LOGIN"ถ้าผมลืมคุณเมื่อไหร่...ช่วยทำให้ผมตกหลุมรักคุณอีกครั้งได้ไหม..." "กลิ่นแก้ว" นักปรุงน้ำหอมสาวรุ่นใหม่ ไม่เคยคาดคิดว่าสูตรเครื่องหอมโบราณในกระดาษเก่าคร่ำคร่าจะนำพาเธอกลับไปสู่ปมรักร้าวและโศกนาฏกรรมเมื่อสองร้อยปีก่อน กลิ่น "ร่ำ" ที่แสนคุ้นเคยดึงดูดเธอให้เข้าใกล้ปรมัตถ์ ซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาแต่กลับมีสายตาที่ทอดมองเธอด้วยความโหยหาอย่างสุดซึ้ง ท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกไม้ไทยและเงาอดีตที่ตามหลอกหลอน วิญญาณแค้นในชุดสไบเปื้อนเลือดเริ่มปรากฏตัวเพื่อทวงคืนสิ่งที่มันสูญเสีย ความลับในอดีตชาติค่อยๆ ถูกเปิดเผย พร้อมกับความตายที่คืบคลานเข้ามา… เมื่อความรักถูกเดิมพันด้วยชีวิต ปรมัตถ์จึงต้องเลือกระหว่าง จำเพื่อตายไปพร้อมกันหรือ ลืมเพื่อให้อีกฝ่ายได้มีชีวิตอยู่
View Moreเสียงฝนสาดกระทบกระจกออฟฟิศกึ่งคอนโดย่านทองหล่อ แข่งกับเสียงแอร์ที่ตั้งไว้ยี่สิบสององศา เบื้องล่างคือแสงไฟท้ายรถที่ติดหนึบเป็นตังเม แต่ความวุ่นวายนั้นถูกกั้นไว้ ปล่อยให้ห้องสี่เหลี่ยมนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นเอสเซนเชียลออยล์หอมละมุน
กลิ่นแก้ว สาวสวยวัยยี่สิบแปดทิ้งตัวพิงเก้าอี้อย่างหมดสภาพ เธอนวดขมับเบาๆ พลางจ้องเอกสารแคมเปญใหม่ของ RUM (ร่ำ) แบรนด์เครื่องหอมที่เธอปลุกปั้นมากับเพื่อนสนิท
ครืด...ครืด...
เสียงไลน์คอลดังรัวติดกัน หน้าจอโชว์ชื่อ ‘Primmy’ กลิ่นแก้วกดรับสาย ยังไม่ทันอ้าปาก เสียงโวยวายก็พุ่งทะลุลำโพงมาก่อน
“แก! ถึงหน้าประตูแล้ว เปิดด่วน มือไม่ว่างโว้ย!”
กลิ่นแก้วส่ายหน้ายิ้มๆ เดินไปเปิดประตู ยังแง้มไม่ทันสุด ร่างของพรีม เพื่อนสนิทควบตำแหน่งหัวหน้ามาร์เก็ตติ้งก็แทรกพรวดเข้ามาเหมือนพายุ
“โอ๊ย! ฝนตกทีไรรถติดบรรลัย นั่งแท็กซี่จนรากจะงอก!” พรีมบ่นรัวๆ พลางกระแทกถุงกระดาษหลายใบลงบนโต๊ะกลาง แล้วยื่นแก้วมัทฉะลาเต้ให้
“อะ รับไป หวานน้อย น้ำแข็งจะละลายหมดละ ถือพร็อพจนกล้ามจะขึ้นเนี่ย”
“แต๊งกิ้วจ้ะ” กลิ่นแก้วรับมาดูดอึกใหญ่ “แล้วนี่หอบอะไรมาเยอะแยะ นึกว่าย้ายบ้าน”
“ก็พร็อพถ่ายงานไง แต่แก...ฉันมีทีเด็ดมาโชว์”
พรีมเปลี่ยนโหมดจากหงุดหงิดเป็นตื่นเต้นขั้นสุด รีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบซองพลาสติกใสที่ข้างในมีกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่า ขอบรุ่ยเหมือนเก็บมาเป็นร้อยปีออกมาวางแหมะบนโต๊ะ
“อะไรเนี่ย” กลิ่นแก้วเลิกคิ้ว
“ตอนไปหาถาดไม้แถวเจริญกรุง แวะร้านขายของเก่าร้านนึง บรรยากาศโคตรหลอน ฟีลแบบจะมีแม่หญิงห่มสไบโผล่มาทักเลยแก! ทีนี้ตอนลุงเจ้าของร้านจัดของ ไอ้อันนี้มันร่วงมาจากหีบไม้ ฉันตาไวเห็นคำว่า ร่ำ พอดี เลยพุ่งไปถาม”
