หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง

หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง

Par:  บุปผาแห่งธรรมMis à jour à l'instant
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
9.75
29 Notes. 29 commentaires
475Chapitres
56.9KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

สามปีแห่งการครองคู่ คือสามปีที่เธอสูญเสียเลือดเนื้อและหยาดน้ำตาไปถึงสามครั้ง ในวันที่โหลวซิงอิ๋นต้องเผชิญกับความแตกสลายจากการสูญเสียลูกน้อยเป็นครั้งที่สาม เหยียนเฟยฝาน ผู้เป็นสามีกลับเลือกที่จะทิ้งเธอไว้กับความอ้างว้างในกลิ่นอายยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล เขาเร่งรีบเดินจากไปเพื่อเฝ้าดูพี่สะใภ้ให้กำเนิดทายาทฝาแฝดอย่างชื่นมื่น ทอดทิ้งให้เธอจมอยู่กับความเงียบงันและร่องรอยแห่งความเจ็บปวดเพียงลำพัง วินาทีที่ก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาลด้วยร่างกายที่ซูบเซียวจนแทบจะปลิวไปตามลม ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วแน่และเย็นเยียบกว่าครั้งไหน ๆ เธอตัดสินใจยุติพันธนาการที่ล่ามโซ่ชีวิตไว้ด้วยการยื่นหนังสือหย่าให้แก่ว่าที่อดีตสามี “เราหย่ากันเถอะ ทุกอย่างก็เพื่อตัวคุณเอง” “หย่า? คุณแน่ใจ? ถ้าอยากจะเรียกร้องความสนใจ ก็ไม่เห็นต้องเสแสร้งอ้างว่าทำเพื่อผมให้มันดูสูงส่งนักเลย!” โหลวซิงอิ๋นไม่ได้โต้ตอบสิ่งใด เธอเพียงแต่ยกยิ้มบางเบาที่ดูแฝงไปด้วยความเวทนา ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะปรายหางตามองกลับมา เธอทำเพื่อเขาจริง ๆ เพราะนับจากนี้ เธอไม่ต้องทนเป็นเบี้ยล่างให้เขาอีกต่อไป ในเมื่อตอนนี้ ได้พบกับร่มเงาใหม่ ต่อให้เหยียนเฟยฝานจะมีอำนาจล้นฟ้าในเมืองจิงเฉิง แต่สำหรับคนผู้นั้นแล้ว เหยียนเฟยฝานก็เป็นเพียงมดปลวกที่ไม่อาจเทียบเคียง เมื่อพันธนาการขาดสะบั้น โหลวซิงอิ๋นก็ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากหญิงสาวผู้อ่อนแออีกต่อไป ทันทีที่ตัวตนที่แท้จริงของเธอค่อย ๆ ถูกลอกออกมาทีละชั้น สมาชิกตระกูลเหยียนที่เคยตราหน้าและดูถูกเธอก็ถึงกับเบิกตาค้างด้วยความตื่นตะลึง นี่หรือ ยัยเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าที่ใครจะรังแกก็ได้คนนั้น? ประธานบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ “ซิงอิ๋น หย่าสักทีเถอะครับ ผมรอรับขวัญแทบไม่ไหวแล้ว” เจ้าพ่อตระกูลมหาเศรษฐีลึกลับ “หย่า! ถ้าไม่หย่าฉันจะบดขยี้ตระกูลเหยียนให้หายไปจากแผนที่โลกซะ!” ทนายความระดับสากลผู้ไร้พ่าย “คดีหย่านี้ไม่มีคำว่าแพ้ ขอเพียงคุณชายตามองผมสักครั้ง ผมก็พร้อมจะถวายชีวิตให้” เหยียนเฟยฝานเคยลำพองใจว่าโหลวซิงอิ๋นคือของตายที่จะไม่มีวันพรากจากเขาไปได้ จนกระทั่งวันที่เขาตระหนักว่าเธอกลายเป็นดวงดาวที่อยู่ไกลเกินเอื้อม ความมั่นใจและทิฐิที่เคยค้ำคอพลันพังทลายลงกลายเป็นเศษซากที่ไร้ชิ้นดี...

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

ณ ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศชวนให้พะอืดพะอม โหลวซิงอิ๋นนอนทอดกายอย่างสิ้นแรงอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่หนาวเหน็บ แสงไฟนีออนบนเพดานดูพร่าเลือนพอ ๆ กับสติที่เหลืออยู่ของเธอ

เมื่อปลายสายกดรับ เธอไม่รอช้าที่จะเค้นเสียงพูดออกไป “ใบยินยอมผ่าตัดระงับการตั้งครรภ์ต้องมีญาติเซ็นชื่อ คุณมาที่โรงพยาบาลหน่อย”

ปลายสายเงียบกริบไปอึดใจหนึ่ง

ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะดังลอดออกมา ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยกระแสความหงุดหงิด “คุณท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้? โหลวซิงอิ๋น... จะเอาแต่ใจตัวเองก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!”

