื่นมาในอ้อมกอดของอีกฝ่าย ยิ่งเห็นเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ต้องเป็นภาระให้แบบนี้“ตื่นแล้วเหรอครับ”“คุณมานอนตรงนี้นานหรือยังคะ”“ไม่นานครับ” เสียงทุ้มที่ฟังอบอุ่นเอ่ยบอกทั้งๆ ที่เขานั้นมานอนเฝ้าเธอได้หลายชั่วโมงแล้ว “คุณอยากกินอะไร ผมทำให้” แม้จะทำอาหารไม่เก่งแต่ภูภูมิกลับอาสา“ไม่ค่ะ” โรสรินส่ายหน้าปฏิเสธแล้วค่อยๆ หยัดตัวขึ้นมานั่ง“ผมรู้ว่าคุณยังเสียใจแต่คุณมุกดาเธอไปสบายแล้ว คนร้ายก็กำลังได้รับโทษ เรื่องร้ายๆ กำลังจะผ่านไปนะคุณ”“ฉันรู้ แต่พอหวนกลับไปคิดถึงมุกดาก็เจ็บปวด เพราะเธอคือเพื่อนคือครอบครัวเดียวของฉัน”&ld
“ศาลาไหนครับ” ลูกชายคนกลางอย่างภูตะวันเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ยังงุนงงไม่แพ้น้องชายคนเล็กอย่างภุภูมิแม้แต่น้อย“ศาลานี้นี่แหละ เธอชื่อมุกดา” ชื่อที่ได้ยินทำเอาทุกคนอึ้งแต่ก็มีอยู่หนึ่งคนที่ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอะไร นั่นเพราะภูเมฆตกใจมาก่อนหน้านี้แล้ว“มุกดา เพื่อนคุณโรสเหรอครับคุณพ่อ” ภูภูมิเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจพร้อมตั้งคำถามว่าบิดาไปรู้จักกับมุกดาได้ยังไง“อืม สงสัยอะไรไปถามกับบีมเอา พ่อกับแม่ขอตัวไปไหว้ศพก่อน”“ครับๆ” เสียงทุ้มของภูภูมิเอ่ยรับคำก่อนจะพาบิดาและมารดาไปไหว้ศพโดยโรสรินเป็นคนคอยจุดธูปส่งให้ เธอยกมือไหว้แขกที่ไม่คุ้นหน้าเพื่อขอบคุณ แม้ตอนนี้เธอจะไม่ได้ร้องไห้แต่ร่องรอยความเสียใจอย่างหนักก็ยังคงอยู่ในแววตาและสีหน้า“ฉันเสียใจด้วยนะหนู”“ขอบคุณมากค่ะ” โรสรินยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้ามองแขกทั้งสองคนที่แต่งตัวภูมิฐาน ทันทีที่ได้สบตาโรสรินกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“เอาเป็นว่าผมเสียใจด้วยที่ต้องปฏิเสธคุณ” ต่อให้เวลาหาคนจะเหลือไม่มากแต่ภูภูมิก็เลือกที่จะปฏิเสธ โรสริน ถ้าไม่ได้คนจริงๆ เขาก็ลงไปคุมเองเหมือนที่ผ่านๆ มา มีปัญหาก็แก้กันไป แต่แค่คิดก็ปวดหัวรอเสียแล้ว “แต่ถึงคุณจะปฏิเสธ ฉันก็ยังยืนยันว่าอยากทำงานนี้จริงๆ ค่ะ ถ้าคุณให้โอกาสฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
“ใช่” เสียงทุ้มเอ่ยรับ “ดูเหมือนเอเจนซี่ของฉันทำงานพลาดนิดหน่อย ทางนั้นพึ่งโทรมาแจ้งมาว่านัดคนผิดให้นายไป จะให้ฉันยกเลิกนัดนี้เลยไหม เพราะดูโปรไฟล์แล้ว ไม่ตรงตามที่นายต้องการเท่าไหร่” สีหน้าของภูเมฆเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก่อนจะโทรหาภูภูมิเขาก็คาดโทษทางเอเจนซี่ไปแล้ว เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่อ
“มากไป”“ถามจริงๆ คุณแม่คิดยังไงถึงส่งผู้หญิงน่ารักๆ อย่างคุณนับมาให้พี่” ภูภูมิยักคิ้วถามพี่ชายคนกลาง ที่ตั้งแต่มีความรักความดิบความเถื่อนก็ดูจะลดน้อยลง ผมเผ้าก็เป็นทรงหนวดเคราวที่นานๆ โกนทีก็โกนจนเกลี้ยงเกลา โชว์หน้าหล่อๆ ตลอด “ส่งมาจับผิด”“จับผิดเรื่อง” คนฟังเอ่ยถามนั่นเพราะยังไม่รู้รายละเอีย
เฮ้อออเสียงถอนหายใจลากยาวๆ ดังมาจากหญิงสาวในชุดไปรเวทสบายๆ ที่เวลานี้นั่งทำหน้าเซ็งอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ภายในคอนโดมิเนียมแบบหนึ่งห้องนอน พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางแต่เพราะเป็นคอนโดมิเนียมสมัยใหม่จึงถูกออกแบบการใช้งานไว้อย่างลงตัวตรงหน้าเธอมีโน้ตบุ๊คส่วนตัววางอยู่ โดยหน้าแรกที่เปิดทิ้งไว้นั้นคือหน้







