เข้าสู่ระบบเขาคือ โปรด ปรีชาวิชญ์ โกศลวิวัฒน์สกุล นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ปี 4 หนุ่มหล่อผู้เป็นเจ้าของบาร์โฮสต์ The Bliss P Club ลูกชายนักการเมืองชื่อดัง แม่เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีมากถึง 20 สาขาทั่วประเทศ
ก่อนหน้านี้โปรดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องทำงานบนชั้นสาม มือหนาถือแก้วเหล้า ทอดสายตามองลงมายังชั้นล่างเพื่อสำรวจความเรียบร้อยอย่างเช่นทุกวัน ทว่ากลับสะดุดตากับแขกโต๊ะเจ็ด ที่นั่งอยู่ด้วยกันสี่คน และเธอคนนั้น คือคนที่ทำให้เขาเผลอมองได้เป็นเวลานานราวกับถูกมนต์สะกด
เธอดูผิดปกติเมื่อเทียบกับนักท่องราตรีคนอื่น ๆ ที่ดูมีชีวิตชีวาเมื่อหนุ่มโฮสต์ปรากฏตัว ทว่าเธอกลับนั่งนิ่ง มีเพียงน้ำเมาที่มอบความสุขในคืนนี้ได้
ใบหน้าสวยของเธอชวนมองเป็นอย่างมาก ทว่าแววตากลับเศร้าชวนให้ค้นหาถึงสาเหตุ และคืนนี้หนุ่มโฮสต์ตัวท็อปหมายเลขหนึ่งได้ขอลาหยุดงานพอดี โปรดจึงสวมรอยลงมารับหน้าที่นี้แทน
“น้องโปรดเป็นตัวท็อปเบอร์หนึ่งของร้าน หน้าตาหล่อเหลา หุ่นดี และเอาใจเก่งแบบนี้ เราจะเริ่มประมูลกันที่สองร้อยดริงค์ มีใครให้มากกว่าสองร้อยดริงค์ไหมครับ”
พิธีกรเริ่มเปิดการประมูล บรรดาหญิงสาวน้อยใหญ่ก็ยกมือแข่งกันเดิมพัน
“สองร้อยห้าสิบดริงค์”
“สองร้อยแปดสิบดริงค์”
“สามร้อยดริงค์”
คราแรกมายูก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เธอคิดแค่ออกมาเที่ยวเล่นกับเพื่อนเพียงเท่านั้น ทว่าน้ำเสียงของบุคคลนี้ทำให้รู้สึกคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก
เธอและเพื่อนต่างพากันเหลียวไปยังโต๊ะที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของเวที วินาทีนั้นคิ้วเรียวของมายูขมวดเข้าหากันเป็นปม อกข้างซ้ายของเธอเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น หรือหวาดหวั่นกับสิ่งที่เห็น
ทว่าคนที่กำลังประมูลหนุ่มหล่อบนเวที คือนางแพศยาที่อ้าขาให้แฟนเก่าของเธอกระแทกคาคอนโดเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
.