“แล้วลุงเขาขายให้เหรอ”
“ได้ฟรีเว้ย! พอดีฉันเหมาพร็อพแกมาเยอะ เลยใจดีแถมให้” พรีมทำตาโต
“ลุงแกว่ามันเป็นสูตรน้ำอบโบราณ แก้ว...แกฟังนะ แคมเปญลูนาร์-สเปลที่แกกำลังหัวหมุนหาคอนเซปต์อยู่เนี่ย ถ้าเราเอาสูตรโบราณของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์มาเป็นกิมมิก ปรับกลิ่นให้มันโมเดิร์นขึ้นหน่อย แกคิดดูว่าสตอรี่จะปังขนาดไหน! พวกบล็อกเกอร์สายมูรีวิวแตกแตนแน่!”
กลิ่นแก้วมองเพื่อนที่กำลังอินกับไอเดียการตลาด ก่อนจะหลุบตาลงมองกระดาษแผ่นนั้น เธอเอื้อมมือไปแตะมันเบาๆ
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสซองพลาสติก ความรู้สึกประหลาดก็แล่นปลาบขึ้นมาถึงกลางอก มันวูบโหวงเหมือนกำลังตกจากที่สูง อุณหภูมิในห้องจู่ๆ ก็ลดฮวบ เสียงฝนและเสียงรถจากข้างล่างเงียบสนิทเหมือนถูกกดปิดเสียง
เสี้ยววินาทีนั้น กลิ่นแก้วรู้สึกถึงกลิ่นหอมประหลาดที่แทรกขึ้นมากลบความหอมในห้อง...เป็นกลิ่นเย็นเยือก แต่แฝงความเศร้าลึกซึ้ง คล้ายกลิ่นดอกไม้บานตอนกลางคืนปนกับควันเทียนอบที่ลอยอวลอยู่ในความมืด
‘จำไม่ได้รึ...แม่แก้ว...’
กลิ่นแก้วสะดุ้งเฮือก ชักมือกลับราวกับโดนของร้อน ตากลมโตเบิกกว้าง หันขวับมองรอบห้อง หัวใจเต้นกระหน่ำจนปวดหนึบ
“เฮ้ย แก้ว! เป็นไรเนี่ย ทำไมจู่ๆ หน้าซีดเป็นไก่ต้มวะ” พรีมรีบคว้าแขนเพื่อน หน้าตาตื่นไม่แพ้กัน
“ปวดท้องเหรอ หรือไมเกรนขึ้น”
“ปะ...เปล่า”
กลิ่นแก้วสูดหายใจลึก ดึงสติกลับมา เสียงฝนกับเสียงแอร์กลับมาดังปกติ กลิ่นควันเทียนเมื่อกี้หายวับไปเหมือนคิดไปเอง เธอส่ายหน้าช้าๆ ลูบแขนตัวเองที่ขนลุกชัน
“สงสัยแอร์เป่าลงหัวพอดี เลยขนลุก”
“โธ่เอ๊ย ตกใจหมด นึกว่าทำงานหนักจนช็อกไปละ” พรีมถอนหายใจยาว ก่อนจะใช้นิ้วเคาะลงบนซองพลาสติก
“สรุปเอาไง จะลองดูป่าว ฉันอ่านลายมือหวัดๆ นี่ไม่ออกหรอกนะ เห็นแต่คำว่าชะลูดอะไรสักอย่าง แกเป็นเพอร์ฟูมเมอร์ น่าจะแกะสูตรเก่งกว่าฉัน”
กลิ่นแก้วกลืนน้ำลายลงคอที่จู่ๆ ก็แห้งผาก ค่อยๆ หยิบซองกระดาษขึ้นมาพินิจใกล้ๆ ลายมืออักษรไทยโบราณเขียนด้วยหมึกสีซีดจางดูอ่านยาก ทว่าทันทีที่สายตาไล่เรียง...ริมฝีปากก็เผลอขยับอ่านออกเสียงโดยแทบไม่ต้องสะกด
“เปลือกชะลูด...ไม้จันทน์หอม...แฝกหอม...น้ำดอกไม้สด...พิกุล...บุนนาค...ชมนาด”
คำพูดเสียงเรียบไร้การปฏิเสธของปรมัตถ์ ทำให้อากาศรอบตัวกลิ่นแก้วหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายสั่นสะท้าน ถอยหลังกรูดไปทีละก้าว สองมือที่เคยทุบตีเขาตกอยู่ข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรงดวงตาช้ำแดงมองหน้าชายหนุ่มด้วยความรวดร้าว ความเชื่อใจและความหวังสุดท้ายแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี"คุณไม่ได้คิดจะปฏิเสธเลยใช่ไหม..." น้ำเสียงแผ่วเบาสั่นเครือ "ที่คุณเงียบ... เพราะคุณเป็นคนทำมันจริงๆ สินะ"ปรมัตถ์ยังคงยืนนิ่ง แววตาร้าวระบมแต่ไร้คำอธิบายใดหลุดออกจากปากอีก"ฉันไม่น่าหลงเชื่อคำพูดคุณเลยสักนิด!" กลิ่นแก้วเค้นเสียง ตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความผิดหวังจุกอกเธอหมุนตัววิ่งพรวดออกจากห้องใต้บันไดโดยไม่เหลียวหลังเสียงส้นรองเท้ากระทบกระดานไม้เรือนไทยดังกึกก้อง สลับกับเสียงสายฝนสาดกระหน่ำลงมายังหลังคาอย่างบ้าคลั่ง ลมพายุหอบเอาละอองน้ำเย็นจัดผ่านช่องลมเข้ามาปะทะใบหน้าและเสื้อผ้าจนเปียกชื้น แต่นั่นไม่ได้ช่วยดับความร้อนผ่าวในอกลงได้เลยปรมัตถ์มองแผ่นหลังของหญิงสาวที่ลับหายไปในความมืด ดวงตาคู่คมแดงก่ำคลอน้ำตา ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ แต่ความเจ็บทางกายไม่อาจเทียบเท่าความร้าวรานในใจเขายกเท้าตั้งใจ
คำถามนั้นหลุดออกจากปากกลิ่นแก้ว สะท้อนก้องในห้องใต้บันไดอับชื้น ความเงียบเข้าปกคลุมทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานหึ่ง ๆ แทรกผ่านความอึดอัดรอบตัวปรมัตถ์ยืนนิ่ง สายตาหลุบต่ำมองปลายรองเท้า คิ้วเข้มขมวดแน่น ลมหายใจเข้าออกเริ่มหนักและช้าลงกลิ่นแก้วจ้องทุกปฏิกิริยาของเขา เธอรอให้เขาพูด ให้เขาปฏิเสธ หรือหาเหตุผลมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองเหมือนเมื่อครู่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีแค่ความเงียบงันในหัวของปรมัตถ์กำลังต่อสู้กับความจริงอันทรมานที่เขาตั้งใจซ่อนไว้ คำพูดก่อนหน้านี้ที่บอกว่าเขาจำอะไรไม่ได้... คือคำโกหกแท้จริงแล้ว เขาจำได้ทุกอย่างเขาจำได้ว่าสั่งให้นางพินพากลิ่นแก้วหนีออกไปทางหลังเรือน เขาจำได้ว่าย้อนกลับไปเอาสูตรปลอมในห้องนอนเพื่อใช้ล่อโจร และก่อนจะวิ่งออกไป เขาแวะมาสับกลอนล็อกประตูห้องเครื่องหอมจากด้านนอก เพราะไม่อยากให้พวกโจรได้สูตรจริงไป โดยไม่เคยรู้เลยว่ากลิ่นแก้วที่ห่วงเขา จะแอบย้อนเข้าไปเอาสูตรจริงในห้องนั้นก่อนที่ประตูจะถูกปิดตายเขาโดนพวกโจรฆ่าตายโดยคิดว่าเธอปลอดภัยแล้ว ไม่เคยรู้เลยว่าพวกมันจะย้อนกลับมาที่เรือน พอเข้าห้องเครื่องหอมไม่ได้เพราะติดกลอนและมีแค่ช่องระบ
ทันทีที่ตัวอักษร ‘คนทรยศกลับมาแล้ว’ สิ้นสุดลงพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในกระจก ความเย็นเยียบและกลิ่นอับของห้องใต้บันไดยิ่งชวนให้อึดอัด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนววู้ดดี้ที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก กลิ่นที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย ตอนนี้กลับทำให้หัวใจเต้นระทึกด้วยความหวาดระแวง