Masukบทที่ 2
“นิดจะอาบน้ำก่อนปะ”
อคิราห์ตั้งคำถามกับคนที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ภายในห้องที่มานอนค้างนับครั้งไม่ถ้วน แล้วแอบนึกขำยัยคนเก่งที่กำลังทำตัวไม่ถูก
“อี้ก่อนก็ได้” หญิงสาวผายมือบอกกำกับด้วย เธอขอเวลาสักหน่อย เพราะการมาห้องอคิราห์ในครั้งนี้ไม่ได้มาด้วยความรู้สึกเหมือนเดิม ไม่ได้มีปาร์ตี้กับพวกเพื่อนๆ อย่างเคย มีแต่เธอกับเขาที่อาจหาญจะทำเรื่องที่ไม่เคยทำ
“เค”
อคิราห์ตอบรับแล้วเดินไวๆ เข้าไปในห้องนอนใหญ่ ปกติแล้ววนิดาและธนัชชาเวลามาค้างที่นี่มักจะนอนในห้องนอนเล็ก แต่คนที่มาบ่อยสุดคือคนที่กำลังหมุนตัวไปมาไม่รู้จะขยับไปไหนดี จังหวะที่เดินกลับออกมาจะตรงไปยังห้องน้ำก็กระตุกยิ้มใส่คนที่ดูตื่นๆ
วนิดาไม่ได้เก็บอาการ เมื่อเธอกำลังตื่นเต้นแบบสุดขีด หัวใจสั่นระริกรุนแรง ไม่นานหูก็ได้ยินเสียงน้ำหล่นกระทบพื้นแว่วมา จึงคิดว่าตนเองก็ควรไปเตรียมตัวบ้าง สองเท้าเดินไปยังห้องนอนเล็ก เพราะมีชุดนอนของเธอแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า แล้วกลับออกมานั่งรอที่โซฟา มีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ออกบนฝ่ามือจนชุ่ม
ราวๆ ครึ่งชั่วโมงต่อมาเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าอคิราห์อาบน้ำเสร็จแล้ว ก่อนเจ้าตัวจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าให้เธอทำเสียงเล็กแหลมใส่
“อี้”
“ไรยะ” คนที่กำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดหูอยู่นั้นมองตรงไปยังคนเรียก
“ทำไมไม่ใส่เสื้อ”
แม้เธอจะเคยเห็นอคิราห์ถอดเสื้อมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ใช่ว่าเขาจะเดินมาล่อเป้าขนาดนี้ วนิดาอดมองหุ่นของคนที่มีแค่ผ้าขนหนูพันเอวไม่ได้ ถึงแม้อคิราห์จะไม่ได้ถึงขั้นมีซิกซ์แพ็กที่ชัดเจน แต่ก็ถือว่ารูปร่างดี เพราะเขามักใส่ใจเรื่องอาหารการกิน หมั่นดูแลตัวเองอยู่เสมอ ส่งผลให้มีผิวพรรณดี ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสมกับที่เป็นเจ้าของบริษัทเครื่องสำอาง“เดี๋ยวก็ต้องถอดไหมนิด อย่ามาทำเป็นอาย อยากลองเองนะ” อคิราห์ดึงหน้าใส่ แค่นี้จะมาเอียงอายอะไรกัน หากได้เห็นมากกว่านี้ไม่เป็นลมเลยหรืออย่างไร
“นิดไปอาบน้ำก่อนนะ” วนิดาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงอีกเลยเดินเลี่ยงไปอาบน้ำ
ส่วนเจ้าของห้องหลังจากวุ่นวายอยู่กับการเช็ดเนื้อเช็ดตัวอยู่ชั่วครู่ก็เดินหายไปทางห้องครัว ก่อนเดินวนกลับเข้าห้องนอนไปทิ้งตัวลงนั่งรออยู่บนเตียง
เวลาผ่านไปนานพอตัวกว่าวนิดาจะก้าวเท้าตามเข้ามาในห้องนอน หนนี้อคิราห์ต้องเป็นฝ่ายส่งเสียงถาม
“นิด”
“อะไร”
“แล้วทำไมไม่ใส่ชุดนอน”
“ก็อี้จะได้ไม่ต้องถอดไง” วนิดาก้มลงมองตัวเองที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบอกด้วยท่าทีเขินอายไม่น้อย
“มานี่มา”
