Mag-log inเธอเข้าใจว่าเขามาพักผ่อน หลังจากสอบถามศิริวรรณแล้วได้ความว่า... เขามาอยู่ที่นี่สองสามวันแล้ว คงละอายใจเรื่องที่ทำกับเธอเอาไว้ หรือไม่ก็อยากหลบหน้า เธอกลับมาทั้งทีเขาเลยไม่คิดจะไปต้อนรับ
“เดี๋ยวดิฉันจะพาคุณไปพบค่ะ”
พนักงานสาวพูดอย่างนอบน้อมก่อนจะผายมือเชิญให้เดินตาม นิ่มอนงค์เดินตามมาอย่างเชื่องช้า ตลอดระยะทางก็ชื่นชมกับรีสอร์ทหรูหราแห่งนี้ด้วยความตื่นตาตื่นใจ อยากรู้เหมือนกันว่าเขามาทำอะไรที่นี่ คนที่เป็นเจ้าของที่นี่คงรวยน่าดู ถึงได้ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยแม้กระทั่งทางเดิน
“ถึงแล้วค่ะ ท่านรออยู่ข้างในน่ะค่ะ”
นิ่มอนงค์ขมวดคิ้ว พนักงานที่นี่เรียกลูกค้าว่าท่านเลยเหรอ สงสัยเขาจะวางท่าเบ่งก้ามร่ำรวยใหญ่โตสินะ ก็เป็นอยู่สุขสบายที่ไร่ไพรวัลย์มาสิบเจ็ดปี คงต้องหาทางกอบโกยอะไรจากบิดาของเธอบ้างหรอก เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่เอาอะไรของบิดาเลย
อีกทั้งคำพูดของพนักงานต้อนรับยังบอกให้รู้ว่าเขารอเธออยู่ก่อนแล้ว คงดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้แต่งงานกับเธอ ถ้าไม่รอคำตอบรับก็รอคำปฏิเสธ ไม่ว่าเธอจะตอบว่าเช่นไรเขาก็มีแต่ได้กับได้ มีเธอเองที่เสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว นึกแล้วอดน้อยใจบิดาไม่ได้ หากไม่เป็นเพราะนงนภัส บางทีเธออาจจะตัดใจยกทรัพย์สมบัติพวกนี้ให้สองแม่ลูกไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ และกลับกรุงเทพฯ ไปนานแล้ว
นิ่มอนงค์เดินเข้าไปในห้องกว้าง รอบๆ เป็นกระจกที่สามารถมองทัศนียภาพได้อย่างชัดเจน ข้างในเป็นห้องนั่งเล่นที่หรูหราที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา มีโต๊ะทำงาน โซฟาเนื้อดีและเตียงเล็กๆ สำหรับเอนนอน อีกด้านเป็นชั้นหนังสือมากมาย โดยรวมแล้วมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ดูไม่เหมือนห้องรับแขกเลยสักนิด น่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวเสียมากกว่า
หญิงสาวยืนอยู่กลางห้องแล้วหันมองรอบกายอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี ไม่คิดว่ารีสอร์ทที่นี่จะจัดพื้นที่เป็นส่วนตัวให้แบบนี้ เธอสรุปในใจว่าที่นี่น่าอยู่มาก แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมาชื่นชมอะไรมากนัก เธอกวาดสายตามองอีกครั้งเพื่อต้องการหาคนที่อยากเจอ แต่ไร้วี่แวว
“ชอบที่นี่หรือเปล่า”
“อุ๊ย!”
