หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง

หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง

By:  บุปผาแห่งธรรมUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
9.7
16 ratings. 16 reviews
186Chapters
9.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

สามปีแห่งการครองคู่ คือสามปีที่เธอสูญเสียเลือดเนื้อและหยาดน้ำตาไปถึงสามครั้ง ในวันที่โหลวซิงอิ๋นต้องเผชิญกับความแตกสลายจากการสูญเสียลูกน้อยเป็นครั้งที่สาม เหยียนเฟยฝาน ผู้เป็นสามีกลับเลือกที่จะทิ้งเธอไว้กับความอ้างว้างในกลิ่นอายยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล เขาเร่งรีบเดินจากไปเพื่อเฝ้าดูพี่สะใภ้ให้กำเนิดทายาทฝาแฝดอย่างชื่นมื่น ทอดทิ้งให้เธอจมอยู่กับความเงียบงันและร่องรอยแห่งความเจ็บปวดเพียงลำพัง วินาทีที่ก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาลด้วยร่างกายที่ซูบเซียวจนแทบจะปลิวไปตามลม ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วแน่และเย็นเยียบกว่าครั้งไหน ๆ เธอตัดสินใจยุติพันธนาการที่ล่ามโซ่ชีวิตไว้ด้วยการยื่นหนังสือหย่าให้แก่ว่าที่อดีตสามี “เราหย่ากันเถอะ ทุกอย่างก็เพื่อตัวคุณเอง” “หย่า? คุณแน่ใจ? ถ้าอยากจะเรียกร้องความสนใจ ก็ไม่เห็นต้องเสแสร้งอ้างว่าทำเพื่อผมให้มันดูสูงส่งนักเลย!” โหลวซิงอิ๋นไม่ได้โต้ตอบสิ่งใด เธอเพียงแต่ยกยิ้มบางเบาที่ดูแฝงไปด้วยความเวทนา ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะปรายหางตามองกลับมา เธอทำเพื่อเขาจริง ๆ เพราะนับจากนี้ เธอไม่ต้องทนเป็นเบี้ยล่างให้เขาอีกต่อไป ในเมื่อตอนนี้ ได้พบกับร่มเงาใหม่ ต่อให้เหยียนเฟยฝานจะมีอำนาจล้นฟ้าในเมืองจิงเฉิง แต่สำหรับคนผู้นั้นแล้ว เหยียนเฟยฝานก็เป็นเพียงมดปลวกที่ไม่อาจเทียบเคียง เมื่อพันธนาการขาดสะบั้น โหลวซิงอิ๋นก็ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากหญิงสาวผู้อ่อนแออีกต่อไป ทันทีที่ตัวตนที่แท้จริงของเธอค่อย ๆ ถูกลอกออกมาทีละชั้น สมาชิกตระกูลเหยียนที่เคยตราหน้าและดูถูกเธอก็ถึงกับเบิกตาค้างด้วยความตื่นตะลึง นี่หรือ ยัยเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าที่ใครจะรังแกก็ได้คนนั้น? ประธานบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ “ซิงอิ๋น หย่าสักทีเถอะครับ ผมรอรับขวัญแทบไม่ไหวแล้ว” เจ้าพ่อตระกูลมหาเศรษฐีลึกลับ “หย่า! ถ้าไม่หย่าฉันจะบดขยี้ตระกูลเหยียนให้หายไปจากแผนที่โลกซะ!” ทนายความระดับสากลผู้ไร้พ่าย “คดีหย่านี้ไม่มีคำว่าแพ้ ขอเพียงคุณชายตามองผมสักครั้ง ผมก็พร้อมจะถวายชีวิตให้” เหยียนเฟยฝานเคยลำพองใจว่าโหลวซิงอิ๋นคือของตายที่จะไม่มีวันพรากจากเขาไปได้ จนกระทั่งวันที่เขาตระหนักว่าเธอกลายเป็นดวงดาวที่อยู่ไกลเกินเอื้อม ความมั่นใจและทิฐิที่เคยค้ำคอพลันพังทลายลงกลายเป็นเศษซากที่ไร้ชิ้นดี...

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ณ ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศชวนให้พะอืดพะอม โหลวซิงอิ๋นนอนทอดกายอย่างสิ้นแรงอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่หนาวเหน็บ แสงไฟนีออนบนเพดานดูพร่าเลือนพอ ๆ กับสติที่เหลืออยู่ของเธอ

เมื่อปลายสายกดรับ เธอไม่รอช้าที่จะเค้นเสียงพูดออกไป “ใบยินยอมผ่าตัดระงับการตั้งครรภ์ต้องมีญาติเซ็นชื่อ คุณมาที่โรงพยาบาลหน่อย”

ปลายสายเงียบกริบไปอึดใจหนึ่ง

ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะดังลอดออกมา ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยกระแสความหงุดหงิด “คุณท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้? โหลวซิงอิ๋น... จะเอาแต่ใจตัวเองก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!”

“สรุปคุณจะมาหรือไม่มา?”

คำว่า เอาแต่ใจ ที่หลุดออกมาจากปากเขา เปรียบเสมือนลิ่มที่ตอกย้ำลงบนบาดแผล

“วันนี้ผมไม่มีเวลาว่างมาเล่นตลกกับคุณ!”

