หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง

หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง

Oleh:  บุปผาแห่งธรรมBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
9.7
16 Peringkat. 16 Ulasan-ulasan
186Bab
9.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

สามปีแห่งการครองคู่ คือสามปีที่เธอสูญเสียเลือดเนื้อและหยาดน้ำตาไปถึงสามครั้ง ในวันที่โหลวซิงอิ๋นต้องเผชิญกับความแตกสลายจากการสูญเสียลูกน้อยเป็นครั้งที่สาม เหยียนเฟยฝาน ผู้เป็นสามีกลับเลือกที่จะทิ้งเธอไว้กับความอ้างว้างในกลิ่นอายยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล เขาเร่งรีบเดินจากไปเพื่อเฝ้าดูพี่สะใภ้ให้กำเนิดทายาทฝาแฝดอย่างชื่นมื่น ทอดทิ้งให้เธอจมอยู่กับความเงียบงันและร่องรอยแห่งความเจ็บปวดเพียงลำพัง วินาทีที่ก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาลด้วยร่างกายที่ซูบเซียวจนแทบจะปลิวไปตามลม ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วแน่และเย็นเยียบกว่าครั้งไหน ๆ เธอตัดสินใจยุติพันธนาการที่ล่ามโซ่ชีวิตไว้ด้วยการยื่นหนังสือหย่าให้แก่ว่าที่อดีตสามี “เราหย่ากันเถอะ ทุกอย่างก็เพื่อตัวคุณเอง” “หย่า? คุณแน่ใจ? ถ้าอยากจะเรียกร้องความสนใจ ก็ไม่เห็นต้องเสแสร้งอ้างว่าทำเพื่อผมให้มันดูสูงส่งนักเลย!” โหลวซิงอิ๋นไม่ได้โต้ตอบสิ่งใด เธอเพียงแต่ยกยิ้มบางเบาที่ดูแฝงไปด้วยความเวทนา ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะปรายหางตามองกลับมา เธอทำเพื่อเขาจริง ๆ เพราะนับจากนี้ เธอไม่ต้องทนเป็นเบี้ยล่างให้เขาอีกต่อไป ในเมื่อตอนนี้ ได้พบกับร่มเงาใหม่ ต่อให้เหยียนเฟยฝานจะมีอำนาจล้นฟ้าในเมืองจิงเฉิง แต่สำหรับคนผู้นั้นแล้ว เหยียนเฟยฝานก็เป็นเพียงมดปลวกที่ไม่อาจเทียบเคียง เมื่อพันธนาการขาดสะบั้น โหลวซิงอิ๋นก็ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากหญิงสาวผู้อ่อนแออีกต่อไป ทันทีที่ตัวตนที่แท้จริงของเธอค่อย ๆ ถูกลอกออกมาทีละชั้น สมาชิกตระกูลเหยียนที่เคยตราหน้าและดูถูกเธอก็ถึงกับเบิกตาค้างด้วยความตื่นตะลึง นี่หรือ ยัยเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าที่ใครจะรังแกก็ได้คนนั้น? ประธานบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ “ซิงอิ๋น หย่าสักทีเถอะครับ ผมรอรับขวัญแทบไม่ไหวแล้ว” เจ้าพ่อตระกูลมหาเศรษฐีลึกลับ “หย่า! ถ้าไม่หย่าฉันจะบดขยี้ตระกูลเหยียนให้หายไปจากแผนที่โลกซะ!” ทนายความระดับสากลผู้ไร้พ่าย “คดีหย่านี้ไม่มีคำว่าแพ้ ขอเพียงคุณชายตามองผมสักครั้ง ผมก็พร้อมจะถวายชีวิตให้” เหยียนเฟยฝานเคยลำพองใจว่าโหลวซิงอิ๋นคือของตายที่จะไม่มีวันพรากจากเขาไปได้ จนกระทั่งวันที่เขาตระหนักว่าเธอกลายเป็นดวงดาวที่อยู่ไกลเกินเอื้อม ความมั่นใจและทิฐิที่เคยค้ำคอพลันพังทลายลงกลายเป็นเศษซากที่ไร้ชิ้นดี...

