Masukร่างสูงโปร่งของกันตธีร์ก้าวเข้ามาหยุดที่โต๊ะโซนวีไอพี กลิ่นอายความดิบเถื่อนที่ผสมปนเปกับความสง่างามทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะดูอึดอัดและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่ทำเป็นเมินมองไปทางอื่น
“สวัสดีครับผมกันตธีร์...เรียกว่ากันต์เฉย ๆ ก็ได้ครับ เมื่อช่วงเย็นผมต้องขออภัยที่ทำให้คุณอารมณ์เสียนะครับ” เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้น
“อ๋อ!... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องเล็กน้อยแค่นั้นเพื่อนฉันลืมไปหมดแล้ว” พิมพ์ประภารีบบอกแทนเพื่อน ก่อนจะหันไปสะกิดบัวบุษยา
“เชิญนั่งก่อนค่ะคุณกันต์ จะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ เดี๋ยวพิมพ์สั่งให้” พิมพ์ประภารีบฉวยโอกาสแทรกกลาง เธอจงใจขยับตัวเว้นที่ว่างข้างๆ พลางส่งสายตาหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่ม กันตธีร์ลอบยิ้มร้ายในใจ เขาอ่านเกมออกว่าเพื่อนสาวคนนี้กำลังแกล้งจีบเขาเพื่อแหย่บัวบุษยา และเขาก็ยินดีเหลือเกินที่จะเล่นไปตามน้ำเพื่อดัดหลังคุณหนูจอมพยศ
“ฉันเพิ่งรู้นะว่าคุณทำงานที่บริษัทของคุณพ่อด้วย” หลังจากจิบไวน์ไปได้สักพัก บัวบุษยาก็เริ่มเปิดประเด็นพลางปรายตามองชุดที่เขาใส่
“ผมทำมาได้เดือนกว่า ๆ แล้วครับ... แต่คุณคงไม่ทันสังเกตเอง” คำตอบเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยการจิกกัด ทำเอาบัวบุษยาหน้าชาเธอรีบสลัดความโมโหทิ้งไปก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ
“นานๆ ฉันถึงจะเข้าไปที่บริษัทค่ะ แต่ช่วงนี้ก็ต้องไปบ่อยหน่อยเพราะฉันไปฝึกงานที่นั่น”
“อ้อ... ยังเรียนอยู่เหรอครับ?” กันตธีร์เลิกคิ้ว แสร้งทำเป็นแปลกใจ
“ค่ะ... ปี 4 แล้ว ฝึกงานเสร็จก็จบพอดี”
“คุณกันต์มาเที่ยวบ่อยไหมคะ พิมพ์อยากเจอคุณบ่อยๆ จัง” พิมพ์ประภาขยับเข้ามาชิดจนต้นแขนเบียดกับหัวไหล่แกร่งของเขา กันตธีร์ไม่ถอยหนี แต่กลับหันไปสบตาหล่อนด้วยสายตาเจ้าชู้ที่ชวนให้ใจละลาย
“นานๆ ทีครับ... แต่ถ้าคุณพิมพ์อยากเจอ ผมคงต้องมาบ่อย ๆ แล้วล่ะครับ” บัวบุษยาที่นั่งฟังอยู่ถึงกับฉุนขึ้นมา เธอกระแทกแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปึก
“คุณก็หัดเตือนเพื่อนคุณบ้างนะคะ หัวหน้าฝ่ายผลิตคนใหม่ที่จะมาเดือนหน้าเห็นว่าเคี้ยวลากดินมาก ระวังจะโดนไล่ออกกันทั้งแก๊ง!”
