Masukภายในห้องน้ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงปนกลิ่นบุหรี่จนชวนเวียนหัว บัวบุษยายืนกำหมัดแน่นจนเล็บคมจิกเข้าเนื้อ จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟริษยา ภาพมัดกล้ามแกร่งของกันตธีร์ที่บดเบียดนัวเนียอยู่กับพิมพ์ประภา ยังคงติดตาหลอกหลอนจนเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือด ความเร่าร้อนที่เขาเคยมอบให้เพื่อนรักมันควรจะเป็นของเธอ... ของเธอคนเดียวเท่านั้น!
ทว่า... ในจังหวะที่ร่างระหงตัดสินใจก้าวพ้นประตูห้องน้ำด้วยโทสะ เธอกลับชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนอย่างจัง แรงกระแทกนั้นทำให้เสียหลักจนเซดีว่ามีอ้อมแขนแกร่งของเขาช่วยประคองเอาไว้ ก่อนจะได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหู
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ คุณบัว!” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู พร้อมกับอ้อมแขนอันทรงพลังที่ตวัดโอบรอบเอวคอดกิ่วกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนทรวงอกอิ่มบดเบียดกับแผงอกตัน
กลิ่นอายดิบเถื่อนผสมกลิ่นบุรุษจางๆ และไอร้อนที่แผ่ออกมาจากกายทำเอาบัวบุษยาใจสั่น สัมผัสจากฝ่ามือร้อนระอุที่ทาบทับลงบนแผ่นหลังบางผ่านเนื้อผ้าชั้นดีทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและหวาบหวิว แต่ทิฐิและความริษยาที่ยังกรุ่นอยู่ในอก ทำให้เธอจำต้องแผดเสียงใส่เขาเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว
“นายเดินยังไงเนี่ย ถึงได้มาชนฉัน!”
“เปล่าครับ... ถ้าผมตั้งใจชน ผมคงไม่ประคองคุณไว้แบบนี้หรอก” กันตธีร์เลิกคิ้ว นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างสื่อความหมาย มือหนาที่โอบเอวอยู่เริ่มลูบไล้ขึ้นลงช้าๆ
“นี่นาย!!!...หลอกแต๊ะอั๋งฉันเหรอไง ปล่อย!!”
“เปล่านะครับ ผมแค่กลัวว่าคุณจะหัวฟาดพื้นไปต่างหาก... หรือจริงๆ แล้ว คุณอยากให้ผมทำมากกว่านั้นกันล่ะ…หืม์!!?” มุมปากหยักกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งทำให้หญิงสาวโกรธจนตัวสั่น
“เลิกล้มความตั้งใจซะ!” บัวบุษยาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามผลักแผงอกที่แข็งราวกับหินผานั้นออก
“เพื่อนฉันไม่มีทางสนใจผู้ชายอย่างนายหรอก แฟนพิมพ์เค้าทั้งหล่อทั้งรวย ยัยพิมพ์ก็แค่หลอกปั่นหัวนายเล่น ๆ เป็นของแก้เหงาเท่านั้นแหละ อย่าได้คิดเผยอตัวมาเป็นมือที่สาม ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
กันตธีร์ไม่เพียงไม่ปล่อย แต่กลับโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่แก้มเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินผิวละเอียดจนบัวบุษยาต้องเบือนหน้าหนี
“ที่คุณเตือนผม เพราะความหวังดี... หรือเตือนเพราะอิจฉาเพื่อนกันแน่ครับ?” คำถามนั้นเหมือนศรอาบยาพิษที่ปักเข้ากลางใจ บัวบุษยาเม้มริมฝีปากแน่นพยายามหาคำโต้แย้ง แต่สัมผัสรุกรานจากปลายนิ้วที่เขี่ยวนอยู่แถวสะโพกมนกลับทำให้สติของเธอค่อยๆ กระเจิดกระเจิงไปกับไฟราคะที่เขากำลังจุดขึ้นอย่างจงใจ
กันตธีร์ยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาวาวโรจน์ของคนตรงหน้า
“ผมว่า....เพื่อนของคุณอาจจะแค่อยากลองอะไรแปลกๆ ใหม่ๆดูบ้างละมั้ง ดิบ ๆ เถื่อนอย่างผมบางทีมันก็อาจจะเร้าใจเธอก็ได้นะครับ ความรักมันเข้าใจยากนะคุณ...”
