สัมพันธ์ลับ(รัก) สุดยอด ตอนที่11
“แม่ไม่เห็นด้วย”
“แต่...แพรรับปากผู้จัดการแล้วว่าจะไปทำงานนี่คะ”
“ไม่ได้ แม่ไม่อนุญาต ทำงานกลางคืนอันตรายเกินไป แม่เป็นห่วง” แม่จ๋าหรือจริยาพูดน้ำจริงจัง
“ที่นั้นเขารับรองลูกค้าชั้นสูง ต้องการคนพูดได้หลายภาษา ถ้าทำงานดีผ่านช่วงทดลองงานก็จะได้ทำแบบประจำมีเงินเดือนด้วยนะคะแม่จ๋า”
“ลูกแพรก็อดใจรออีกหน่อยสิลูก หนูสมัครไปตั้งหลายที มันต้องสักทีสิ” คุณจริยาพูดด้วยความหงุดหงิด มือที่กำลังซ่อมเสื้อให้ลูกค้าถึงกับสั่นจนลูกสาวสังเกตเห็น แพรดาวปราดเข้าไปหาแล้วยื่นมือไปจับมือที่หยาบกร้านของแม่ไว้
“แม่จ๋า แพรโตแล้วเรียนจบแล้ว แพรไม่อยากเป็นภาระให้แม่ งานสมัยนี้หายากเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี ให้แพรไปทำงานเถอะนะ”
“ใช่สิ แพรโตแล้ว แม่ห้ามอะไรก็ไม่ฟังแล้ว”
“ไม่ใช่แบบนั้น แพรไม่อยากให้แม่จ๋าลำบาก ตั้งแต่จำความได้แม่จ๋าไม่เคยสุขสบายเลย ต้องทำงานหนักเลี้ยงแพรคนเดียว ขนาดแม่ประสบอุบัติจนเป็นแบบนี้ก็ยังไม่ได้หยุดเลย แม่จ๋าจะให้แพรใช้ชีวิตทีความสุขได้ยังไง”
“โธ่ลูก” แม่พูดพลางกลั้นสะอื้น “เพราะแม่เองที่ให้แพรได้แค่นี้ ลูกควรสุขสบายกว่านี้”
“ไม่เอาค่ะ แม่จ๋าอย่าพูดแบบนี้ แพรมีทุกวันนี้เพราะแม่จ๋า ความสุขของแพรคือเห็นแม่จ๋ามีความสุข เพราะฉะนั้นแม่จ๋าอย่าดื้อกับแพรได้ไหมคะ แพรสัญญาว่าจะดูแลตัวเองดีๆ ถ้าเห็นท่าไม่ดีแพรจะรีบเผ่นทันทีค่ะ”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นเฮือกหนึ่ง นกน้อยยังไงก็ต้องบินออกจากรังในสักวัน ช้าเร็วก็ต้องมีวันนี้ ที่ผ่านมาแพรดาวก็ไม่เคยทำอะไรนอกลู่นอกทาง เป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ถ้าเทียบกับลูกบ้านอื่นที่เธอเคยเจอมา ลูกสาวของเธอนับว่าดีกว่ามากเลยทีเดียว
“สัญญานะ มีอะไรต้องรีบถอยออกมา ไม่ต้องไปเสียดายเงินทอง ชีวิตลูกสำคัญที่สุด”
“ค่ะ แม่จ๋า” หญิงสาวดีใจกระโดดไปกอดแล้วหอมแก้มแม่ หอมซ้ายหอมขวาจนคนเป็นแม่หัวเราะออกมา
“ตัวเหม็น ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าวได้แล้ว”
“จ๊ะแม่จ๋า”
หญิงสาวหัวเราะร่าแล้วเดินไปที่ห้องนอนของตัวเอง ความจริงไม่ใช่ครั้งแรกที่แพรดาวทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ เธอเคยทำงานพิเศษเล็กๆน้อยๆ เป็นพนักงานเสิร์ฟในงานเลี้ยงต่างๆ แพรดาววางกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วทิ้งตัวนอนแผ่หราบนเตียงขนาดเล็ก สายตามองพัดลมเพดานที่หมุนช้าๆ ตามสภาพอายุของมัน แต่ใจลอยคิดถึงผู้ชายคนนั้น