เมื่อเผชิญกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของโหลวซิงอิ๋น เหยียนเฟยฝานตวาดกลับอย่างพยายามข่มโทสะ

โหลวซิงอิ๋นรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบไปชั่วขณะ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะลดโทรศัพท์ลงจากหู

ทว่าในวินาทีที่กำลังจะกดวางสาย เสียงจากสภาพแวดล้อมของปลายสายก็แว่วเข้ามา “ญาติคะ การผ่าคลอดเรียบร้อยดีมากค่ะ ยินดีด้วยนะคะได้ลูกแฝดชายหญิง!”

โลกทั้งใบของโหลวซิงอิ๋นพังทลายลงสู่ความมืดมิดในทันที

เขาก็อยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ทว่าเขากำลังเฝ้าประคบประหงมพี่สะใภ้ที่เพิ่งให้กำเนิดทายาทอย่างชื่นมื่น

ในขณะที่ลูกแท้ ๆ ของเขาเอง กลับต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ถูกกำจัดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว

เธอชักมือกลับแล้วกดวางสายอย่างไม่มีท่าทีลังเล

คุณหมอหญิงที่ใบหน้าประดับด้วยแว่นกรอบสีดำเดินเข้ามาหยุดที่ข้างเตียง เธอหยิบปากกาออกมาขีดเขียนลงบนเอกสารเสียงดัง แกรก ๆ

ก่อนจะถามโหลวซิงอิ๋นด้วยสีหน้าจริงจัง “สามีคุณจะมาเซ็นชื่อได้เมื่อไหร่? ทางห้องผ่าตัดเตรียมการพร้อมหมดแล้วนะ!”

โหลวซิงอิ๋นสะกดกลั้นความโกรธ “ใบนี้จำเป็นต้องให้เขาเซ็นเท่านั้นเหรอคะ?”

คุณหมอ “...”

มือที่กำลังกรอกเอกสารชะงักกึก!

โหลวซิงอิ๋นสบตาหมอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างน่าประหลาด “เขากำลังยุ่งอยู่กับการเฝ้าพี่สะใภ้คลอดลูก ใบนี้ ฉันเซ็นเองได้ไหมคะ?”

คำว่า ลูกแฝดชายหญิง จากปลายสายเมื่อครู่ยังคงวนเวียนเป็นหนามแหลมทิ่มแทงใจ

แววตาของคุณหมอฉายร่องรอยแห่งความเวทนาวูบหนึ่ง

ก่อนจะส่งเอกสารที่กรอกเสร็จแล้วให้คนตรงหน้า “ได้ค่ะ”

โหลวซิงอิ๋นตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว

คุณหมอยื่นยาเม็ดหนึ่งให้เธอ “ทานยาเม็ดนี้ก่อนนะคะ อีกครึ่งชั่วโมงเริ่มการผ่าตัด”

เธอยอมกล้ำกลืนยาเม็ดขมปร่าลงคอ

เธอเป็นคนกลัวความขม ทว่าในยามนี้ เธอกลับปล่อยให้ความขมปร่าของยาแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากอย่างไม่แยแส ราวกับจะย้ำเตือนว่ารสชาติของชีวิตหลังจากนี้

...

ช่วงพลบค่ำ ยามแสงอาทิตย์สุดท้ายลาลับขอบฟ้า

หลังจากพักฟื้นและสังเกตอาการหลังผ่าตัดเสร็จ โหลวซิงอิ๋นขับรถกลับไปยังคฤหาสน์ที่เคยเรียกว่าเรือนหอด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงเพียงลำพัง

ป้าหวัง แม่บ้านที่ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้เห็นใบหน้าซีดเผือดของเธอ จึงตกใจจนตัวโยน “คุณนายรองเป็นอะไรไปคะ ทำไมหน้าซีดแบบนี้?”

เมื่อได้ยินเสียงป้าหวัง โหลวซิงอิ๋นทอดมองไปยังเจ้าของเสียงด้วยสายตาว่างเปล่า

เธอฝืนฉีกยิ้มออกมาประดับบนใบหน้าทั้งที่หน้ายังซีดเซียว “ป้าหวังคะ พอดีฉันหิวนิดหน่อยค่ะ”

ตั้งแต่เช้า เธอถูกพาไปที่บ้านใหญ่เพื่อร่วมงานเลี้ยง

แต่ยังไม่ทันได้ทานอะไร เซี่ยอวี่อิงพี่สะใภ้คนโปรดก็เกิดอาการปวดท้องกะทันหันและมีเลือดออกมาก

ทั้งบ้านวุ่นวายโกลาหลเพื่อส่งตัวหล่อนไปโรงพยาบาล

เซี่ยอวี่อิง คือภรรยาของ เหยียนเฟยหยวน ซึ่งเป็นพี่ชายของเหยียนเฟยฝาน เมื่อครึ่งปีก่อนเหยียนเฟยหยวนประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนไม่เหลือแม้แต่ซาก

ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าเซี่ยอวี่อิงหรือเด็กในท้องจะมีปัญหาอะไร เพียงแค่โทรศัพท์กริ๊งเดียว เหยียนเฟยฝานเป็นต้องรุดไปหาทันที!

ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายในวันนี้แล่นเข้ามาในหัวของโหลวซิงอิ๋น

ตอนที่เซี่ยอวี่อิงเริ่มปวดท้อง แรงผลักที่อีกฝ่ายกระทำต่อเธอนั้นมหาศาลจนเธอล้มกระแทกพื้นและลุกไม่ขึ้น

ทว่าในตอนนั้น ทุกสายตากลับจับจ้องไปที่เซี่ยอวี่อิงที่ร้องโวยวายจะเป็นจะตายด้วยความเจ็บปวด

เหยียนเฟยฝานอุ้มพี่สะใภ้เดินผ่านตัวเธอไป

เธอเอื้อมมือไปคว้าขากางเกงของเหยียนเฟยฝานไว้เพื่อบอกเขาว่า [ฉันปวดท้องเหลือเกิน!]