“ขอบคุณที่เตือนครับคุณบัว...” กันตธีร์หันมายิ้มให้เธอ ก่อนจะหันไปหาพิมพ์ประภาอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณสำหรับเหล้าแก้วนี้นะครับคุณพิมพ์... ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขายื่นมือแกร่งไปสัมผัสมือเรียวบางของพิมพ์ประภา ลูบไล้เบาๆ อย่างจงใจ ท่ามกลางสายตาไฟลุกของบัวบุษยา ชายหนุ่มขยับเข้าไปนั่งชิดพิมพ์ประภาจนไม่มีช่องว่าง แกล้งกระซิบกระซาบคุยกันอย่างกะหนุงกะหนิงจนบัวบุษยาทนไม่ไหว
“ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ ปวดฉี่!” เธอโพล่งขึ้นแล้วลุกเดินกระแทกส้นเท้าออกไปทันที
กันตธีร์มองตามร่างระหงในชุดเดรสสั้นด้วยสายตาผู้ชนะ ก่อนจะขอตัวไปห้องน้ำเช่นกัน ทิ้งให้สองสาวที่โต๊ะวิจารณ์กันอย่างเมามัน
“ชอบเขาแต่ไม่กล้าจีบ เพื่อนเรานี่มันแปลกคนจริงๆ” โรสรินทร์ส่ายหัว
“ก็คุณกันต์เค้าเป็นพนักงานในบริษัทของพ่อยัยบัวไง จีบลูกน้องพ่อตัวเองมันก็ดูจะเสียการปกครองมั้ง” พิมพ์ประภาตอบพลางหยิบกระจกขึ้นมาเติมลิปสติก
“แต่คุณกันต์นี่ก็ร้ายนะ นั่งจีบแกเพื่อยั่วให้ไอ้บัวมันหึงแท้ๆ”
“ไม่รู้สิ... รึเค้าอาจจะมีใจให้ฉันจริงๆ ก็ได้นะใครจะรู้” พิมพ์ประภาเหยียดยิ้ม
“ถ้าไอ้บัวมันไม่เอาจริงๆ ฉันก็ขอสัมปทานต่อแล้วกัน หล่อระดับพรีเมียมขนาดนี้ปล่อยหลุดมือไปเสียดายแย่”
“อ้าว แล้วพี่ตฤณล่ะ แกจะเอาเขาไปไว้ไหน?”
“ทีเขายังมีคนอื่นได้ ทำไมฉันจะมีบ้างไม่ได้ล่ะ” พิมพ์ประภาตอบอย่างไม่แคร์สายตาใคร
ผัวะ!!!..ร่างของตรีภพกระเด็นหวือไปตามแรงกระแทกมหาศาล ราวกับถูกรถบรรทุกชนเข้าอย่างจัง ศีรษะของเขาฟาดเข้ากับเสาปูนอย่างรุนแรงจนเสียงดังสนั่น เลือดสีแดงฉานไหลอาบใบหน้าที่เคยดูดี ทันใดนั้น ร่างของปวินก็ถูกกระชากคอเสื้อจากด้านหลังแล้วเหวี่ยงกระเด็นตามไปติดๆ จนล้มคว่ำไม่เป็นท่า“ไอ้สารเลว...อย่าอยู่เลยมึง!!!!” น้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยโทสะพยาบาทดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ กันตธีร์ ที่ก้าวเข้ามาปานสายฟ้าแลบพายุโทสะชายหนุ่มยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุด กันตธีร์ไม่รอช้าเขาจดจ้องไปยังใบหน้าของตรีภพที่กำลังมึนงง หมัดหนัก ๆ ถูกกระแทกเข้าที่โหนกอย่างแม่นยำและรุนแรงจนหน้าหันในวินาทีที่ตรีภพถูกถีบจนกระเด็นไปกระแทกเสาปูนจนเลือดอาบ ปวินที่กำลังล็อกแขนบัวบุษยาอยู่ถึงกับชะงักด้วยความตกใจ ทันทีที่เขาเห็นว่าเป็นกันตธีร์ เขาก็รีบปล่อยมือจากหญิงสาวแล้วพยายามจะพุ่งเข้าไปขวางทางเพื่อช่วยตรีภพตามสัญชาตญาณของลูกน้องที่หวังประจบเจ้านายใหม่“เฮ้ย! ไอ้กันต์หยุด... อั๊ก!”ปวินยังพูดไม่ทันจบประโยค เท้าขวาตรงของกันตธีร์ก็พุ่งเข้าใส่ยอดอกของเขาอย่างจัง แรงปะทะทำเอาปวินตัวงอเป็นกุ้ง หายใจไม่ออกไปชั่วขณะ กันตธีร์ไม่ปล่อยจังห
หนึ่งเดือนต่อมา...ยามเช้าตรู่ของวันทำงานที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นด้วยความสงบ บัวบุษยาขออนุญาตสามีสุดที่รักเพื่อแวะไปเยี่ยมเยียนบิดาที่บริษัท แต่ก่อนจะไปถึงที่นั่น เธอตั้งใจจะแวะซื้อของใช้ส่วนตัวที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ด้วยความเร่งรีบ ร่างระหงรีบก้าวเข้าไปคว้าสิ่งของจำเป็นที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินลัดเลาะกลับมายังลานจอดรถด้านหลังที่ยังคงเงียบสงัดทันใดนั้น...