LOGINเธอแอบรักเพื่อนสาวของตัวเอง...ที่กำลังไปนัดวันไนต์สแตนด์กับคนอื่น แล้วเธอจะทนเฉยอยู่ได้อย่างไร ----------------------------------- "นิดอยาก...กับอี้" "นิด ฟ้าผ่าไหม" อคิราห์ร้องเสียงหลงเล็กแหลม "อี้ไปทำกับคนอื่นฟ้าไม่ผ่าหรือไง"
View Moreบทนำ
“คุณนิด...เข้ามาพบผมหน่อย”
เสียงเข้มๆ ดังขึ้นเมื่อเท้าหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเลขาฯ ส่วนตัวคนสนิท
“ค่ะคุณอี้” วนิดารีบขานรับ จากนั้นชายที่มัดผมยาวประบ่าขึ้นกลางศีรษะก็พลิกตัวดันประตูเข้าไปด้านในห้องทำงาน แล้วทิ้งตัวลงนั่งลงบนเบาะหนังนุ่มๆ ที่ยังใหม่เอี่ยมอยู่ เพราะเพิ่งจะย้ายบริษัทมายังตึกใจกลางเมืองแห่งนี้ได้ไม่นาน
หญิงสาวขยับตัวเดินตามเจ้านายเข้าไปในห้องอย่างเร็วไว และเพียงประตูปิดสนิทลงเสียงเข้มนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเล็กแหลม
“รีบมาใกล้ๆ เราเร็วหนูนิด” มือใหญ่ที่สะอาดสะอ้าน เล็บตัดสั้นโค้งมนกวักเรียก แล้วหันไปหยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าเอกสาร
วนิดาเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน วินาทีนั้นสายตาก็หลุบต่ำลงมองของที่ถูกวางไว้บนโต๊ะของคนที่เริ่มใช้น้ำเสียงสนิทสนม
“เอาลิปไป ปากหนูนิดซีดมาก ดูไม่ได้เลย แล้วทำไมถึงโทรมแบบนี้ยะ เธอทำงานในบริษัทเครื่องสำอางนะ ควรดูดีไว้บ้าง หรือมีคนกลั่นแกล้งหนูนิดของเรา”
อคิราห์สลัดคราบเจ้านายทิ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่ออยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องแคร์สายตาคนอื่นอีก ดวงตามองจ้องผู้หญิงร่างเล็กตรงหน้าที่ตนสนิทใจด้วย วนิดาคือเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
“ไม่มี...” วนิดารีบส่ายหน้า รู้ว่าอคิราห์กลัวจะมีคนมารังแกเธอ ส่วน ‘คน’ ที่ว่านั้นก็ไม่พ้นเส้นสายของมารดาเจ้าตัวที่ไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าไร
“แล้วทำไมทำหน้าเหมือนอมโลกไว้ทั้งใบ” อคิราห์ยกมือขึ้นกอดอกนึกสงสัย ก่อนจะตาวาวขึ้น สายตาจ้องเขม็ง
“หรือว่าหนูนิดอกหัก ไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกเรา แล้วโบ๊ะบ๊ะกันไปหรือยัง...” อคิราห์ทำท่าอยากรู้ คิดว่าเพื่อนสนิทอาจจะไปแอบมีแฟนแล้วไม่บอกกัน
“อี้...” วนิดาทำเสียงดุใส่
“ก็เราอยากรู้ หนูนิดเคยยัง...” อคิราห์ยิ้มแห้งๆ แต่สายตาบอกได้ดีว่าอยากได้คำตอบ
“ยัง” วนิดากลอกตามองบน ก่อนจะโยนคำถามกลับไปบ้าง “แล้วอี้ไปไหนมา”
วันนี้คนที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายบอกว่าถูกตามตัวกะทันหัน เธอจึงอยากรู้ถึงสาเหตุ
“เรียกเราจีจี้ไม่ได้หรือไง” อคิราห์ทำหน้าบึ้ง เมื่อพยายามให้เพื่อนเรียกชื่อนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่วนิดากลับไม่ยอมเรียกสักที