แต่ ณ ตอนนั้น เหยียนเฟยฝานกลับส่งสายตาสื่อคำพูดในห้วงความคิดของเขาว่า อย่ามางี่เง่า ออกมาให้เธอเพียงแวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะอุ้มเซี่ยอวี่อิงเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ป้าหวังเห็นเธออ่อนแรงมาก

เธอจึงเข้าไปประคองร่างของโหลวซิงอิ๋นไปนั่งที่ห้องอาหาร “ในครัวเพิ่งทำอาหารเสร็จพอดี เดี๋ยวป้ายกมาให้นะคะ”

ไม่นานนัก ข้าวต้มร้อน ๆ พร้อมกับเครื่องเคียงก็มาวางไว้ตรงเบื้องหน้าเธอ

ขณะที่เธอกำลังฝืนทานข้าวต้มที่ป้าหวังจัดให้ เสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮาก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

เหยียนเฟยฝานเดินเข้ามาพร้อมกับตู้หลานเจิน ผู้เป็นมารดา

เมื่อสายตาของตู้หลานเจินเหลือบไปเห็นโหลวซิงอิ๋น เธอเกือบจะทำหน้าบึ้งตึงใส่ ทว่าเมื่อตระหนักได้ว่าวันนี้ตระกูลเหยียนมีเรื่องมงคล เธอจึงยอมละเว้นเป็นกรณีพิเศษ

แน่นอนว่าเธอไม่ได้ชายตามองเอ่ยทักทายใด ๆ กับโหลวซิงอิ๋นแม้แต่น้อย

เธอเพียงหันไปบอกลูกชายตนเองว่า “แม่ขึ้นไปหยิบของก่อนนะ”

“ครับ”

ตู้หลานเจินเดินตรงขึ้นชั้นบนไปทันที

เหยียนเฟยฝานเก็บรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามโหลวซิงอิ๋น

เขาพาดขายาวซ้อนทับกัน หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดเสียง ติ๊ง เปลวไฟลุกโชนขึ้นสะท้อนในแววตาเย็นชา

เขาสูบบุหรี่ขึ้นมาอย่างไม่แคร์สายตาใคร

โหลวซิงอิ๋นก้มหน้าทานอาหารของตัวเองต่อไป ไม่แม้แต่จะทักทายเขา

ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่ออกมาเฮือกใหญ่ ด้วยสีหน้าจำยอมอย่างจนปัญญา

เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ “คุณนี่นะ วันนี้มันใช่เวลาที่คุณจะมาเอาแต่ใจเหรอ?”

“พี่ชายผมก็ไม่อยู่แล้ว เขาเหลือแค่เลือดเนื้อเชื้อไขเดียวไว้กับพี่สะใภ้ คุณบอกผมทีสิว่าวันนี้คุณอาละวาดเรื่องอะไร?”

“เด็ก ๆ น่ารักมากเลยนะ ตัวเล็กจิ๋วสองคน ถ้าคุณได้เห็น คุณต้องชอบแน่ ๆ “

คำปลอบประโลมที่แสนจอมปลอมเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แถมยังพูดถึงเด็กแฝดนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอีก

คำพูดเหล่านั้นราวกับน้ำมันที่ราดลงเพลิงโทสะที่โหลวซิงอิ๋นพยายามสะกดกลั้นไว้ให้ระเบิดออก เธอเหวี่ยงตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัง เพื่อขัดจังหวะเขา

“ลูกคนอื่นที่เกิดมามันน่ารักขนาดนั้นเลยเหรอ?”

โหลวซิงอิ๋นจ้องมองเหยียนเฟยฝานด้วยดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเสียดสี

เมื่อเห็นเธอเริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้ง ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานก็ขรึมลง “คนอื่นที่ไหน? นั่นมันเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ชายผมนะ!”

ประโยคสุดท้ายเขากระแทกเสียงดังขึ้น ความโกรธของเขาเองก็เริ่มพุ่งพล่านเช่นกัน

เพลิงโทสะของเหยียนเฟยฝานเองก็ลุกโชนไม่ต่างจากคนตรงหน้า

โหลวซิงอิ๋นฉีกยิ้มมุมปากพลางเค้นเสียง เหอะ ในลำคอออกมา “คุณยังจำได้อยู่สินะว่านั่นคือลูกของพี่ชายคุณ? ฉันเกือบนึกผิดคิดว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณซะอีก!”

“โหลวซิงอิ๋น!”

เหยียนเฟยฝานโกรธจัดจนขาดสติ

โหลวซิงอิ๋นลุกพรวดขึ้น พร้อมกับเหวี่ยงมือตบเข้าที่ใบหน้าเหยียนเฟยฝานจนเกิดเสียงดัง เพียะ

เธอเอ่ยขึ้นด้วยสายที่เต็มไปด้วยความชิงชังและความโกรธแค้น “เราหย่ากันเถอะ!”

จะลูกใครก็ช่างเถอะ เขาอยากจะรับช่วงต่อเป็นพ่อก็เชิญตามสบาย!

ครึ่งปีมานี้ เธอทนมามากพอแล้ว!