“สรุปคุณจะมาหรือไม่มา?”

คำว่า เอาแต่ใจ ที่หลุดออกมาจากปากเขา เปรียบเสมือนลิ่มที่ตอกย้ำลงบนบาดแผล

“วันนี้ผมไม่มีเวลาว่างมาเล่นตลกกับคุณ!”

เมื่อเผชิญกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของโหลวซิงอิ๋น เหยียนเฟยฝานตวาดกลับอย่างพยายามข่มโทสะ

โหลวซิงอิ๋นรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบไปชั่วขณะ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะลดโทรศัพท์ลงจากหู

ทว่าในวินาทีที่กำลังจะกดวางสาย เสียงจากสภาพแวดล้อมของปลายสายก็แว่วเข้ามา “ญาติคะ การผ่าคลอดเรียบร้อยดีมากค่ะ ยินดีด้วยนะคะได้ลูกแฝดชายหญิง!”

โลกทั้งใบของโหลวซิงอิ๋นพังทลายลงสู่ความมืดมิดในทันที

เขาก็อยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ทว่าเขากำลังเฝ้าประคบประหงมพี่สะใภ้ที่เพิ่งให้กำเนิดทายาทอย่างชื่นมื่น

ในขณะที่ลูกแท้ ๆ ของเขาเอง กลับต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ถูกกำจัดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว

เธอชักมือกลับแล้วกดวางสายอย่างไม่มีท่าทีลังเล

คุณหมอหญิงที่ใบหน้าประดับด้วยแว่นกรอบสีดำเดินเข้ามาหยุดที่ข้างเตียง เธอหยิบปากกาออกมาขีดเขียนลงบนเอกสารเสียงดัง แกรก ๆ

ก่อนจะถามโหลวซิงอิ๋นด้วยสีหน้าจริงจัง “สามีคุณจะมาเซ็นชื่อได้เมื่อไหร่? ทางห้องผ่าตัดเตรียมการพร้อมหมดแล้วนะ!”

โหลวซิงอิ๋นสะกดกลั้นความโกรธ “ใบนี้จำเป็นต้องให้เขาเซ็นเท่านั้นเหรอคะ?”

คุณหมอ “...”

มือที่กำลังกรอกเอกสารชะงักกึก!

โหลวซิงอิ๋นสบตาหมอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างน่าประหลาด “เขากำลังยุ่งอยู่กับการเฝ้าพี่สะใภ้คลอดลูก ใบนี้ ฉันเซ็นเองได้ไหมคะ?”

คำว่า ลูกแฝดชายหญิง จากปลายสายเมื่อครู่ยังคงวนเวียนเป็นหนามแหลมทิ่มแทงใจ

แววตาของคุณหมอฉายร่องรอยแห่งความเวทนาวูบหนึ่ง

ก่อนจะส่งเอกสารที่กรอกเสร็จแล้วให้คนตรงหน้า “ได้ค่ะ”

โหลวซิงอิ๋นตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว

คุณหมอยื่นยาเม็ดหนึ่งให้เธอ “ทานยาเม็ดนี้ก่อนนะคะ อีกครึ่งชั่วโมงเริ่มการผ่าตัด”

เธอยอมกล้ำกลืนยาเม็ดขมปร่าลงคอ

เธอเป็นคนกลัวความขม ทว่าในยามนี้ เธอกลับปล่อยให้ความขมปร่าของยาแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากอย่างไม่แยแส ราวกับจะย้ำเตือนว่ารสชาติของชีวิตหลังจากนี้

...

ช่วงพลบค่ำ ยามแสงอาทิตย์สุดท้ายลาลับขอบฟ้า

หลังจากพักฟื้นและสังเกตอาการหลังผ่าตัดเสร็จ โหลวซิงอิ๋นขับรถกลับไปยังคฤหาสน์ที่เคยเรียกว่าเรือนหอด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงเพียงลำพัง

ป้าหวัง แม่บ้านที่ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้เห็นใบหน้าซีดเผือดของเธอ จึงตกใจจนตัวโยน “คุณนายรองเป็นอะไรไปคะ ทำไมหน้าซีดแบบนี้?”