เท้าของเธอกลับต้องชะงักกึก เลือดในกายพลันชาวูบไปทั้งตัว เมื่อภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือร่างของ ตรีภพ อดีตว่าที่เจ้าบ่าวผู้โฉดชั่ว“สวัสดีครับน้องบัว... เพิ่งแต่งงานใหม่ เป็นไงมีความสุขมั้ย” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำเอาบัวบุษยาตัวแข็งทื่อ ตรีภพยืนพิงรถยนต์คันหรู แววตาที่จ้องมองมานั้นเจ้าเล่ห์และคุกคามอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มหยันของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกงูพิษจ้องจะตะครุบเหยื่อ แต่สิ่งที่ทำให้เธอกังวลยิ่งกว่า คือชายที่ยืนอยู่ข้างกายเขา... ปวิน อดีตลูกน้องคนสนิทของบิดา“คุณตรีภพ! คุณปวิน!” เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับกระชับถุงของใช้ในมือแน่น“สวัสดีครับคุณบัว” ปวินเอ่ยทักทาย สายตาที่เคยมองเธอด้วยความเคารพบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็น
พายุสวาทโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเมื่อพิมพ์ประภาเริ่มบทปรนเปรอด้วยความช่ำชอง เธอส่งความแข็งขืนใหญ่โตของสุเจนเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างทะนุถนอม สลับกับการออกแรงดูดเม้มรุนแรงจนชายหนุ่มแทบจะระเบิดคาปากของเธอ สุเจนเสียวจนแทบขาดใจ ร่างกายแกร่งสั่นสะท้านไปกับจังหวะการชักเข้าออกที่นุ่มนวลแต่ร้อนแรง“อ่า..ซี๊ด!!! พิมพ์จ๋า คุณเก่งจัง... ผมชอบลิ้นของคุณ ชอบปากของคุณ ที่รัก โอ๊ยยย!!”เขาครางเสียงกระเส่าเมื่อลิ้นเล็กวนรอบส่วนหัวที่บวมเป่ง น้ำกามอุ่นใสเริ่มเอ่อซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือน้อยลูบไล้ไปตามมัดกล้ามแกร่ง สุเจนหยัดตัวขึ้นรับสัมผัสจากปลายลิ้นของเธออย่างโหยหา เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่ใช้ปากได้เก่งกาจขนาดนี้มาก่อน ความชำนาญของเธอทำให้เขากลายเป็นเด็กน้อยไร้ประสบการณ์ไปในทันทีเมื่ออารมณ์รักพุ่งถึงขีดสุด สุเจนก็ไม่อาจทนให้เธอปรนเปรอฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป เขาจับตัวมังกรยักษ์มาจ่อที่ปากถ้ำสวาท ลากผ่านจุดอ่อนไหวขึ้นลงจนเกิดเสียงครางระงมไปทั้งห้อง“อ๊ายย คุณเจน อย่าบี้ตรงนั้นของพิมพ์สิคะ... อื้ยยย!!” พิมพ์ประภาเสียวไปถึงสันหลัง กระตุกเกร็งรับแรงบดคลึงจากท่อนเอ็นร้อน“ฟิตจังที่รัก... แน่นอะ” เขาขบกรามแน่
เสียงคลื่นที่ซัดสาดกระทบฝั่งแผ่วเบา ผ้าม่านพลิ้วไหวเข้าสู่ห้องพักริมทะเลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความปรารถนา สุเจนจ้องมองดวงตาที่ฉ่ำปรือของพิมพ์ประภา หัวใจเต้นรัวดั่งกลองศึกที่กำลังจะเข้าสู่สมรภูมิรักมือหนาดึงรูดซิปด้านหลังชุดเดรสออกอย่างชำนาญ ผ้าแพรเนื้อบางร่วงหล่นสู่พื้น เผยให้เห็นเรือนร่างงามตรงหน้าที่ปรากฏแก่สายตาของเขา สุเจนสะกิดเพียงนิด บราสีหวานก็หลุดออกจากเต้านมอวบใหญ่ของหญิงสาว ปทุมถันสองข้างชูชันอย่างท้าทายกลางอากาศ พลันกระตุ้นเลือดในกายให้พลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง“คุณพิมพ์...คุณสวยมากเลยครับ สวยไปทั้งตัวแบบไม่มีที่ติเลย” สุเจนแทบจะละเมอเสียงพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกสัดส่วนโค้งเว้าอย่างหิวโหย ก่อนจะใช้สองมือหนาบีบเคล้นนวลเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างกระหาย สลับส่งเต้าอวบเข้าอุ้งปากร้อนให้ครอบครองทันที“อื้อ...คุณเจน อื้ย อ๊ะ อี๊ยยย... ดูดของพิมพ์เบาสิคะ” พิมพ์ประภาสะท้านเฮือก เธอไม่คิดว่าเขาจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะอยากร่วมรักกับเธอเลยสักนิด ต้องขอบคุณพุฒินันท์สินะ ที่พูดจาต่ำทรามจนไปกระตุ้นความดิบเถื่อนของสุเจนออกมา!สุเจนดูดกินนมอวบราวกับเด็กทารกท