แววตาของเหยียนเฟยฝานเย็นเฉียบลงในทันที “วันนี้เธอคลอดลูกของพี่ชายผม พี่ชายผมจากไปแล้ว คุณจะให้ผมยืนดูเฉย ๆ โดยไม่สนใจไยดีงั้นเหรอ?”

โหลวซิงอิ๋น “เหอะ ลูกพี่ชายคุณสินะ คุณเลยล้ำเส้นไม่สนแม้กระทั่งความเป็นความตายของลูกตัวเอง!”

ลูกของพี่ชาย ช่างเป็นคำพูดที่สวยหรู

เธอนึกถึงคำพูดของหมอที่บอกว่า หากเธอถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลได้เร็วกว่านี้ ลูกก็อาจจะยังมีโอกาสรอด

ทว่า...

ความเจ็บปวดจากการที่เด็กถูกเครื่องมือแพทย์บดขยี้ออกไปจากร่างกายยังคงแจ่มชัด

โหลวซิงอิ๋นมองเหยียนเฟยฝานด้วยสายตาเย็นชา “คนตระกูลเหยียนยี่สิบกว่าชีวิตรุมล้อมพี่สะใภ้คนเดียวยังไม่พออีกเหรอ? ขาดคุณไปสักคนแล้วจะตายหรือไง?”

หน้าอกของเหยียนเฟยฝานกระเพื่อมขึ้นลงอย่างผิดปกติ

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามสะกดอารมณ์อย่างสุดชีวิต ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของโหลวซิงอิ๋นไว้ แล้วแตะที่หน้าผากของเธอเพื่อเช็กอุณหภูมิ ซึ่งมันร้อนรุ่มจริง ๆ

ทุกครั้งที่เธอมีประจำเดือน อุณหภูมิร่างกายมักจะผิดปกติเสมอ

“เอาเถอะ ผมรู้ว่าคุณอยากมีลูกมาตลอด แต่เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับวาสนาด้วย มันบังคับกันไม่ได้หรอก คุณเข้าใจใช่ไหม?”

น้ำเสียงที่เหมือนจะยอมอ่อนข้ออย่างเสียไม่ได้นั้น ทำให้เลือดในกายของโหลวซิงอิ๋นเดือดพล่าน

“คุณหมายความว่าไง? คุณคิดว่าฉันแกล้งท้องงั้นเหรอ?”

เหยียนเฟยฝานเห็นเธอตื่นตระหนก จึงรวบตัวเธอเข้ามากอด “โอเคครับ โอเค ท้องก็ท้อง ผมผิดเอง พอใจหรือยัง?”

นี่คือท่าทีปกติของเขา

ครึ่งปีมานี้ ทุกครั้งที่เธอโกรธเรื่องเซี่ยอวี่อิง เขาจะขอโทษแบบขอไปทีและแสร้งทำเป็นเชื่อสิ่งที่เธอพูดอย่างไม่เต็มใจแบบนี้เสมอ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อปัดความรับผิดชอบที่แสนจะตื้นเขิน

ทว่าครั้งนี้ มันใช่เวลาที่เขาจะมาทำท่าทีเล่นทีจริงแบบนี้ไหม?

ตู้หลานเจินเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมของในมือ เธอแสร้งตาบอดทำราวกับไม่เห็นบรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างโหลวซิงอิ๋นและเหยียนเฟยฝาน

เธอเอ่ยกับโหลวซิงอิ๋นขณะเดินลงบันไดว่า “ซิงอิ๋น พี่สะใภ้เธอเพิ่งผ่าคลอด ตอนนี้ทานอะไรไม่ลงเลย แต่บอกว่าอยากทานซุปนกพิราบฝีมือเธอ พรุ่งนี้รีบตื่นเช้ามาตุ๋นซุปแล้วเอาไปส่งที่โรงพยาบาลด้วยนะ”

“อ๋อใช่ เลือกซื้อตัวที่มันผอม ๆ หน่อยแล้วค่อยเชือดล่ะเข้าใจไหม พี่สะใภ้เธอเพิ่งคลอด ทานของมันไม่ได้”

พูดจบก็หันไปทางลูกชาย “เฟยฝาน เราไปกันเถอะ”

เซี่ยอวี่อิงคลอดลูกแฝดถือเป็นเรื่องใหญ่ จะปล่อยให้คนเพิ่งคลอดรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ได้

โดยเฉพาะเหยียนเฟยฝานที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายเหยียนเฟยหยวนอยู่ข้าง ๆ จะช่วยให้เธอสบายใจขึ้น

เหยียนเฟยฝานยอมคลายอ้อมกอดจากโหลวซิงอิ๋นเพื่อเดินออกไปจริง ๆ

เขาบีบแก้มเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดูพลางเอ่ยว่า “คืนนี้ผมกลับดึก ไม่ต้องรอนะครับ เด็กดี”

พูดจบ เหยียนเฟยฝานก็หมุนตัวเดินตามตู้หลานเจินออกไป

ทั้งคู่เพิ่งจะเดินไปถึงประตู โหลวซิงอิ๋นที่ความโกรธพุ่งถึงขีดสุด ก็เอื้อมมือไปพลิกโต๊ะอาหารจนคว่ำทันที

ข้าวของบนโต๊ะร่วงกราวเกิดเสียงดัง โครมคราม เพล้ง ทุกอย่างแตกกระจายเต็มพื้น

เสียงกระแทกของโต๊ะที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังจะเดินออกไปต้องชะงักฝีเท้า

ตู้หลานเจินและเหยียนเฟยฝานหันกลับมามองพร้อมกัน

“โหลวซิงอิ๋น นี่เธอจะทำอะไรน่ะ?” ตู้หลานเจินตกใจจนตัวสั่น ก่อนจะแผดเสียงกรีดร้องออกมา

“วันนี้ตระกูลเหยียนเพิ่งจะได้หลานแฝด เป็นวันมงคลขนาดนี้ เธอมาทำข้าวของพังพินาศแบบนี้ประชดใครกัน?”

