Masuk“คนหวงมันจำเป็นต้องรักด้วยรึไง” (ตุลย์×หลิน) (รุ่นลูกจากเรื่องทาสรักเมียเด็ก)
Lihat lebih banyakคำเตือน
เนื้อหาในนิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป อาจมีภาพและเนื้อหารุนแรง การใช้ถ้อยคำหยาบคายเกินไปซึ่งไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่านเท่านั้น ตัวละคร สถานที่ ล้วนไม่มีอยู่จริง โปรดอ่านด้วยความบันเทิง หากมีขาดตกบกพร่องประการใด
ต้องกราบขออภัยด้วยค่ะ
แวะอ่านทำความเข้าใจอีกสักนิดนะคะนักอ่านที่รัก
นิยายเรื่องนี้เราใช้การบรรยายเรียบง่ายและมีคำหยาบคาย ใช้กู มึง และคำอื่นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน
สถานที่และเนื้อหาในนิยายเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น จริงบ้างไม่จริงบ้างค่ะ
เนื้อหานิยายเพื่ออรรถรสไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ หรือดูหมิ่นให้เสื่อมเสียใดๆ ทั้งสิ้น
เหมาะสำหรับผู้หื่นที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำ
นิยายเรื่องนี้เขียนเพื่อคลายเครียดนะคะ สมจริงบ้าง ไม่สมจริงบ้าง เนื้อหาไม่สั้นไม่ยาว ใช้ภาษาบ้านๆ เน้นอ่านสบายๆ และอ่านเข้าใจง่ายค่ะ
เพราะฉะนั้นงดมีดราม่าน้า
เกริ่นนำ
ภายในบ้าน
“หลิน นี่พ่อพี่” เด็กชายเอ่ยบอก
“สวัสดีค่ะคุณลุง” เด็กหญิงยกมือไหว้แบบมีมารยาทแล้วปั้นหน้ายิ้ม เธอไม่รู้ว่าตัวเธอนั้นมาทำอะไรที่นี่ในวันนี้ รู้แค่ว่าหนุ่มรุ่นพี่ขอร้องให้มาก็เลยมา
“สวัสดีค่ะ ว่าแต่หนูชื่ออะไร” คนรุ่นพ่อเอ่ยถามเด็กหญิงที่ลูกชายพามา แม้เขาจะรู้ชื่อของเธอแล้วแต่ว่าอยากถามอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ
“ชื่อหลินค่ะ”
“อายุ”
“สิบสามค่ะ”
“…” คนถามอมยิ้มเมื่อรู้สึกว่าลูกชายตนเองนั้นตาถึงมาก เขาสัมผัสได้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ดูเป็นคนดีทั้งภายในและภายนอก หน้าตาสวยตั้งแต่เด็ก การวางตัวต่อหน้าผู้ใหญ่ค่อนข้างดี “ลุงชื่อเตย์นะ เป็นพ่อของเจ้าตุลย์”
“ค่ะคุณลุง”
“พ่อพูดสิ” ตุลย์ย้ำกับผู้เป็นพ่อ เขาอยากให้เข้าเรื่องเลย
“ขอโทษที่ลุงต้องเสียมารยาทถามนะ ตอนนี้ที่บ้านกำลังมีปัญหาใช่มั้ย”
“ค่ะ แต่ว่าเรื่องเล็กน้อยค่ะคุณลุง”
“เล็กน้อยบ้าอะไร ป๊ากำลังจะขายหลินให้ซ่องไม่ใช่รึไง” ตุลย์ท้วงขึ้นหน้าตาตื่นแล้วจับแขนรุ่นน้อง “ไม่ต้องเกรงใจเลย พ่อพี่ช่วยได้นะหลิน”
“หนูเกรงใจค่ะ” หลินดูเกรงอกเกรงใจ เธอไม่อาจริที่จะให้คนนอกมาช่วยได้ เนื่องจากป๊าเธอเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้น และเธอก็ต้องยอมทำตามคำสั่งอย่างไม่มีข้อแม้
