LOGINคุณหนูตกอับเกิดตายในเกี้ยวระหว่างงานแต่ง ลืมตาตื่นมาอีกที ฟู่จาวหนิงซึ่งเป็นอัจฉริยะแห่งวงการแพทย์ก็ข้ามภพมาอยู่ในร่างนี้แทนแล้ว บุตรสาวของหมอเทวดาพึ่งพาอำนาจรังแกคนอื่น ทั้งฉีกชุดแต่งงาน แถมยังบังคับให้นางยกเลิกงานแต่ง คู่หมั่นตัวเองก็เอาแต่ปกป้องคนอื่น ดูถูกนาง รังเกียจนาง แถมยังขู่จะฆ่านางอีก คนในตระกูลก็มีแต่พวกอกตัญญูที่คิดจะฆ่าผู้นำตระกูลเพื่อชิงสมบัติทั้งนั้น ฟู่จาวหนิงทำได้เพียงถลกแขนเสื้อขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสู้เท่านั้น เธอถือคติมีแค้นก็ต้องแก้ทันที งานแต่งเฮงซวยแบบนี้จะยกเลิกก็ยกเลิกไปเลย คนอกตัญญูมาคนหนึ่งฆ่าคนหนึ่ง คนชั่วมาสองคนก็ฆ่าทั้งสองคน! ไหนยังจะต้องสู้กับจวิ้นอ๋องผู้มีฐานะสูงส่ง อำนาจคับเมืองคนนั้นอีก จวิ้นอ๋อง : ข้าผิดไปแล้ว ให้อภัยข้าเถอะ ดีกันนะ มากอดหน่อยเร็ว...
View Moreฟู่จาวหนิงยกนิ้วโป้งให้กับเซียวหลันยวน"ตอนนี้ท่านมีความรู้เรื่องแพทย์บ้างแล้วนี่นา มองออกด้วยว่าเป็นตำรับยาบำรุงครรภ์""สามปีก่อนตำรับยาที่เจ้าใช้ข้าเคยเห็นอยู่ แน่นอนว่าต้องจำได้สิ"เซียวหลันยวนเองก็ไม่ได้เรียนแพทย์มา เพียงแต่ตอนนั้นตำรับยาที่ฟู่จาวหนิงกินเขาเองก็ได้อ่านอย่างละเอียดอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนั้นเขายังคอยมองดูของที่นางกินเข้าปากอย่างระมัดระวังด้วย ดังนั้นจึงจำวัตถุดิบยาที่เกี่ยวข้องได้กระทั่งของที่สตรีมีครรภ์ไม่ควรกินไม่ควรแตะต้องเขาก็ยังจำเอาไว้ดังนั้นตอนนี้พอเขาเห็นตำรับยานี้ก็สามารถมองออกได้ทันที"หนิงหนิง เจ้า..."สายตาของเซียวหลันยวนเหลือบมองลงไปบนท้องนางตามสัญชาตญาณ กลั้นหายใจ รู้สึกตึงเครียดหน่อยๆก่อนหน้านี้เดิมทีเขายังคิดว่า จาวหนิงตั้งครรภ์แค่ครั้งเดียวก็พอ จะลูกชายหรือลูกสาวก็ได้ถึงอย่างไรการคลอดเด็กสำหรับหญิงสาวแล้ว ถือเป็นเรื่องที่เหมือนเดินผ่านประตูผีเลยทีเดียวฟู่จาวหนิงก่อนหน้านี้ก็เคยคิดว่าตนเองจะตั้งครรภ์แค่ครั้งเดียวพอแต่ว่า น่าจะเพราะเด็กสองคนในครรภ์ที่แล้วว่าง่ายเกินไป ไม่ดื้อไม่ซนเกินไป คลอดออกมาได้ง่ายเสียขนาดนั้น จึงทำให้นางตอนนี้กัง
เซียวหลันยวนวางชามชาลง แล้วจึงเหยียบขึ้นเส้นทางกลับเมืองหลวงอีกครั้งพอเข้าเมือง ความเจริญรุ่งเรืองและความคึกคักก็พุ่งเข้ามาทันทีในเมืองดอกไม้บานสะพรั่ง ประชาชนและพ่อค้าที่สัญจรไปมา ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่นี่มาสองปีหรือว่าเพิ่งจะเข้ามา ก็อดไม่ได้ที่จะต้องมองไปรอบๆ เนื่องจากถูกทิวทัศน์อันงดงามของเมืองหลวงและร้านรวงต่างๆ รายรอบดึงดูดและข้างถนนก็ยังมีร้านรวงอีกไม่น้อย วางขายของกระจุกกระจิกต่างๆ ของเหล่านี้พ่อค้าที่มาจากภายนอกก็ชอบไปเดินชม เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาไปสถานที่อื่นแล้วยังไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยความสดใหม่พ่อค้าที่มายังตงฉิงช่วงนี้ ยังมีบางส่วนที่พาครอบครัวมาด้วย น่าจะเพราะพอกลับไปเล่า เหล่าภรรยาและลูกก็รู้สึกสนใจต่อตงฉิงอย่างมาก ดังนั้นคนที่มีฐานะหน่อยจึงพาครอบครัวมาด้วยด้วยเหตุนี้ บนถนนเมืองหลวง จึงสามารถมองเห็นคนต่างถิ่นที่พาครอบครัวเข้ามาด้วย"องค์จักรพรรดิกลับเมืองแล้ว"ขณะที่รถม้าของเซียวหลันยวนแล่นไปตามถนนใหญ่ ประชาชนสองฝั่งทางถนนกับเหล่าพ่อค้าก็มองเข้ามา ในสายตาล้วนเป็นความภาคภูมิใจ สีหน้าล้วนแสดงถึงความเลื่อมใสศรัทธา"นั่นคืออ๋องเจวี้ยนหรือ?" ข้างทางม
หยกตงฉิงขายออกไปครึ่งปีแล้ว และค่อยๆ มีชื่อเสียงขึ้นมาในแต่ละแคว้น อีกทั้งด้วยเหตุผลอีกหลายประการ ปัจจุบันปริมาณยังไม่มากพอ ดังนั้นราคาจึงถูกปั่นจนสูงลิบฟู่จิ้นเชินกับเสิ่นเสวียนทั้งสองคนหารือถึงความร่วมมือกับพ่อค้าใหญ่ในแคว้นต่างๆ ในนี้มีคำสั่งซื้ออยู่ไม่น้อยเลย แค่เหมืองหยกของตงฉิงแห่งนี้ ก็สามารถนำกำไรมหาศาลมาให้ตงฉิงได้แล้วเพราะการปรากฏตัวของหยกตงฉิง จึงดึงดูดพ่อค้าจำนวนมากหันมาสนใจตงฉิงมากขึ้นและตงฉิงตอนนี้ถ้าจะเข้ามาต้องได้ใบรับรองที่ด่านชิงอวี้ก่อน ด่านชิงอวี้นี้ เฉิงอวิ๋นเจี้ยนนำคนเข้าไปประจำการอยู่พวกเขามีสายลับอยู่ พอพบว่าคนที่จะเข้าตงฉิงมีพิรุธ ก็จะส่งข่าวไปที่ตงฉิงอย่างรวดเร็ว และหอเมืองของตงฉิงก็จะเตรียมปืนใหญ่พิทักษ์แคว้นขึ้นทันทีพวกของเซียวหลันยวนในช่วงสองปีที่ตระเตรียมเรื่องเหล่านี้ หลายครั้งที่ทำงานหนักจนลืมกินลืมนอน ยุ่งกันมากๆแต่ก็อาจเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างยุ่ง จึงไม่มีมีเวลาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ยินเรื่องราวของอีกฝ่ายจากปากของคนอื่น ความสัมพันธ์ระหว่างเซียวหลันยวนกับฟู่จาวหนิงกลับมีแนวโน้วที่ดีขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะตอนที่ได้ยินประชาชนหรือข้าร