ฝ่ามือใหญ่ตบมือลงบนเตียง ส่งสัญญาณให้เพื่อนสนิทเดินมานั่งข้างๆ กัน ก่อนจะยื่นเบียร์หนึ่งกระป๋องไปให้ ทั้งที่อยากจะหยิกเนื้อคนที่คิดเอาคืนกันให้ลายมากกว่า“เบียร์ไหม” เขานั่งดื่มรอไปหลายกระป๋องแล้ว ส่งผลให้เวลานี้ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแดงก่ำขึ้นชัดเจน
“ก็ดี” วนิดาไม่ปฏิเสธ รีบคว้าเบียร์ไปกระดกใส่ปากอย่างเร็วไว เพราะกำลังตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
“ดื่มให้มันระวังๆ เดี๋ยวก็สำลัก” ไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงไอของวนิดาเสียแล้ว “เราเตือนแล้วไง”
อคิราห์บ่น แต่ก็ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังขาวพร้อมขยับตัวเข้าไปใกล้ เวลาตื่นเต้นวนิดานั้นมักจะล่กเสมอ เขาชินแล้ว
วนิดาพวงแก้มแดงขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับอคิราห์ที่ห่วงใยเธอเก่งเป็นที่หนึ่ง แล้วความรู้สึกผิดก็วิ่งพล่านไปทั่วใจ
“เรา...ฝืนใจอี้ใช่ไหม” ดวงตาคู่เล็กดูเศร้าลง เธอกำลังทำผิดอยู่หรือเปล่า ความละอายใจพุ่งเป็นริ้วๆ ออกมา
“มาถึงขั้นนี้แล้วยัยหนูนิด”
คนที่อยู่ในอารมณ์เมานิดๆ ยกมือขึ้นมาจับแก้มนุ่ม นึกจะมาถอยอะไรตอนที่อยู่ด้วยกันบนเตียงในสภาพที่ใกล้จะเปล่าเปลือย
“อย่าขบปากแบบนั้น เดี๋ยวปากก็ช้ำหมด” อคิราห์เอ่ยห้าม มือใหญ่ยกขึ้นไปจับกลีบปากเล็กที่ขบกัดอย่างกังวลแล้วคลึงเบาๆ ไปมา
วนิดาพยายามจะไม่กัดปาก แต่มันก็อดไม่ได้ เพราะทั้งรู้สึกละอายและตื่นเต้นไปหมด
“ปากหนูนิดนิ่มมาก”
ในเช้าวันใหม่ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรง อคิราห์และวนิดาก็ตรงไปหาเพื่อนตามนัดหมายยังร้านคาเฟที่อยู่ไม่ห่างจากกองถ่าย “หนูนิด คิดถึงจังเลย” มารตีที่รออยู่ก่อนหน้าแล้วนั้นรีบกวักมือเรียกวนิดาให้เดินเข้าไปหา ก่อนจะสวมกอดอย่างแสนคิดถึง “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างหรือไง” อคิราห์โวย เมื่อมารตีไม่ได้ให้ความสนใจเขาเลยสักนิด “ไม่อะ คิดถึงแต่หนูนิด คนดีของรตี” มารตีส่ายหน้า แล้วให้วนิดานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ กัน ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเธอนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอคิราห์ ชอบหาเรื่องหยอกกัดกันเป็นประจำ โดยมีวนิดาคอยห้ามทัพ และเจ้าตัวยังเป็นคนช่วยให้ผ่านวิชาสำคัญมาได้ หลังติดเอฟคนเดียวในกลุ่ม “นิดก็คิดถึงรตี” วนิดาทำหน้าอ้อนใส่พร้อมกับซบอก สายตานั้นมองไปยังคนที่กำลังหน้าบึ้งบอกอาการอิจฉา “ชิ ไปหวานกันไกลๆ เลย” อคิราห์ยกมือขึ้นสะบัดไล่สองครั้ง “งั้นฉันขอยัยหนูนิดมาช่วยงานได้ปะ ในเมื่อแกไล่แล้ว” มารตีเริ่มออกฤทธิ์ เพราะรู้ว่าอคิราห์หวงวนิดาที่หนึ่งยิ่งกว่าหมาหวงกระดูกเสียอีก “อย่าคิดมาพรากหนูนิดไปจากฉัน ถ้าแกไม่อยากถูกกัดจนแผลเหวอะ” อ