คงไม่อาจพูดได้ว่าเป็นเพื่อนหรือคนสนิท เพราะเขาคือผู้จ้าง-จ้างเธอผ่านบริษัทรับทำความสะอาดไปทำความสะอาดที่ห้องของเขา ที่จริง แม่บ้านที่ไปทำความสะอาดถ้าลูกค้าไม่เจาะจงเลือกใครก็เวียนกันไปตามที่บริษัทส่งตัว ก่อนที่จะเคยเจอเจ้าของห้องเธอก็ไปทำความสะอาดห้องนี้มาหลายครั้ง แต่พอได้เจอกันเจอกันสองสามครั้ง เธอรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนที่แปลกประหลาดมากจริงๆ
ใช่ ทั้งแปลก และประหลาด
แปลกคือเขาก็คือคนๆเดียวกับที่มากินกับข้าวในปิ่นโตของเธอ และให้เงินเธอทำไข่พะโล้ เรียกเธอนั่งกินข้าวด้วยกัน และ...แววตาที่มองมีความอ่อนโยนแฝงอยู่ แต่...ครั้งล่าสุดที่เจอกัน ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายระบุให้เธอมาทำความสะอาดห้อง เขากลับทำเหมือนเพิ่งเจอเธอครั้งแรก และยังกอดรัดเธอแทบขาดใจตาย ตอนนั้นเธอกลัวมาก นึกว่าตัวเองจะตายจริงๆ แล้วหลังจากที่เขาเข้าห้องนอนไป เธอก็รีบลงมือทำความสะอาดห้องทันที ปกติเธอไม่เร่งมือขนาดนั้น แต่ร้อนรนเพราะกลัวเจ้าของบ้าน ทำงานแบบไม่หยุดเสร็จสรรพใช้เวลาชั่วโมงนิดๆ แล้วคิดว่าจะย่องออกไปก่อนเขาออกมา แต่ขณะที่เธอหยิบกระเป๋าคล้องไหล่ ประตูห้องก็เปิดออก เขามองเธอด้วยแววตางุนงงก่อนจะยิ้มออกมา
‘แพร’
‘คะ?’
คำเรียกสนิทสนมนั้นทำให้เธอชะงักและท่าทางเขาที่มองเธออีก ราวกับคนละคนทั้งที่เธอทำความสะอาดห้องให้เขาอยู่ ห้องนั้นไม่ได้เปิดออกเลยจนเธอจะกลับบ้านแล้วนี่แหละ เขาทำเหมือนไม่รู้ว่าเธอมาทำความสะอาดห้อง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาแทบจะทำให้เธอตายคามือเขาไปแล้ว
‘นี่...จะกลับเหรอ’
‘ค่ะ’
ชายหนุ่มลูบท้ายทอย เขาดูเหมือนคนนอนไม่พอจนน่าสงสาร อะไรที่เธอคาใจจึงได้แต่เก็บไว้ข้างใน และบอกตัวเองว่า เขาคือนายจ้าง เป็นลูกค้าของบริษัท เธอก็แค่พนักงานทำความสะอาด ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวหรือใส่ใจเรื่องของคนอื่น
‘มาอีกทีเมื่อไหร่’
‘เอ่อ...อยู่ที่บริษัทกำหนดตารางงานให้ค่ะ แพร เอ่อ ดิฉันไม่รู้ว่าจะได้มาทำที่นี่หรือเปล่า’
‘ถ้าผมระบุตัวคุณล่ะ ชื่อแพรดาวใช่ไหม’
‘เอ่อ...ได้ค่ะ คุณโทรคุยกับหัวหน้าได้ค่ะ’
‘ถ้างั้นเจอกันนะครับ’
เธอจำได้ว่ามองเขาอย่างงุนงงแล้วพยักหน้ารับหงึกหงัก อดมองไปทางประตูห้องของเขาไม่ได้ หรือในนั้นจะมีห้องลับซ่อนคนไว้ แต่...หน้าตาเหมือนกันทุกตารางนิ้วเลยนะ แม้กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังชุดเดิม และเหมือนเขาจะรู้ว่าเธอสำรวจเขาอยู่เลยยิ้มเก้อๆ จนใบหน้าอ่อนล้านั้นดูเหมือนเด็กหนุ่ม
‘ช่วงนี้งานยุ่งจนนอนแทบไม่พอ’
‘ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ’
‘ครับ เจอกันสัปดาห์หน้านะครับ’
เธอพยักหน้ารับอีกครั้งแล้วเดินไปที่ประตู พลันรู้สึกเหมือนมีใครเดินตามหลังจึงหันไปมองแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามาใกล้ เธอนึกที่เขากอดรัดจากด้านหลังทำให้หน้าซีดถอยหลังไปชิดบานประตู
‘คะ..คุณ...’
