เข้าสู่ระบบเขาได้สถานะไอ้แฟนเถื่อน มาจากยัยคุณหนูอย่างเธอ ด้วยความบังเอิญ ทำให้ทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ในสถานะแฟนปลอม ๆ “แฟนเถื่อน...ก็แฟนเธอ!"
ดูเพิ่มเติมนิยายเรื่อง “รักสุดท้ายของนายวิศวะเถื่อน”
เธียรxมินนี่ คำเตือนก่อนอ่านนิยาย นิยายเรื่องนี้ เป็นนิยายแนวโรแมนติก อิโรติก และดราม่า อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องเพศ ภาษา การกระทำ และด้านอื่นๆ ที่ไม่ควรแก่การประพฤติตาม เช่น การกระทำต่อร่างกายผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม การกระทำทางเพศโดยไม่มีสติ ความรุนแรงอันเนื่องมาจากการดื่มสุราหรือของมึนเมา การมั่วสุ่มทำสิ่งที่ไม่ควร ทั้งหมดของเนื้อหาในนิยาย จึงเหมาะแก่บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำ นิยายทั้งหมดของ นามปากกา พิชา - Phicha ถูกสร้างมาจากจินตนาการของผู้เขียน และแต่งเติมเรื่องราวเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มีจุดประสงค์ ทำให้อาชีพ หรือหน้าที่การงาน ในทางใดทางหนึ่งของผู้อื่นเสื่อมเสีย และผู้เขียนไม่ได้มีความคิดที่จะสนับสนุนพฤติกรรมเหล่านั้น กรุณาอ่านอย่างมีอรรถรส และความบันเทิงเท่านั้นค่ะ “นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามนำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเนื้อหาไม่ว่ากรณีใดๆ หากพบเห็นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ถึงที่สุด" เจ้าของลิขสิทธ์โดย "พิชา - Phicha” You can follow #Phicha on these channels. It's an encouragement for me too. 😊❤ ------------------------ สวัสดีแม่ ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนค่ะ 🙏🏻❤️ เรื่องนี้เป็นเรื่องของ เธียรกับมินนี่ นะคะ จากความกวนประสาท วุ่นวายจนเธอหงุดหงิด กลายมาเป็นคนที่อยากดูแลเธอไปตลอดชีวิต เพราะชีวิตของมินนี่ไม่ได้ราบรื่น หรือโรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนเพื่อนคนอื่น ถึงต้องมีเธียรที่บ้าดีเดือดเข้ามาดูแล ฟาดแม้กระทั่งพ่อตา ปกป้องเธอจากทุกคนที่เข้ามาวุ่นวาย มีเธียรแล้วชีวิตมินนี่จะไม่เหงาอีกต่อไป ✅ ------------------- เธียร Talk ณ สนามแข่งรถ เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์หลายสิบคัน ส่งเสียงแผดดังสนั่นลั่นสนาม กลิ่นยางไหม้ปนกับกลิ่นน้ำมันลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ เพื่อเป็นสัญญาณปลุกความฮึกเหิมในตัวของนักแข่ง และท่ามกลางเสียงวุ่นวายพวกนั้น สายตาทุกคู่กลับจ้องไปที่จุดสตาร์ทเพียงจุดเดียว ‘เธียร ธนาเธียร ธีรวัฒน์ธารา’ นั่งคร่อมอยู่บนบิ๊กไบค์สีแดงคันโปรด