สองอาทิตย์ก่อน
“อะ อ๊า… พี่เพทาย ซี้ด… อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”
“ตอดดีเป็นบ้าเลยริษา”
“อ๊ะ อ๊ะ ถึงใจมากกว่า อึก นังแฟนจืดชืดของพี่ไหมคะ อ๊ะ อืม…”
“มันแน่นอนอยู่แล้ว อ่า... อย่าไปพูดถึงให้เสียอารมณ์เลย”
ปัก ปัก ปัก
เสียงน่าอายดังระงมภายในห้องนอนของคอนโดหรู ขาที่สั่นราวกับคนหมดแรงจะก้าวเดิน พาตัวเองไปยืนอยู่หน้าประตูอย่างเชื่องช้า
ใบหน้าของมายูร้อนผ่าวทนฟังถ้อยคำของคนสารเลวที่พูดกับผู้หญิงคนนั้นไม่ไหวอีกต่อไป ตัดสินใจหมุนลูกบิดเปิดประตูเข้าไปทันที
“ว้าย นังบ้า เปิดเข้ามาได้ไงฮะ”
เพทายผละตัวออกจากผู้หญิงน่าไม่อายที่เปลือยกายให้แฟนชาวบ้านกระแทกคาเตียง ทำให้จุดเชื่อมต่อของคนทั้งสองหลุดออกจากกัน ริษารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว ส่งเสียงโวยวายอย่างไม่ชอบใจที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะ
“มะ มาที่นี่ได้ยังไงครับ” เพทายเอ่ยน้ำเสียงตะกุกตะกัก อีกทั้งไม่กล้าสบสายตาราวกับกลัวความผิดที่ตัวเองก่อ
หัวใจของมายูเจ็บปวดราวกับถูกมีดแหลมปักลงกลางใจ เหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่ซื่อสัตย์ต่อความรักเสมอมา ภาพที่เห็นมันย้ำชัดว่าไม่ควรเสียเวลาฟังคำอธิบาย เพราะทุกสิ่งที่เพทายจะพูดต่อจากนี้ก็คงไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป
มายูสูดหายใจพยายามข่มกลั้นหยดน้ำตา เธอจะไม่ร้องไห้ให้กับคนต่ำทรามเด็ดขาด รวบรวมสติเอ่ยออกไปเสียงเรียบ
“หึ ทำไมจะมาไม่ได้ หรือว่าลืมไปแล้วว่าห้องนี้ใครเป็นคนจ่ายเงินซื้อมา”
“เอ่อ พี่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น มายูจะมาทำไมไม่บอกพี่ก่อน”
“ถ้าบอกก่อน ฉันก็อดเห็นคนสันดานต่ำกำลังสมสู่กันน่ะสิ”
มายูกระตุกยิ้มราวกับคนไม่ถือสาเอาความ ทั้งที่เธอไม่เคยระแคะระคายเรื่องนอกใจมาก่อน และที่มาครั้งนี้ก็ตั้งใจซื้ออาหารมื้อเย็นมานั่งกินด้วยกันก็เท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอภาพบาดตาบาดใจอย่างนี้
เธอปรบมือเสียงดัง จ้องทั้งสองคนที่อยู่บนเตียงสลับกัน ก่อนจะเอ่ยกับริสา เพื่อนร่วมสาขาที่เรียนด้วยกันมาถึงสองปีกว่า
“ยินดีด้วยนะ ที่เธอได้ตัวเหี้ยไปครอบครอง”
“นี่แฟนพี่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ” ริษาหันไปเอ่ยกับแฟนคนอื่น ก่อนจะขมวดคิ้วหันใบหน้ามาจ้องหน้ามายู
“ก็เพราะทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ไง พี่เพทายถึงได้เบื่อเธอ”
“อ่อ งั้นเหรอ คงจะมีแต่พวกเดียวกันสินะ ถึงได้รู้ใจกันขนาดนี้ อีเหี้ย”
“กรี๊ด… อีมายู”
มายูเดินเข้าไปใกล้เตียงทางฝั่งที่ริษานั่งอยู่ มือทั้งสองข้างจับผ้าห่มออกแรงฉุดกระชาก จนในที่สุดมันก็หลุดจนเห็นคนหน้าด้านนั่งเปลือยกาย เหมือนก่อนหน้าที่กำลังมีความสุขอยู่กับแฟนของเธอ
เพียะ
ริษาถูกตบเข้าที่ใบหน้าข้างซ้ายเต็มแรงจนหน้าหัน มายูก้าวขึ้นไปยืนบนเตียง ยกเท้าถีบแฟนสารเลวจนหงายหลังลงไปกองอยู่บนพื้น หันมากระชากผมของเพื่อนร่วมสาขา ฟาดฝ่ามือตบใบหน้าอีกหลายทีเพื่อให้สาสมกับความเจ็บปวดที่เธอกำลังได้รับ