เสียงทุ้มที่ดังมาจากด้านหลังทำให้นิ่มอนงค์สะดุ้ง เธอหันขวับไปมองแล้วต้องเบิ่งตากว้าง ชายหนุ่มที่กำลังประจันหน้ากับเธออยู่ในระยะแค่ไม่กี่ก้าวหล่อกระชากใจยิ่งนัก เขาสูงมากจนเธอต้องแหงนคอตั้ง ผมสีดำสนิทตัดกับดวงตาคมกริบสีเดียวกัน คิ้วเข้มพาดเฉียงเป็นปื้นทำให้ใบหน้าของเขาดูคมสัน รับกับจมูกโด่งและริมฝีปากหยักหนาสีแดงจัด ตรงคางมีรอยผ่า เธอกวาดสายตามองระเรื่อยลงมาอย่างเผลอไผล อกของเขากว้างและดูแข็งแรง ช่วงแขนที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมามองเห็นกล้ามเป็นมัดๆ เหมือนหนุ่มสุขภาพดีที่ชอบออกกำลังกาย เขาสวมเสื้อกล้ามสีขาวธรรมดา ช่วงขาเพรียว สะโพกสอบดูแข็งแรง กางเกงยีนส์สีซีดทำให้เขาดูเท่ห์ระเบิด เท้าแกร่งที่โผล่พ้นรองเท้าใส่อยู่บ้านมองเห็นเล็บเท้าขาวสะอาดตัดสั้นเรียงตัวเป็นระเบียบ
“อยากให้พี่ถอดเสื้อผ้าหรือเปล่า”
..น้ำเสียงของเขาเซ็กซี่ชะมัด เธอเบลอจนไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร
นิ่มอนงค์รู้สึกใจสั่น ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกบางอย่าง ผู้ชายคนนี้มีแรงดึงดูดทางเพศอย่างรุนแรง
“ว่าไง” เขาถามเสียงนิ่งติดจะราบเรียบไร้อารมณ์
“คะ” นิ่มอนงค์ได้สติ กะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังสื่อความหมาย เธอขมวดคิ้วมองเขาอย่างงุนงันว่าเขากำลังถามอะไร
“อยากให้พี่ถอดเสื้อผ้าหรือเปล่า จะได้ดูเต็มๆ ตา”
ประโยคต่อมาของเขาทำให้นิ่มอนงค์หน้าแดง
“บ้า” เธอแหวใส่ รู้สึกอายที่เผลอมองเขาอย่างสำรวจตรวจตรา เขาช่างเป็นผู้ชายที่มีแรงดึงดูดทางเพศมหาศาล บ้าน่า..เธอจะใจสั่นกับเขาทำไมนี่
หญิงสาวรีบสะบัดหัวตัวเองไปมา รวบรวมสติพูดเรื่องสำคัญในทันที
“ฉันมาหาคุณ มีธุระสำคัญจะคุยด้วย” เธอนึกอยากจะเขกหัวตัวเองที่พูดออกไปแล้วเสียงสั่น
“มีเรื่องอะไรกับพี่อย่างนั้นเหรอ” เขาถาม เดินไปทรุดนั่งที่โซฟาเนื้อดี ก่อนจะผายมือให้เธอ
นิ่มอนงค์นั่งลงตรงข้ามกับเขา รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ผู้ชายคนนี้เพียงแค่ทำหน้านิ่งๆ ก็ทำให้เธอใจสั่นได้แล้ว พนักงานคนเดิมเคาะประตูก่อนจะนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟและขอตัว
“ดื่มน้ำก่อนสิ แก้กระหาย” เขาเชื้อเชิญอย่างใจดี
นิ่มอนงค์มองเมิน ทำเป็นไม่สน
หล่อนพยายามตั้งใจที่จะพูด ไม่วอกแวกไปกับเสน่ห์เหลือร้ายของเขา เชิดหน้ามองสบตากับเขาไม่หลบ แต่ทำไมเธอถึงต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยล่ะ
บ้าน่า...เธอกำลังฟุ้งซ่าน
“ฉันจะมาพูดเรื่องแต่งงานกับคุณ”