ราคาสูงและมีไม่กี่คันในโลก เขาในชุดแข่งหนังสีดำขลับดูเท่ ผิวขาวจัดที่โผล่พ้นปกเสื้อมา มีรอยสักลากยาวขึ้นไปถึงแขน ความแบดของเธียรมันพุ่งปรี๊ด ด้วยจิวสีเงินที่เจาะตรงหางคิ้วกับริมฝีปากล่าง มันดุดันจนทำให้เขาดูฮอตกว่าปกติ ใครก็รู้ว่าเขาคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ‘ท่านตรีทศ’ กับ ‘คุณหญิงรันนา’ ผู้มีอิทธิพลตัวเป้งที่กุมธุรกิจสีเทาไว้ในมือ จึงยิ่งทำให้น่าเกรงขามตามไปด้วย แต่เธียรไม่เคยต้องใช้บารมีพ่อมาข่มใคร เพราะแค่ฝีมือการบิดมิดไมล์ของเขา กับเหยียบจมคันเร่ง ก็ทำให้ทุกคนต้องสยบอยู่ใต้ฝุ่นจากล้อรถเขาทั้งนั้น ธงตราหมากรุกสะบัดรัว ๆ เธียรบิดเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ทิ้งห่างไอ้พวกที่เหลือเกือบครึ่งรอบสนาม ชายหนุ่มสุดฮอต ถอดหมวกกันน็อกออกสะบัดผมที่เปียกเหงื่อ ใบหน้าหล่อเหลาแต่บึ้งตึง ไร้ร่องรอยความยินดีกับชัยชนะที่ได้มา เพราะสำหรับเขาแล้ว...มันก็แค่เรื่องธรรมดา ที่เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว “แม่งโคตรเอาเรื่อง” เพื่อนสนิทอย่างเครปที่มารออยู่ข้างสนาม ก็รีบรับหมวกกันน็อกจากเขา พร้อมกับมือหนาที่คว้าจับกัน เพื่อแสดงความยินดี “อืม” เธียรเดินหน้านิ่งกลับเข้าโซน VIP มีลูกน้องคอยกันพวกแฟนคลับออกไป แต่ความเย็นชาของเขาก็เบรกความมั่นหน้าของ ‘มุกกี้’ สาวสวยที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกันไม่ได้ เธอก้าวเข้ามาดักหน้าพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าเช็กความมั่นใจมาอย่างดี ในมือถือแก้วแชมเปญราคาแพงส่งให้ “ยินดีด้วยนะเธียร วันนี้เก่งมากเท่สุด ๆ ไปเลย มุกกี้เชียร์อยู่ตลอดเลยนะ” “อืม” เขาตอบเธอด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย “ว่าแต่ คืนนี้มีปาร์ตี้ฉลองที่ไหนต่อหรือเปล่า มุกกี้อยากไปด้วยจัง” หญิงสาวขยับตัวเข้าไปชิดจนกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเตะจมูก นั่นเป็นสาเหตุทำให้เธียรหยุดก้าวเดิน สายตาคมกริบมองผ่านเธอไป เขาไม่รับแก้ว แถมไม่ชายตามองด้วยซ้ำ “หลบ” คำเดียวสั้น ๆ ที่ออกจากปากเขา ทำเอาคนฟังหน้าชาไปคู่หนึ่ง “คือมุกกี้แค่...” “ฉันไม่ชอบน้ำหอม กลิ่นมันเหม็น” เธียรกระตุกยิ้มมุมปาก แต่มันคือยิ้มที่ทำเอาคนดูอยู่ถึงกับเสียวสันหลัง “แล้วก็ไม่มีเวลาว่าง มาทำความรู้จักกับคนที่ไม่น่าสนใจด้วย” “ธะ...