Masukชายหนุ่มหญิงสาวยังคงจู่โจมใส่กันไม่ยั้ง ผลัดกันรับผลัดกันรุกอยู่อย่างนั้น ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร
“เจ้าคิดว่าใครจะชนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นหลังพุ่มไม้
“ข้าคิดว่าเจินเจินนะ” อีกเสียงหนึ่งเอ่ยตอบ
“แต่ข้าว่าองค์ชายสี่นะ” เสียงที่สามเอ่ยขัด
เจ้าของเสียงทั้งสามคือ หยางเจียน เว่ยฟาง และหลิวฉวนหยู่ร์ ตามลำดับ พวกนางได้รับคำสั่งจากหงฮองเฮาให้มาคอยสังเกตการณ์ระหว่างเจินเจินกับหลี่เซียวเหยา
เพื่อคอยห้ามทัพมิให้ทั้งสองทำร้ายกัน
แต่ดูเหมือนว่าทั้งสามนั้นไม่ได้คิดจะเข้าไปห้ามปรามแต่อย่างใด ด้วยเกรงว่าจะเป็นการขัดจังหวะเสียมากกว่า
จึงทำได้เพียงแอบดูอยู่หลังพุ่มไม้เพียงเท่านั้น
และข่าวการขอสมรสพระราชทานนั้นก็สร้างแรงกดดันให้สตรีอีกนางหนึ่งอยู่ไม่น้อยเช่นกัน นางคือเซียงอวี๋ น้องสาวของอดีตชายาของหลี่เซียวเหยา
เซียงอวี๋นั้นแอบชอบหลี่เซียวเหยามาเนิ่นนานนับตั้งแต่ หลี่เซียวเหยาได้แต่งงานกับพี่สาวของนาง
นางได้แต่มองหลี่เซียวเหยาอยู่ไกลๆ
ต่อมานางพยายามทำทุกอย่างทำทุกๆทางให้หลี่เซียวเหยาและพี่สาวของนางแตกหัก
นางพยายามหลอกล่อให้พี่สาวของนางและองครักษ์ประจำตัวของหลี่เซียวเหยาได้มีโอกาสพบเจอกันบ่อยครั้ง
นางสร้างสถานการณ์ต่างๆให้พี่สาวกับองครักษ์นั่นได้สานสัมพันธ์กัน
และมันก็ได้ผล
มันสำเร็จ
นางทำมันลุล่วง
ห้าปีมานี้นางพยายามที่จะเข้าใกล้หลี่เซียวเหยาโดยใช้เหตุผลที่ว่าทำไปเพื่อชดใช้ความผิดแทนพี่สาว
และถึงแม้ว่านางจะถูกเขาปฏิเสธ ถูกเขาไล่อย่างไร นางก็ไม่ยอม นางยังคงติดตามหลี่เซียวเหยา
นางอยากเป็นสาวใช้อุ่นเตียง
แม้เป็นเพียงแค่นางกำนัลนางก็ยอม แต่...
แต่...
สตรีไร้ยางอายนั่น!
กับสตรีไร้ยางอายนางนั้น!
นางกำลังจะได้แต่งงานกับหลี่เซียวเหยา
ไม่มีทาง
นางไม่ยอม
นางไม่มีวันยอม
อา...
นางจะต้องหาบุรุษสักคนหนึ่ง
ให้มาเป็นชายชู้กับสตรีไร้ยางอายนี่
มันไม่ใช่เรื่องยาก
ดูๆแล้ว
ง่ายกว่าเมื่อครั้งพี่สาวของนางเสียอีก
หึหึหึ!
เซียงอวี๋แสยะยิ้มที่มุมปากอย่างหมายมั่นอยู่ในใจอย่างชั่วร้าย ขณะกำลังทำงานในตำแหน่งนางกำนัลประจำตำหนักของหลี่เซียวเหยา
หญิงสาวอยากจะขึ้นเตียงของหลี่เซียวเหยามาหลายครั้งแล้ว แต่ทำได้เพียงเป็นนางกำนัลประจำตำหนักเพียงเท่านั้น
ต่อไปนางจะรุกฆาตบ้าง
นางจะทำตัวไร้ยางอายบ้าง
สตรีนางนั้นทำได้ นางก็ทำได้เช่นกัน...
*********************************************************
“ปล่อยข้า!”