เมื่อได้ยินเสียงป้าหวัง โหลวซิงอิ๋นทอดมองไปยังเจ้าของเสียงด้วยสายตาว่างเปล่า

เธอฝืนฉีกยิ้มออกมาประดับบนใบหน้าทั้งที่หน้ายังซีดเซียว “ป้าหวังคะ พอดีฉันหิวนิดหน่อยค่ะ”

ตั้งแต่เช้า เธอถูกพาไปที่บ้านใหญ่เพื่อร่วมงานเลี้ยง

แต่ยังไม่ทันได้ทานอะไร เซี่ยอวี่อิงพี่สะใภ้คนโปรดก็เกิดอาการปวดท้องกะทันหันและมีเลือดออกมาก

ทั้งบ้านวุ่นวายโกลาหลเพื่อส่งตัวหล่อนไปโรงพยาบาล

เซี่ยอวี่อิง คือภรรยาของ เหยียนเฟยหยวน ซึ่งเป็นพี่ชายของเหยียนเฟยฝาน เมื่อครึ่งปีก่อนเหยียนเฟยหยวนประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนไม่เหลือแม้แต่ซาก

ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าเซี่ยอวี่อิงหรือเด็กในท้องจะมีปัญหาอะไร เพียงแค่โทรศัพท์กริ๊งเดียว เหยียนเฟยฝานเป็นต้องรุดไปหาทันที!

ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายในวันนี้แล่นเข้ามาในหัวของโหลวซิงอิ๋น

ตอนที่เซี่ยอวี่อิงเริ่มปวดท้อง แรงผลักที่อีกฝ่ายกระทำต่อเธอนั้นมหาศาลจนเธอล้มกระแทกพื้นและลุกไม่ขึ้น

ทว่าในตอนนั้น ทุกสายตากลับจับจ้องไปที่เซี่ยอวี่อิงที่ร้องโวยวายจะเป็นจะตายด้วยความเจ็บปวด

เหยียนเฟยฝานอุ้มพี่สะใภ้เดินผ่านตัวเธอไป

เธอเอื้อมมือไปคว้าขากางเกงของเหยียนเฟยฝานไว้เพื่อบอกเขาว่า [ฉันปวดท้องเหลือเกิน!]

แต่ ณ ตอนนั้น เหยียนเฟยฝานกลับส่งสายตาสื่อคำพูดในห้วงความคิดของเขาว่า อย่ามางี่เง่า ออกมาให้เธอเพียงแวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะอุ้มเซี่ยอวี่อิงเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ป้าหวังเห็นเธออ่อนแรงมาก

เธอจึงเข้าไปประคองร่างของโหลวซิงอิ๋นไปนั่งที่ห้องอาหาร “ในครัวเพิ่งทำอาหารเสร็จพอดี เดี๋ยวป้ายกมาให้นะคะ”

ไม่นานนัก ข้าวต้มร้อน ๆ พร้อมกับเครื่องเคียงก็มาวางไว้ตรงเบื้องหน้าเธอ

ขณะที่เธอกำลังฝืนทานข้าวต้มที่ป้าหวังจัดให้ เสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮาก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

เหยียนเฟยฝานเดินเข้ามาพร้อมกับตู้หลานเจิน ผู้เป็นมารดา

เมื่อสายตาของตู้หลานเจินเหลือบไปเห็นโหลวซิงอิ๋น เธอเกือบจะทำหน้าบึ้งตึงใส่ ทว่าเมื่อตระหนักได้ว่าวันนี้ตระกูลเหยียนมีเรื่องมงคล เธอจึงยอมละเว้นเป็นกรณีพิเศษ

แน่นอนว่าเธอไม่ได้ชายตามองเอ่ยทักทายใด ๆ กับโหลวซิงอิ๋นแม้แต่น้อย

เธอเพียงหันไปบอกลูกชายตนเองว่า “แม่ขึ้นไปหยิบของก่อนนะ”

“ครับ”

ตู้หลานเจินเดินตรงขึ้นชั้นบนไปทันที

เหยียนเฟยฝานเก็บรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามโหลวซิงอิ๋น

เขาพาดขายาวซ้อนทับกัน หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดเสียง ติ๊ง เปลวไฟลุกโชนขึ้นสะท้อนในแววตาเย็นชา

เขาสูบบุหรี่ขึ้นมาอย่างไม่แคร์สายตาใคร

โหลวซิงอิ๋นก้มหน้าทานอาหารของตัวเองต่อไป ไม่แม้แต่จะทักทายเขา

ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่ออกมาเฮือกใหญ่ ด้วยสีหน้าจำยอมอย่างจนปัญญา

เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ “คุณนี่นะ วันนี้มันใช่เวลาที่คุณจะมาเอาแต่ใจเหรอ?”