ความหมายที่ว่าเซียวหลันยวนไม่ได้ตรงไปตรงมานักก็คือ สองปีนี้อันที่จริงเขาก็ส่งสายลับไปหาเรื่องแคว้นต่างๆ อยู่เนืองๆคนพวกนั้นจะทำทุกวิถีทางเพื่อส่งข้อมูลผิดพลาดให้กับจักรพรรดิของแต่ละแคว้น หรือไม่ก็สร้างความขัดแย้งและปัญหาบางอย่างในหมู่ขุนนางพวกเขา เพื่อให้พวกเขาไม่หันมาสนใจตงฉิงมากนักกระทั่งยังทำให้พวกเขาคิดว่า ตงฉิงทางนี้เกิดภัยธรรมชาติขึ้นอีกครั้ง ต่อให้พวกเขามาแย่งชิงไปก็ไม่คุ้ม ไม่ค่อยได้รับประโยชน์เท่าไรตอนนี้ในเมืองหลวงแคว้นต่างๆ พอได้ยินชื่อตงฉิง ก็มีข่าวลวงผิดพลาดสับสนวุ่นวายอยู่ไม่น้อยเลยเซียวหลันยวนไม่สนใจสักนิดว่าตงฉิงตอนนี้จะมีชื่อเสียงดีหรือไม่ดี เพราะตอนนี้สำหรับพวกเขาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือช่วงชิงเวลาที่เพียงพอมาทำให้ตงฉิงขยับขยายอย่างแข็งแกร่งขึ้นมา"แต่เหมือนข้าจะเห็นว่าช่วงนี้ในเมืองหลวงมีคนหน้าใหม่ไม่น้อยเลยนะ" อันชิงเอ่ยขึ้น"มีคนที่ดูเหมือนพวกพ่อค้าเข้ามาไม่น้อยเลย" องค์หญิงหนานฉือเองก็พูดขึ้นมาฟู่จาวหนิงยิ้มๆ "แน่นอน เรื่องอย่างหาเงินหากำไร พวกพ่อค้ามักจะมีความรู้สึกไวอยู่เสมอ ขณะที่พวกเราส่งข่าวลวงไปทางแคว้นต่างๆ พวกนั้น ก็จะแอบส่งข่าวปกติให้กับพ่อค
พอมีคนเหล่านี้ไปเรียกคน เรื่องก็จะราบรื่นขึ้นเยอะ"เบาเสียงหน่อย อย่าให้พวกคนคุ้มกันแตกตื่น"พวกเขาล้วนรู้ว่าคนคุ้มกันเหล่านั้นอยู่ที่ไหน กระทั่งยังรู้ว่าพวกไหนที่ฟ้าใกล้สว่างจึงเข้าไปนอนกัน และยังมีพวกนี้ฟ้าใกล้จะสางก็จะลุกข้นมาทำงาน"ในเพิงนั้นล้วนเป็นพวกผู้คุมงาน" มีคนบอกองครักษ์เงามังกร "พวกเ
จงเจี้ยนหันหน้ากลับมามองชายชราชุดคลุมดำ สีหน้าเคร่งขึ้นเล็กน้อย"ในที่สุดก็มีคนตำแหน่งสูงมาแล้วสินะ มาได้พอดีเลย"ถ้ามีแต่พวกมดปลวกอยู่ตลอด เขาก็ยังรู้สึกว่าที่วุ่นวายมาครึ่งค่อนวันนี้ยังได้ผลลัพธ์ไม่มากพอตอนนี้พอดีเลย"รีบออกจากเมือง!"จงเจี้ยนตะโกนเสียงดัง จากนั้นก็ใช้กำลังภายใน โยนจางลี่เฉิ
เงาคนด้านนอกกลุ่มนั้น สังหารกันจนประกายดาบสาดส่องไปทั่วพวกของผู้คุมกฎจูยืนดูอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก็เห็นคนหลายคนล้มลงไปแล้วและมีเสียงกรีดร้องดังลอดเข้ามาเป็นระยะ"ผู้คุมกฎ ที่ล้มลงไปคงไม่ใช่คนของพวกเราหรอกใช่ไหม?"ข้างๆ มีคนที่ได้ยินเสียงกรีดร้องเหล่านี้ รู้สึกหวาดหวั่นในใจขึ้นมาลัทธิเทพทำลาย
ฟู่จาวหนิงให้พวกนางพกอาวุธไว้ป้องกันตัวเสี่ยวเยว่มีวิชายุทธ์ดีหน่อย แต่เฝิ่นซิงกลับธรรมดาๆฟู่จาวหนิงยังให้ห่อผงพิษกับพวกนางคนละห่อ "สิ่งนี้พวกเจ้าก็พกไว้ด้วย เวลามีอันตรายสาดออกมาก็พอ"นางเอายาถอนพิษให้พวกนางกินกันก่อน"พระชายา ท่านไม่ต้องวิตกกังวลมากเกินไป"เฝิ่นซิงแม้จะรู้ว่าฟู่จาวหนิงละเอี


















Ratings
reviewsMore