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ณ ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศชวนให้พะอืดพะอม โหลวซิงอิ๋นนอนทอดกายอย่างสิ้นแรงอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่หนาวเหน็บ แสงไฟนีออนบนเพดานดูพร่าเลือนพอ ๆ กับสติที่เหลืออยู่ของเธอ

เมื่อปลายสายกดรับ เธอไม่รอช้าที่จะเค้นเสียงพูดออกไป “ใบยินยอมผ่าตัดระงับการตั้งครรภ์ต้องมีญาติเซ็นชื่อ คุณมาที่โรงพยาบาลหน่อย”

ปลายสายเงียบกริบไปอึดใจหนึ่ง

ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะดังลอดออกมา ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยกระแสความหงุดหงิด “คุณท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้? โหลวซิงอิ๋น... จะเอาแต่ใจตัวเองก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!”

“สรุปคุณจะมาหรือไม่มา?”

คำว่า เอาแต่ใจ ที่หลุดออกมาจากปากเขา เปรียบเสมือนลิ่มที่ตอกย้ำลงบนบาดแผล

“วันนี้ผมไม่มีเวลาว่างมาเล่นตลกกับคุณ!”

เมื่อเผชิญกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของโหลวซิงอิ๋น เหยียนเฟยฝานตวาดกลับอย่างพยายามข่มโทสะ

โหลวซิงอิ๋นรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบไปชั่วขณะ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะลดโทรศัพท์ลงจากหู

ทว่าในวินาทีที่กำลังจะกดวางสาย เสียงจากสภาพแวดล้อมของปลายสายก็แว่วเข้ามา “ญาติคะ การผ่าคลอดเรียบร้อยดีมากค่ะ ยินดีด้วยนะคะได้ลูกแฝดชายหญิง!”

โลกทั้งใบของโหลวซิงอิ๋นพังทลายลงสู่ความมืดมิดในทันที

เขาก็อยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ทว่าเขากำลังเฝ้าประคบประหงมพี่สะใภ้ที่เพิ่งให้กำเนิดทายาทอย่างชื่นมื่น

ในขณะที่ลูกแท้ ๆ ของเขาเอง กลับต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ถูกกำจัดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว

เธอชักมือกลับแล้วกดวางสายอย่างไม่มีท่าทีลังเล

คุณหมอหญิงที่ใบหน้าประดับด้วยแว่นกรอบสีดำเดินเข้ามาหยุดที่ข้างเตียง เธอหยิบปากกาออกมาขีดเขียนลงบนเอกสารเสียงดัง แกรก ๆ

ก่อนจะถามโหลวซิงอิ๋นด้วยสีหน้าจริงจัง “สามีคุณจะมาเซ็นชื่อได้เมื่อไหร่? ทางห้องผ่าตัดเตรียมการพร้อมหมดแล้วนะ!”

โหลวซิงอิ๋นสะกดกลั้นความโกรธ “ใบนี้จำเป็นต้องให้เขาเซ็นเท่านั้นเหรอคะ?”

คุณหมอ “...”

มือที่กำลังกรอกเอกสารชะงักกึก!

โหลวซิงอิ๋นสบตาหมอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างน่าประหลาด “เขากำลังยุ่งอยู่กับการเฝ้าพี่สะใภ้คลอดลูก ใบนี้ ฉันเซ็นเองได้ไหมคะ?”

คำว่า ลูกแฝดชายหญิง จากปลายสายเมื่อครู่ยังคงวนเวียนเป็นหนามแหลมทิ่มแทงใจ

แววตาของคุณหมอฉายร่องรอยแห่งความเวทนาวูบหนึ่ง

ก่อนจะส่งเอกสารที่กรอกเสร็จแล้วให้คนตรงหน้า “ได้ค่ะ”

โหลวซิงอิ๋นตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว

คุณหมอยื่นยาเม็ดหนึ่งให้เธอ “ทานยาเม็ดนี้ก่อนนะคะ อีกครึ่งชั่วโมงเริ่มการผ่าตัด”

เธอยอมกล้ำกลืนยาเม็ดขมปร่าลงคอ

เธอเป็นคนกลัวความขม ทว่าในยามนี้ เธอกลับปล่อยให้ความขมปร่าของยาแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากอย่างไม่แยแส ราวกับจะย้ำเตือนว่ารสชาติของชีวิตหลังจากนี้

...