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินกลับที่พัก โรสรินทร์และบัวบุษยา ก็คอยพูดปลอบใจเพื่อนมาตลอดทางจนพิมพ์ประภาหายจากอาการโศกเศร้า พอถึงที่พัก พิมพ์ประภาก็ตัดสินใจเดินไปคุยกับสุเจนแฟนหนุ่มที่เดินเงียบมาตลอดทาง และก็ไม่ยอมแม้แต่จะเดินขึ้นไปยังที่พัก“คุณเจนคะ” พิมพ์ประภาเอ่ยขึ้นด้านหลังของเขา เธอตัดสินใจแล้วว่าควรเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องไปเลย แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา เขาเพียงแต่ยืนนิ่ง ๆ มองออกไปยังชายหาดด้านนอกเท่านั้น“คุณรังเกียจและโกรธพิมพ์มากเลยใช่ไหมคะ”“ครับ” ถ้อยคำที่เอ่ยตอบทำให้หญิงสาวน้ำตาร่วงทันที แขนขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วพยายามพูดต่อไป จะได้เคลียร์กันให้รู้เรื่อง“ไม่เป็นไรค่ะ พิมพ์ไม่ว่าอะไรคุณหรอก เพราะพิมพ์เป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ ” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นเธอเสียใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะค่อยๆ หันหลังเตรียมตัวจะเดินกลับขึ้นห้องไป ด้วยรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ยอมรับอดีตของเธอ แต่พิมพ์ประภาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อถูกแขนแกร่งโอบร่างเธอเอาไว้จากทางด้านหลังทุกคนที่เหลือต่างยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะพากันเดินขึ้นไปห้องใครห้องมัน และปล่อยใ
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น คุณภูมินทร์บิดาของตรีภพก็เดินทางมาเจรจาขายหุ้นให้กับกันตธีร์ จนเขากลายมาเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญในบริษัทของพรตพิพัฒน์และกลายมาเป็นคนสำคัญในชีวิตของลูกสาว พรตพิพัฒน์ยอมให้กันตธีร์แต่งงานกับบุตรสาวเพราะมั่นใจในความรักของกันตธีร์ที่มีต่อบัวบุษยาแต่งงานของบัวบุษยาได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วทุกอย่างก่อนหน้านี้แล้ว จะเปลี่ยนก็แค่เพียงเจ้าบ่าวในงานเท่านั้น และหลังจากส่งตัวทั้งคู่เข้าห้องหอก็เป็นอันสิ้นพิธีการทั้งหมด“ผมขอบคุณมาก ขอบคุณจริง ๆ ที่คุณเห็นแก่ความรักของเด็ก ๆ ทั้งสอง” วุฒิไกรกล่าวขึ้นกับพรตพิพัฒน์หลังส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าห้องหอเสร็จเรียบร้อยแล้ว“ผมก็ขอบคุณเช่นกันครับ” พรตพิพัฒน์ตอบ“ผมดีใจที่ลูกชายผมได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ถ้าคุณอยากได้ลูกสาวเอาไว้ช่วยงานจริง ๆ ผมก็ไม่ขัดที่จะให้หนูบัวอยู่ช่วยงานคุณที่นี่” วุฒิไกรกล่าวขึ้นเขายอมทุกอย่างเพื่อความสุขของลูก“หื้อ!!!..คุณก็..อย่าไปแยกเค้าทั้งสองเลยครับ ผมมีคนช่วยอยู่แล้ว” เขายิ้มกว้างและเหลือบไปมองทางรุจิกานต์ที่ยืนอยู่“มองอะไรคะคุณพรต กานต์คงช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกนะคะ ไม่ต้องมาขอร้อง”“ผมก็ไม่ได้ให้คุณมาช่ว