โหลวซิงอิ๋นมองคนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “เซี่ยอวี่อิงอยากทานซุปที่ฉันตุ๋นงั้นเหรอ? ฉันไปหัดตุ๋นซุปมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ?”
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviewsMore

petchara kusumapinan
petchara kusumapinan
อ่านแล้วน่าติดตาม แต่อย่าแต่งให้ยืดเยื้อ ยาวมากเกินไปนะคะ
2026-06-09 02:59:43
0
0
Isira Lohavichittranont
Isira Lohavichittranont
สนุกมากค่ะ อ่านแล้วสะใจดี ที่นางเอกเอาคืนแบบสุดๆ ไปเลย ขอให้ลงจนจบนะคะ เป็นกำลังใจให้ทั้งผู้เขียนและผู้แปลค่ะ รออ่านอยู่ค่ะ ............
2026-06-05 23:04:59
0
0
延亞蓉
延亞蓉
กำลังสนุกเลย ชอบความบ้าระห่ำของสองผัวเมียนี้ค่ะ
2026-05-31 04:31:44
0
0
ชลดา สุขเจริญ
ชลดา สุขเจริญ
วันนี้ลงแค่ 2 ตอนเอง เซ็งคอยมาตั้งวันค่ะ
2026-05-28 18:40:55
0
0
natnawarat
natnawarat
กลับมาแล้ว ดีใจ สนุกนะคะ อย่าหายไปอีกนะคะ
2026-05-22 01:26:23
0
0
186 Chapters
บทที่ 1
ณ ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศชวนให้พะอืดพะอม โหลวซิงอิ๋นนอนทอดกายอย่างสิ้นแรงอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่หนาวเหน็บ แสงไฟนีออนบนเพดานดูพร่าเลือนพอ ๆ กับสติที่เหลืออยู่ของเธอเมื่อปลายสายกดรับ เธอไม่รอช้าที่จะเค้นเสียงพูดออกไป “ใบยินยอมผ่าตัดระงับการตั้งครรภ์ต้องมีญาติเซ็นชื่อ คุณมาที่โรงพยาบาลหน่อย”ปลายสายเงียบกริบไปอึดใจหนึ่งก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะดังลอดออกมา ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยกระแสความหงุดหงิด “คุณท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้? โหลวซิงอิ๋น... จะเอาแต่ใจตัวเองก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!”“สรุปคุณจะมาหรือไม่มา?”คำว่า เอาแต่ใจ ที่หลุดออกมาจากปากเขา เปรียบเสมือนลิ่มที่ตอกย้ำลงบนบาดแผล“วันนี้ผมไม่มีเวลาว่างมาเล่นตลกกับคุณ!”เมื่อเผชิญกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของโหลวซิงอิ๋น เหยียนเฟยฝานตวาดกลับอย่างพยายามข่มโทสะโหลวซิงอิ๋นรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบไปชั่วขณะ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะลดโทรศัพท์ลงจากหูทว่าในวินาทีที่กำลังจะกดวางสาย เสียงจากสภาพแวดล้อมของปลายสายก็แว่วเข้ามา “ญาติคะ การผ่าคลอดเรียบร้อยดีมากค่ะ ยินดีด้วยนะคะได้ลูกแ
Read more
บทที่ 2
บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงทันทีความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วระหว่างคนทั้งสามคนโหลวซิงอิ๋นจ้องมองเหยียนเฟยฝาน ก่อนจะออกแรงเตะเก้าอี้ข้างตัวจนล้มคว่ำส่งเสียงดังสนั่นอีกครั้งกลิ่นอายรอบกายของเธอเต็มไปด้วยความดุดัน “คุณบอกแม่คุณไปสิว่าฉันตุ๋นซุปอะไรเป็นบ้าง?”“เซี่ยอวี่อิงบอกว่าอยากกินซุปนกพิราบฝีมือฉัน เจตนาจงใจหาเรื่องชัดขนาดนี้คุณดูไม่ออกจริง ๆ หรือว่าคุณแกล้งลืมไปแล้วว่าฉันทำกับข้าวไม่เป็นเลยสักอย่าง!”ทุกคำพูดเต็มไปด้วยโทสะ ทุกประโยคเชือดเฉือนราวกับใบมีดโหลวซิงอิ๋นที่เพิ่งสูญเสียลูกไปอยู่ในสภาวะที่จิตใจบอบช้ำจนพร้อมจะระเบิดใส่ทุกคนที่เข้ามาสะกิด!ตู้หลานเจินโกรธจนตัวสั่น “แก ฉันจะบอกแกให้นะ...”เหยียนเฟยฝานเอ่ยเสียงเรียบด้วยใบหน้าจริงจัง “ทำไม่เป็นก็ไม่ต้องทำ ก็ให้คนใช้ทำแทนก็สิ้นเรื่อง จะอาละวาดอะไรขนาดนี้?”น้ำเสียงและท่าทีที่มองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ของเขาปรากฏออกมาอีกครั้งโหลวซิงอิ๋น “...”หัวใจของเธอเย็นเยียบจนถึงขีดสุด ตู้หลานเจินแผดเสียงอย่างเหลืออด “ตระกูลเหยียนไปทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ซวยขนาดนี้ ตัวเองไม่มีปัญญาจะให้กำเนิดลูกสักคน พอคนอื่นเขามีก็ดันมาอาละวาดหาเรื่อง...”