“ลุงยินดีช่วย อยู่ที่หนูว่าจะยอมให้ลุงช่วยรึเปล่า”
“…” เด็กหญิงครุ่นคิด
“เอาน่า อย่าคิดมาก” ตุลย์ยกยิ้มแล้ววางมือบนไหล่ของคนรุ่นน้อง
“แต่เงินมันค่อนข้างมีจำนวนมากเลยค่ะ”
“อันนั้นไม่มีปัญหา”
“หนูไม่อาจรับไว้ฟรีๆ ได้หรอกค่ะคุณลุง อย่างน้อยต้องทดแทนอะไรกลับได้บ้าง หรือไม่ระหว่างนี้หนูจะหางานพาร์ทไทม์ทำเพื่อเอาเงินมาทยอยคืนคุณลุงค่ะ”
“ไม่เลยลูก ไม่ต้องหาอะไรมาคืนลุงหรอก ถือซะว่าลุงตอบแทนที่หนูช่วยทำการบ้านให้เจ้าตุลย์มันแล้วกัน”
“หนูเต็มใจค่ะ”
“ลุงก็เต็มใจช่วยหนู” ฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนศีรษะเล็กแล้วลูบแผ่วเบา “พาลุงไปบ้านหนูได้มั้ย”
“ได้ค่ะ แต่บ้านหนูคับแคบนะคะ”
“ไม่เป็นไรลูก”
“หนูต้องกราบขอบคุณมากๆ เลยค่ะ” เด็กหญิงก้มกราบเท้าคนรุ่นพ่ออย่างซาบซึ้ง เหมือนชีวิตเธอกลับมาสดใสอีกครั้งหลังจากที่หม่นหมองมาหลายวันเนื่องจากก่อนหน้ากำลังจะถูกส่งไปขายตัว
“…” ตุลย์มองดูอย่างเอ็นดู
“ไปกันเถอะลูก” เตย์รับไหว้แล้วเตรียมตัวจะไปบ้านของหลินเพื่อช่วยเหลือและพูดคุยกับพ่อของเธอ
เวลาต่อมา
ภายในบ้านหลังคับแคบ เป็นสไตล์คนจีนสภาพดูโทรมมาก เตย์นั่งลงอยู่ที่พื้นพร้อมกับตุลย์ผู้เป็นลูกชาย
ส่วนหลินเดินถือน้ำมาเสิร์ฟพร้อมกับคนมากอายุหรือที่เธอเรียกว่าอาม่า
“น้ำจ้ะ” อาม่ายื่นแก้วน้ำให้แขก
“ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณครับอาม่า”
สองคนพ่อลูกรับน้ำมาแล้วเอ่ยขอบคุณก่อนจะกระดกดื่มพอเป็นมารยาทเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจเจ้าของบ้าน
“หลินเล่าให้ฉันฟังแล้วล่ะ ไอ้ฉันก็เกรงใจมากๆ เลยล่ะ อีกทั้งยังรู้สึกไม่ดีที่…” อาม่าหยุดพูดแล้วดึงตัวหลานสาวมาโอบกอด “สงสารหลานจริงๆ เชียว”
“ผมยินดีครับอาม่า ไม่ต้องคิดมากนะครับ” เตย์เอื้อมไปจับมืออาม่าแล้วลูบแผ่วเบา “ตอนนี้ผมอยากเจอพ่อของหลิน เขาอยู่ที่ไหนครับ”
“นู่น มันก็คงจะไปขลุกอยู่ที่บ่อนการพนันนั่นแหละ วันๆ มันทำอะไรที่ไหน ดีแต่ผลาญเงิน ล่าสุดลูกสาวคนโตมันก็หนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว”
“อะไรนะครับ!” ตุลย์ถามเสียงดังอย่างลืมตัว “เหมยไปไหนครับอาม่า”
“หนีไปอยู่กับแม่แล้วล่ะ”
“แล้วทำไมหลินถึง…” เตย์กำลังจะถามในสิ่งที่ข้องใจแต่ก็ต้องชะงักเมื่ออาม่าดันตอบให้ก่อน
“คนละแม่กันน่ะ แต่พ่อเดียวกัน แม่เหมยอยู่ต่างจังหวัด ส่วนแม่หลินเนี่ย เสียด้วยโรคมะเร็งไปหลายปีแล้วล่ะ”
“…”