ท่ามกลางหลักฐานที่คลุมเครือและนิมิตที่จงใจปั่นหัวเธอละสายตาจากกระจกเงาที่ดับแสงลง กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนจะรวบรวมความกล้าหันไปเผชิญหน้ากับคนที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างเชื่องช้าปรมัตถ์ยืนอยู่ตรงกรอบประตู เสื้อสูทสีเข้มที่เคยเนี้ยบกริบดูหลุดลุ่ย คอเสื้อถูกปลดกระดุมออกเหมือนคนอึดอัด แสงสลัวจากไฟฉายมือถือสาดกระทบใบหน้า เผยให้เห็นรอยคล้ำใต้ตา ดวงตาที่เคยเรียบเฉยตอนนี้แดงก่ำและสั่นไหวอย่างที่เธอไม่เคยเห็น เขามองเธอที่กอดสมุดบันทึกไว้แนบอก แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดกลิ่นแก้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ความคิดในหัวตีรวน แม้สติจะบอกว่านิมิตและข้อความในสมุดคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบิดเบือนความจริงและชี้นำ โดยจงใจละเว้นสิ่งที่เกิดขึ้นนอกห้อง แต่คำสารภาพของเขาก่อนหน้านี้ก็ยังดังก้องในหัว‘ผมเป็นคนฆ่าเธอ’ประโยคนั้นยังฝังลึกอยู่ในควา
ความเงียบในห้องเก็บของใต้บันไดอับชื้นและมืดทึบ ยิ่งนั่งนานก็ยิ่งชวนให้อึดอัด กลิ่นแก้วยังคงจดจ่ออยู่กับสมุดบันทึกสำนวนคดีเปื้อนเลือด คำถามเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวคือ ‘ใครเป็นคนล็อกประตู’ มันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของอดีตที่หายไป และยังไม่มีใครให้คำตอบได้ทว่าระหว่างที่ความสับสนกำลังก่อตัว ความเย็นเยียบระลอกใหม่ก็พัดวูบเข้าปะทะผิว กลิ่นอับฝุ่นจางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ลอยคลุ้งขึ้นมาในอากาศ หญิงสาวชะงัก ลมหายใจสะดุดเมื่อหางตาสังเกตเห็นความผิดปกติที่มุมห้องกระจกเงากรอบไม้สักบานเก่าที่เคยวางพิงผนังอิฐอย่างเงียบเชียบ จู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมา แสงสลัวนั้นไม่ได้เกิดจากไฟฉายในมือเธอ แต่มันเรืองแสงออกมาจากเนื้อกระจกโดยตรง ราวกับกำลังเปิดฉายภาพจากอีกห้วงเวลาหนึ่งกลิ่นแก้วแทบลืมหายใจ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองแผ่นกระจกอย่างไม่อาจละสายตา ภาพที่ปรากฏคมชัด แต่มันกลับถูกหั่นแบ่งเป็นสองเหตุการณ์อย่างชัดเจนเหตุการณ์แรก... ภาพสะท้อนฉายให้เห็นบรรยากาศในห้องเครื่องหอมที่เธอคุ้นเคย แต่มันเป็นมุมมองที่ถูกจำกัดไว้แค่ภายในห้องเท่านั้น เธอเห็นร่างของแม่หญิงกลิ่นแก้วในชุดสไบกำลังยืนอยู่หน้าบานประตูไม้กระดานหนา

![เด็กเลี้ยงประธานร้าย [Set Toxic love]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![เจ้าหนี้มารุมรักหนู (PWP) 3P 4P 5P [ซีรีส์ วิมานรุมรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)