Read more
บทที่ 3
เจียงถังตั้งใจจะพาโหลวซิงอิ๋นกลับบ้านของตัวเองทว่าโหลวซิงอิ๋นยืนกรานจะกลับไปอวี่ชิ่งไถที่ถนนซิงเหอ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่เธอแอบซื้อไว้เมื่อสามเดือนก่อนนั่นแสดงให้เห็นว่า ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เธอเตรียมพร้อมที่จะเดินออกมาจากพันธนาการของเหยียนเฟยฝานมานานแล้ว...เจียงถัง “ฉันบอกให้ไปอยู่ด้วยกันก็ไม่ไป ตอนนี้แกต้องการคนดูแลนะ แล้วห้องนี้แกไปซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”เจียงถังบ่นไปพลางหาผ้าห่มมาคลุมตัวให้โหลวซิงอิ๋นก่อนจะเดินเข้าครัวไปต้มข้าวต้มให้เพื่อนโหลวซิงอิ๋นกระชับผ้าห่มเข้าหาตัว “เดือนที่สองหลังจากที่เหยียนเฟยหยวนตาย”ซื้อตั้งแต่เดือนที่สองเลยเหรอ? นั่นมันก็นานมากแล้วนะเจียงถัง “แสดงว่าตอนนั้นแกก็คิดจะหย่ากับเหยียนเฟยฝานแล้วงั้นสิ?”โหลวซิงอิ๋นตอบรับ อืม สั้น ๆ ในลำคอด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะเอนกายลงนอนบนโซฟาในเดือนที่เหยียนเฟยหยวนเสียชีวิต เหยียนเฟยฝานแทบจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านใหญ่ตลอดเวลา เขาแทบไม่กลับบ้านเลยหรือต่อให้กลับมา เขาก็จะถูกโทรศัพท์จากบ้านใหญ่เรียกตัวออกไปเพียงเพราะเซี่ยอวี่อิงคลุ้มคลั่งความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ที่บิดเบี้ยวขนาดนี้ ใครจะไปทนไหว?ทันใดนั้นโท
Read more
บทที่ 4
โทสะของเหยียนเฟยฝานพุ่งทะลุขีดจำกัดเขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายออกไปด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด โดยไม่กี่วินาทีต่อมา ปลายสายก็กดรับทันที “ครับคุณชาย”“ไปเช็กมาเดี๋ยวนี้ว่าเจียงถังกับเมียฉันอยู่ไหน”ผู้ช่วยส่วนตัวของเขา นามว่า จัวกวาง ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะขานรับคำสั่ง “รับทราบครับ”“เดี๋ยวนี้!” เหยียนเฟยฝานคำรามลั่นดึกดื่นป่านนี้ แถมฝนยังตกหนักอีก ยัยผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่?ถึงกับต้องเผาข้าวของทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขาจนวอดวาย ถึงแม้ที่ผ่านมาเธอจะเคยอาละวาดบ้าง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่รุนแรงเท่าครั้งนี้มาก่อนในวินาทีนั้นเอง ลึก ๆ ในใจของเหยียนเฟยฝานกลับเริ่มมีความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ...จัวกวางทำงานได้รวดเร็วสมคำร่ำลือ เพียงสิบนาทีเขาก็โทรกลับมา “คุณผู้หญิงอยู่ที่คอนโดมิเนียมอวี่ชิ่งไถ เขตซิงเหอครับ”เหยียนเฟยฝานหรี่ตาลงเล็กน้อย “เธอไปทำอะไรที่นั่น?”ณ เขตซิงเหอเขาจำได้ว่าพวกเขาทั้งคู่ไม่มีเพื่อนคนไหนพักอยู่แถวนั้นเลยจัวกวางรายงานต่อ “คุณเจียงถังก็อยู่ที่นั่นด้วยครับ”พอได้ยินชื่อเจียงถัง ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานก็มืดมนลงทันทีในความคิ
Read more
บทที่ 5
เมื่อนึกถึงโปรเจกต์เมืองหลงวานเต้าเฉิงที่ตัวเองอดหลับอดนอนทุ่มเทแรงกายแรงใจออกแบบมานานหลายเดือน แววตาของโหลวซิงอิ๋นที่มองเหยียนเฟยฝานก็ยิ่งทวีความเยาะหยันและเย็นชามากขึ้นบรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสงัดลงราวกับป่าช้าผ่านไปเกือบครึ่งนาที เหยียนเฟยฝานถึงได้เค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก “คุณหมายความว่ายังไง?”“คุณจะฟ้องเธอเรื่องอะไร?”ทันทีที่ได้ยินคำว่า หมายศาล สองคำนี้ หัวใจของเขาก็กระตุกวูบแววตาที่เขามองโหลวซิงอิ๋นในตอนนี้ หลงเหลือเพียงความเย็นยะเยือก ไร้ซึ่งความอาทรใด ๆ “คุณคิดว่ายังไงล่ะ?” โหลวซิงอิ๋นมองเขาด้วยสายตาดูแคลน “เหยียนเฟยฝาน ข่าวที่ว่างานดีไซน์ของฉันถูกคัดออกจากโปรเจกต์ท่องเที่ยวเมืองหลงวานเต้าเฉิง คุณเองไม่ใช่เหรอที่เป็นคนส่งข่าวนี้มาให้ฉัน?”“ตกลงว่าดีไซน์ของฉันถูกคัดออก หรือเป็นเพราะฉันถูกคุณคัดออกกันแน่?”อากาศรอบตัวเงียบกริบลงโดยสมบูรณ์หลงเหลือเพียงเสียงลมและเสียงฝนด้านนอกหน้าต่าง แต่มันกลับไม่สามารถช่วยชะล้างความอึดอัดในใจนี้ได้เลย!โหลวซิงอิ๋นเหลือบมองมือของเหยียนเฟยฝานที่ยังคงยึดขอบประตูไว้แน่น “ปล่อยได้หรือยัง?”ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานแข็งทื่อเขาเอ่ยข