“ไม่” วนิดาบอกด้วยน้ำเสียงชัดเจน
“ใจร้าย เราเบื่อชื่อคุณอี้จะตายอยู่แล้ว...เราอยากให้หนูนิดเรียกเราว่าจีจี้เหมือนพวกเจ้ๆ” อคิราห์ทำหน้าซังกะตาย แต่ก็รู้เหตุผลที่วนิดาไม่ยอมเรียก เพราะครั้งหนึ่งสมัยมหาวิทยาลัยที่เขาคะยั้นคะยอให้วนิดาเรียกว่าจีจี้ มีกลุ่มเพื่อนที่ไม่ถูกกันมาได้ยินเข้า เลยเอาชื่อนั้นมาล้อเขาว่า ยัยจีจี้กะเทยควาย
ในตอนนั้นเขาอยากจะปรี่ไปต่อยปากพวกไม่ให้เกียรติ แถมยังดูถูกในความชอบและตัวตนของคนอื่น แต่กลับกลายเป็นว่าต้องเป็นฝ่ายปรี่เข้าห้ามแทน เมื่อวนิดาหรือยัยหนูนิดตัวเล็กของเขาถลาเข้าไปเอาเรื่อง ก่อนดึงตัวกลับมาตอบคำถามของวนิดา
“วันนี้เราไปดูตัวมา” อคิราห์หน้าเคร่งเครียด แล้วกระแทกลมหายใจแรงๆ ความกังวลเผยชัดในดวงตา “ม้าจะให้เราแต่งงานให้ได้เลย แล้วก็บอกว่าเราต้องมีหลานให้ เราไม่รู้จะทำยังไง”
เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงคำสั่งของมารดาได้อีกแล้ว เมื่อท่านได้คำขาดมาจากอาม่าเช่นกัน งานนี้จึงหมดหนทางจะดิ้นหนี อคิราห์ยกมือขึ้นมากุมขมับกับสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น
“เราจะไปโบ๊ะบ๊ะกับผู้หญิงยังไง...ไม่รู้ต้องไปทำกันอีท่าไหน” เขาไม่เคยทำมาก่อน ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี
วนิดาขบเม้มปากอย่างแรง พูดอะไรไม่ออก เพราะสิ่งที่เธอกลัวได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ขณะที่อคิราห์ยังไม่เลิกร่ายยาว
“นี่เราก็โทร.ไปปรึกษายัยนัทมาแล้ว มันแนะนำให้เราลองเปิดใจดู และถ้าเราอยากรู้จริงๆ ว่าเป็นยังไงก็ให้ลองลงสนามดูก่อน ลองโบ๊ะบ๊ะน่ะ” อคิราห์พูดถึงธนัชชา เพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
“กับผู้ชายเหรอ”
“โธ่ ยัยหนูนิด กับชะนีสิ”
เขาจะลองกับผู้ชายไปทำไมในเมื่อต้องแต่งงานกับผู้หญิง อยากจะยื่นมือไปหยิกเอวคนที่ถามไม่คิดเสียจริง แล้วนึกหนักใจที่อาม่าอยากได้เหลนสายเลือดแท้ๆ ห้ามอุ้มบุญหรือรับบุตรบุญธรรมเด็ดขาด
“แบบลองวันไนต์ดูน่ะ หาผู้หญิงที่ชอบผู้ชายแบบออกสาว บางทีได้ลองแล้วเราอาจจะชอบก็ได้ หลายๆ คู่ก็เริ่มการเดตกันแบบนี้ พอคลิกกันแล้วก็พัฒนาความสัมพันธ์ต่อไปเรื่อยๆ ถึงแต่งงานก็มี” อคิราห์อธิบายเพิ่ม แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่ทุกคู่ที่จะจบแบบนั้น ทว่าหากโชคดีเขาอาจจะได้ลูกสะใภ้ไปฝากมารดาที่กลัวจะได้ลูกเขยแทนก็ได้
“อี้ไม่กลัวเหรอ...” วนิดาควานหาเสียงตัวเองแทบไม่เจอเมื่อได้ยินถ้อยคำของเพื่อนสนิท ใจหวังให้อีกฝ่ายกลัวแล้วล้มเลิกความคิดนี้
“ไม่ เราตัวใหญ่ขนาดนี้จะไปกลัวใคร และคืนนี้เราก็นัดไว้แล้วด้วย” อคิราห์หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาโชว์แอปพลิเคชันหาคู่ให้เพื่อนเห็น ก่อนจะขยิบตาบอกอย่างตื่นเต้นผสมไปด้วยความตื่นกลัวนิดๆ
“คืนนี้เราจะไปโบ๊ะบ๊ะ...”