ช่วงพลบค่ำ ยามแสงอาทิตย์สุดท้ายลาลับขอบฟ้า

หลังจากพักฟื้นและสังเกตอาการหลังผ่าตัดเสร็จ โหลวซิงอิ๋นขับรถกลับไปยังคฤหาสน์ที่เคยเรียกว่าเรือนหอด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงเพียงลำพัง

ป้าหวัง แม่บ้านที่ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้เห็นใบหน้าซีดเผือดของเธอ จึงตกใจจนตัวโยน “คุณนายรองเป็นอะไรไปคะ ทำไมหน้าซีดแบบนี้?”

เมื่อได้ยินเสียงป้าหวัง โหลวซิงอิ๋นทอดมองไปยังเจ้าของเสียงด้วยสายตาว่างเปล่า

เธอฝืนฉีกยิ้มออกมาประดับบนใบหน้าทั้งที่หน้ายังซีดเซียว “ป้าหวังคะ พอดีฉันหิวนิดหน่อยค่ะ”

ตั้งแต่เช้า เธอถูกพาไปที่บ้านใหญ่เพื่อร่วมงานเลี้ยง

แต่ยังไม่ทันได้ทานอะไร เซี่ยอวี่อิงพี่สะใภ้คนโปรดก็เกิดอาการปวดท้องกะทันหันและมีเลือดออกมาก

ทั้งบ้านวุ่นวายโกลาหลเพื่อส่งตัวหล่อนไปโรงพยาบาล

เซี่ยอวี่อิง คือภรรยาของ เหยียนเฟยหยวน ซึ่งเป็นพี่ชายของเหยียนเฟยฝาน เมื่อครึ่งปีก่อนเหยียนเฟยหยวนประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนไม่เหลือแม้แต่ซาก

ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าเซี่ยอวี่อิงหรือเด็กในท้องจะมีปัญหาอะไร เพียงแค่โทรศัพท์กริ๊งเดียว เหยียนเฟยฝานเป็นต้องรุดไปหาทันที!

ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายในวันนี้แล่นเข้ามาในหัวของโหลวซิงอิ๋น

ตอนที่เซี่ยอวี่อิงเริ่มปวดท้อง แรงผลักที่อีกฝ่ายกระทำต่อเธอนั้นมหาศาลจนเธอล้มกระแทกพื้นและลุกไม่ขึ้น

ทว่าในตอนนั้น ทุกสายตากลับจับจ้องไปที่เซี่ยอวี่อิงที่ร้องโวยวายจะเป็นจะตายด้วยความเจ็บปวด

เหยียนเฟยฝานอุ้มพี่สะใภ้เดินผ่านตัวเธอไป

เธอเอื้อมมือไปคว้าขากางเกงของเหยียนเฟยฝานไว้เพื่อบอกเขาว่า [ฉันปวดท้องเหลือเกิน!]

แต่ ณ ตอนนั้น เหยียนเฟยฝานกลับส่งสายตาสื่อคำพูดในห้วงความคิดของเขาว่า อย่ามางี่เง่า ออกมาให้เธอเพียงแวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะอุ้มเซี่ยอวี่อิงเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ป้าหวังเห็นเธออ่อนแรงมาก

เธอจึงเข้าไปประคองร่างของโหลวซิงอิ๋นไปนั่งที่ห้องอาหาร “ในครัวเพิ่งทำอาหารเสร็จพอดี เดี๋ยวป้ายกมาให้นะคะ”

ไม่นานนัก ข้าวต้มร้อน ๆ พร้อมกับเครื่องเคียงก็มาวางไว้ตรงเบื้องหน้าเธอ

ขณะที่เธอกำลังฝืนทานข้าวต้มที่ป้าหวังจัดให้ เสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮาก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

เหยียนเฟยฝานเดินเข้ามาพร้อมกับตู้หลานเจิน ผู้เป็นมารดา

เมื่อสายตาของตู้หลานเจินเหลือบไปเห็นโหลวซิงอิ๋น เธอเกือบจะทำหน้าบึ้งตึงใส่ ทว่าเมื่อตระหนักได้ว่าวันนี้ตระกูลเหยียนมีเรื่องมงคล เธอจึงยอมละเว้นเป็นกรณีพิเศษ

แน่นอนว่าเธอไม่ได้ชายตามองเอ่ยทักทายใด ๆ กับโหลวซิงอิ๋นแม้แต่น้อย

เธอเพียงหันไปบอกลูกชายตนเองว่า “แม่ขึ้นไปหยิบของก่อนนะ”

“ครับ”