‘ถ้าไม่รังเกียจเรียกพี่ดินก็ได้ครับ’ เขายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือไปที่ลูกบิดประตู ‘พี่แค่จะเดินมาส่งแล้วล็อกประตูห้อง’
‘จะไม่ดูสนิทสนมไปหรือคะ’ ถามไปอย่างที่คิด แล้วทำตาปริบๆ ทั้งงุนงงและสงสัย วันนี้เธอเจอเรื่องประหลาดทั้งวันเลย
‘อยากให้สนิทครับ’
รอยยิ้มอ่อนโยนละลายความหวาดกลัวในใจ เธอไม่ได้พูดอะไรอีก ตั้งสติได้ก็หมุนตัวกลับแล้วเดินออกมา แต่ก็อดเหลียวไปมองอีกครั้งไม่ได้ เห็นเขายืนยิ้มและโบกมือให้ เธอก็ทำหน้าแตกตื่นแล้วรีบสาวเท้าเข้าไปในลิฟต์ทีเปิดออกพอดี
แพรดาวถอนหายใจอย่างสับสน เวลานี้เธอควรสนใจเรื่องงานใหม่ดีกว่า บางที...คนนั้นๆ อาจไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้
หัสดินรู้ว่าคำพูดของตัวเองดูประหลาด แต่เขาก็รู้อีกนั้นแหละว่า เธอคงเจอกับตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขาไปแล้ว ในห้องมีกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ทำให้รู้ว่าวันนั้นเธอเจออะไรไปบ้าง และเจ้าดาร์กก็ไม่ยอมบอกเขาเสียด้วย “ขนมอร่อยมาก แพรไม่เคยกินเค้กอร่อยๆแบบนี้มาก่อนค่ะ” หญิงสาวพูดไปตามที่รู้สึก “พูดเกินไป ฝีมือพี่ไม่เท่าไหร่หรอก” เขาพูดยิ้มๆ พยายามเพิ่มความสนิทสนมยิ่งขึ้น “อร่อยจริงๆค่ะ” จะเรียกว่าถูกหลอกด้วยของอร่อยก็ไม่ผิดนัก แพรดาวรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้จริงๆ “แพรขอเอากลับไปฝากแม่ได้ไหมคะ แพรอยากให้แม่ได้กินของอร่อยๆ แบบนี้” “ไม่ได้” เขาตอบแสร้งทำหน้าจริงจัง แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าเสียก็รีบพูดขึ้นทันที “พี่หมายถึง ชุดนี้พี่เตรียมมาให้แพร แต่ครั้งหน้าพี่จะเตรียมไว้ให้คุณแม่ของแพรก็แล้วกัน” “ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว แต่ละอย่างดูแพงๆทั้งนั้น” หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อยก็พูดออกไป “คุณ...” “พี่” “เอ่อ...” “เรียกพี่ดินก็ได้ ชื่อเต็มพี่ก็คงรู้แล้ว” “เอ่อ...พี่ดิน” ช่างเถอะ เธ