หลี่เซียวเหยายังคงเอ่ยเสียงเครียดขณะถูกสตรีเจ้าเล่ห์อย่างเจินเจินเล่นไม่ซื่อโดยการสั่งบุรุษปริศนาให้เข้ามาช่วยกันจับเขาเอาไว้ถึงสามคน
“มัดเขาเอาไว้ที่เสาตรงนี้เลย” เสียงอ่อนหวานของเจินเจินเอ่ยสั่งการบุรุษปริศนาทั้งสาม
ขณะนี้เจินเจินได้ใช้กลอุบายหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการโกง
เมื่อเวลาแห่งการประมือกันผ่านไปได้ซักพักนางจึงรู้ตัวว่าสู้ฝีมือของหลี่เซียวเหยาไม่ได้จึงแอบส่งสัญญาณให้ลูกน้องของตนเองที่สั่งให้แอบติดตามมาเพื่อคอยรับใช้อยู่ที่แคว้นต้าหลี่ด้วยให้โผล่ออกมาและให้ช่วยกันถึงสามคนเพื่อรุมหลี่เซียวเหยาแล้วจับเขาพาเข้ามายังตำหนักของเขา และมัดเขาไว้ในห้องของเขาเสียเลย
“เสร็จแล้วออกไปได้” จบคำสั่งของเจินเจิน บุรุษทั้งสามก็รีบคาราวะอย่างแข็งขันและพุ่งตัวพรึ่บออกไปในทันทีโดยไม่มีการไต่ถามใดๆให้มากความ
“เจ้า!” หลี่เซียวเหยายังคงจ้องมองพร้อมคำรามไปทางเจินเจิน
สตรีเจ้าเล่ห์นางนี้ นาง...
ดูนางทำ!
นางช่างกล้า!!
บังอาจยิ่ง!!!
“เจ้าช่างน่ารังเกียจ” เขายังคงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำไปทางหญิงสาว ดวงตาคมดำดิ่งบนใบหน้าคมเข้มงดงามยังคงจ้องมองเจินเจินอย่างเอาเรื่อง
“อย่าด่วนสรุปเยี่ยงนั้นเลย” เจินเจินยืนกอดอกใช้สายตาแววหวานผสมผสานความเจ้าเล่ห์หรี่ตามองหลี่เซียวเหยาที่ถูกจับมัดเอาไว้ที่เสาภายในห้อง
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
นางรู้สึกชอบเวลาเขาโกรธ
หลายปีต่อมา...ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นแห่งหนึ่งตรงเชิงเขาภายนอกอาณาเขตของราชวังของหลี่เซียวเหยา...ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังใช้มุมสูงจากเชิงเขาตรงนี้ยืนสำรวจอาณาจักรของตนไปโดยรอบทิศทางอย่างถ้วนทั่วเขาเพียงยืนนิ่งๆด้วยมาดของผู้สูงศักดิ์อย่างงามสง่าไม่สร่างซา สายตาคมเข้มกำลังทอดมองออกไปยังเบื้องหน้าจนสุดสายตา เขามีนามว่าหลี่เซียวเหยาอีกมุมหนึ่งซึ่งไม่ไกลกันกับมุมที่ชายหนุ่มยืนอยู่นั้น ได้ปรากฏร่างงามระหงของสตรีนางหนึ่ง นางกำลังเดินหมุนตัวไปหมุนตัวมา ล้อเล่นอยู่กับหมู่ภมรอย่างอารมณ์ดีนางมีนามว่า เจินเจินเพียงครู่สายตาของหญิงสาวพลันสะดุดเข้ากับชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อา...บุรุษผู้นี้ช่าง....หญิงสาวไม่รอช้า นางรีบกระโดดเข้าไปหายังทิศทางที่ชายหนุ่มรูปงามยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นในทันที“ท่าน” เสียงแว่วหวานของนางเอ่ยทักออกไปพร้อมกับวงแขนเรียวสวยอ้าออกเพื่อหมายจะเข้าไปโอบกอดชายหนุ่มผู้นั้นอ๊ะ!เดี๋ยวนะ!ทำไมบรรยากาศและภาพยามนี้มันคุ้นๆบุรุษหนุ่มรูปงามยืนนิ่งๆอยู่ใต้ต้นไม้...อา...เจินเจินถึงกับชะงักกึกเมื่อมองเห็นภาพตรงหน้าที่แสนจะคุ้นตาคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเกิ
ภายในศาลากลางสวนสวยอีกทางหนึ่งของอุทธยาน“ข้าช่างเหงาใจยิ่งนัก” เสียงอ่อนหวานของอนุชายาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เมื่อนึกภาพของเจินเจินกับหลี่เซียวเหยารักใคร่กลมเกลียวกัน นางกำลังอยากมีความรู้สึกระหว่างคนรักกระทำต่อกันอย่างนั้นบ้าง“ข้าเองก็เช่นเดียวกัน” เสียงหวานใสของอนุชายาอีกคนเอ่ยตาม พลางถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียงคล้ายนัดหมายซักพักก็มีเหล่าบุรุษรูปร่างกำยำเดินผ่านไปตามทางเดินเขาเข้ามาตามคำสั่งของเจินเจินเพื่อเข้ามารับการมอบหมายงานจากเจินเจิน อนุชายาอีกคนบังเอิญหันไปเห็นบุรุษผู้นั้น ซึ่งแม้จะเป็นระยะทางที่ไกลกันมากแต่ก็สามารถทำให้นางถึงกับหน้าแดงเกินเก็บข่ม ด้วยเพราะบุรุษผู้นั้นนางแอบปักใจอยู่อย่างเงียบเชียบและภาพนั้นก็หาได้รอดพ้นจากสายตาของเจินเจินไม่“เจ้ากำลังมีความรัก” เสียงแว่วหวานของเจินเจินดังขึ้นอยู่ตรงทางเดินไม่ไกลจากศาลา “อ่ะ... หม่อมฉัน เอ่อ...หม่อมฉัน” อนุชายาคนเดิมยิ่งเพิ่มระดับความหน้าแดงเกินยับยั้งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกมาตามความรู้สึกอย่างไม่คิดจะปิดบัง เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมาพวกนางมักจะพูดคุยกันอย่างเปิดอกกันอยู่เสมอเมื่อครั้งที่ยังอยู่ที่แคว
เจินเจินเพียงยกขาเรียวงามของตนขึ้นเพื่อแยกออกพร้อมรองรับต้นขาเรียวยาวของหลี่เซียวเหยาที่พร้อมแล้วสำหรับขั้นตอนอันสำคัญ “แง๊ แง๊” พลันเสียงลูกน้อยก็ดังขึ้น“รอครู่เดียวนะเพคะ องค์หญิง ประเดี๋ยวเสด็จแม่ก็มาแล้วเพคะ” ตามด้วยเสียงของเสี่ยวเหมยดังอยู่หน้าประตูห้องนอน“ประเดี๋ยวข้าน้อยเคาะประตูห้องก่อนนะเจ้าคะ” ซิงซิงและจิงเยว่รีบเอ่ยตามก๊อก ก๊อก ก๊อก และเสียงเคาะประตูก็ดังตามมาโอว...สวรรค์!!!เจินเจินและหลี่เซียวเหยาเจ้าของห้องนอนถึงกับหน้าถอดสีเพียงไม่นานทั้งเจินเจินและหลี่เซียวเหยาที่ใช้เวลาเพียงน้อยนิดใส่เสื้อผ้ากันอย่างเร่งรีบก่อนจะเดินมาเปิดประตูห้องนอนให้บุตรสาวของตนได้เข้ามา “องค์หญิงร้องไห้งอแงอยากหาเสด็จพ่อเสด็จแม่เพคะ” เสี่ยวเหมยที่รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ลูกของเจินเจินเอ่ยขึ้นอย่างนึกห่วงใยในสภาพจิตใจของธิดาหนึ่งเดียวของคนทั้งคู่ และยิ่งรู้สึกดีเมื่อองค์หญิงน้อยเงียบกริบเพียงเพราะมองเห็นหน้าของบิดามารดา หลี่เซียวเหยารีบเอื้อมมือของตนขึ้นเพื่อรับตัวบุตรสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพวงแก้มเปล่งปลั่งเอามาอุ้มไว้แนบอกอย่างทะนุถนอมรักใคร่ตามด้วยเจินเจินช่วยจับประคองก่อนจะพากันเดินไป