“แดดคงหมดแล้วแน่ๆ” เขาขับเคลื่อนรถไปด้วยความเร็วไม่มากนัก โดยมีเสียงเพลงขับกล่อมไปตลอดทาง มีจอดแวะพักปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำและซื้อเครื่องดื่มบ้าง กว่าจะไปถึงร้านอาหารตามรีวิวพระอาทิตย์ลูกโตก็กำลังจะลาลับขอบฟ้าพอดี “สวยเนอะนิด ว่าแต่นิดอยากกินอะไรบ้าง” เขาชื่นชมความสวยของวิวเบื้องหน้าแค่ผิวเผิน เพราะเวลานี้ท้องกำลังร้องประท้วง “กุ้งเผากับปูนึ่งนมสด” วนิดาบอกเมนูตามที่มีคนรีวิวไว้ “ไม่อยากกินปลาหมึกเหรอ” อคิราห์จำได้ว่าเมื่อก่อนวนิดาชอบกินปลาหมึกเป็นอันดับหนึ่ง “อี้แพ้” วนิดาบอกเหตุผล หลังจากรู้ว่าอคิราห์แพ้ปลาหมึก เธอก็ไม่ค่อยได้กินมันอีกเลย “เธอก็กินไปสิ เราแค่ไม่กิน เอาปลาหมึกด้วยค่ะน้อง” เขาอยากให้วนิดาได้กินของที่ชอบ ไม่จำเป็นต้องมาอดเพื่อเขาเลย “ขอบคุณนะอี้ แต่อี้ระวังด้วยนะ” เธอยิ้มขอบคุณ ดวงตาเป็นประกาย “ว่าแต่เธอจำเรื่องของเราได้ทุกอย่างเลยนะ” อคิราห์ลองมาคิดทบทวนดู วนิดาจำได้ดีกว่าเขาเสียอีก “ก็อี้เป็นคนสำคัญของนิด” หญิงสาวยกมือขึ้นมาเท้าคางแล้วมองสบตา น้ำเสียงนั้นมีความจริงจังไม่น้อย
“พอแล้วอี้” วนิดารีบเบรกหลังเห็นอีกฝ่ายมองมา เท่านี้เธอก็จะเดินขาสั่นแล้ว หากมีอีกรอบคงไม่พ้นต้องเปลี่ยนเป็นคลานแน่ “อะไร เราจะถามว่าตัวเองลุกไหวไหม จะให้ไปอาบน้ำ เดี๋ยวเราต้องไปทะเลกัน” อคิราห์ตวัดตาค้อนคนคิดไปไกล ทว่าจังหวะนั้นก็ทำท่านึกเสียดายขึ้นมา “ทะเล?” วนิดาทวนคำอย่างไม่เข้าใจ “พอดียัยรตีโทร.มาขอเลื่อนนัด เด็กมันมีถ่ายซ่อมงานที่หัวหินเลยจะมาขอเลื่อนเรา อี้ก็เลยจะไปคุยกับนางที่นั่น และจะพานิดไปเที่ยวทะเลด้วย” เขาตั้งใจจะบอกกับเธอตอนแวะไปหาที่หอ แต่กลับเจอเรื่องนั้นเสียก่อน แล้วจึงตั้งคำถามไป “ว่าแต่พ่อหนุ่มคนนั้นเพื่อนแน่นะ” “เพื่อนย่ะ เฮ้อ ของขวัญของนิดเลยไม่เซอร์ไพรส์เลย” วนิดานึกเสียดาย เธออยากจะเก็บไว้เป็นความลับจนถึงวันเกิดของอคิราห์แท้ๆ “อี้ขอโทษ ก็อี้ไม่รู้นี่ ว่าแต่นิดเจ็บมากไหม” เขาโล่งใจไปได้เมื่อได้รับคำยืนยันอีกรอบพลันมองอย่างห่วงใย “ไม่มาก เราไหวอี้” “ถึงขั้นนี้แล้วเรียกเราจี้ได้แล้ว” อคิราห์นึกอยากได้ยินชื่อที่วนิดาไม่ยอมเรียก “ไม่ งั้นนิดไปอาบน้ำก่
“อื้ม” วนิดาเห็นร่างกำยำค่อยๆ ขยับตัวอีกครั้งอย่างเนิบนาบ จนในที่สุดความรู้สึกเหล่านั้นก็จางหายไป แทนที่ด้วยความสยิวและคลื่นปรารถนาพัดวน อคิราห์โน้มใบหน้าลงไปจูบปากอิ่มเป็นการปลอบประโลม แล้วค่อยๆ ขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า เข้าออกเป็นจังหวะ ฟังเสียงครางหวานที่เขารู้สึกว่ามันเพราะดี “อื้อ อี้” วนิดาถูกโอบกอดด้วยแรงสวาท ปากเปิดออกให้อคิราห์ส่งลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัด มือเล็กปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังกว้าง