“หือ...” พฤกษ์เลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ เขาไม่ได้เซ้าซี้ให้เธอรับเครื่องดื่มที่วางไว้ตรงหน้า
“คุณพ่อบอกว่าจะให้ฉันแต่งงานกับคุณ ฉันก็เลยอยากมาเจรจา”
“เจรจาว่า...ยังไงคะ”
นิ่มอนงค์ขมวดคิ้วเข้าหากัน เธอไม่ค่อยพบเจอผู้ชายพูดจาคะขาบ่อยนัก แต่ทำไมเขาพูดแล้วเธอกลับรู้สึกว่าน่ารักมีเสน่ห์ ทั้งๆ ที่เธอเสียงแข็งเรียกแทนตัวห่างเหินกับเขาทุกคำ
พฤกษ์นั่งพิงพนักโซฟาอย่างสบาย กอดอกมองหน้าเธอเหมือนผู้ใหญ่มองเด็ก นิ่มอนงค์ขยับตัวอย่างอึดอัด คราแรกเธอคิดจะมาต่อว่าเขา แล้วเสนอเงื่อนไขเรื่องแต่งงาน หากเขาอยากได้สมบัติเธอจะแบ่งให้ แต่จะแต่งงานกันในนาม พอเจอเข้าจริงๆ กลับเรียบเรียงคำพูดไม่ค่อยถูก ต้องสูดลมหายใจหลายครั้งเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง
“ฉันจะมาตกลงกับคุณ เราจะแต่งงานกันแค่ในนามให้คุณพ่อสบายใจ แล้วแยกกันอยู่”
“นั่นเป็นการโกหกผู้ใหญ่ น้องนิ่มไม่สงสารคุณพ่อหรือไง หรือ...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ยินดียินร้ายจนเธอนึกหมั่นไส้
“หรืออะไร” นิ่มอนงค์เต้นตามเมื่อเห็นสีหน้ากวนอารมณ์ของเขา เธอเคยระงับอารมณ์ได้ดี แต่ทำไมอยู่ต่อหน้าเขาแบบนี้เธอได้ถึงได้ประหม่านัก
“น้องนิ่มคงจะอ่านนิยายน้ำเน่า หรือดูละครหลังข่าวเยอะไป ก็เลยมโน”
“มโน” นิ่มอนงค์ทวนคำเสียงสูง ดวงตาวาววับด้วยความโมโหที่โดนพูดยั่วโมโห เธอสูดหายใจเข้าปอดแรงลึก ระงับอารมณ์เต็มที่
“คุณอยากได้ทรัพย์สมบัติฉันก็จะแบ่งให้ ถ้าคุณตกลง เราแต่งงานกันเลย เรื่องโกหกไม่โกหก ถ้าเราไม่พูดก็ไม่มีใครรู้”
“อยากได้สมบัติขนาดนั้นเลยหรือ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเช่นเดิม ไม่ได้ตื่นเต้นหรือแสดงอารมณ์ใดๆ กับข้อเสนอของเธอ
“เอ๊ะ! ยังไงกัน นั่นมันทรัพย์สมบัติที่ฉันควรจะได้ ลูกกาฝากอย่างคุณไม่สมควรได้มันด้วยซ้ำ ฉันแบ่งให้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว” นิ่มอนงค์ขึ้นเสียง เธอผุดลุกขึ้นด้วยความโมโห “พ่อบอกว่าจะยกทรัพย์สมบัติให้คุณหมดถ้าฉันไม่แต่งงานกับคุณ คุณกับแม่นี่ร้ายกาจที่สุด ยุแยงอะไรพ่อฉันล่ะท่านถึงทำแบบนั้น” เธอชี้หน้าด่าเขาอย่างไม่เกรงใจ
“คุณพ่อพูดแบบนั้นเหรอ” คราวนี้เป็นพฤกษ์เองที่ขมวดคิ้ว เขาทำท่าจะพูดอะไรแต่ก็เงียบไป
สีหน้าแววตาของเขาอ่านยากจนนิ่มอนงค์นึกอึดอัด
“เธอควรเรียกพี่ว่าพี่นะ...นิ่มอนงค์ เราเองไม่ใช่คนอื่นคนไกล แทนตัวเองเสียห่างเหิน” เขาตำหนิกลายๆ