“กรี๊ด อีมายู มึงกล้าตบกูเหรอ”
แม้อีกฝ่ายจะแผดเสียงร้อง พยายามสู้กลับแต่ก็ไม่เป็นผล ฝ่ามือของมายูตบเข้าที่ใบหน้าของคนไร้ยางอายอย่างต่อเนื่อง
เพียะ
“ทำไมกูจะไม่กล้า”
เพียะ เพียะ
“โอ๊ย อีบ้า กูเจ็บนะ”
เพทายที่อยู่ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน นั่งหลบอยู่ข้างเตียง โผล่เพียงใบหน้าขึ้นมาเอ่ย
“มายู พอเถอะ อย่ามีเรื่องกันเลย”
“หุบปาก”
มายูโพล่งขึ้นเสียงแข็งกร้าว หันไปชักสีหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์แค้นเคืองใส่เพทาย ผู้ชายที่เธอรักและเคยทุ่มเทให้ทุกอย่าง
มายูเปิดประตูลงจากรถสปอร์ตคันหรู จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านเพื่อเอากระเป๋าสะพายขึ้นไปเก็บ ทว่ากลับต้องประหลาดใจ เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ซึ่งคืนนี้ควรจะได้นอนอยู่บนเตียงอันคุ้นเคยเพียงลำพัง เพราะสามีเดินทางไปประชุมกับฝ่ายบริหารประจำปีที่สาขาใหญ่ของห้างสรรพสินค้า Siam PP Mall ของภาคกลางเมื่อช่วงเช้าตรู่ และบอกว่าจะกลับมาวันพรุ่งนี้ กำลังยืนอยู่ปลายเตียงราวกับว่ารอต้อนรับภรรยาคนสวยกลับมาบ้าน“พี่โปรด”มายูฉีกยิ้มหวานวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นสามี ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้ม มือหนาเลื่อนขึ้นลูบเรือนผมของเธออย่างเบามือหญิงสาวผละออกจากอ้อมกอดและเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อของเขา แล้วเอ่ยถาม“ไหนบอกว่าจะกลับมาวันพรุ่งนี้ไงคะ”“ทีแรกพี่ก็ว่าจะกลับวันพรุ่งนี้ แต่คิดถึงเมียจนอดใจไม่ไหว ก็เลยต้องรีบกลับมานอนกอดเมีย”ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อได้ฟังคำหวานจากปากของสามี ทั้งสองแต่งงานกันมาสามปีแล้ว ทว่าโปรดก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย และความรักที่มีให้กันก็ยังหวานชื่นไม่มีเปลี่ยนมือหนาประคองใบหน้าสีเลือดฝาดของเมียรัก เลื่อนริมฝีปากลงมาพรมจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธอแผ
ภายในห้องเริ่มกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง คนทั้งสองต่างจ้องใบหน้าของกันและกัน พลันใจเต้นแรงตึกตักในจังหวะเดียวกัน ก่อนที่โปรดจะก้มลงมาจูบริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาเพียงลิปบาร์ม บดคลึงกลีบปากสวยอย่างอ่อนโยน พลางพลิกตัวขึ้นไปนอนทาบทับอยู่บนร่างของคนตัวเล็กมายูเลื่อนสองแขนขึ้นไปกอดลำคอของแฟนหนุ่ม เผยอปากเปิดรับลิ้นอุ่นเข้าไปจูบแลกลิ้นกันในโพลงปากหวานคนทั้งสองเกิดอารมณ์ปรารถนาต่อร่างกายของกันและกัน จึงผลัดกันปลุกเร้าอารมณ์กระสัน และปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก จนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่พร้อมสำหรับกิจกรรมเข้าจังหวะลำกายใหญ่แข็งขึงสอดเข้าไปในช่องทางรักของแฟนสาว ทำให้สองร่างประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เอวสอบเริ่มขยับเพื่อให้เจ้ามังกรเคลื่อนเข้าออกในถ้ำแห่งความสุขได้คล่องตัว จากนั้นก็เร่งจังหวะระบายอารมณ์ดิบเถื่อนในกายอย่างบ้าคลั่งหญิงสาวขบเม้มริมฝีปากอย่างเย้ายวน ข่มตัวเองไม่ให้เปล่งเสียงครวญครางดังเล็ดลอดออกไปนอกห้อง เพราะเกรงว่าจะทำให้พ่อกับแม่ที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งได้ยิน ทว่าความเสียดเสียวที่ได้รับนั้นไม่ลดน้อยลงจากที่เคยทำตอนอยู่เพนต์เฮาส์แม้แต่นิดเดียว“อ๊ะ อึก ซี้ด… ที่รักขา อึ อื้อ…”“อืม… ขย่ม