Read more
บทที่ 6
ทว่า ในจังหวะที่เขาเริ่มก้าวเท้าจะวิ่งไปหาโหลวซิงอิ๋นนั่นเอง จู่ ๆ ขาก็พลันหนักอึ้งเมื่อก้มลงมอง ก็เห็นเซี่ยอวี่อิงที่เพิ่งจะร้องไห้โฮเมื่อครู่ กลิ้งตกจากรถเข็นลงไปกองกับพื้นเธอหมดสติไปแล้ว!กลุ่มคนที่ล้อมรอบอยู่ต่างพากันกรีดร้องด้วยความตกใจ “ตายแล้ว เลือด เลือดออกเยอะมากเลยค่ะ...”ฝีเท้าของเหยียนเฟยฝานที่กำลังจะวิ่งไปหาโหลวซิงอิ๋น พลันหนักอึ้งราวกับถูกหลอมด้วยตะกั่วในทันทีในจังหวะที่โหลวซิงอิ๋นถูกประคองขึ้นเตียงเคลื่อนย้าย สติของเธอเริ่มเลือนรางเต็มที ภาพสุดท้ายที่สะท้อนอยู่ในดวงตาอันพร่ามัว คือภาพของเหยียนเฟยฝานที่กำลังโอบกอดเซี่ยอวี่อิงไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงสู่ความมืดมิด!...โหลวซิงอิ๋นฟื้นคืนสติอีกครั้งในเช้าวันถัดมาเจียงถังที่นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงไม่ห่างรีบถลันเข้าไปหาทันทีที่เห็นเพื่อนลืมตาขึ้น “แม่คุณเอ๊ย ในที่สุดก็ฟื้นสักที รู้ไหมว่าเกิดเรื่องวุ่นวายมากมายขนาดไหน”โหลวซิงอิ๋นขยับริมฝีปากที่แห้งผากเจียงถังรีบส่งน้ำให้เธอ “เมื่อกี้เหยียนเฟยฝานแวะมาแป๊บหนึ่ง อยู่ได้แค่สิบนาทีเอง”โหลวซิงอิ๋น “...” สิบนาทีงั้นเหรอ?เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ หัวใ
Read more
บทที่ 7
เจียงถังที่เดินกลับมายังห้องผู้ป่วยเพื่อหยิบโทรศัพท์ที่ลืมทิ้งไว้ในห้อง ทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีจนเธอถึงกับตกตะลึงเธอตั้งใจจะปรี่ตัวเข้าไปดูอาการของโหลวซิงอิ๋นทว่าเหยียนเฟยฝานกลับตวัดสายตาอันเย็นชามาที่เธอเจียงถังเองก็เริ่มมีน้ำโห “ซิงอิ๋น”เหยียนเฟยฝานในตอนนี้ผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ ด้วยความโกรธ “โหลวซิงอิ๋น”เขาคว้าข้อมือของโหลวซิงอิ๋นไว้ด้วยแรงมหาศาล ราวกับจะบดขยี้กระดูกมือของเธอให้แหลกคามือ บรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยคละคลุ้งไปด้วยเพลิงโทสะเจียงถัง “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ!”สายตาของโหลวซิงอิ๋นประสานเข้ากับดวงตาอันหนาวเหน็บของเหยียนเฟยฝาน “ทำไม? อยากจะตบฉันเพื่อแก้แค้นให้เซี่ยอวี่อิงงั้นเหรอ?”สิ้นคำพูดนั้นแรงบีบที่ข้อมือของเหยียนเฟยฝานก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น “คุณนี่มันงี่เง่าไร้เหตุผลจริง ๆ “พูดจบ เขาก็สะบัดมือโหลวซิงอิ๋นทิ้งอย่างแรงจากนั้นก็รีบหมุนรถเข็นของเซี่ยอวี่อิงเตรียมจะออกไปในจังหวะที่เซี่ยอวี่อิงถูกเข็นตัวกลับไป เธอยังมิวายส่งสายตาเหยียดหยามมาให้โหลวซิงอิ๋นอีกแวบหนึ่งเมื่อทั้งสองเดินไปถึงหน้าประตูโหลวซิงอิ๋นที่นั่งอยู่บนเตียงก็แค
Read more
บทที่ 8