เพราะเคยมีประสบการณ์ทำงานตามงานเลี้ยงมาบ้าง สำหรับแพรดาวจึงไม่ยากนัก การจำชื่อเมนูเครื่องดื่มเด่นๆ มาวันแรกไม่ได้ทำงานจริงแต่เรียนรู้งาน คนที่มีประสบการณ์ได้ทำงานที่โซนB ซึ่งเป็นชั้นบนที่แบ่งเป็นห้องพิเศษอีกหลายห้อง ส่วนแพรดาวทำงานที่โซนA ซึ่งดูแล้วก็ไม่ต่างจากร้านเหล้าทั่วไปที่มีเวทีเล็กๆ สำหรับการเล่นดนตรีสด เสื้อพนักงานเป็นเสื้อโปโลสีดำคลิบแดง บนอกเสื้อปักโลโก้ร้าน กางเกงผ้าขายาวกับรองเท้าคัชชูทำให้เดินสบายคล่องตัว เธอไม่คิดว่าที่นี่จะเตรียมให้พนักงานขนาดนี้ แต่ก็นับว่าดีมากแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ แพรดาวเรียนรู้งานจากผู้จัดการหรือพี่ดาด้ารวมทั้งคนอื่นๆ 3 วัน ทุกอย่างไปอย่างราบรื่นด้วยดี กลางวันแพรดาวไปทำงานตามที่บริษัทนัดหมาย เดี๋ยวนี้มีคนมาทำงานเป็นแม่บ้านกันมากขึ้น เธอไม่ได้มีงานทำทุกวัน การมีรายได้กลางคืนจึงเป็นความหวังกับเธอมากทีเดียว แต่ที่สุดแล้วเธอก็หวังจะได้ทำงานประจำที่มั่นคง ระหว่างนี้แพรดาวก็ยังอ่านหนังสือทบทวนความรู้ของตัวเองตลอดเพื่อจะได้สอบเข้าทำงานราชการ หญิงสาวหยุดหน้าประตูห้องที่คุ้นเคย
อินฟลูสาวมองด้วยรอยยิ้มดีใจ เธอทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแฟนคลับสำเร็จแล้ว เชฟหนุ่มเลื่อนรูปและคืนปากกาให้ บนกระดาษแผ่นนั้นมีลายเซ็นชื่อ ‘หัสดิน’ และคำอวยพรให้การรักษาราบรื่นด้วยดี “ขอบคุณมากนะคะ และขอโทษที่รบกวน” พลอยไพลินเก็บทุกอย่างใส่กระเป๋า และเตรียมตัวกลับ เธอมีข้อมูลของเชฟดินอยู่บ้าง ผู้ชายคนนี้ไม่ชอบให้คนอื่นเข้าใกล้มากเกินไป “คุณจะไปพบน้องอันดาเมื่อไหร่ครับ” “ออกจากนี้ก็ไปโรงพยาบาลค่ะ คงไม่ทันเวลาเยี่ยมแต่จะฝากคุณแม่ของน้องไว้” “รอสักครู่นะครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปหลังร้าน และไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็เดินออกมาพร้อมถุงขนมสองถุง “ถุงนี้ฝากให้น้องอันดา ถ้ากินไม่ได้ก็ให้คุณแม่หรือคนในครอบครัวก็ได้ครับ ส่วนถุงนี้ของคุณกับเพื่อน” “เกรงใจจัง” “คราวหน้ามาเวลาร้านเปิดนะครับ” “ขอบคุณมากค่ะ” เป็นเกรซที่พูดขึ้นแล้วรับถุงขนมทั้งสองถุงไว้ พลอยไพลินได้แต่ยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้งแล้วขอตัวกลับ ระหว่างที่เดินมาที่รถยนต์ของตนก็อดหันไปมองที่ร้านขนมไม่ได้ “เชฟดินตัวจริงหล่อกว่าในช่องยูทูปเสียอีก” เกรซเปรยแล้วกระแซะไหล่เพื่อนเบาๆ “ชอบล่ะสิ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มหน้าแดง แล้วตั้งใจว่าจะต้องกลับม