ตู้หลานเจินเดินตรงขึ้นชั้นบนไปทันที

เหยียนเฟยฝานเก็บรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามโหลวซิงอิ๋น

เขาพาดขายาวซ้อนทับกัน หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดเสียง ติ๊ง เปลวไฟลุกโชนขึ้นสะท้อนในแววตาเย็นชา

เขาสูบบุหรี่ขึ้นมาอย่างไม่แคร์สายตาใคร

โหลวซิงอิ๋นก้มหน้าทานอาหารของตัวเองต่อไป ไม่แม้แต่จะทักทายเขา

ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่ออกมาเฮือกใหญ่ ด้วยสีหน้าจำยอมอย่างจนปัญญา

เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ “คุณนี่นะ วันนี้มันใช่เวลาที่คุณจะมาเอาแต่ใจเหรอ?”

“พี่ชายผมก็ไม่อยู่แล้ว เขาเหลือแค่เลือดเนื้อเชื้อไขเดียวไว้กับพี่สะใภ้ คุณบอกผมทีสิว่าวันนี้คุณอาละวาดเรื่องอะไร?”

“เด็ก ๆ น่ารักมากเลยนะ ตัวเล็กจิ๋วสองคน ถ้าคุณได้เห็น คุณต้องชอบแน่ ๆ “

คำปลอบประโลมที่แสนจอมปลอมเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แถมยังพูดถึงเด็กแฝดนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอีก

คำพูดเหล่านั้นราวกับน้ำมันที่ราดลงเพลิงโทสะที่โหลวซิงอิ๋นพยายามสะกดกลั้นไว้ให้ระเบิดออก เธอเหวี่ยงตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัง เพื่อขัดจังหวะเขา

“ลูกคนอื่นที่เกิดมามันน่ารักขนาดนั้นเลยเหรอ?”

โหลวซิงอิ๋นจ้องมองเหยียนเฟยฝานด้วยดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเสียดสี

เมื่อเห็นเธอเริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้ง ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานก็ขรึมลง “คนอื่นที่ไหน? นั่นมันเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ชายผมนะ!”

ประโยคสุดท้ายเขากระแทกเสียงดังขึ้น ความโกรธของเขาเองก็เริ่มพุ่งพล่านเช่นกัน

เพลิงโทสะของเหยียนเฟยฝานเองก็ลุกโชนไม่ต่างจากคนตรงหน้า

โหลวซิงอิ๋นฉีกยิ้มมุมปากพลางเค้นเสียง เหอะ ในลำคอออกมา “คุณยังจำได้อยู่สินะว่านั่นคือลูกของพี่ชายคุณ? ฉันเกือบนึกผิดคิดว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณซะอีก!”

“โหลวซิงอิ๋น!”

เหยียนเฟยฝานโกรธจัดจนขาดสติ

โหลวซิงอิ๋นลุกพรวดขึ้น พร้อมกับเหวี่ยงมือตบเข้าที่ใบหน้าเหยียนเฟยฝานจนเกิดเสียงดัง เพียะ

เธอเอ่ยขึ้นด้วยสายที่เต็มไปด้วยความชิงชังและความโกรธแค้น “เราหย่ากันเถอะ!”

จะลูกใครก็ช่างเถอะ เขาอยากจะรับช่วงต่อเป็นพ่อก็เชิญตามสบาย!

ครึ่งปีมานี้ เธอทนมามากพอแล้ว!

แววตาของเหยียนเฟยฝานเย็นเฉียบลงในทันที “วันนี้เธอคลอดลูกของพี่ชายผม พี่ชายผมจากไปแล้ว คุณจะให้ผมยืนดูเฉย ๆ โดยไม่สนใจไยดีงั้นเหรอ?”

โหลวซิงอิ๋น “เหอะ ลูกพี่ชายคุณสินะ คุณเลยล้ำเส้นไม่สนแม้กระทั่งความเป็นความตายของลูกตัวเอง!”

ลูกของพี่ชาย ช่างเป็นคำพูดที่สวยหรู

เธอนึกถึงคำพูดของหมอที่บอกว่า หากเธอถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลได้เร็วกว่านี้ ลูกก็อาจจะยังมีโอกาสรอด

ทว่า...