นิ่มอนงค์เชิดหน้าคอแข็ง เธอไม่เรียกเสียอย่างใครจะทำไม เขาโครงศีรษะไปมาแต่ไม่ได้ว่าอะไร กิริยาของเขาทำให้หล่อนไม่ชอบใจนัก มันยียวนกวนอารมณ์อย่างที่สุด
“อยากได้ทรัพย์สมบัติพ่อฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงอยากจะแต่งงานกับฉันจนตัวสั่น แม่คุณก็ไม่ได้มีลูกมีเต้ากับพ่อฉัน จะอยากได้ไปทำไม โลภไม่มีที่สุดสิ้น อ้อ... ฉันไม่มีวันเรียกคุณว่าพี่หรอก ฉันไม่นับญาติกับคุณ จำใส่ใจเอาไว้ซะด้วย”
“อย่าก้าวร้าวแม่ของพี่ แล้วอย่าอวดดี เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะอวดดีกับพี่นิ่มอนงค์” น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นจนเธอลอบกลืนน้ำลาย ดวงตาของเขากร้าวขึ้นเหมือนคนไม่ชอบให้ใครขัดใจ
“อ้อ... ถือว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าละสิถึงได้พูดแบบนี้ ใช่สิ ฉันต้องมาเจรจาแทบจะกราบกรานนี่นา ทั้งๆ ที่ฉันเป็นทายาทแต่ต้องมาขอร้องลูกกาฝากอย่างคุณไม่ให้เอาสมบัติที่ฉันควรจะได้ไปหมด”
นิ่มอาจสงสัยว่าทำไมพี่พฤกษ์ถึงเพิ่งนำจดหมายฉบับนี้มาให้นิ่มอ่านตอนนี้ พ่อไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะคาดการณ์อนาคตข้างหน้าได้ แต่พ่อรู้ดีว่าสิ่งที่พ่อทำลงไป นั่นคือการบังคับให้ลูกแต่งงานกับพี่พฤกษ์ ทำให้ลูกไม่พร้อมที่จะอ่านจดหมายฉบับนี้ในตอนนั้น เพราะทันทีที่ลูกอ่าน ลูกก็จะไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อทำและยิ่งไม่เชื่อในสิ่งที่พ่อกำลังจะบอกกล่าว หรือบางครั้งอาจจะหาว่าพ่อเอ่ยชมสามีของลูกอย่างไร้เหตุผล เพราะลูกยังไม่ได้เรียนรู้และสัมผัสกับพี่พฤกษ์อย่างแท้จริงนิ่มอนงค์ลูกรัก จงจำเอาไว้ว่าถึงหนูจะเกิดจากความผิดพลาด แต่วินาทีแรกที่พ่อเห็นหน้าหนู พ่อรักหนูสุดหัวใจ ก้อนเนื้อด้านซ้ายที่เรียกว่าหัวใจของพ่อ ผูกสมัครรักใคร่ลูกสาวคนแรกของพ่ออย่างแน่นแฟ้น พ่อไม่ใช่คนดีนัก ในชีวิตเคยทำอะไรผิดพลาดลงไปมาก โดยเฉพาะกับแม่ของหนู แต่พ่อยอมรับว่าพ่อรักแม่นารถลดาของหนูจากใจจริง หลังจากใช้ชีวิตร่วมกัน การตัดสินใจของพ่ออาจจะทำให้หนูโกรธและเกลียดพ่อเหลือเกินที่บีบบังคับให้หนูต้องแต่งงานกับพฤกษ์ แต่นี่เป็นสิ่งเดียวที่พ่อคิดว่าจะทำเพื่อหนูได้ตอนนี้ลูกคงรู้ความจริงแล้วว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ลูกเห็นอยู่ ไม่ใช่ของพ่ออีกต่อไป ล