สัมพันธ์ลับ(รัก) สุดยอด ตอนที่12 ชายหนุ่มบรรจงแต่งหน้าเค้กด้วยแววตามุ่งมั่น ผู้ช่วยยืนมองอย่างชื่นชมในความสามารถ จนเมื่อหัสดินเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟหนุ่มคนนี้ ใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับรอยยิ้มตลอดเวลา ไม่แปลกใจเลยที่เป็นเชฟทำขนมหวาน ก็หวานตั้งแต่รอยยิ้มของเชฟแล้ว “เรียบร้อย หยิบมือถือให้หน่อย” หัสดินพูดแล้วยื่นมือไปรับรับสมาร์ทโฟนจากผู้ช่วยเชฟอีกคนที่ถือโทรศัพท์ให้เขา ชายหนุ่มรับมาแล้วถ่ายรูปหลายๆมุมก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วยื่นมือไปทางผู้ช่วยอีกคน “ขอมีดหน่อย” “นี่ค่ะ” ผู้ช่วยส่งมีดตัดเค้กให้ เชฟหนุ่มรับมือแล้วบรรจงตัดสี่ชิ้นแล้วหยิบมาวางบนจานเล็กเรียบหรูสีเข้มขับเน้นให้เนื้อเค้กสีครีมดูสวยน่ากินมากยิ่งขึ้น “ชิ้นนี้ของผม ที่เหลือพวกคุณช่วยกันชิม ชิมแล้วบอกด้วยว่าเป็นไง” “อร่อยสุดยอดค่ะ” พนักงานคนหนึ่งรีบพูดขึ้นสร้างเสียงหัวเราะในห้องครัว แต่หัสดินกลับส่ายหน้าระอาใจ อาจเพราะใบหน้าเขาอมยิ้มตลอดจึงเหมือนเอ็นดูอีกฝ่ายมากกว่า “ลิ้นยังไม่ได้สัมผัสเลย บอกอร่อยแล้วได้ไง”
สัมพันธ์ลับ(รัก) สุดยอด ตอนที่11 “แม่ไม่เห็นด้วย” “แต่...แพรรับปากผู้จัดการแล้วว่าจะไปทำงานนี่คะ” “ไม่ได้ แม่ไม่อนุญาต ทำงานกลางคืนอันตรายเกินไป แม่เป็นห่วง” แม่จ๋าหรือจริยาพูดน้ำจริงจัง “ที่นั้นเขารับรองลูกค้าชั้นสูง ต้องการคนพูดได้หลายภาษา ถ้าทำงานดีผ่านช่วงทดลองงานก็จะได้ทำแบบประจำมีเงินเดือนด้วยนะคะแม่จ๋า” “ลูกแพรก็อดใจรออีกหน่อยสิลูก หนูสมัครไปตั้งหลายที มันต้องสักทีสิ” คุณจริยาพูดด้วยความหงุดหงิด มือที่กำลังซ่อมเสื้อให้ลูกค้าถึงกับสั่นจนลูกสาวสังเกตเห็น แพรดาวปราดเข้าไปหาแล้วยื่นมือไปจับมือที่หยาบกร้านของแม่ไว้ “แม่จ๋า แพรโตแล้วเรียนจบแล้ว แพรไม่อยากเป็นภาระให้แม่ งานสมัยนี้หายากเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี ให้แพรไปทำงานเถอะนะ” “ใช่สิ แพรโตแล้ว แม่ห้ามอะไรก็ไม่ฟังแล้ว” “ไม่ใช่แบบนั้น แพรไม่อยากให้แม่จ๋าลำบาก ตั้งแต่จำความได้แม่จ๋าไม่เคยสุขสบายเลย ต้องทำงานหนักเลี้ยงแพรคนเดียว ขนาดแม่ประสบอุบัติจนเป็นแบบนี้ก็ยังไม่ได้หยุดเลย แม่จ๋าจะให้แพรใช้ชีวิตทีความสุขได้ยังไง” “โธ่ลูก” แม่พูด