เธียร” มุกกี้แทบอยากกรี๊ดออกมากับท่าทางที่หยิ่งยโสแบบนั้นของเขา ปกติมีแต่ผู้ชายคนอื่นที่มาชอบเธอ แต่กับผู้ชายทรงแบดแบบนี้ ตรงสเป็คเธอทุกอย่าง แต่เขาดันไม่สนใจเธอแบบนี้ เธียรเดินผ่านไปแบบไม่สนใจสักนิด ทิ้งให้มุกกี้ยืนอึ้งท่ามกลางสายตาคนนับสิบที่มองมา อยากรู้อยากเห็น ชีวิตเธียรอาจจะดูเจ้าสำราญหรือดูเปลี่ยนผู้หญิงได้ไม่ซ้ำหน้า แต่ความจริงคือถ้าเขาไม่ชอบใคร เขาก็ไม่แม้แต่จะเอาตัวเข้าไปยุ่งด้วย มินนี่ Talk ณ บ้านวาธาณรัตน์ ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยอบอุ่น ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปเพราะ มินนี่ มินชญา วาธาณรัตน์ เด็กสาวที่เคยร่าเริงน่ารักนิสัยดี บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นคนหัวดื้อ ดื้อรั้น และแทบไม่มีเหตุผล มากไปกว่านั้นคือ ไม่ฟังคำพูดของท่านสุนทร ผู้เป็นพ่อเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ที่คุณเอม แม่ของเธอเสียชีวิตลง เมื่อปีที่ผ่านมาทุกอย่างในบ้านหลังนี้ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นจากห้องอาหาร ทำให้มินนี่ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวลงบันได เดินตามเสียงนั้นไป ภาพตรงหน้าคือครอบครัวสุขสันต์ ในอุดมคติของพ่ออย่างท่านสุนทร เขานั่งยิ้มกว้างข้าง มัดหมี่ เมียเด็กแสนเอาใจเก่ง ในวัย 27 ปี ที่กำลังตักซุปให้ด้วยท่าทีอ่อนหวาน ส่วน ไม้เอก น้องชายที่เกาะเป็นปลิงจนแน่นของมัดหมี่ ก็นั่งถัดไปวางตัวเป็นน้องชายภรรยาที่แสนดีจนน่าหมั่นไส้ “อ้าว มินนี่ แล้วนั่นจะไปไหนลูก” เมื่อเห็นการแต่งตัวของลูกคนเป็นพ่อก็ถึงกับขมวดคิ้ว เพราะชุดสีขาวที่ใส่อยู่มันทั้งสั้นและโป๊จนเห็นไปถึงไหนต่อไหน แต่จะห้ามปรามมากก็ไม่ได้ เพราะช่วงนี้ลูกสาวค่อนข้างจะดื้อรั้น และตัวเขาเองก็ผิด ที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกต้องเป็นแบบนี้ “ไปเที่ยวค่ะ มินนี่นัดเพื่อนไว้” “ที่ไหน ไปเที่ยวแบบนี้พ่อว่า...” “เรื่องของหนูค่ะ พ่อมีอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มีหนูจะได้ไป” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ “เอ่อ ถ้าอย่างนั้น ก็มาทานข้าวด้วยกันก่อนสิลูก พี่มัดหมี่เขาทำของโปรดหนูตั้งหลายอย่าง” ท่านสุนทรเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มินนี่กวาดสายตามองเมนูบนโต๊ะแล้วเหยียดยิ้ม เธออึดอัดทุกวัน ที่ตื่นมาแล้วพบคนพวกนี้ บ้านที่เคยเป็นส่วนตัว ตอนนี้มีแต่คนแปลกหน้าเต็มไปหมด แม้กระทั่งแม่บ้านที่มัดหมี่หามา “ของโปรดมินนี่ หรือของโปรดเมียน้อยพ่อกันแน่คะ อ้อแต่ลืมไป มินนี่ไม่มีของโปรดในบ้านที่มันสกปรกแบบนี้” เธอเชิดหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างถือดี “มินนี่! ทำไมพูดจาแบบนี้กับพี่เขา" คนเป็นพ่อวางช้อนเสียงดังเคร่ง “ไม่เป็นไรค่ะคุณ น้องมินนี่เขาคงยังปรับตัวไม่ได้ มัดหมี่ไม่ถือหรอกค่ะ” มัดหมี่รีบวางมือบนแขนสามี