“ฉันบอกให้เลิกยุ่งไง! นายไม่ได้ยินหรือยังไง!” บัวบุษยาแผดเสียงสั่นพร่าด้วยความโมโหที่ปิดไม่มิด
“ทำไมครับ... หรือว่าจริงๆ แล้ว คนที่แอบชอบผม ไม่ใช่คุณพิมพ์ แต่เป็นคุณเอง?” เขาแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ยั่วเย้าอารมณ์หญิงสาวให้พุ่งปรี๊ด
“นี่นาย!!!...อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ”
“โอเค ๆ ไม่เล่นลิ้นก็ได้งั้นเรามาแลกลิ้นกันม่ะ?”
“นี่นาย!! อย่ามาลามปามฉันนะ อยากโดนไล่ออกรึยังไง ถึงกล้ามาปากดี”
“ใจเย็น ๆ สิครับ เอ๊ะอ๊ะก็จะไล่ออก”
“เอาเถอะ ถ้าคุณต้องการผมจะสนองให้... เอามั้ย?” เขาทำท่าจะกดจูบลงมาจริงๆ จนบัวบุษยาต้องเบือนหน้าหนีด้วยใจที่เต้นรัวยิ่งกว่ากลองรบ
ความหยาบคายและคำดูถูกเรื่องพนักงานจนๆ ที่หวังจะตกถังข้าวสาร ทำให้เส้นด้ายแห่งความอดทนของกันตธีร์ขาดสะบั้น เขาจ้องมองเรือนร่างอวบอิ่มด้วยสายตาโลมเลียอย่างเปิดเผย จนบัวบุษยาต้องสบถด่าและขู่จะไล่เขาออก
ทว่าในจังหวะที่เธอสะบัดหน้าจะเดินหนี แขนเรียวแข็งแรงกลับกระชากร่างเธอเข้าไปในซอกตึกมืดมิดใกล้ทางหนีไฟ!
“อื้อ!” เสียงร้องถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักร้อนฉ่าบดขยี้ลงบนเรียวปากนุ่มอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่มันคือการสั่งสอนที่เต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อน กันตธีร์บดเบียดร่างกายเข้าหาเธอจนไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน บัวบุษยาพยายามดิ้นรนในตอนแรก แต่รสจูบที่จัดจ้านและจัดเจนของเขากลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอละลายหายไป กลายเป็นความเคลิบเคลิ้มซ่านสยิวไปทั่วทุกอณูผิว
“ชอบผมเองก็บอกมาเถอะ... ไม่ต้องอ้างเพื่อนหรอก” เขาผละออกเพียงนิดเพื่อกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า นัยน์ตาที่วาวโรจน์ในความมืดทำให้บัวบุษยาหายใจติดขัด
“ไปต่อกับผมสิ... ถ้าคุณต้องการผมจริงอย่างที่ร่างกายคุณกำลังฟ้องอยู่ตอนนี้”
“ฉัน... ฉันไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้นนะ” เธอประท้วงเสียงแผ่ว แต่กลับไม่ยอมถอยหนี
“จะไปกับผมตอนนี้หรือให้ผมเข้าไปจีบเพื่อนคุณต่อก็เลือกเอา”
คำขู่แกมบังคับนั้นได้ผล กันตธีร์จูงมือหญิงสาวเดินลิ่วไปยังลานจอดรถ บัวบุษยารู้สึกเหมือนคนกำลังฝันกลางวัน หัวใจเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมา นี่เธอเกลังจะกระโจนลงสู่กองไฟไปกับลูกน้องของพ่ออย่างนั้นหรือ?
“รถคุณจอดตรงไหน...”