“งั้นผมรบกวนอาม่าช่วยพาไปหาพ่อของหลินทีจะได้มั้ยครับ”
“ได้สิ”
“ครับ ส่วนตุลย์รอพ่อที่นี่ อยู่เป็นเพื่อนหลิน”
“ครับพ่อ”
และผู้ใหญ่ก็พากันออกจากบ้านไป
ตุลย์นั่งอยู่กับหลิน ทั้งสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน
“หลิน”
“ว่าไง”
“เหมยไปอยู่กับแม่จริงปะ”
“จริง ทำไมเหรอ”
“เปล่า ก็แค่แปลกใจน่ะ”
“แล้วพี่สองคนเรียนอยู่ห้องเดียวกันไม่เคยคุยกันเหรอ เจ้เหมยน่าจะลาเพื่อนๆ ไว้แล้ว”
“ก็ไม่เห็นจะบอกพี่นี่นา”
“เดี๋ยวก็กลับมา”
“จริงอะ” สีหน้าตุลย์ดูมีความหวัง
“อื้ม” หลินเองก็ลำบากใจที่จะต้องโกหกแทนผู้เป็นพี่สาว จริงๆ แล้วเหมยนั้นไม่ได้หนีไปอยู่กับแม่หรอก เธอไปอยู่กับแฟนหนุ่มต่างหาก อายุเหมยเพียงสิบแปดปีเท่านั้น ส่วนฝั่งแฟนนั้นยี่สิบปลายๆ แต่จะพูดอะไรได้ คนจะไปอะไรก็ห้ามไว้ไม่ได้ แม้กระทั้งอาม่าที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กนั้นเหมยยังไม่ฟังเลย
“โอเค โล่งใจ” ตุลย์ลอบถอนหายใจโล่งอก
“ทำไม พี่ชอบเจ้เหมยเหรอ?”
“บ้า…”
“นึกว่าชอบเจ้เหมย”
“ว่าแต่เราเหอะ จะเอาไงต่อถ้าพ่อพี่ช่วยสำเร็จ”
“ก็คงต้องถามอาม่าก่อน หลินยังเด็ก ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ด้วยตัวเอง”
“ไปอยู่ที่อื่น เอาอาม่าไปด้วย เดี๋ยวพี่จะบอกกับพ่อพี่ให้ พ่อพี่อะมีบัตรวีไอพี”
“บัตรวีไอพีเหรอ?”
“ใช่ บัตรนี้มันเหนือกว่าพวกแบล็กการ์ดอีกนะ คนที่มีบัตรวีไอพีอะมีไม่กี่คน และพ่อพี่คือหนึ่งในไม่กี่คนนั้น”
“แล้วมันทำอะไรได้บ้าง?”
“ทุกอย่าง แค่มีบัตรวีไอพีอยากทำอะไรก็ได้หมด ไปที่ไหนแค่ชูบัตรนี่มีแต่คนก้มหัวและดูแลเป็นอย่างดี” ฟังดูเหมือนเวอร์ หากแต่ว่านั่นเป็นเรื่องจริง ตุลย์เคยเห็นพ่อของตนใช้บัตรวีไอพีแล้วมีคนเข้ามาประคบประหงมดุจเราเป็นพระเจ้า
“จริงเหรอ ดีจัง”
“ใช่มันดี และพ่อพี่มีถึงสองใบ ใบหนึ่งอยู่กับแม่ ส่วนอีกใบอยู่กับพ่อ แต่พ่อบอกว่าถ้าพี่บรรลุนิติภาวะเมื่อไหร่พ่อจะยกของพ่อให้”
“โฮ อิจฉาจัง”
และเด็กทั้งสองคนก็พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งผู้ใหญ่กลับมา
“เก็บของซะหลิน” อาม่าบอกกับหลานสาวทันทีที่กลับมาถึง
“เก็บของเหรอม่า?” หลินงง เธอมองหน้าอาม่าสลับกลับมองคุณลุงเตย์ ทำไมอยู่ๆ ถึงต้องเก็บข้าวของด้วยล่ะ
“ใช่ หนูกับอาม่าจะไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่” เตย์บอกกับเด็กหญิงแล้วสะกิดตัวลูกชายให้ช่วยกันเก็บข้าวของที่จำเป็น
“คะ บ้านหลังใหม่?” หลินยังคงงุนงง ไปอยู่บ้านหลังใหม่อย่างนั้นเหรอ แล้วป๊าเธอล่ะ?