ทำหน้าตาเศร้าสร้อยเหมือนนางเอกละครหลังข่าว ทั้งที่แววตาที่ส่งมาให้มินนี่นั้นเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “เห็นไหม พี่มัดหมี่เขาใจกว้างขนาดนี้ ทำไมเราถึงใจแคบนัก” “นั่นสิครับมินนี่ นี่พี่มัดหมี่เขาตั้งใจทำให้มากเลยนะ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินทุกอย่างเลย” ไม้เอกเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ตรงข้ามกับสายตาที่มองด้วยความต้องการอย่างปิดไม่มิด มินนี่เดินตรงเข้าไปที่โต๊ะ ไม่ได้เพื่อร่วมนั่งแต่เพื่อคว้าแก้วน้ำเปล่าที่วางอยู่ขึ้นมา “ใจกว้างเหรอ! ถ้าใจกว้างจริงคงไม่หน้าด้าน ขนาดเข้ามานอนในห้องของแม่ฉัน ทั้งที่แม่ยังไม่ทันจะเผาหรอกมั้ง” มินนี่กระแทกแก้วลงบนโต๊ะ จนน้ำกระเด็นใส่แขนเสื้อของมัดหมี่ “ว้าย! น้องมินนี่” มัดหมี่อุทานเบา ๆ ทำท่าตกใจเกินเหตุ “มินชญา! ขอโทษพี่มัดหมี่ เดี๋ยวนี้!” คนเป็นพ่อที่พยายามข่มอารมณ์อยู่ ก็ลุกขึ้นยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ “ไม่! ในบ้านหลังนี้ คนที่ต้องขอโทษคือพ่อกับผู้หญิงคนนี้ ไม่ใช่มินนี่” มินนี่เชิดหน้าสบตาพ่อตัวเองอย่างเอาเรื่อง “มินนี่!” เธอมองข้ามไหล่พ่อไปสบตากับไม้เอกที่แอบเลียริมฝีปากเบา ๆ เมื่อเห็นเธอในชุดเที่ยวสายเดี่ยวบางเบาที่เพิ่งสวมลงมา ด้วยสายตาหิวกระหายของมันทำให้มินนี่รู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอ้วก “แล้วก็ฝากบอกน้องชายเมียน้อยคุณพ่อด้วยนะคะ ว่าถ้ามันยังไม่เลิกใช้สายตาต่ำ ๆ แบบนั้น มองมินนี่ มินนี่จะไม่แค่สาดน้ำเปล่าแน่ แต่จะเป็นน้ำแกงที่สาดใส่หน้ามันแทน!” พูดจบมินนี่ก็หมุนตัวเดินออกจากบ้านไปทันที ท่ามกลางเสียงโวยวายของผู้เป็นพ่อที่ไล่หลังมา เธอรีบก้าวออกจากบ้าน และขึ้นไปบนรถที่ลุงดำกำลังจะไปส่ง เพื่อจะออกไปเที่ยวในค่ำคืนนี้ แล้วน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลหยดลงมา เพื่อประท้วงความอ่อนแอ ที่อยู่ภายใต้การแสดงที่แข็งแกร่งนี้ บ้านที่เคยเป็นวิมานที่สวยงาม เมื่อมีพ่อแม่ลูกเป็นครอบครัวที่อบอุ่นในอดีต แต่ตอนนี้มีแต่ความร้อนไม่ต่างอะไรกับนรก ที่ซ่อนอยู่ในคาบของคฤหาสน์หรู --------------------- กลับมาพบกันอีกแล้วกับเรื่องนี้ แนววัยรุ่นวัยว้าวุ่นเช่นเดิม 📌 สวัสดีค่ะขอเปิดเรื่องเธียรกับมินนี่ อย่างเป็นทางการ อยากจะฝากทุกคนมาอ่านคู่นี้ด้วยนะคะ เป็นแนวพระเอกเข้ามาเพื่อปกป้องดูแลนางเอก แล้วนางเอกก็พยายามสร้างกำแพงของตัวเองให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เพราะความดีของเขา มันเลยเอาชนะใจเธอได้ ทั้งคู่อยู่ด้วยกันใกล้ชิดสนิทสนมทุกวัน จากความไม่ชอบตั้งแต่แรก กลายเป็นความสนิทใจ และเผลอใจชอบกันตอนไหนก็ไม่รู้ตัว นามปากกาพิชา 🙏🏻🥰❤️หนึ่งปีผ่านไปด้วยความรักที่มีให้กันอย่างมากมาย ทันทีที่ใบปริญญาอยู่ในมือ ทั้งเธียรและมินนี่ก็ไม่รอช้า ต่างฝ่ายต่างเดินหน้าเข้าไปคุยกับพ่อแม่ของตัวเองอย่างจริงจังเรื่องแพลนแต่งงานทันทีณ บ้านวาธาณรัตน์“มินนี่แน่ใจแล้วใช่ไหมลูก?” ท่านสุนทรถามลูกสาวจริงจัง ขณะนั่งอยู่ในห้องรับแขก“ค่ะคุณพ่อ มินนี่อยากแต่งงาน มินนี่มั่นใจแล้ว และผู้ชายคนนั้นต้องเป็นเธียรคนเดียวเท่านั้นด้วย” มินนี่ตอบเสียงหนักแน่น ด้วยท่าทางที่เอาแต่ใจเหมือนเดิม“พ่อเห็นด้วยนะสุนทร ตลอดปีที่ผ่านมา เจ้าเธียรมันพิสูจน์ตัวเองให้เห็นแล้วว่ามันดีขนาดไหน” เจ้าสัววีระที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยิ้มกว้างออกมาอย่างเห็นด้วยสุนพรถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู“พ่อไม่ได้จะคัดค้านอะไรหรอก... พ่อแค่คิดว่าถ้าแม่ของหนูยังอยู่ เขาก็คงจะเห็นด้วยกับการตัดสินใจของหนูแน่ ๆ แต่ในฐานะพ่อ พ่อแค่อยากถามให้ชัวร์ แต่งงานตอนนี้ อิสระหลายอย่างของหนูจะหมดไปเลยนะมินนี่ มันไม่เหมือนตอนเป็นแฟนกัน ลูกรู้ใช่ไหม”“มินนี่ทราบค่ะคุณพ่อ แต่เราสองคนรักกัน อยากอยู่ด้วยกันจะแย่แล้ว ทุกวันนี้ต้องแอบพากันเข้าโรงแรมบ่อย ๆ อย่างกับพวกลักลอบคบกันแน่ะ...” มินนี่พูดรัวเ
หลายวันต่อมาณ ห้างสรรพสินค้าเธียรพามินนี่มาเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าหรูที่แม่เขาเป็นเจ้าของ เธอเดินเชิดหน้าอย่างมั่นใจ ไม่ได้รู้สึกประหม่าเหมือนแต่ก่อน โดยเฉพาะเมื่อเดินเข้ามาในแบรนด์เนมร้านเดิม พนักงานที่เคยแสดงท่าทีดูถูกเธอในวันนั้น ตอนนี้กลับรีบวิ่งกรูเข้ามาต้อนรับ ก้มหัวให้แทบจะติดพื้น พร้อมกับเอ่ยแนะนำคอลเลคชั่นใหม่ อย่างเอาอกเอาใจ“คุณลูกค้าสนใจรับกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุดไหมคะ เดี๋ยวทางเราหยิบชิ้นใหม่จากสโตร์มาให้ชมค่ะ” พนักงานเอ่ยเสียงหวานหยดย้อยมินนี่ที่ตอนนี้ไม่คิดจะถือสาหาความใครอีกแล้ว เพียงแต่ปรายตามองเรียบ ๆ ก่อนจะชี้ไปที่กระเป๋าใบที่เธอถูกใจ“เอาใบนี้ค่ะ แล้วก็รองเท้าคู่นั้นด้วย”“ได้ค่ะ! รอสักครู่นะคะ”เธียรที่เดินตามหลังมา หยิบบัตรเครดิตส่งให้พนักงานอย่างไม่ต้องคิด พร้อมกับเสื้อของตัวเองในมือ“คิดเงินรวมกันเลยครับ”หลังจากพนักงานนำถุงสินค้ามาส่งให้พร้อมก้มหัวขอบคุณซ้ำ ๆ ทั้งคู่ก็เดินเลี่ยงออกมากินข้าวที่ร้านอาหารหรูอีกฝั่งมินนี่นั่งมองวิวเมืองพลางยิ้มละไม หน้าตาเบิกบานจนเธียรที่นั่งฝั่งตรงข้ามต้องเอ่ยทัก“เป็นอะไร ยิ้มจนแก้มจะปริแล้ววันนี้ อารมณ์ดีแปลก ๆ นะเรา”“ไม
หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาปิดเทอมสุดหวานชื่น ทั้งคู่ก็ยังคงเป็นคู่รักที่น่ารัก และคอยดูแลกันและกันเป็นอย่างดีในทุก ๆ วันเช้าวันนี้ มินนี่นั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่ที่โซฟาในบ้านตามปกติ หลังจากเธียรโทรมานัดว่าวันนี้จะมารับเธอเข้าไปที่บริษัทของครอบครัวเขาด้วยกัน แต่แล้วเมื่อเสียงเครื่องยนต์รถคุ้นหูจอดสนิทที่หน้าบ้าน และประตูด้านคนขับเปิดออก มินนี่ถึงกับอึ้งจนอ้าปากค้างเธียรลงมาจากรถด้วยลุคชุดสูทสากลเต็มยศ คัตติ้งเนี้ยบกริบ สีหน้าและท่าทางดูภูมิฐาน และเป็นผู้ใหญ่จนแทบไม่เหลือคราบ ไอ้หนุ่มวิศวะคนเถื่อนคนเดิม“มองอะไรขนาดนั้น ตาโตปากค้างแล้วรู้ตัวไหม” เธียรเอ่ยทักพลางเดินเข้ามาเปิดประตูรถให้เธออย่างสุภาพ รอยยิ้มมุมปากแฝงความเอ็นดู“เธียร... นี่เธียรจริง ๆ เหรอ แอบไปสลับตัวกับใครมาหรือเปล่าเนี่ย” มินนี่ก้าวขาออกไปหาเขา สายตายังคงจับจ้องชุดสูทไม่วางตา“หึม” เธียรก็ยังคงยิ้มให้เหมือนเดิม เพราะเขาคิดไว้แล้วว่าเธอต้องแปลกใจ“ปกติเห็นแต่กางเกงยีนส์กับเสื้อมอมแมมอยู่ที่อู่ พอแต่งตัวแบบนี้แล้ว... ดูดีจนน่าหมั่นไส้เลยนะเนี่ย ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเป็นกองเลย” มินนี่ยังคงมองเขาตาไม่กระพริบ เธอไม่เชื่อจริง ๆ ว่าเ
เช้าวันต่อมากิจกรรมค่ายอาสาสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ นักศึกษาทุกคนต่างช่วยกันเก็บข้าวของ เตรียมตัวขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางกลับมหาวิทยาลัยมินนี่ตัดสินใจไม่นั่งเครื่องบินกลับตามแผนเดิม แต่เลือกที่จะนั่งรถบัสเคียงข้างไปกับเธียร ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมรุ่น และรุ่นน้องที่มองมาด้วยความชื่นชม ตลอดเวลาที่ผ่านมา มินนี่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงคุณหนูที่รักสบาย แต่เธอยังมีน้ำใจและเข้ากับคนอื่นได้ดี จนตอนนี้ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่ามินนี่น่ารักและนิสัยดีมากน้ำหวานตอนนี้นั่งอยู่เบาะหลังเยื้องไปเล็กน้อย เธอมองดูมินนี่ด้วยความรู้สึกของผู้พ่ายแพ้ ก่อนหน้านี้เธอคือดาวเด่นที่ใคร ๆ ก็ต้องสนใจ แต่ตอนนี้แม้แต่เพื่อนที่มาด้วยกัน ยังเปลี่ยนไปชื่นชมมินนี่แทน“พี่เธียรดูสดใสขึ้นเยอะเลยเนอะ ตั้งแต่มีแฟนมาด้วย” เสียงรุ่นน้องคนหนึ่งกระซิบกระซาบ “ใช่ ปกติพี่เธียรจะหน้าดุ ๆ อึมครึมตลอด แต่พออยู่กับพี่มินนี่แล้วดูเป็นคนละคนเลย พี่มินนี่เขาน่ารักจริง ๆ”คำชมเหล่านั้นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจน้ำหวาน ยิ่งเห็นเธียรหัวเราะ และคอยดูแลมินนี่อย่างใกล้ชิด เธอก็ยิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองเทียบมินนี่ไม่ได้เ
ความคิดเห็น