เวลาผ่านไปอย่างชื่นมื่นเรียบเรื่อย เมื่อถึงเวลาที่หลี่เซียวเหยาพร้อมด้วยองค์ชายน้อยหลี่หงจินหยางพระโอรสหนึ่งเดียวของแคว้นต้าหลี่ต้องนำกำลังลูกน้องทั้งเหล่าทหารและเหล่าสมุนพรรคมารเดินทางไปจัดการรวบรวมดินแดนที่ยึดครองเอาไว้ให้กลายเป็นแผ่นดินผืนเดียวกัน เจินเจินที่กำลังตั้งครรภ์ก็อยู่ในความดูแลของเซียงหวงกุ้ยเฟยพร้อมทั้งพวกของเสี่ยวเหมยรวมถึงเหล่าอนุชายาทั้งหลายเป็นอย่างดีเวลาผ่านไปร่วมปี หลังจากรวบรวมดินแดนและก่อสร้างพระราชวังภายในอาณาจักรเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยหลี่เซียวเหยาที่สถาปนาตนเองเป็นหวังคนใหม่ของแผ่นดินจึงส่งคณะเดินทางมารับตัวภรรยาและลูกเจินเจินจึงได้เวลาพาลูกน้อยที่คลอดออกมาได้เพียงสี่เดือนเดินทางไปสมทบกับหลี่เซียวเหยาที่รออยู่แล้วภายในพระราชวังแห่งใหม่ การเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่พร้อมทั้งการแต่งตั้งสถาปนาตำแหน่งต่างๆที่สำคัญและจำเป็นของอาณาจักรผ่านก็พ้นไปอย่างไร้ปัญหา เซียงหวงกุ้ยเฟยนั้น แม้จะต้องกลับไปประจำอยู่ที่แคว้นหลี่ตามหน้าที่สนมขั้นสูงแต่ก็ยังคงส่งของขวัญของกำนัลมาให้เจินเจินและลูกน้อยไม่เคยขาดสายบนเตียงใหญ่ภายในห้องนอนกว้างขวาง เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำนุ่มนวลอย่างมีเ
เมื่อทั้งสองนั่งจิบชาตามอัธยาสัยตามประสาพี่น้องยามอยู่กันเพียงลำพังโดยปลอดคนนอกแล้วจึงเอ่ยต่อในเรื่องสำคัญ“ข้าอยากให้เจ้ารับตำแหน่งชินอ๋องแล้วพาทหารกับพวกพ้องสมุนของฝ่ายอิทธิพลมืดไปรวบรวมดินแดน” หลี่ซ่งหมินเอ่ยตามสิ่งที่ตนได้ตั้งใจเอาไว้นานแล้วเขายังคงเอ่ยต่อ “ข้าอยากให้เจ้าปกครองแผ่นดินที่ได้ทำการรวบรวมและที่นั่นเจ้าใหญ่ที่สุด แม้แต่มารดาของเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ เจ้าคิดว่าอย่างไร”“เสด็จพี่” หลี่เซียวเหยาถึงกับอึ้งด้วยคาดไม่ถึงเกี่ยวกับเงื่อนไขอย่างนี้ของฮ่องเต้“เจ้าควรจะรับตำแหน่งนี้เสียที เจ้าปฏิเสธข้ามานานมากแล้วนะ เซียวเหยา” หลี่ซ่งหมินยังคงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบเขาเคยพยายามจะแต่งตั้งตำแหน่งอันยิ่งใหญ่ให้กับน้องชายอันเป็นที่รักของเขาเป็นนานแล้ว แต่น้องชายของเขาผู้นี้กลับไม่นิยมอำนาจ สนใจแต่ธรรมะและจมปลักอยู่กับอดีต คิดแต่จะกลับไปอยู่เป็นเพียงองค์ชายที่แคว้นหลี่หลี่ซ่งหมินยังคงเอ่ยต่อ “ฝีมือการต่อสู้ของเจ้านับได้ว่ามีดีเหนือผู้ใด ความสามารถทางการทหารก็มิได้ยิ่งหย่อน อีกทั้งความรู้เชิงบุ๋นของเจ้าก็หาใครเทียบชั้นได้ไม่ เซียวเหยา...ข้าดีใจที่เจ้าตื่นจากฝันร้าย เรื่องนี้ต้องยกคว
