LOGINเขาคือบุรุษรูปงามที่แสนเย็นชา นางคือสตรีใจกล้านิสัยไม่ดี "ท่านคงโดดเดี่ยวและเหน็บหนาวมาเนิ่นนาน ท่านควรปล่อยวางอดีตที่ขมขื่นและมาเริ่มต้นใหม่อย่างเข้มข้นกับข้าเสีย"
View Moreหลายปีต่อมา...ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นแห่งหนึ่งตรงเชิงเขาภายนอกอาณาเขตของราชวังของหลี่เซียวเหยา...ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังใช้มุมสูงจากเชิงเขาตรงนี้ยืนสำรวจอาณาจักรของตนไปโดยรอบทิศทางอย่างถ้วนทั่วเขาเพียงยืนนิ่งๆด้วยมาดของผู้สูงศักดิ์อย่างงามสง่าไม่สร่างซา สายตาคมเข้มกำลังทอดมองออกไปยังเบื้องหน้าจนสุดสายตา เขามีนามว่าหลี่เซียวเหยาอีกมุมหนึ่งซึ่งไม่ไกลกันกับมุมที่ชายหนุ่มยืนอยู่นั้น ได้ปรากฏร่างงามระหงของสตรีนางหนึ่ง นางกำลังเดินหมุนตัวไปหมุนตัวมา ล้อเล่นอยู่กับหมู่ภมรอย่างอารมณ์ดีนางมีนามว่า เจินเจินเพียงครู่สายตาของหญิงสาวพลันสะดุดเข้ากับชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อา...บุรุษผู้นี้ช่าง....หญิงสาวไม่รอช้า นางรีบกระโดดเข้าไปหายังทิศทางที่ชายหนุ่มรูปงามยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นในทันที“ท่าน” เสียงแว่วหวานของนางเอ่ยทักออกไปพร้อมกับวงแขนเรียวสวยอ้าออกเพื่อหมายจะเข้าไปโอบกอดชายหนุ่มผู้นั้นอ๊ะ!เดี๋ยวนะ!ทำไมบรรยากาศและภาพยามนี้มันคุ้นๆบุรุษหนุ่มรูปงามยืนนิ่งๆอยู่ใต้ต้นไม้...อา...เจินเจินถึงกับชะงักกึกเมื่อมองเห็นภาพตรงหน้าที่แสนจะคุ้นตาคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเกิ
ภายในศาลากลางสวนสวยอีกทางหนึ่งของอุทธยาน“ข้าช่างเหงาใจยิ่งนัก” เสียงอ่อนหวานของอนุชายาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เมื่อนึกภาพของเจินเจินกับหลี่เซียวเหยารักใคร่กลมเกลียวกัน นางกำลังอยากมีความรู้สึกระหว่างคนรักกระทำต่อกันอย่างนั้นบ้าง“ข้าเองก็เช่นเดียวกัน” เสียงหวานใสของอนุชายาอีกคนเอ่ยตาม พลางถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียงคล้ายนัดหมายซักพักก็มีเหล่าบุรุษรูปร่างกำยำเดินผ่านไปตามทางเดินเขาเข้ามาตามคำสั่งของเจินเจินเพื่อเข้ามารับการมอบหมายงานจากเจินเจิน อนุชายาอีกคนบังเอิญหันไปเห็นบุรุษผู้นั้น ซึ่งแม้จะเป็นระยะทางที่ไกลกันมากแต่ก็สามารถทำให้นางถึงกับหน้าแดงเกินเก็บข่ม ด้วยเพราะบุรุษผู้นั้นนางแอบปักใจอยู่อย่างเงียบเชียบและภาพนั้นก็หาได้รอดพ้นจากสายตาของเจินเจินไม่“เจ้ากำลังมีความรัก” เสียงแว่วหวานของเจินเจินดังขึ้นอยู่ตรงทางเดินไม่ไกลจากศาลา “อ่ะ... หม่อมฉัน เอ่อ...หม่อมฉัน” อนุชายาคนเดิมยิ่งเพิ่มระดับความหน้าแดงเกินยับยั้งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกมาตามความรู้สึกอย่างไม่คิดจะปิดบัง เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมาพวกนางมักจะพูดคุยกันอย่างเปิดอกกันอยู่เสมอเมื่อครั้งที่ยังอยู่ที่แคว
เจินเจินเพียงยกขาเรียวงามของตนขึ้นเพื่อแยกออกพร้อมรองรับต้นขาเรียวยาวของหลี่เซียวเหยาที่พร้อมแล้วสำหรับขั้นตอนอันสำคัญ “แง๊ แง๊” พลันเสียงลูกน้อยก็ดังขึ้น“รอครู่เดียวนะเพคะ องค์หญิง ประเดี๋ยวเสด็จแม่ก็มาแล้วเพคะ” ตามด้วยเสียงของเสี่ยวเหมยดังอยู่หน้าประตูห้องนอน“ประเดี๋ยวข้าน้อยเคาะประตูห้องก่อนนะเจ้าคะ” ซิงซิงและจิงเยว่รีบเอ่ยตามก๊อก ก๊อก ก๊อก และเสียงเคาะประตูก็ดังตามมาโอว...สวรรค์!!!