คนที่ถูกเรียกว่า ‘ดาด้า’ ชื่อจริงคือ ‘ดาริน’ เธอเป็นสาวประเภทสองผ่านการทำศัลยกรรมมาครบทุกอย่างแล้ว กิริยาท่าทางก็เหมือนผู้หญิงทุกอย่าง มองผ่านๆ แทบหาจุดจับผิดว่าเคยเป็นผู้ชายมาก่อนไม่เจอ “แพรยังหางานทำอยู่ใช่ไหม” เกรซพูดเข้าประเด็น “ก็อย่างที่รู้นั่นแหละ” แพรดาวยิ้มเหงาๆคนไม่มีเส้นสายนี้หางานยากจริงๆ“มาทำงานพิเศษที่นี่ก่อนไหม”“ทำอะไรเหรอ” แพรดาวมองรอบตัว “ที่นี่ขาดแม่บ้านเหรอคะ”ดารินแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่เกรซหัวเราะร่า“ยัยแพร เธอดูถูกตัวเองไปแล้วนะ ที่นี่ชื่อ ซีเคร็ท คลับ เป็นคลับรับเฉพาะรับเฉพาะลูกค้า VIP ที่มีบัตรผ่านเท่านั้นไม่ใช่ทุกคนจะเข้ามาที่นี่ได้ง่ายๆ จะเปิดบริการเร็วๆนี้ แต่ยังขาดพนักงานที่มีความรู้ความสามารถโดยเฉพาะพูดภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นได้คล่องๆ ฉันก็เลยนึกถึงเธอขึ้นมาจะแนะนำเธอให้แม่ดาด้ารู้จัก”“อย่างนั้นเองเหรอ” แพรยาวยิ้มเขินๆ ออกใสดารินสนใจเด็กสาวคนนี้มากขึ้น เธออยู่ในแวดวงนี้มานานย่อมดูคนออกแม้แต่กับเกรซที่ชอบทำตัวสนิทสนมกับเธอ แต่จริงๆ ก็ต้องรักษาระยะไม่ใกล้ชิดมากเกินไป“ยัยแพรเก่งภาษาค่ะ พูดอังกฤษกับญี่ปุ่นได้” เกรซเ
นิ้วเรียวกำลังเลือกหยิบดอกจำปีในกระทงใบตองขนาดกำลังดีมีก้านยาวจากขั้วออกมาเล็กน้อยพอที่จะนำมามัดกับเส้นผมสีดำขลับของปรางไหม หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ เธอส่องกระจกเงาตรงหน้าดูผมยาวถึงกลางหลัง เธอปล่อยให้มันยาวอย่างอิสระมาสามปีแล้ว เธอมองมันอยู่เพียงครู่ก่อนจะรวบขึ้นเป็นมวยเผยให้เห็นไรผมรุ่ยร่ายบางๆ ดูเข้ากับดอกจำปีที่พันไว้กับเส้นผมดำเงางามที่แสนภูมิใจของตนเองเป็นผู้หญิงนี่นะ ยังไงก็รักสวยรักงามอยู่ดี แพรดาวระบายลมหายใจเบาๆถึงอย่างไรเธอก็น่ารักที่สุดได้เท่านี้ เธอรู้ว่าตัวเองหน้าตาธรรมดาแทบไม่มีความโดดเด่นอะไรเลย การเรียนก็ปานกลาง ตอนเด็กๆ ย้ายบ้านบ่อยจนเธอแทบจำไม่ได้ว่าบ้านเดิมจริงๆอยู่ที่ไหน เธอรู้แค่ว่าแม่จ๋าจะกุมมือเล็กๆของเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อ ตั้งแต่จำความได้ก็มีแค่แม่จ๋าที่อยู่กับเธอ จะวันพ่อหรือวันพิเศษอะไรที่โรงเรียนจัดกิจกรรมก็จะมีแค่แม่จ๋าที่มาอยู่ตรงหน้า เธอเคยถามแต่เห็นการฝืนยิ้มจนพูดไม่ออกและแอบไปร้องไห้ทำให้เลิกถาม หากการถามถึงผู้ชายคนนั้นทำให้แม่จ๋าเสียใจ เธอไม่ทำดีกว่า อยู่จนอายุครบ22ปี เธอเลิกคิดถึงผู้ชายที่เรียกว่าพ่อไปแล้ว