พฤกษ์หัวเราะร่วน เวลาแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด เขาจะกลายเป็นผู้ชายยิ้มง่าย หัวเราะง่ายนิ่มอนงค์ค้อนตีแขนเขา เพียะหนึ่ง“นิ่มเพิ่งรู้ว่าคุณเดชชอบคุณเดือน”“ไอ้เดชมันชอบเดือนมานานแล้ว แต่เดือนใจแข็ง”“คุณเดือนชอบพี่พฤกษ์แทน”“ก็ใช่มั้ง แต่ไอ้เดชมันไม่หึงพี่นะ แต่หึงเดือน พักหลังเหมือนเดือนจะไม่ยอมเข้าใกล้ มันทนไม่ไหวก็เลยจับปล้ำเลย จริงๆ ตอนแรกก็ไม่กล้า”“หมายความว่ายังไงคะ” นิ่มอนงค์ถามอย่างสงสัย“พี่ยุให้มันปล้ำเองละ”“พี่พฤกษ์นี่นะเหรอคะยุคุณเดช ตายแล้ว!” นิ่มอนงค์ยกมือทาบอกไม่อยากจะเชื่อ“เค้ามาว่านิ่มก่อนทำไม พี่เลยหมั่นไส้ให้เจ้าเดชปล้ำเสียเลย”“เอ๊ะ! ยังไงคะ นิ่มไม่เข้าใจ”“พี่รู้ก่อนที่นิ่มจะเล่าเสียอีกว่าเดือนว่าอะไรนิ่มบ้าง”“ไม่เห็นพี่พฤกษ์เคยบอก แต่พี่พฤกษ์รู้ได้ยังไงคะ หรือใครบอก”“ชบาบอกแล้วก็...”“แล้วก็อะไรคะ ลีลาเยอะจัง เล่ามาให้ไวสิคะ” นิ่มอนงค์ค้อนควัก“วันนั้นก่อนนิ่มคลอด พี่กลับมาทันได้ยินที่เดือนพูดทุกประโยค โมโหชะมัด ถ้าไม่เพราะคิดว่าเจ้าเดชมันมีใจให้เดือนประดับอยู่ พี่จะจับหล่อนโยนออกไปเลย”“ผู้ชายชอบใช้กำลังจริงเชียว รังแกเพศที่อ่อนแอกว่า จริงๆ นิ่มสงสารคุณเดื
“ทำไมเร็วจังเลยคะ”“พี่ใจร้อนอยากนอนกอดเมียทุกคืน” เขากระซิบบอกเธออมยิ้มก่อนจะหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนที่บทรักอ่อนหวานจะบังเกิดขึ้น แพรพิลาศหลับพริ้มไปด้วยความสุขอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของชายคนรัก ครั้งนี้เธอรู้สึกว่ามีความสุขมากที่สุด...ข่าวการแต่งงานของยศวินกับแพรพิลาศทำให้นิ่มอนงค์รู้สึกประหลาดใจและหนักใจในคราแรกเมื่อแพรพิลาศเปิดปากเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ฟังเธอจึงเบาใจ เพราะเธอกลัวเพื่อนสาวจะโดนผู้ชายไม่ดีหลอกเอา แต่พอทราบเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของยศวินเธอกลับรู้สึกสงสารเห็นใจ อีกทั้งยศวินยังยอมเอ่ยปากขอโทษเธอที่ทำให้เธอบาดหมางกับสามี ปรับความเข้าใจกันดีแล้วจึงสบายใจกันทุกฝ่ายนิ่มอนงค์กับพฤกษ์บินไปร่วมงานแต่งของคนทั้งสองด้วย พฤกษ์นั้นกะจะไม่ไปในคราแรกเพราะไม่ชอบหน้ายศวิน แต่เพราะภรรยาต้องเดินทางคนเดียวเขาเลยไม่อยากปล่อยไป จะไม่ให้ไปก็กระไรเพราะแพรพิลาศนั้นเติบโตมากับนิ่มอนงค์ ทั้งสองผูกพันกันมากกว่าเพื่อน ดังนั้นจึงขัดใจภรรยาไม่ได้ยศวินเป็นทายาทเจ้าของโรงแรมและรีสอร์ทของภูเก็ต งานเลี้ยงจึงทั้งหรูหราและยิ่งใหญ่สมฐานะนายหัวปักษ์ใต้แพรพิลาศจัดห้องพักหรูให้นิ่มอนงค์และพฤกษ์หลังจากพ