“ไปๆ อย่าถามอะไรมาก มันจะเสียเวลาเสียการเสียงานคุณลุงเขานะหลิน” อาม่าบอกกับหลาน ท่านได้คุยกับเตย์เรียบร้อยแล้วว่าหลังจากนี้จะไปอยู่ในความดูแลของเขา อาม่าอยากให้หลินมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ส่วนลูกเขยสาระเลวนั่นมันได้เงินก็ไม่สนใจอะไรแล้วล่ะ เสวยสุขอยู่กับการพนัน
“ค่ะม่า”
“มาเดี๋ยวพี่ช่วย” ตุลย์อาสาช่วยหลินเก็บของ
ส่วนเตย์เองก็ช่วยอาม่าเก็บของเฉพาะที่จำเป็น อย่างอื่นเอาไว้ซื้อใหม่ได้ เขาได้คิดไว้ในใจแล้วว่าจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้หลินกับอาม่า แต่อาจจะใช้เวลานานหน่อย ระหว่างนี้ก็จะให้ทั้งสองอยู่ร่วมบ้านกับครอบครัวตนไปก่อน การช่วยครั้งนี้ไม่คิดอะไรมากมาย แค่อยากช่วยคนที่อยู่ในช่วงเวลาตกต่ำเท่านั้น แม้จะรวยมาตั้งแต่เกิดเขาก็รับรู้ว่าชีวิตแบบนี้มันเฮงซวยแค่ไหน
“ขอบคุณมากๆ เลยนะ อาม่าไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจและยินดีมากๆ”
เจ็ดปีต่อมา
จากวันนั้นจวบจนวันนี้หลินอายุครบยี่สิบปีเต็มพอดิบพอดี ชีวิตเธอและอาม่าดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้รับการช่วยเหลือและดูแลจากผู้มีพระคุณอย่างเตย์
“หลิน”
“คะม่า”
“เหมยส่งอะไรมา ม่าอ่านไม่ค่อยออก อ่านออกแค่ชื่อเหมยอะไรนี่แหละ” อาม่ายื่นแผ่นกระดาษให้หลานสาว
หลินรับกระดาษแผ่นนั้นมาก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
‘การ์ดเชิญไปงานแต่งงาน’
พี่สาวเธอหายหน้าหายตาไปเจ็ดปี ข่าวคราวไม่เคยส่งมาบอก เบอร์โทร.ก็มีแต่ไม่คิดที่จะติดต่อ แต่ไหงวันนี้กลับส่งการ์ดงานแต่งมาได้ล่ะ
“ม่าไปเอามาจากไหนคะ”
“เห็นอาตุลย์บอกว่าเหมยส่งมาให้เพื่อนๆ น่ะ ยัยหลานคนนี้นี่นะ ม่าหัวโด่ทั้งคนไม่เคยเห็นหัวกันเลย ไม่คิดถึงกันบ้างรึไง” อาม่าบ่นกระปอดกระแปด
“แสดงว่าอันนี้เฮียตุลย์เอามาให้เหรอคะ” เธอเรียกตุลย์จากพี่เป็นเฮีย เพราะอาม่าสั่งให้เรียกเฮีย มันดูสนิทสนมกันมากกว่าเรียกพี่
“ใช่ ตอนนี้อาตุลย์นั่งอยู่สวนหน้าบ้านน่ะ เห็นว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับหลินด้วย”
“ค่ะ งั้นหลินขอตัวแป๊บนะม่า”
“ไปๆ ลูก ม่าว่าจะนั่งพักแป๊บ”
หลินเดินออกมานอกบ้านเพื่อหาคนที่รอเธออยู่ก่อนหน้า เมื่อเห็นเขายืนอยู่เธอก็เอ่ยเรียก “เฮียตุลย์…”
“หลิน…”
“เฮียตุลย์มี...”
“แต่งงานกับเฮียมั้ย” ตุลย์โพล่งถามแล้วเดินเข้ามาพร้อมกับหยิบแหวนแต่งงานออกมาโชว์ตรงหน้า
“อะไรกันเฮีย คือ…”
“แต่งมั้ย”
“กะ…ก็ได้” หลินงงไปหมด เธอไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็ตอบตกลงเพราะเธอเองก็แอบชอบตุลย์มานานแล้ว นานถึงเจ็ดปี...