ช่วงเวลาประมาณห้าทุ่มของคืนที่สาม พระพายกับมาคัสที่อยู่ในชุดนอนและมีเสื้อแขนยาวตัวใหญ่ใส่คลุมตัวเอาไว้ ก็ได้เปิดประตูออกมาจากห้อง แล้วพบว่าระเบียงบนชั้นสองของคฤหาสน์มีหนุ่มสาวได้ลักลอบออกมาพบกัน“ไปแกล้งลูกไม่ให้นอนด้วยกัน เห็นไหมคะว่าเด็กทั้งสองก็แอบออกมาคุยกันจนดึกอยู่ดี” พระพายเอ็ดผู้เป็นสามีเสียงแผ่ว“ก็พี่อยากลองใจเจ้าหนุ่มนั่นว่าจะมีความอดทนมากแค่ไหนนี่ครับ”“ถ้าเป็นพี่ตอนหนุ่ม แล้วมีคนมาขัดขวางไม่ให้อยู่กับพระพายแบบนี้ พี่จะยอมไหม”“ใครกล้าก็ลองดู” เสียงเข้มเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด“นั่นไงคะ ทีตัวเองยังไม่อยากให้มีใครมายุ่งเลย”“ก็พี่ไม่อยากอยู่ห่างจากเมียนี่ครับ”“แล้วลูกอยากอยู่ห่างกับแฟนเหรอคะ มายูก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าคบกับโปรดและอยู่ด้วยกัน พี่ยังจะใจดำปล่อยให้ลูกนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงแฟนที่โดนพ่อแกล้งจับแยกให้นอนกันคนละห้องแบบนี้เหรอ นี่มันก็คืนที่สามแล้วนะคะ ลูกมานอนบ้านแค่อาทิตย์เดียวเอง”มาคัสและภรรยาก้าวเข้าไปยืนอยู่ทางด้านหลังโดยไม่ให้เด็กทั้งสองคนที่ยืนหันหลังรู้ตัว มายูกำลังกอดแขนของแฟนหนุ่ม เอนศีรษะลงมาพิงต้นแขน“นี่ก็ดึกมากแล้ว เข้าไปนอนก่อนไหมคะ ข้างนอกอากาศเย็น
“เมื่อกี้แม่เห็นแม่บ้านหิ้วของเข้าไปในครัว ซื้ออะไรมาเหรอลูก” พระพายเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง“หลายอย่างเลยค่ะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่โปรดจะโชว์ฝีมือทำอาหาร โดยที่มีลูกสาวคนนี้คอยเป็นลูกมือ พ่อกับแม่รอชิมได้เลยนะคะ” ได้ทีมายูก็รีบอวยยศให้แฟนหนุ่มเพื่อเรียกคะแนน“ทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ” มาคัสเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ“ครับ”“พี่โปรดทำอาหารเก่งมากเลยนะคะ แล้วก็อร่อยมากด้วย พ่อกับแม่ดูสิคะ หนูน้ำหนักขึ้นมาตั้งสองโลแหนะ อีกหน่อยคงได้อ้วนเป็นหมูแน่เลยค่ะ”มือเล็กยกขึ้นลูบพุงน้อย ๆ ที่แทบมองไม่เห็นของตัวเอง มายูเป็นคนมีน้ำหนักคงที่ เมื่อก่อนกินอย่างไรก็ไม่อ้วน ทว่าอยู่กับแฟนหนุ่มแค่ไม่กี่เดือน น้ำหนักของเธอดันเพิ่มขึ้นมาเฉยเลยพระพายส่งเสียงขำ ไม่ต่างจากสามีที่ลอบขำในลำคอแผ่วเบา ทั้งสองพอจะมองออกว่าลูกสาวผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง และดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาก เห็นแบบนี้ก็คิดว่าคงเป็นเพราะได้แฟนชอบทำอาหารและเอาใจเก่งแน่ ๆช่วงเย็นโปรดกับมายูก็อาสาเข้าครัวกันแค่สองคน เพื่อให้พ่อกับแม่ได้มีเวลาสวีตกันในห้องนั่งเล่นขณะรอกินมื้อเย็น หลังจากทำอาหารเสร็จแม่บ้านก็มาช่วยนำจานอาหารไปจัดวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเข้าไปเรียกผู้เป็นนายมาที่ห้อ