คนที่มีความกังวลเวลานี้กำลังเมามันกับรสชาติหวานล้ำ พลันเลื่อนหน้าต่ำไปขบยอดถันราวดูดกลืนไอศกรีมแสนอร่อยจนอกละมุนยกขึ้นสูงตาม พลันดันขาเรียวเล็กให้อ้ากว้างอีกเพื่อกระแทกลงลึกมากกว่าเดิม อคิราห์ปลดปล่อยเสียงคำรามอย่างพึงพอใจ แล้วเป็นฝ่ายรับปากเล็กที่ยื่นมาจูบประทับบ้าง วนิดารู้สึกเหมือนได้ล่องลอยอยู่กลางท้องฟ้า แล้วรู้สึกกระหายไม่หยุด ก่อนเธอจะถูกจับพลิกให้หันข้าง อคิราห์ดึงมือนุ่มเล็กมาไล่จูบตามนิ้วสวย สะโพกยังคงเคลื่อนไหวและแนบลึกยิ่งกว่าเดิม “อี้” วนิดาส่งเสียงร้อง พลางเอื้อมไปจับต้นแขนใหญ่ ทำใ
“นิดอยากทำเอง” มาถึงขั้นนี้แล้วเธอก็อยากลองทำเหมือนกับอคิราห์ แล้วเห็นเจ้าตัวกำมือแน่น ใบหน้าเอียงหลบไปด้านซ้าย เพราะเริ่มมีอาการอายขึ้นมา วนิดาหลุดขำแล้วยิ้มเอ็นดู พลันสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้า ชั่วอึดใจหนึ่งก็ยื่นมือไปแตะขอบกางเกงยีนส์ ส่งผลให้อคิราห์เกร็งตัวพร้อมกัดปากแน่น มองมือนุ่มตาไม่กะพริบ แล้วต้องแก้มแดงซ่านเมื่อกางเกงถูกดึงร่นลงไปอยู่ที่หัวเข่า คนตัวเล็กมองสิ่งที่พองโตอยู่ในบ็อกเซอร์สีขาวแล้วรู้สึกหายใจได้ไม่ทั่วท้อง ขณะที่คนเป็นเจ้าของกลับยิ้มภูมิใจ เธอจึงส่งค้อนไปให้ “ก็เราเคยบอกนิดไปแล้วว่าของเราใหญ่” อคิราห์อวด วนิดาไม่กล้าเถียง เพราะสิ่งที่เห็นอยู่นี้เป็นไปตามที่อคิราห์อวดอ้าง แล้วตัดสินใจยื่นมือไปดึงสิ่งที่ห่อหุ้มความใหญ่โตออกพร้อมทั้งผลักร่างใหญ่ให้เอนตัวไปด้านหลัง เมื่อโยนกางเกงและบ็อกเซอร์ทิ้งข้างเตียงแล้ว วนิดาก็เปลี่ยนมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงขาของคนที่มีอาการตัวแดงจากทั้งฤทธิ์ของยาดองและความสยิวซ่าน “อึก” หญิงสาวกลืนน้ำลายหนึ่งหนแล้วค่อยๆ ยื่นมือไปสัมผัสกับสิ่งที่กำลังร้อนจัดและพอง
“ข้ามขั้นตอนนี้ไปไม่ได้เหรอ นิดไม่อยากได้คำชมตอนนี้ นิดอาย” วนิดานึกอยากกดรีโมตคอนโทรลเลื่อนให้อคิราห์ข้ามขั้นตอนการเอ่ยชมไป ใช่ว่าไม่รู้สึกดี แต่มันกระดากอายจนอยากวิ่งหนี แค่สายตากับเสียงกลืนน้ำลายก็ทำเธอเขินจนแดงไปทั้งตัวแล้ว “แต่นิดสวย” อคิราห์แย้ง ไม่ใช่แค่ทรวงคู่เต่งตึง แต่รวมถึงผิวพรรณและรูปร่างด้วย ไม่ว่ามองมุมไหนวนิดาของเขาก็ดูดีไปเสียหมด วนิดาทำเพียงขบปากใส่ “อี้จับนะ” อคิราห์เอ่ยขอ “รีบจับ ก่อนนิดจะวิ่งหนีไป” เธอเตือน เพราะตอนนี้อายจนสมองขาวโพลนไปหมด หากมัวชักช้าแล้วเธอวิ่งหนีหายไปจะมาโทษกันไม่ได้ อคิราห์กระตุกยิ้มเล่นกับใจคนออกคำสั่ง แล้วยกมือขึ้นลูบไล้ที่ช่วงไหปลาร้าแทน วนิดาตัวแข็งนิดๆ พยายามไม่มองมือหนาที่ลากไล้ไปมา แต่ไม่นานลมหายใจก็สะดุดเมื่อยอดถันสีหวานถูกสะกิดเบาๆ “อื้อ” เธอเผลอส่งเสียงดังแล้วยกมือขึ้นมาปิดปาก “อี้อยากฟังเสียงนิด” เขาอ้อนเสียงหวานเล่นกับใจอีกรอบ แต่ความอายทำให้หญิงสาวยังไม่ใจอ่อน ทว่าไม่นานก็ต้องส่งเสียงออกไปเมื่อปลายนิ้วใหญ่บีบขยำทรวงส