“ยังไม่รู้เลยค่ะ อาจจะ”“แล้วเฮียจะตามจีบหลินยังไง”ตุลย์ก็อยากจะตามไปนั่นแหละแต่ติดที่งานตอนนี้ค่อนข้างเยอะ และคิดว่าพ่อเขาคนเดียวคงจะดูแลไม่ไหวแน่นอน“ไม่รู้สิ ถ้าเฮียมีความสามารถก็คงจะหาทางจีบหลินได้แหละ” หลินเชื่อว่าคนอย่างตุลย์ไม่ธรรมดา ต่อให้ไกลแค่ไหนเขาก็หาทางจีบเธอได้แน่นอน“นั่นสิ เฮียต้องหาทางจีบหลินได้อยู่แล้ว” มือใหญ่เอื้อมไปจับแก้มของคนตรงหน้าแล้วลูบแผ่วเบา “หลังจากนี้ยิ้มเยอะๆ นะ หลินเหมาะกับรอยยิ้มมากๆ”“อื้ม” หลินยกยิ้มแล้วมองหน้าตุลย์ “เฮียก็ยิ้มเยอะๆ นะ เพราะคนทุกคนเหมาะกับรอยยิ้มอยู่แล้ว”“โอเค เฮียจะยิ้มทุกวัน”“ไปกันดีกว่า น้องติณณ์น่าจะรอแม่แล้ว อีกอย่างหลินต้องไปเก็บกระเป๋าด้วย”“บินเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะ”“งั้นขอกอดให้ชื่นใจสักทีนะ” คว้าคนตัวเล็กมากอดไว้แน่นสองเดือนต่อมาประเทศxxxหิมะด้านนอกตกอย่างต่อเนื่อง หลินพาลูกชายตัวน้อยนั่งปั้นสโนว์แมนหรือตุ๊กตาหิมะอยู่หน้าบ้านพักอย่างสนุกสนานตามประสาแม่ลูก พอดีร้านเบเกอรีไม่ได้เปิดมาหลายวันเนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างขาดตลาดเลยไม่สามารถทำขนมได้เดี๋ยวจะผิดสูตรเสียงเด็กน้อยหัวเราะคิกคักแล้วช่วยแม่ป
*ตอนพิเศษ*หลินถือใบหย่าอยู่ในมือแล้วมองหน้าตุลย์ก่อนจะยิ้มให้เขา เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมา อย่างน้อยก็ได้หลุดพ้นจากความรักเก่าที่มันโคตรจะเน่า ไว้รอเริ่มความรักครั้งใหม่“ขอบคุณนะเฮีย”“อื้ม หวังว่าเราคงจะไม่มีการหย่ากันรอบสองนะ”“รอบเดียวก็เกินพอแล้ว”“หลิน” เขาเอ่ยแล้วจับมือของอีกฝ่าย “หลังจากนี้เฮียจะพยายามทำให้หลินตอบตกลงแต่งงานกับเฮียอีกครั้งให้ได้” เขาจะพยายามจนถึงที่สุด ถือคติที่ว่า… ‘น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน’“หวังว่าครั้งนี้เฮียเข้ามาเพราะรักกันจริงๆ นะ”“เฮียรักหลินจากใจจริง”“โอเค หลินไปก่อน พอดีมีที่ที่อยากไป”“เฮียก็มีที่ที่อยากพาหลินไปเหมือนกัน”สุสานxxxตุลย์พาหลินขับรถมาที่สุสานแห่งหนึ่ง เขามีใครบางคนที่อยากจะให้หลินได้พบร่างสูงเดินนำไปก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าหลุมศพหนึ่งซึ่งเป็นของคนที่หลินรู้จักดี“เจ้เหมย…” เธอค้างไปในทันที“ใช่ เหมยเสียได้ปีกว่าๆ”“เพราะอะไร?”“โรคHIV”“แล้วลูกของเจ้เหมยล่ะ” หลินหันไปรอฟังคำตอบจากตุลย์“ไม่รอด เห็นว่าแอบไปทำแท้งก่อนหน้าจะเสียน่ะ”“ทำไมทำแบบนี้นะ…” หลินกลั้นน้ำตาไม่ไหว จะดีจะร้ายย