มายูลุกออกจากโต๊ะเครื่องแป้งหลังแต่งหน้าเสร็จ คว้ากระเป๋าสะพายแบรนด์หรู เดินเข้าไปหาแฟนหนุ่มที่นั่งรออยู่ปลายเตียง ก่อนจะถูกลำแขนของอีกฝ่ายโอบเอวบางรั้งให้นั่งลงบนตักของเขา“พร้อมไปกันรึยังคะ” เสียงหวานถามแฟนหนุ่ม“ค่ะ”โปรดเอ่ยตอบน้ำเสียงละมุน ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมองแฟนสาว ริมฝีปากมีรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะกดลงสัมผัสกับกลีบปากสวยสีแดงอมชมพู แล้วอุ้มเธอลุกออกจากตักทั้งสองลากกระเป๋าเดินทางคนละใบ ซึ่งได้ถูกจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวออกจากห้อง ลงไปขึ้นรถที่จอดอยู่ชั้นล่าง เพื่อเดินทางกลับบ้านของมายูเนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคเรียนที่สอง และโปรดก็ได้เรียนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงถือโอกาสพาแฟนหนุ่มไปทำความรู้จักกับครอบครัวอย่างเป็นทางการออกจากเพนต์เฮาส์ก็ได้แวะซูเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของฝากผู้ใหญ่ และซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเย็นนี้ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถหรูก็ขับเข้าไปจอดที่โรงจอดรถของคฤหาสน์หลังใหญ่ มายูจับมือของแฟนหนุ่ม ริมฝีปากสวยมีรอยยิ้มหวานมอบให้อีกฝ่าย แม้ว่าโปรดจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา ทว่าเธอก็ยังอยากเติมกำลังใจ เพราะนึกถึงวันที่ได้เจอกับแม่ของเขาเป็นครั้งแรก และเกิดอาการประหม่าจนเหง
หลังจากกินมื้อเย็นด้วยกันเสร็จ ปานรวีก็เปิดกระเป๋าแบรนด์หรู หยิบแบล็กการ์ดออกมาจากกระเป๋าเงิน ยื่นให้กับลูกชายเพราะอยากไถ่โทษที่พรากเวลาอันมีค่าของทั้งสองคนไป ในช่วงที่ให้โปรดไปดูแลลูกสาวของเพื่อน“เดี๋ยวพาหนูมายูไปเดินเล่นในห้างของเรานะ ถ้าอยากได้อะไรก็ใช้บัตรแม่รูดได้เต็มที่ ย้ำว่าต้องซื้อทุกอย่างที่น้องอยากได้”“ครับแม่” โปรดยื่นมือออกไปรับบัตรสีดำทั้งสามคนเดินออกจากร้านอาหารไทย แม่ของเขาก็แยกตัวเพื่อเดินทางกลับบ้าน มือหนาเลื่อนไปจับกับมือของคนตัวเล็ก พาแฟนสาวขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นบน“ไม่เห็นเคยบอกกันเลยนะคะ ว่าแม่พี่เป็นเจ้าของที่นี่”ครั้งแรกที่ทั้งสองคนเจอกันที่นี่ ก็คือในวันที่ริษาเดินควงแขนมากับอดีตคนรักของเธอ แล้วเข้ามาเยาะเย้ยเพื่อทำให้เธอเสียใจ แต่ก็ได้โปรดมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ ด้วยการแกล้งเป็นแฟนกันครานั้นเธอยังคิดว่าอะไรมันจะบังเอิญเจอเขาแทบทุกที่ ที่แท้ก็เป็นลูกชายเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้นี่เอง“พี่เคยบอกกลาย ๆ แล้วว่าถ้าหนูอยากได้อะไร พี่สามารถซื้อให้ได้ทั้งห้าง หนูจำได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ”“เมื่อก่อนพี่พูดอะไรไปหนูก็ไม่เชื่อหนิคะ ขนาดพี่บอกว่าเป็นเจ้าของเดอะบลิสพี