“จะพาฉันไปไหนบอกมาก่อน?” เธอถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
“ไปเถอะน่า” ปากบอกไม่ยอม แต่ในใจกลับยอมรับความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอย่างไม่อาจต้านทาน บัวบุษยายอมยื่นกุญแจรถให้เขา พร้อมกับก้าวขึ้นรถมานั่งข้าง ๆ โดยมีวิศวะกรหนุ่มในคราบพนักงานฝ่ายผลิตเป็นคนขับ
ผัวะ!!!..ร่างของตรีภพกระเด็นหวือไปตามแรงกระแทกมหาศาล ราวกับถูกรถบรรทุกชนเข้าอย่างจัง ศีรษะของเขาฟาดเข้ากับเสาปูนอย่างรุนแรงจนเสียงดังสนั่น เลือดสีแดงฉานไหลอาบใบหน้าที่เคยดูดี ทันใดนั้น ร่างของปวินก็ถูกกระชากคอเสื้อจากด้านหลังแล้วเหวี่ยงกระเด็นตามไปติดๆ จนล้มคว่ำไม่เป็นท่า“ไอ้สารเลว...อย่าอยู่เลยมึง!!!!” น้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยโทสะพยาบาทดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ กันตธีร์ ที่ก้าวเข้ามาปานสายฟ้าแลบพายุโทสะชายหนุ่มยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุด กันตธีร์ไม่รอช้าเขาจดจ้องไปยังใบหน้าของตรีภพที่กำลังมึนงง หมัดหนัก ๆ ถูกกระแทกเข้าที่โหนกอย่างแม่นยำและรุนแรงจนหน้าหันในวินาทีที่ตรีภพถูกถีบจนกระเด็นไปกระแทกเสาปูนจนเลือดอาบ ปวินที่กำลังล็อกแขนบัวบุษยาอยู่ถึงกับชะงักด้วยความตกใจ ทันทีที่เขาเห็นว่าเป็นกันตธีร์ เขาก็รีบปล่อยมือจากหญิงสาวแล้วพยายามจะพุ่งเข้าไปขวางทางเพื่อช่วยตรีภพตามสัญชาตญาณของลูกน้องที่หวังประจบเจ้านายใหม่“เฮ้ย! ไอ้กันต์หยุด... อั๊ก!”ปวินยังพูดไม่ทันจบประโยค เท้าขวาตรงของกันตธีร์ก็พุ่งเข้าใส่ยอดอกของเขาอย่างจัง แรงปะทะทำเอาปวินตัวงอเป็นกุ้ง หายใจไม่ออกไปชั่วขณะ กันตธีร์ไม่ปล่อยจังห
หนึ่งเดือนต่อมา...ยามเช้าตรู่ของวันทำงานที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นด้วยความสงบ บัวบุษยาขออนุญาตสามีสุดที่รักเพื่อแวะไปเยี่ยมเยียนบิดาที่บริษัท แต่ก่อนจะไปถึงที่นั่น เธอตั้งใจจะแวะซื้อของใช้ส่วนตัวที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ด้วยความเร่งรีบ ร่างระหงรีบก้าวเข้าไปคว้าสิ่งของจำเป็นที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินลัดเลาะกลับมายังลานจอดรถด้านหลังที่ยังคงเงียบสงัดทันใดนั้น...เท้าของเธอกลับต้องชะงักกึก เลือดในกายพลันชาวูบไปทั้งตัว เมื่อภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือร่างของ ตรีภพ อดีตว่าที่เจ้าบ่าวผู้โฉดชั่ว“สวัสดีครับน้องบัว... เพิ่งแต่งงานใหม่ เป็นไงมีความสุขมั้ย” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำเอาบัวบุษยาตัวแข็งทื่อ ตรีภพยืนพิงรถยนต์คันหรู แววตาที่จ้องมองมานั้นเจ้าเล่ห์และคุกคามอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มหยันของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกงูพิษจ้องจะตะครุบเหยื่อ แต่สิ่งที่ทำให้เธอกังวลยิ่งกว่า คือชายที่ยืนอยู่ข้างกายเขา... ปวิน อดีตลูกน้องคนสนิทของบิดา“คุณตรีภพ! คุณปวิน!” เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับกระชับถุงของใช้ในมือแน่น“สวัสดีครับคุณบัว” ปวินเอ่ยทักทาย สายตาที่เคยมองเธอด้วยความเคารพบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็น
พายุสวาทโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเมื่อพิมพ์ประภาเริ่มบทปรนเปรอด้วยความช่ำชอง เธอส่งความแข็งขืนใหญ่โตของสุเจนเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างทะนุถนอม สลับกับการออกแรงดูดเม้มรุนแรงจนชายหนุ่มแทบจะระเบิดคาปากของเธอ สุเจนเสียวจนแทบขาดใจ ร่างกายแกร่งสั่นสะท้านไปกับจังหวะการชักเข้าออกที่นุ่มนวลแต่ร้อนแรง“อ่า..ซี๊ด!!! พิมพ์จ๋า คุณเก่งจัง... ผมชอบลิ้นของคุณ ชอบปากของคุณ ที่รัก โอ๊ยยย!!”เขาครางเสียงกระเส่าเมื่อลิ้นเล็กวนรอบส่วนหัวที่บวมเป่ง น้ำกามอุ่นใสเริ่มเอ่อซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือน้อยลูบไล้ไปตามมัดกล้ามแกร่ง สุเจนหยัดตัวขึ้นรับสัมผัสจากปลายลิ้นของเธออย่างโหยหา เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่ใช้ปากได้เก่งกาจขนาดนี้มาก่อน ความชำนาญของเธอทำให้เขากลายเป็นเด็กน้อยไร้ประสบการณ์ไปในทันทีเมื่ออารมณ์รักพุ่งถึงขีดสุด สุเจนก็ไม่อาจทนให้เธอปรนเปรอฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป เขาจับตัวมังกรยักษ์มาจ่อที่ปากถ้ำสวาท ลากผ่านจุดอ่อนไหวขึ้นลงจนเกิดเสียงครางระงมไปทั้งห้อง“อ๊ายย คุณเจน อย่าบี้ตรงนั้นของพิมพ์สิคะ... อื้ยยย!!” พิมพ์ประภาเสียวไปถึงสันหลัง กระตุกเกร็งรับแรงบดคลึงจากท่อนเอ็นร้อน“ฟิตจังที่รัก... แน่นอะ” เขาขบกรามแน่
เสียงคลื่นที่ซัดสาดกระทบฝั่งแผ่วเบา ผ้าม่านพลิ้วไหวเข้าสู่ห้องพักริมทะเลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความปรารถนา สุเจนจ้องมองดวงตาที่ฉ่ำปรือของพิมพ์ประภา หัวใจเต้นรัวดั่งกลองศึกที่กำลังจะเข้าสู่สมรภูมิรักมือหนาดึงรูดซิปด้านหลังชุดเดรสออกอย่างชำนาญ ผ้าแพรเนื้อบางร่วงหล่นสู่พื้น เผยให้เห็นเรือนร่างงามตรงหน้าที่ปรากฏแก่สายตาของเขา สุเจนสะกิดเพียงนิด บราสีหวานก็หลุดออกจากเต้านมอวบใหญ่ของหญิงสาว ปทุมถันสองข้างชูชันอย่างท้าทายกลางอากาศ พลันกระตุ้นเลือดในกายให้พลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง“คุณพิมพ์...คุณสวยมากเลยครับ สวยไปทั้งตัวแบบไม่มีที่ติเลย” สุเจนแทบจะละเมอเสียงพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกสัดส่วนโค้งเว้าอย่างหิวโหย ก่อนจะใช้สองมือหนาบีบเคล้นนวลเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างกระหาย สลับส่งเต้าอวบเข้าอุ้งปากร้อนให้ครอบครองทันที“อื้อ...คุณเจน อื้ย อ๊ะ อี๊ยยย... ดูดของพิมพ์เบาสิคะ” พิมพ์ประภาสะท้านเฮือก เธอไม่คิดว่าเขาจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะอยากร่วมรักกับเธอเลยสักนิด ต้องขอบคุณพุฒินันท์สินะ ที่พูดจาต่ำทรามจนไปกระตุ้นความดิบเถื่อนของสุเจนออกมา!สุเจนดูดกินนมอวบราวกับเด็กทารกท