“อุ๊ย! จะได้เล่าไหมล่ะคะ” แพรพิลาศร้องเบาๆ เมื่อถูกอุ้มขึ้นสู่อ้อมแขน เขาพาเธอไปอาบน้ำจริงๆ แต่ทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วย กว่าจะได้ออกจากห้องน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัวสวมใส่ชุดนอน แทบจะหลับคาเตียง“ง่วงแล้วเหรอ” เอ่ยถามอย่างเอ็นดู“รอฟังอยู่ค่ะ” เธออมยิ้มให้เขา กอดเขาหลวมๆ ซบที่อกกว้างอย่างอ้อนๆ“พ่อพี่เป็นคนจริงจังกับงาน ติดจะเคร่งขรึมแล้วก็เข้มงวด”แพรพิลาศเห็นด้วยอย่างยิ่ง เธอนิ่งฟังให้เขาเล่าต่อ“แม่พี่มีชู้ ลักลอบได้เสียกับผู้ชายคนหนึ่ง พ่อจับได้แม่ก็เลยโดนพ่อทำร้าย ตอนนั้นพี่รักแม่มาก พอพ่อกับแม่เลิกกัน แม่เลยขอเลี้ยงดูพี่และพี่ตามแม่มาอยู่กรุงเทพฯ แม่เรียกค่าเลี้ยงดูจากพ่อทุกเดือน เงินพวกนั้นก็เอามาปรนเปรอสามีใหม่”“แม่พี่ยศอยู่ไหนคะตอนนี้”“ตายแล้ว”เสียงของเขาดูเศร้าจนเธอต้องเอื้อมมือไปบีบ“แพรเสียใจด้วยนะคะ”“มันนานมากแล้ว ผู้ชายคนนั้น หมายถึงสามีใหม่แม่ เขาไม่ใช่คนดีอะไร เขาหลอกเงินแม่ เขาหาเรื่องทุบตีพี่ด้วย แล้วก็โยนความผิดให้พี่เป็นเด็กก้าวร้าว แม่หลงสามีใหม่มากลงโทษพี่แบบไม่มีเหตุผล”แพรพิลาศกอดเขากระชับขึ้น รับรู้ถึงบาดแผลในจิตใจและรอยร้าวที่หยั่งลึก น้ำเสียงของเขาดูสั่นพร่าหดหู
“กล้าทำแบบนี้กับฉันเหรอ อย่าลืมสิว่าแกเป็นลูกหนี้” สุนทรโกรธจนหนวดกระตุกที่อีกฝ่ายมาหยามได้ถึงขนาดนี้“อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีก” ยศวินกดเสียงต่ำดวงตาแข็งกร้าว“ทำไมเหรอ คิดจะหวงเอาขึ้นมาตอนนี้หรือไง แกบอกเองว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ใช้แล้วก็เบื่อเขี่ยทิ้งอย่างเดียว ที่เธอมาช่วยแกเพราะว่าเธอหลงรักเลยยอมทุกอย่าง แกแทบไม่เห็นความสำคัญของหล่อนเลย ฮ่าๆๆๆ” สุนทรพูดแล้วหัวเราะน่าเกลียดเมื่อเห็นแพรพิลาศหน้าซีดเผือดแพรพิลาศเหลือบสายตามองยศวินแล้วให้ปวดใจ ถ้าเขาพูดแบบนั้นจริงๆ เธอคงเป็นได้แค่เศษดินไร้ค่าสินะ“ฉันจะหาเงินมาคืนทุกบาททุกสตางค์ ห้ามยุ่งกับเธออีก”“น้ำหน้าอย่างแกจะหาเงินที่ไหนมาคืนฉันวะ เอาตัวให้รอดก่อนเถอะ”“บอกให้ลูกน้องของเสี่ยถอยไปด้วย ถ้าไม่อยากมีเรื่อง”“ทำไมวะ แกจะทำอะไรฉัน”“ถ้าฉันไม่ออกไปภายในสิบนาทีหลังจากนี้ ตำรวจจะแห่มาถล่มบ่อนเสี่ย”“กล้าเหรอ” แม้จะถามกลับไป แต่น้ำเสียงลังเล“ผมรู้ว่าเสี่ยเส้นใหญ่ แต่คงไม่อยากเสี่ยง”“ปล่อยมันไป แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่เอาเงินมาจ่าย แกเหลือแต่ชื่อแน่” เสี่ยสุนทรไม่ได้เกรงกลัวอะไร แต่ยังไม่อยากมีเรื่องเดือดร้อนตอนนี้ ไม่แน่ใจว่ายศ