ความเจ็บปวดจากการที่เด็กถูกเครื่องมือแพทย์บดขยี้ออกไปจากร่างกายยังคงแจ่มชัด

โหลวซิงอิ๋นมองเหยียนเฟยฝานด้วยสายตาเย็นชา “คนตระกูลเหยียนยี่สิบกว่าชีวิตรุมล้อมพี่สะใภ้คนเดียวยังไม่พออีกเหรอ? ขาดคุณไปสักคนแล้วจะตายหรือไง?”

หน้าอกของเหยียนเฟยฝานกระเพื่อมขึ้นลงอย่างผิดปกติ

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามสะกดอารมณ์อย่างสุดชีวิต ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของโหลวซิงอิ๋นไว้ แล้วแตะที่หน้าผากของเธอเพื่อเช็กอุณหภูมิ ซึ่งมันร้อนรุ่มจริง ๆ

ทุกครั้งที่เธอมีประจำเดือน อุณหภูมิร่างกายมักจะผิดปกติเสมอ

“เอาเถอะ ผมรู้ว่าคุณอยากมีลูกมาตลอด แต่เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับวาสนาด้วย มันบังคับกันไม่ได้หรอก คุณเข้าใจใช่ไหม?”

น้ำเสียงที่เหมือนจะยอมอ่อนข้ออย่างเสียไม่ได้นั้น ทำให้เลือดในกายของโหลวซิงอิ๋นเดือดพล่าน

“คุณหมายความว่าไง? คุณคิดว่าฉันแกล้งท้องงั้นเหรอ?”

เหยียนเฟยฝานเห็นเธอตื่นตระหนก จึงรวบตัวเธอเข้ามากอด “โอเคครับ โอเค ท้องก็ท้อง ผมผิดเอง พอใจหรือยัง?”

นี่คือท่าทีปกติของเขา

ครึ่งปีมานี้ ทุกครั้งที่เธอโกรธเรื่องเซี่ยอวี่อิง เขาจะขอโทษแบบขอไปทีและแสร้งทำเป็นเชื่อสิ่งที่เธอพูดอย่างไม่เต็มใจแบบนี้เสมอ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อปัดความรับผิดชอบที่แสนจะตื้นเขิน

ทว่าครั้งนี้ มันใช่เวลาที่เขาจะมาทำท่าทีเล่นทีจริงแบบนี้ไหม?

ตู้หลานเจินเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมของในมือ เธอแสร้งตาบอดทำราวกับไม่เห็นบรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างโหลวซิงอิ๋นและเหยียนเฟยฝาน

เธอเอ่ยกับโหลวซิงอิ๋นขณะเดินลงบันไดว่า “ซิงอิ๋น พี่สะใภ้เธอเพิ่งผ่าคลอด ตอนนี้ทานอะไรไม่ลงเลย แต่บอกว่าอยากทานซุปนกพิราบฝีมือเธอ พรุ่งนี้รีบตื่นเช้ามาตุ๋นซุปแล้วเอาไปส่งที่โรงพยาบาลด้วยนะ”

“อ๋อใช่ เลือกซื้อตัวที่มันผอม ๆ หน่อยแล้วค่อยเชือดล่ะเข้าใจไหม พี่สะใภ้เธอเพิ่งคลอด ทานของมันไม่ได้”

พูดจบก็หันไปทางลูกชาย “เฟยฝาน เราไปกันเถอะ”

เซี่ยอวี่อิงคลอดลูกแฝดถือเป็นเรื่องใหญ่ จะปล่อยให้คนเพิ่งคลอดรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ได้

โดยเฉพาะเหยียนเฟยฝานที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายเหยียนเฟยหยวนอยู่ข้าง ๆ จะช่วยให้เธอสบายใจขึ้น

เหยียนเฟยฝานยอมคลายอ้อมกอดจากโหลวซิงอิ๋นเพื่อเดินออกไปจริง ๆ

เขาบีบแก้มเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดูพลางเอ่ยว่า “คืนนี้ผมกลับดึก ไม่ต้องรอนะครับ เด็กดี”

พูดจบ เหยียนเฟยฝานก็หมุนตัวเดินตามตู้หลานเจินออกไป

ทั้งคู่เพิ่งจะเดินไปถึงประตู โหลวซิงอิ๋นที่ความโกรธพุ่งถึงขีดสุด ก็เอื้อมมือไปพลิกโต๊ะอาหารจนคว่ำทันที