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินกลับที่พัก โรสรินทร์และบัวบุษยา ก็คอยพูดปลอบใจเพื่อนมาตลอดทางจนพิมพ์ประภาหายจากอาการโศกเศร้า พอถึงที่พัก พิมพ์ประภาก็ตัดสินใจเดินไปคุยกับสุเจนแฟนหนุ่มที่เดินเงียบมาตลอดทาง และก็ไม่ยอมแม้แต่จะเดินขึ้นไปยังที่พัก“คุณเจนคะ” พิมพ์ประภาเอ่ยขึ้นด้านหลังของเขา เธอตัดสินใจแล้วว่าควรเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องไปเลย แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา เขาเพียงแต่ยืนนิ่ง ๆ มองออกไปยังชายหาดด้านนอกเท่านั้น“คุณรังเกียจและโกรธพิมพ์มากเลยใช่ไหมคะ”“ครับ” ถ้อยคำที่เอ่ยตอบทำให้หญิงสาวน้ำตาร่วงทันที แขนขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วพยายามพูดต่อไป จะได้เคลียร์กันให้รู้เรื่อง“ไม่เป็นไรค่ะ พิมพ์ไม่ว่าอะไรคุณหรอก เพราะพิมพ์เป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ ” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นเธอเสียใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะค่อยๆ หันหลังเตรียมตัวจะเดินกลับขึ้นห้องไป ด้วยรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ยอมรับอดีตของเธอ แต่พิมพ์ประภาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อถูกแขนแกร่งโอบร่างเธอเอาไว้จากทางด้านหลังทุกคนที่เหลือต่างยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะพากันเดินขึ้นไปห้องใครห้องมัน และปล่อยใ
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น คุณภูมินทร์บิดาของตรีภพก็เดินทางมาเจรจาขายหุ้นให้กับกันตธีร์ จนเขากลายมาเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญในบริษัทของพรตพิพัฒน์และกลายมาเป็นคนสำคัญในชีวิตของลูกสาว พรตพิพัฒน์ยอมให้กันตธีร์แต่งงานกับบุตรสาวเพราะมั่นใจในความรักของกันตธีร์ที่มีต่อบัวบุษยาแต่งงานของบัวบุษยาได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วทุกอย่างก่อนหน้านี้แล้ว จะเปลี่ยนก็แค่เพียงเจ้าบ่าวในงานเท่านั้น และหลังจากส่งตัวทั้งคู่เข้าห้องหอก็เป็นอันสิ้นพิธีการทั้งหมด“ผมขอบคุณมาก ขอบคุณจริง ๆ ที่คุณเห็นแก่ความรักของเด็ก ๆ ทั้งสอง” วุฒิไกรกล่าวขึ้นกับพรตพิพัฒน์หลังส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าห้องหอเสร็จเรียบร้อยแล้ว“ผมก็ขอบคุณเช่นกันครับ” พรตพิพัฒน์ตอบ“ผมดีใจที่ลูกชายผมได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ถ้าคุณอยากได้ลูกสาวเอาไว้ช่วยงานจริง ๆ ผมก็ไม่ขัดที่จะให้หนูบัวอยู่ช่วยงานคุณที่นี่” วุฒิไกรกล่าวขึ้นเขายอมทุกอย่างเพื่อความสุขของลูก“หื้อ!!!..คุณก็..อย่าไปแยกเค้าทั้งสองเลยครับ ผมมีคนช่วยอยู่แล้ว” เขายิ้มกว้างและเหลือบไปมองทางรุจิกานต์ที่ยืนอยู่“มองอะไรคะคุณพรต กานต์คงช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกนะคะ ไม่ต้องมาขอร้อง”“ผมก็ไม่ได้ให้คุณมาช่ว