แพรดาวกวาดตามองให้ห้องแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ เธอมาทำความสะอาดที่นี่หลายครั้ง แต่เจ้าของบ้านมักเก็บทุกอย่างค่อนข้างเป็นระเบียบ ทำให้การทำงานของเธอง่ายและกินแรงน้อยมาก แต่วันนี้ห้องของเขา...อย่างกับถูกรื้อค้น หรือว่า... จะมีโจรขึ้นบ้าน! ใบหน้าสวยขาวซีดไร้สีเลือด พยายามตั้งสติแล้วล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าผ้าที่คล้องไหล่ แต่ความตื่นกลัวของเธอทำให้มือไม้สั่นควานหาโทรศัพท์ไม่ถือ “บ้าจริง อยู่ไหน หรือลืมเอามาจากบ้านด้วย” แม่บ้านสาวเริ่มร้อนรน ทันใดนั้นเธอรู้สึกถึงได้ไอร้อนจากด้านหลัง เมื่อเอี้ยวใบหน้ามองพลันเห็นใบหน้าของชายผู้หนึ่ง รอยยิ้มเพิ่งจุดขึ้นที่มุมปากทว่าฝ่ามือของเขากลับยกมือขึ้นปิดครึ่งปากครึ่งจมูกของเธอ “เธอเป็นใคร!” “อื้อ!” หญิงสาวเบิกตาโต เธอยอมรู้จักชายคนนี้แต่เขากลับทำเหมือนไม่เคยเห็นเธอมาก่อน ความกลัวทำให้ร่างเล็กดิ้นรนขัดขืน และทำให้วงแขนนั้นโอบรัดเธอแน่นขึ้น ร่างอ่อนนุ่มในชุดแม่บ้านไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหวั่นไหว เขาพร้อมจะบิดคอเธอให้หักคามือ แต่ก็ค่อยๆ คลายออกเมื่อรู้ว่าอ
สถานที่ ภายใน ห้องนอน เวลา เที่ยงคืน คุณเคยจมน้ำไหม? น้ำที่มีแต่โคลนตม ...โคลนที่ทะลักเข้าปาก เท้าที่แตะไม่ถึงพื้น และมือที่พยายามไขว่คว้าหาสิ่งยึดเหนี่ยวผมกำลังรู้สึกเช่นนั้นในวินาทีนี้.... ผมไม่ได้รู้สึกอย่างนี้บ่อยนักหรอก มันจะโถมเข้าใส่ในสภาวะที่ตัวเองกำลังเผชิญกับปัญหาที่หาทางออกไม่ได้อยู่เสมอ อาการนั้นเสมือนคนโรคประสาท ย้ำคิดย้ำทำ คิดอยู่แค่ว่าจะไปให้พ้นสภาพที่เป็นอยู่ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะไปไหน ไปอย่างไร แต่สุดท้าย ผมเลือกที่จะเดิน...เดิน...เดิน...และเดิน... ผมไม่ใช่คนชอบแก้ปัญหา แต่เป็นนักตัดปัญหา ตัดมันทิ้งๆไปซะให้มันพ้นๆตัวก็พอแล้ว ชีวิตมันก็แค่นี้ สั้นยาวก็เท่านี้ อยู่ไม่นานนักหรอก ยังไงก็ตายอยู่ดี แปลกนะ... คนเราหนีความตายไม่พ้น แต่เพรียกหาความตายเสียเหลือเกิน ความตายนั้นสวยงามนักหรือ? ถึงได้ปรารถนานักยามเมื่อมีปัญหา มันคือทางออกแห่งปัญหาทั้งมวลหรือ? แต่ครั้งหนึ่ง.. ผมก็ใช้มันเพื่อเป็นทางออกของปัญหา และใช้มันเป็นการเรียกสายตาคนในครอบครัวให้เหลียวแล วัยเด็กของ