เจินเจินและหลี่เซียวเหยาเจ้าของห้องนอนถึงกับหน้าถอดสีเพียงไม่นานทั้งเจินเจินและหลี่เซียวเหยาที่ใช้เวลาเพียงน้อยนิดใส่เสื้อผ้ากันอย่างเร่งรีบก่อนจะเดินมาเปิดประตูห้องนอนให้บุตรสาวของตนได้เข้ามา “องค์หญิงร้องไห้งอแงอยากหาเสด็จพ่อเสด็จแม่เพคะ” เสี่ยวเหมยที่รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ลูกของเจินเจินเอ่ยขึ้นอย่างนึกห่วงใยในสภาพจิตใจของธิดาหนึ่งเดียวของคนทั้งคู่ และยิ่งรู้สึกดีเมื่อองค์หญิงน้อยเงียบกริบเพียงเพราะมองเห็นหน้าของบิดามารดา หลี่เซียวเหยารีบเอื้อมมือของตนขึ้นเพื่อรับตัวบุตรสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพวงแก้มเปล่งปลั่งเอามาอุ้มไว้แนบอกอย่างทะนุถนอมรักใคร่ตามด้วยเจินเจินช่วยจับประคองก่อนจะพากันเดินไป
เวลาผ่านไปอย่างชื่นมื่นเรียบเรื่อย เมื่อถึงเวลาที่หลี่เซียวเหยาพร้อมด้วยองค์ชายน้อยหลี่หงจินหยางพระโอรสหนึ่งเดียวของแคว้นต้าหลี่ต้องนำกำลังลูกน้องทั้งเหล่าทหารและเหล่าสมุนพรรคมารเดินทางไปจัดการรวบรวมดินแดนที่ยึดครองเอาไว้ให้กลายเป็นแผ่นดินผืนเดียวกัน เจินเจินที่กำลังตั้งครรภ์ก็อยู่ในความดูแลของเซียงหวงกุ้ยเฟยพร้อมทั้งพวกของเสี่ยวเหมยรวมถึงเหล่าอนุชายาทั้งหลายเป็นอย่างดีเวลาผ่านไปร่วมปี หลังจากรวบรวมดินแดนและก่อสร้างพระราชวังภายในอาณาจักรเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยหลี่เซียวเหยาที่สถาปนาตนเองเป็นหวังคนใหม่ของแผ่นดินจึงส่งคณะเดินทางมารับตัวภรรยาและลูกเจินเจินจึงได้เวลาพาลูกน้อยที่คลอดออกมาได้เพียงสี่เดือนเดินทางไปสมทบกับหลี่เซียวเหยาที่รออยู่แล้วภายในพระราชวังแห่งใหม่ การเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่พร้อมทั้งการแต่งตั้งสถาปนาตำแหน่งต่างๆที่สำคัญและจำเป็นของอาณาจักรผ่านก็พ้นไปอย่างไร้ปัญหา เซียงหวงกุ้ยเฟยนั้น แม้จะต้องกลับไปประจำอยู่ที่แคว้นหลี่ตามหน้าที่สนมขั้นสูงแต่ก็ยังคงส่งของขวัญของกำนัลมาให้เจินเจินและลูกน้อยไม่เคยขาดสายบนเตียงใหญ่ภายในห้องนอนกว้างขวาง เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำนุ่มนวลอย่างมีเ
หลิงอวิ๋นคิดในใจอย่างปลื้มปริ่มรู้สึกมีความสุขบนความทุกข์ผู้อื่น หึ! เมื่อองค์ชายสี่แยกกับสตรีนางนั้นแล้วมันก็มิใช่เรื่องยากที่นางจะทำให้เขาโปรดปรานนาง ความสวยงามรึ นางมีมากมายเสียจนมิรู้ได้ว่ามีส่วนใดด่างพร้อย เรื่องบนเตียงรึ นางก็มิได้น้อยหน้าใครอย่างแน่นอน...อา...มีความสุข...มีความสุขเสียจ
วันเวลาล่วงเลย หลี่เซียวเหยาพาพวกสมุนเดินทางไปจัดการกับพวกโจรป่าแล้วหลอกล่อให้พวกมันเปลี่ยนเส้นทางให้ไปปั่นป่วนภายในเมืองหลวงของพวกต้าไห่เพื่อล่อเสือออกจากถ้ำส่วนหนึ่งส่วนพวกของหลี่หงจินหยางก็ทำการปลุกปั่นพวกกบฏภายในแคว้นอีกส่วนหนึ่งยามนี้ พวกของแคว้นต้าไห่เกิดการระส่ำระส่ายอยู่ทุกสารทิศ บ้างต้อ
“อย่าหลบเชียว” นางเอ่ย“ไม่!” ชายหนุ่มตอบพลางดันหน้าหญิงสาวออก“หันมา” นางกล่าวขณะจับมือหนาออกก่อนโน้มใบหน้าตามติด “....”เขาเงียบเลี่ยงหลบหญิงสาวไล่ตามจับกด “อย่าหนี”สองหนุ่มสาวเคลื่อนตัวไล่เบียดกันไปมาฝ่ายชายหลบเลี่ยงฝ่ายหญิงไล่จูบเตียงนอนขนาดใหญ่กลายเป็นสนามไล่ล่าด้วยบุคคลที่ลงส
“ว่าอย่างไร...” เขายังคงย้ำถามเสียงแหบต่ำขณะก้มหน้าลงตรงซอกคอระหงของนาง“อืม...”เจินเจินพยักหน้าเบาๆยอมรับไปก่อนเพื่อมิให้เสียบรรยากาศ เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นของเขาทั้งตัวและหัวใจ สองหนุ่มสาวจึงเริ่มพัวพันคลอเคลียแนบชิดสนิทแนบแน่นกันยิ่งขึ้นเมื่อหลี่เซียวเหยาใช้ต้นขาของเขาดันต้นขาของเจินเจินออก

