วนิดานิ่งไปอีกครั้ง หัวใจเริ่มตีบตันและหนักอึ้ง ดวงตาแดงก่ำ
“ทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ล่ะ เราไม่ได้ไปออกรบเสียหน่อย” มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น เขาพร้อมจะเปิดใจและลองดูสักตั้ง บางทีอาจได้ค้นพบอีกหนึ่งความชอบของตัวเองก็ได้
ส่วนวนิดานั้นกำลังจะร้องไห้จริงๆ ดั่งอคิราห์ตั้งคำถาม เมื่อคนที่เธอแอบรักกำลังจะไปนัดเดตและมีความสัมพันธ์กับคนอื่น พลันกัดปากอย่างแรงที่เธอนั้นหลงรักเพื่อนสนิทตั้งแต่อีกฝ่ายยกเก้าอี้ทุ่มผู้ชายที่เข้ามาลวนลามเธอ
รักที่ไม่มีทางเป็นไปได้
“วันนี้ตารางงานเราไม่มีอะไรแล้วเนอะ” อคิราห์ลุกพึ่บขึ้น คล้ายอยากมาระบายให้เพื่อนฟังเท่านั้น
“อี้จะไปแล้วเหรอ...” วนิดาครางถาม ทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่
“ใช่น่ะสิ เราจะต้องไปซื้อถุงยางก่อน และต้องเตรียมตัวสำหรับคืนนี้ด้วย” เขาต้องใช้เวลาสักหน่อย เพราะคืนนี้งานยากแน่นอน
“เราไปก่อนนะ ถ้าดีพรุ่งนี้เช้าจะมาเม้าท์ให้ฟัง” มือขาวนุ่มยกขึ้นโบกร่ำลาเพื่อน ก่อนเดินหายไปอย่างเร็วไว ทิ้งให้คนฟังยืนตัวแข็ง หัวใจชาหนึบ ไม่ถึงนาทีน้ำตาเม็ดกลมๆ ก็ร่วงหล่นลงมาเปียกแก้มนุ่ม
“ฮื่อ”
วนิดาไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะสารภาพรักก็ไม่ได้เพราะกลัวเสียเพื่อน แต่สุดท้ายเธอก็ต้องเสียอคิราห์ไปจริงๆ หญิงสาวได้แต่ยืนเสียใจอยู่ตรงนั้นกับความไม่กล้าพอของใจตัวเอง
“ได้เหรอ งั้นคืนนี้นิดแก้เลยนะ” ก็ชุดนอนที่เธออยากได้เป็นแบบที่เขาบอกกันว่าใส่แล้วไม่ได้นอน มันก็ต้องบางอยู่แล้ว แต่ความคิดที่อคิราห์เสนอก็เข้าท่าเหมือนกันจึงทำท่าจะเก็บใส่ราวแขวนไว้อย่างเดิม “เอาตัวนี้ใช่ไหม เราซื้อให้” อคิราห์รีบแย่งชุดนอนในมือนุ่มมาแล้วเดินไปจ่ายเงิน ไม่เช่นนั้นเขาคิดว่ามีคนจะแก้ผ้านอนจริงๆ แล้วก้มมองชุด มันก็ไม่ค่อยต่างจากไม่ใส่เลยสักนิด ไม่รู้วนิดาคิดอะไรอยู่ หรือที่ห้องจะร้อน ถึงอยากใส่ชุดนอนแบบนี้ วนิดาได้แค่ยืมกลั้นยิ้ม ปล่อยให้อคิราห์ซื้อชุดนอนด้วยความลนลาน ก่อนเธอจะถูกลากดึงออกจากร้าน “ไปๆ ไปซื้อของทำชาบูดีกว่า” ทั้งสองเดินตรงไปยังซูปเปอร์มาเก็ต เลือกซื้อวัตถุดิบไปทำชาบู เมื่อก่อนสมัยม
แต่ไม่ถึงห้านาที วนิดาก็โผล่เข้ามาหาพร้อมกับขนมจีบ “เราซื้อซาลาเปามาให้ด้วย” “ขอบใจย่ะ” อคิราห์ยื่นมือไปรับ กลิ่นหอมของหมูและกระเทียมเจียวทำให้เขากลืนน้ำลายลงคอ แล้วมองคนที่ส่งยิ้มมาให้ ยิ้มแบบทุกวัน ไม่ได้เคอะเขินเลยสักนิด “งั้นนิดไปทำงานแล้วนะ” วนิดาพลิกตัวออกไปเตรียมตัวเริ่มงาน ในช่วงบ่ายของวันนี้มีประชุมกับโรงงานที่ใหม่ เธอต้องตรวจเช็กเอกสารให้เรียบร้อย ฝ่ายคนที่หัวใจไม่ปกตินั้นตวัดตาค้อนคนที่ทำตัวเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น หรือเจ้าตัวจะลืมสิ่งที่พูดออกมาเมื่อคืน&