“ผิดเหรอ ฟังผิดงั้นเรอะ!” เธอเขวี้ยงของแข็งที่ถือมาในมือใส่เขาอย่างตั้งใจ ตอนนี้รู้สึกโกรธมาก โมโหที่สุด!“เฮ้ยหลิน ถ้ามันโดนหัวเฮียนี่แตกเลยนะ” ดีที่เขาหลบทันไม่อย่างนั้นได้มีแผล“ก็อยากให้แตกไง ทำไมเฮียทำแบบนี้อะ หลอกหลินมาทำไม?”“เฮียไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากให้เราคุยกัน”“รู้ปะ ไอ้ที่เฮียเอาแต่พูดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงเป็นคนดีขึ้นแล้ว แต่การกระทำมันยังเหมือนเดิมเลยเว้ย ยังทำอะไรไม่คิดเหมือนเดิม คิดหน่อยเถอะ ถ้าเกิดลูกร้องไห้งอแงขึ้นมาแล้วปู่กับย่าจะดูยังไงจะเอาหลานอยู่มั้ย ลูกยังต้องให้แม่กล่อมนอนอยู่นะ” พูดไปน้ำตาก็เอ่อมาคลอเบ้า เธอเป็นห่วงลูก ติณณ์เป็นเด็กยิ้มง่ายไม่กลัวคนก็จริง แต่ถึงเวลาที่จะเข้านอนเขาต้องให้คนเป็นแม่กล่อมเท่านั้น“เฮียขอโทษ” เขารู้สึกผิดแล้วเดินเข้ามาหาเธอ “ขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่เฮียอยากปรับความเข้าใจกับหลินนะ” เอ่ยจบก็จะจับตัวเธอ แต่ว่าอีกฝ่ายเบี่ยงหลบ“…” หลินมองหน้าก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน“หลินจะไปไหน” ตุลย์รีบวิ่งตามมาแล้วรั้งไว้“กลับไปหาลูก” เธอตอบพร้อมหยดน้ำตาที่ไหลผ่านแก้ม“นี่มันบนเขาเชียวนะ กว่าจะขับไปถึงถนนหลักก็ใช้เวลานานพอสมควรเลย ใจ
ตอนที่ 17 สถานะบ้านนันทพิวัฒน์ปู่กับย่าเห่อหลานกันใหญ่ ท่านทั้งสองหยอกล้อเล่นกับหลานชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู“หลานย่าทำไมหล่อแบบนี้น้า”“จ๊ะเอ๋ หล่อที่สุดเลยหลานปู่”ตุลย์ที่เห็นว่าลูกอยู่กับปู่และย่าได้โดยไม่ร้องงอแง เขาจึงแอบพาตัวหลินมาคุยกันเงียบๆ แบบสองต่อสองบนห้องนอน“พาหลินมาที่นี่ทำไม”“เฮียอยากให้เราสองคนปรับความเข้าใจกันนะ”“ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเฮียก็ยังเหมือนเดิม”“ไม่ เฮียไม่เหมือนเดิมแล้วนะ”“พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม!”“หลิน…”“ขอบอกตามตรงว่าตอนนี้หลินไม่ได้รักเฮียแล้ว”“แต่เฮียยังรักหลินนะ รักมากกว่าเดิมด้วย”“…”“สองปีที่ผ่านมาเฮียได้ลิ้มรสความเจ็บปวดไปเยอะมาก ดังนั้นหลินอย่าทำให้เฮียเจ็บอีกเลย”“…”“เราเริ่มต้นกันใหม่ได้นะที่รัก” ร่างสูงคุกเข่าลงแล้วกอดขาอ้อนวอนคนตรงหน้า“เฮียรู้อะไรมั้ย แก้วเวลาที่มันแตกไปแล้วถ้าเราเอามาประกอบใหม่มันก็มีแต่รอยร้าว เติมน้ำเข้าไปเท่าไหร่มันก็รั่วออกมาหมด เหมือนกับใจของหลินตอนนี้ ถ้าเฮียเอาแต่เติมความรักเข้ามามันก็ไม่มีทางเติมได้เต็มหรอก”“…”“ใจมันเคยแตกสลายกับเฮียไปแล้ว หลินคิดว่ามันยากมากที่จะกลับไปรักตามเดิม เพร






Ulasan-ulasan