“เจ้าเล่ห์ที่สุด ร้ายกาจมากพี่พฤกษ์” นิ่มอนงค์ตาโต ผงกศีรษะมองสามี ผู้ชายอ่อนโยนที่ดูแลเธอตอนตาบอด คิดได้สับซับซ้อนขนาดนี้เชียวเหรอ“เวลานิ่มอยากเอาชนะ นิ่มก็จะแสดงความรู้สึกทั้งหมดออกมา โดยที่พี่ไม่ต้องคาดคั้น พี่ไม่ชอบหรอกนะ ให้นิ่มมาหน่อมแน้มไม่เป็นตัวของตัวเองเพื่อเอาใจพี่”“พี่พฤกษ์ก็เลยยั่วให้นิ่มโกรธ ชิส์! นิ่มเองตอนแรกจะมาง้อพูดดีๆ พอโดนพี่พฤกษ์ว่าใส่ นิ่มเลยโมโหบ้าง”“ไม่ดีหรือไงจะได้เปิดเผยความรู้สึกออกมาให้หมด ไม่ต้องมามัวกระมิดกระเมี้ยนหรือปั้นแต่งให้ดูดีแต่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เราเป็นสามีภรรยากันแล้วก็ให้รู้ไส้รู้พุงกันไปเลย จะมามัวเก็บกักความรู้สึกหรือพฤติกรรมอยู่ทำไม เหมือนนิ่มชอบร้อนแรงพี่ก็จัดให้ไง ทุกคืนเลย ฮ่าๆๆๆ โอ๊ย!”พูดแล้วโดนหยิกเข้าให้จนเนื้อแทบเขียว นิ่มอนงค์ค้อนควักให้กับความเจ้าเล่ห์ของสามี แต่นึกทึ่งในความฉลาดเฉลียวในความคิดของเขานัก ในที่สุดเธอก็เงียบเสียงโต้เถียงอันใดพฤกษ์รู้ดีว่าภรรยากำลังยอมจำนนและคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา...ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ บางครั้งมีเรื่องไม่เข้าใจกันบ้าง ขอแค่หันหน้าเข้าหากัน ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีแพรพิลาศกำม
..เธอชักงอนเขาแล้วนะ“เชื่อยาก นิ่มไม่ได้รักพี่แต่แรก แต่งงานเพราะคิดว่าพ่อจะยกสมบัติให้คนอื่น”“ยอมรับว่าใช่ แอบงอนคุณพ่อด้วยค่ะ ที่จะยกสมบัติให้คนอื่น”“โลภเหมือนกันนะเรา” เขาบีบจมูกอย่างเอ็นดูมากกว่าจะโมโหในคำตอบรับตรงๆ ของเธอ“เปล่าโลภนะคะ นั่นมันของของนิ่ม ตอนนั้นพ่อไม่ยอมบอกว่าไม่ใช่ของเราอีก
“ยั่วพี่อยู่ไม่ใช่เหรอ จะสนองให้สักทีสองที เผื่อจะหาย”“หยาบคายร้ายกาจ” นิ่มอนงค์หน้าแดงไม่คิดว่าเขาจะพูดตรงๆ แบบนี้“ตรงไหนที่ว่าหยาบคายร้ายกาจ แม่คนช่างยั่ว” พฤกษ์กระชากผ้าเช็ดตัวที่หลุดอยู่ใต้ร่างเธอทิ้งไปข้างเตียง“ยั่วขึ้นด้วยเหรอคะ” เธอย่นจมูกโอบรอบคอเขาไว้ ไม่ได้หวั่นเกรงสายตาดุปนกระหายของเข
นิ่มอนงค์ได้แต่แอ่นกายร้องครางกดศีรษะของสามีให้ทำงานเร็วรี่ถนัดถนี่ ความเสียวซ่านเข้าจู่โจมโน้มเนื้ออย่างรุนแรงเสียจนขาสั่นแทบยืนไม่ไหวนิ่มอนงค์เกร็งร่างร้องเสียงสั่นพร่าอย่างสุดกลั้นขณะปลดปล่อยน้ำหวานออกมาชโลมลิ้นหนุ่มที่รอท่าดูดกลืนอยู่ก่อนแล้ว“พี่พฤกษ์ขา... นิ่มไม่ไหวแล้วค่ะ” เธอส่ายหน้าแดงจัด
“อื้อ...” ก่อนจะได้เข้าใจเมื่อเขารวบเอวเธอเอาไว้มั่น ในขณะที่กายเขายังสอดประสานแล้วทางด้านหลัง ก่อนจะสอดมืออีกข้างเข้าใต้ขาและยกเธอขึ้นอุ้มงอเข่าแนบชิดเรือนกายไม่ยอมถอดถอนในท่านั้นพฤกษ์เลื่อนมือขึ้นมาโอบรัดรอบอกอิ่ม มืออีกข้างช้อนเข้าที่ใต้ขาทั้งสองข้าง นิ่มอนงค์คว้าหมับไปยังแขนแกร่งที่โอบรัดอกอวบ