“ก็มารับแล้วไหมวนิดา รีบขึ้นรถมา” อคิราห์ย่นคิ้วใส่ จะมากลับกับเพื่อนอะไร เขามานั่งรอตั้งนานแล้ว พลันเร่งเร้าให้รีบขึ้นมาบนรถ วนิดาเดินอ้อมไปอีกฝั่งหมายจะเปิดประตูรถ ทว่ามีเสียงเรียกให้ต้องหันมองเสียก่อน “นิด” “ว่าไงโอ๊ต” “มีคนมารับเหรอ” “อื้อ” วนิดายิ้มรับแล้วขยับตัวเล็กน้อยให้อคินได้เห็นสารถีของเธอ ฝ่ายอคิราห์อดจะมองคนที่น่าจะเป็นเพื่อนของวนิดาไม่ได้ เมื่ออีกฝ่ายนั้นผมยาว ผิวแทน ตามคำบอกของแม่หมอเป๊ะ ก่อนจะลอบกลอกตา ช่วงนี้ไม่รู้ทำไมวนิดาถึงมีหนุ่มผมยาวรายล้อมรอบตัว “เราคิดว่านิดกลับคนเดียวอ่ะ เลยจะให้กลับด้วย” “ขอบใจนะ” “แต่ว่าไว้ถึงแล้วไลน์หาโอ๊ตด้วยนะ” “ได้เลย” อคินส่งยิ้มให้กับสารถีของเพื่อน แล้วถอยห่างออกมา ส่วนหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถมาตอบคำถาม “ใครอ่ะ” “เพื่อน” แม้จะพอเดาได้ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนแล้วเลิกคิ้วย้ำให้แน่ใจอีกรอบ นั่นทำให้เห็นวนิดาพลิกตัวมาหาพร้อมเอ่ยคำยืนยัน “คนนี้เฟรนโซนแน่
“วนิดาทะลึ่ง” แม้จะรู้ถึงคำตอบ แต่ไม่คิดว่าวนิดาจะกล้าพูดออกมา คิดแล้วอยากหยิกแขนนุ่มเสียจริง แต่จูบหนักๆ แทนน่าจะดีกว่าจึงยื่นหน้าเข้าไปอีก “อี้ นิดว่านิดต้องแต่งหน้าแล้วละ” ทว่าวนิดากลับผละออกห่างพร้อมยกมือขึ้นดันอกกว้าง “เดี๋ยวนิดไปไม่ทัน” อคิราห์ตวัดตาค้อน แบบนี้แกล้งกันชัดๆ เหมือนมาทำให้อยากแล้วจากไป แต่ก็ยอมถอยออกห่าง เพราะถ้ายังจูบต่อวนิดาอาจจะไปไม่ทันจริงๆ แล้วพยักพเยิดหน้าให้ยัยตัวเล็กไปนั่งรอบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เขาขอเวลาสักสองนาทีเพื่อสงบอารมณ์ ลมถูกเป่าออกจากปากหยักลึกแรงๆ สามสี่หนกว่าเจ้าของร่างสูงจะขยับตัวไปทำหน้าที่ของตัวเอง “ถูกใจไหมนิด” “ถูกใจ ว่าแต่นิดสวยใช่ไหม” วนิดาชอบฝีมือการแต่งหน้าของอคิราห์เป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ตอนนี้จึงกลายมาเป็นสาวเปรี้ยวอมหวานเข้ากับชุดเป็นอย่างมาก แถมยังมีเพชรรูปหัวใจเม็ดเล็กๆ ติดบนหน้าด้วย ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทว่าก็ยังอยากฟังคำชมเสริมความมั่นใจ “สวยที่หนึ่ง” อคิราห์ยกนิ้วโป้งขึ้นประกอบด้วย “จริงนะ” “จริง เธอก็สวยสำหรับเราตลอด