“พี่ชายผมก็ไม่อยู่แล้ว เขาเหลือแค่เลือดเนื้อเชื้อไขเดียวไว้กับพี่สะใภ้ คุณบอกผมทีสิว่าวันนี้คุณอาละวาดเรื่องอะไร?”

“เด็ก ๆ น่ารักมากเลยนะ ตัวเล็กจิ๋วสองคน ถ้าคุณได้เห็น คุณต้องชอบแน่ ๆ “

คำปลอบประโลมที่แสนจอมปลอมเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แถมยังพูดถึงเด็กแฝดนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอีก

คำพูดเหล่านั้นราวกับน้ำมันที่ราดลงเพลิงโทสะที่โหลวซิงอิ๋นพยายามสะกดกลั้นไว้ให้ระเบิดออก เธอเหวี่ยงตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัง เพื่อขัดจังหวะเขา

“ลูกคนอื่นที่เกิดมามันน่ารักขนาดนั้นเลยเหรอ?”

โหลวซิงอิ๋นจ้องมองเหยียนเฟยฝานด้วยดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเสียดสี

เมื่อเห็นเธอเริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้ง ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานก็ขรึมลง “คนอื่นที่ไหน? นั่นมันเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ชายผมนะ!”

ประโยคสุดท้ายเขากระแทกเสียงดังขึ้น ความโกรธของเขาเองก็เริ่มพุ่งพล่านเช่นกัน

เพลิงโทสะของเหยียนเฟยฝานเองก็ลุกโชนไม่ต่างจากคนตรงหน้า

โหลวซิงอิ๋นฉีกยิ้มมุมปากพลางเค้นเสียง เหอะ ในลำคอออกมา “คุณยังจำได้อยู่สินะว่านั่นคือลูกของพี่ชายคุณ? ฉันเกือบนึกผิดคิดว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณซะอีก!”

“โหลวซิงอิ๋น!”

เหยียนเฟยฝานโกรธจัดจนขาดสติ

โหลวซิงอิ๋นลุกพรวดขึ้น พร้อมกับเหวี่ยงมือตบเข้าที่ใบหน้าเหยียนเฟยฝานจนเกิดเสียงดัง เพียะ

เธอเอ่ยขึ้นด้วยสายที่เต็มไปด้วยความชิงชังและความโกรธแค้น “เราหย่ากันเถอะ!”

จะลูกใครก็ช่างเถอะ เขาอยากจะรับช่วงต่อเป็นพ่อก็เชิญตามสบาย!

ครึ่งปีมานี้ เธอทนมามากพอแล้ว!

แววตาของเหยียนเฟยฝานเย็นเฉียบลงในทันที “วันนี้เธอคลอดลูกของพี่ชายผม พี่ชายผมจากไปแล้ว คุณจะให้ผมยืนดูเฉย ๆ โดยไม่สนใจไยดีงั้นเหรอ?”

โหลวซิงอิ๋น “เหอะ ลูกพี่ชายคุณสินะ คุณเลยล้ำเส้นไม่สนแม้กระทั่งความเป็นความตายของลูกตัวเอง!”

ลูกของพี่ชาย ช่างเป็นคำพูดที่สวยหรู

เธอนึกถึงคำพูดของหมอที่บอกว่า หากเธอถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลได้เร็วกว่านี้ ลูกก็อาจจะยังมีโอกาสรอด

ทว่า...

ความเจ็บปวดจากการที่เด็กถูกเครื่องมือแพทย์บดขยี้ออกไปจากร่างกายยังคงแจ่มชัด

โหลวซิงอิ๋นมองเหยียนเฟยฝานด้วยสายตาเย็นชา “คนตระกูลเหยียนยี่สิบกว่าชีวิตรุมล้อมพี่สะใภ้คนเดียวยังไม่พออีกเหรอ? ขาดคุณไปสักคนแล้วจะตายหรือไง?”

หน้าอกของเหยียนเฟยฝานกระเพื่อมขึ้นลงอย่างผิดปกติ

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามสะกดอารมณ์อย่างสุดชีวิต ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของโหลวซิงอิ๋นไว้ แล้วแตะที่หน้าผากของเธอเพื่อเช็กอุณหภูมิ ซึ่งมันร้อนรุ่มจริง ๆ

ทุกครั้งที่เธอมีประจำเดือน อุณหภูมิร่างกายมักจะผิดปกติเสมอ

“เอาเถอะ ผมรู้ว่าคุณอยากมีลูกมาตลอด แต่เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับวาสนาด้วย มันบังคับกันไม่ได้หรอก คุณเข้าใจใช่ไหม?”

น้ำเสียงที่เหมือนจะยอมอ่อนข้ออย่างเสียไม่ได้นั้น ทำให้เลือดในกายของโหลวซิงอิ๋นเดือดพล่าน

“คุณหมายความว่าไง? คุณคิดว่าฉันแกล้งท้องงั้นเหรอ?”

เหยียนเฟยฝานเห็นเธอตื่นตระหนก จึงรวบตัวเธอเข้ามากอด “โอเคครับ โอเค ท้องก็ท้อง ผมผิดเอง พอใจหรือยัง?”

นี่คือท่าทีปกติของเขา

ครึ่งปีมานี้ ทุกครั้งที่เธอโกรธเรื่องเซี่ยอวี่อิง เขาจะขอโทษแบบขอไปทีและแสร้งทำเป็นเชื่อสิ่งที่เธอพูดอย่างไม่เต็มใจแบบนี้เสมอ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อปัดความรับผิดชอบที่แสนจะตื้นเขิน

ทว่าครั้งนี้ มันใช่เวลาที่เขาจะมาทำท่าทีเล่นทีจริงแบบนี้ไหม?

ตู้หลานเจินเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมของในมือ เธอแสร้งตาบอดทำราวกับไม่เห็นบรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างโหลวซิงอิ๋นและเหยียนเฟยฝาน

เธอเอ่ยกับโหลวซิงอิ๋นขณะเดินลงบันไดว่า “ซิงอิ๋น พี่สะใภ้เธอเพิ่งผ่าคลอด ตอนนี้ทานอะไรไม่ลงเลย แต่บอกว่าอยากทานซุปนกพิราบฝีมือเธอ พรุ่งนี้รีบตื่นเช้ามาตุ๋นซุปแล้วเอาไปส่งที่โรงพยาบาลด้วยนะ”

“อ๋อใช่ เลือกซื้อตัวที่มันผอม ๆ หน่อยแล้วค่อยเชือดล่ะเข้าใจไหม พี่สะใภ้เธอเพิ่งคลอด ทานของมันไม่ได้”

พูดจบก็หันไปทางลูกชาย “เฟยฝาน เราไปกันเถอะ”

เซี่ยอวี่อิงคลอดลูกแฝดถือเป็นเรื่องใหญ่ จะปล่อยให้คนเพิ่งคลอดรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ได้

โดยเฉพาะเหยียนเฟยฝานที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายเหยียนเฟยหยวนอยู่ข้าง ๆ จะช่วยให้เธอสบายใจขึ้น

เหยียนเฟยฝานยอมคลายอ้อมกอดจากโหลวซิงอิ๋นเพื่อเดินออกไปจริง ๆ

เขาบีบแก้มเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดูพลางเอ่ยว่า “คืนนี้ผมกลับดึก ไม่ต้องรอนะครับ เด็กดี”

พูดจบ เหยียนเฟยฝานก็หมุนตัวเดินตามตู้หลานเจินออกไป

ทั้งคู่เพิ่งจะเดินไปถึงประตู โหลวซิงอิ๋นที่ความโกรธพุ่งถึงขีดสุด ก็เอื้อมมือไปพลิกโต๊ะอาหารจนคว่ำทันที

ข้าวของบนโต๊ะร่วงกราวเกิดเสียงดัง โครมคราม เพล้ง ทุกอย่างแตกกระจายเต็มพื้น

เสียงกระแทกของโต๊ะที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังจะเดินออกไปต้องชะงักฝีเท้า

ตู้หลานเจินและเหยียนเฟยฝานหันกลับมามองพร้อมกัน

“โหลวซิงอิ๋น นี่เธอจะทำอะไรน่ะ?” ตู้หลานเจินตกใจจนตัวสั่น ก่อนจะแผดเสียงกรีดร้องออกมา

“วันนี้ตระกูลเหยียนเพิ่งจะได้หลานแฝด เป็นวันมงคลขนาดนี้ เธอมาทำข้าวของพังพินาศแบบนี้ประชดใครกัน?”

โหลวซิงอิ๋นมองคนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “เซี่ยอวี่อิงอยากทานซุปที่ฉันตุ๋นงั้นเหรอ? ฉันไปหัดตุ๋นซุปมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ?”
Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

Notes

10
90%(26)
9
0%(0)
8
10%(3)
7
0%(0)
6
0%(0)
5
0%(0)
4
0%(0)
3
0%(0)
2
0%(0)
1
0%(0)
9.75 / 10.0
29 Notes · 29 commentaires
Écrire une critique
Pas de commentaire
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status