“มิน่าเล่า ข้าจึงรู้สึกว่าร่างกายของข้ามันแปลกๆ อีกทั้งพวกของเสี่ยวเหมยมักจะวนเวียนนำยามากมายมาให้ข้าดื่ม ข้ามัวแต่ห่วงเรื่องวางแผนจึงไม่ได้ไปหาหมอเสียที ข้าผิดเอง”เจินเจินกล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิดมหันต์พลางยกมือเรียวงามของตนขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองขณะซุกซบอยู่ตรงแผงอกของหลี่เซียวเหยา นางยังคงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแว่วหวาน “ข้าขอโทษ เซียวเหยา ข้าเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย” กล่าวจบน้ำตาก็พลันร่วงริน นางร้องไห้อีกแล้ว ช่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเอาเสียเลย ร้องไห้ได้ตลอดสิน่า หลี่เซียวเหยาก้มหน้ามองสตรีในอ้อมแขนอย่างนึกเอ็นดูอย่างมากมายเหลือคณา นางมัวแต่ห่วงเรื่องของเขา จนละเลยตนเองถึงเพียงนี้ เขาเองที่เป็นสามีและพ่อที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลไม่เปลี่ยนแปลง “เรื่องสร้างอาณาจักรข้าจะจัดการเอง เพื่อเป็นของขวัญให้ลูกของเราที่กำลังจะเกิดมา”ประโยคนั้นของหลี่เซียวเหยายิ่งเพิ่มปริมาณน้ำตาให้ไหลออกมาอาบแก้มนวลของเจินเจินหญิงสาวถึงกับเม้มริมฝีปากได้รูปเอาไว้แน่นจนแก้มป่องพองแดงเปล่งปลั่งออกมา “ลำบากท่านแล้ว” เจินเจินเปล่
“ข้าแอบเข้าไปในแต่ละตำหนักของเหล่าองค์หญิงที่มาเป็นสนมพวกนั้น ข้าล่ะ ไม่อยากจะเชื่อ นี่คือเหล่าสตรีของเมืองหลวงรึ พวกนางทำอย่างนี้กันรึ ตัวข้าเองยังไม่คิดจะทำถึงเพียงนี้ อ่ะ! อ้าว! ไปไหนกันรึ ข้ายังบอกกล่าวไม่หมดนะ” เจินเจินเอ่ยพลางหันไปเห็นหลิวฉวนหยู่ร์กำลังฉุดดึงร่างของหงเหม่ยหลงเอาไว้ คล้ายพย
ถึงจะไม่มากพอก็ตาม แต่ก็ถือว่านางได้ลองพยายามแล้วนะอืม...อันดับแรกนางต้องปรับปรุงตัวเองก่อน ต้องทำตัวให้ดูดีสวยสดงดงามแม้ว่าจะดูดีและงามอยู่มากแล้วก็ตามที แล้วก็ อืม...ต้องเลิกดื่มเหล้า!ใช่!เขาบอกว่าให้นางเลิกดื่มเหล้าถึงแม้ว่าจะมีคนมาเชิญชวนให้ดื่มก็ต้องปฏิเสธไปแล้วถ้าเผลอไปชวนใครดื่ม
หลี่เซียวเหยาเพียงนั่งกอดอกหรี่ตามองเจินเจินที่ถูกมัดแน่นด้วยฝีมือของเขาอยู่อย่างนั้นเขายังคงมิได้สนใจเสียงร้องโหยหวนคล้ายสะอื้นไห้ของนางแต่อย่างใดเพราะเมื่อคืน...เมื่อคืนนางเข้ามาในห้องนอนของเขานางบอกเขาว่านางไม่ชอบเขาแล้วและจะไปหาบุรุษคนอื่นแต่...ภาพเมื่อคืนภาพนั้นที่นางบังอาจทรมานเขาเกือ
บรรยากาศภายในห้องนอนอันโออ่ารโหฐานห้องหนึ่งของตำหนักหลี่เซียวเหยา ปรากฎภาพของบุรุษผู้หนึ่งซึ่งกำลังนอนทอดกายยาวเหยียดตัวเกร็งแข็งค้างอยู่บนเตียงนอนด้วยเพราะว่าเขากำลังถูกร่างนุ่มนิ่มบางระหงของสตรีนางหนึ่งนอนซ้อนทับอยู่บนเรือนร่างของเขาพร้อมด้วยการกระทำบางอย่าง...เนื้อนูนเด่นหยุ่นนุ่มขยับไปมาตรง