เมื่อตู้หลานเจินรู้ว่าโหลวซิงอิ๋นก็พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนี้ เธอจึงปรี่ตรงมาที่ห้องพักของโหลวซิงอิ๋นทันทีในตอนที่เธอก้าวเข้ามา โหลวซิงอิ๋นกำลังคุยโทรศัพท์อยู่พอดี เธอได้ยินโหลวซิงอิ๋นพูดสายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า “ใช่ค่ะ ไม่มีการไกล่เกลี่ย ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที”ตู้หลานเจินขมวดคิ้วฉับดำเนินคดีอะไร? หรือว่าหล่อนคิดจะหย่ากับเฟยฝานจริง ๆ ?เหอะ หย่าก็ดีสิ...เมื่อเห็นตู้หลานเจินเข้ามา โหลวซิงอิ๋นก็กดวางสายด้วยใบหน้าเย็นชาตู้หลานเจินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ “เมื่อกี้คุยกับทนายความเรื่องหย่าเหรอ? จะหย่ากับเฟยฝานจริง ๆ ใช่ไหม?”น้ำเสียงของตู้หลานเจินยามพูดคำว่า หย่า แฝงไปด้วยความลิงโลดใจอย่างปิดไม่มิดพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่า หลายปีที่ผ่านมา เธอปรารถนาให้โหลวซิงอิ๋นไสหัวออกไปจากตระกูลเหยียนมากแค่ไหน อีเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า มีสิทธิ์อะไรมาเป็นลูกสะใภ้เธอ? พาออกไปไหนก็มีแต่จะขายขี้หน้าโหลวซิงอิ๋นปรายตามองตู้หลานเจินด้วยสายตาเย็นเยียบโดยไม่ยอมปริปากเอ่ยคำใดตู้หลานเจินแค่นหัวเราะ ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลง “หย่าน่ะได้ แต่เงินของตระกูลเหยียนแม้แต่บาทเดียวก็อย่าหวั
Read more
บทที่ 9
เซี่ยอวี่อิงที่ขัดขืนอยู่เมื่อครู่ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นเหยียนเฟยฝานและตู้หลานเจินที่กำลังเดินเข้ามา เธอก็เปลี่ยนท่าทีเป็นน้ำตานองหน้าทันที “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ ฉันไม่รู้เรื่องจริง ๆ ซิงอิ๋น ปล่อยฉันก่อนเถอะนะ”“โอ๊ย... เจ็บแผล”คำว่า เจ็บแผล ของเธอเหมือนเป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ ทำให้ตู้หลานเจินที่ยืนอยู่หน้าประตูฟิวส์ขาดทันที“โหลวซิงอิ๋น ปล่อยอวี่อิงเดี๋ยวนี้!”พูดจบ เธอก็พุ่งถลาเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยเหมือนคนบ้าทันทีที่เซี่ยอวี่อิงเริ่มแสดงละคร โหลวซิงอิ๋นก็รู้ทันทีว่าเหยียนเฟยฝานและตู้หลานเจินต้องมาถึงแล้วเธอกระตุกยิ้มมุมปาก จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซี่ยอวี่อิงที่แฝงไปด้วยความลำพองใจที่แผนสำเร็จมือที่ขยำผมของเธออยู่นั้นออกแรงเหวี่ยงเต็มเหนี่ยว จนศีรษะของเซี่ยอวี่อิงกระแทกเข้ากับราวเตียงดัง ปึ้ก“กรี๊ดดดด” เซี่ยอวี่อิงหวีดร้องสุดเสียงตู้หลานเจินตกใจจนหน้าถอดสี รีบถลาเข้าไปประคองเซี่ยอวี่อิงไว้ในอ้อมกอดสายตาที่เธอมองโหลวซิงอิ๋นนั้น ราวกับจะฉีกเลือดฉีกเนื้อเธอให้ได้“เป็นบ้าไปแล้วเหรอ? อยากจะบ้าก็ไสหัวไปบ้าที่อื่นโน่น! อวี่อิงเพิ่งจะผ่าคลอดมานะ ทำแบบนี้ได้ยังไง”
Read more
บทที่ 10
เหยียนเฟยฝานทนสายตาที่เย็นชาของโหลวซิงอิ๋นไม่ได้ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นเขาเหลือบมองเนื้อความในข้อความนั้นไม่มีใครรู้ว่าข้อความนั้นส่งมาว่าอะไร แต่ในพริบตาเดียวใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงตามมาด้วยโทรศัพท์จากตู้หลานเจินที่โทรเข้ามาอีกครั้ง “เฟยฝาน ถ้าแกไม่มาตอนนี้ จะเกิดเรื่องใหญ่แล้วนะ”เสียงของตู้หลานเจินตะคอกออกมาอย่างสติแตกในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงอาละวาดของเซี่ยอวี่อิงดังแทรกเข้ามา “ปล่อยฉัน ฉันจะไปหาเฟยหยวน ฉันจะไปหาพี่เฟยหยวนของฉัน พี่เขาจะปกป้องฉัน”“ได้ยินไหม? อวี่อิงอาการกำเริบอีกแล้ว”ตู้หลานเจินพูดด้วยความร้อนรนเหยียนเฟยฝานขมวดคิ้วแน่น เขามองโหลวซิงอิ๋นแวบหนึ่งก่อนจะกรอกเสียงลงโทรศัพท์ว่า “ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ”เขาวางสายแล้วหันไปหาโหลวซิงอิ๋นในวินาทีนั้น ความเหินห่างและเมินเฉยในดวงตาของเธอ ทำให้หัวใจของเขารู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูกเขาพยายามข่มอารมณ์บางอย่างไว้ก้าวเข้าไปหวังจะกุมไหล่ทั้งสองข้างของเธอ “ที่รัก”ทว่าโหลวซิงอิ๋นกลับปัดมือเขาทิ้งทันควัน เธอหันหลังให้เขาโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำเดียว ชัดเจนว่า ใน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status