ข้าวของบนโต๊ะร่วงกราวเกิดเสียงดัง โครมคราม เพล้ง ทุกอย่างแตกกระจายเต็มพื้น

เสียงกระแทกของโต๊ะที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังจะเดินออกไปต้องชะงักฝีเท้า

ตู้หลานเจินและเหยียนเฟยฝานหันกลับมามองพร้อมกัน

“โหลวซิงอิ๋น นี่เธอจะทำอะไรน่ะ?” ตู้หลานเจินตกใจจนตัวสั่น ก่อนจะแผดเสียงกรีดร้องออกมา

“วันนี้ตระกูลเหยียนเพิ่งจะได้หลานแฝด เป็นวันมงคลขนาดนี้ เธอมาทำข้าวของพังพินาศแบบนี้ประชดใครกัน?”

โหลวซิงอิ๋นมองคนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “เซี่ยอวี่อิงอยากทานซุปที่ฉันตุ๋นงั้นเหรอ? ฉันไปหัดตุ๋นซุปมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ?”
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasanLebih banyak

petchara kusumapinan
petchara kusumapinan
อ่านแล้วน่าติดตาม แต่อย่าแต่งให้ยืดเยื้อ ยาวมากเกินไปนะคะ
2026-06-09 02:59:43
0
0
Isira Lohavichittranont
Isira Lohavichittranont
สนุกมากค่ะ อ่านแล้วสะใจดี ที่นางเอกเอาคืนแบบสุดๆ ไปเลย ขอให้ลงจนจบนะคะ เป็นกำลังใจให้ทั้งผู้เขียนและผู้แปลค่ะ รออ่านอยู่ค่ะ ............
2026-06-05 23:04:59
0
0
延亞蓉
延亞蓉
กำลังสนุกเลย ชอบความบ้าระห่ำของสองผัวเมียนี้ค่ะ
2026-05-31 04:31:44
0
0
ชลดา สุขเจริญ
ชลดา สุขเจริญ
วันนี้ลงแค่ 2 ตอนเอง เซ็งคอยมาตั้งวันค่ะ
2026-05-28 18:40:55
0
0
natnawarat
natnawarat
กลับมาแล้ว ดีใจ สนุกนะคะ อย่าหายไปอีกนะคะ
2026-05-22 01:26:23
0
0
186 Bab
บทที่ 1
ณ ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศชวนให้พะอืดพะอม โหลวซิงอิ๋นนอนทอดกายอย่างสิ้นแรงอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่หนาวเหน็บ แสงไฟนีออนบนเพดานดูพร่าเลือนพอ ๆ กับสติที่เหลืออยู่ของเธอเมื่อปลายสายกดรับ เธอไม่รอช้าที่จะเค้นเสียงพูดออกไป “ใบยินยอมผ่าตัดระงับการตั้งครรภ์ต้องมีญาติเซ็นชื่อ คุณมาที่โรงพยาบาลหน่อย”ปลายสายเงียบกริบไปอึดใจหนึ่งก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะดังลอดออกมา ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยกระแสความหงุดหงิด “คุณท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้? โหลวซิงอิ๋น... จะเอาแต่ใจตัวเองก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!”“สรุปคุณจะมาหรือไม่มา?”คำว่า เอาแต่ใจ ที่หลุดออกมาจากปากเขา เปรียบเสมือนลิ่มที่ตอกย้ำลงบนบาดแผล“วันนี้ผมไม่มีเวลาว่างมาเล่นตลกกับคุณ!”เมื่อเผชิญกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของโหลวซิงอิ๋น เหยียนเฟยฝานตวาดกลับอย่างพยายามข่มโทสะโหลวซิงอิ๋นรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบไปชั่วขณะ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะลดโทรศัพท์ลงจากหูทว่าในวินาทีที่กำลังจะกดวางสาย เสียงจากสภาพแวดล้อมของปลายสายก็แว่วเข้ามา “ญาติคะ การผ่าคลอดเรียบร้อยดีมากค่ะ ยินดีด้วยนะคะได้ลูกแ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงทันทีความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วระหว่างคนทั้งสามคนโหลวซิงอิ๋นจ้องมองเหยียนเฟยฝาน ก่อนจะออกแรงเตะเก้าอี้ข้างตัวจนล้มคว่ำส่งเสียงดังสนั่นอีกครั้งกลิ่นอายรอบกายของเธอเต็มไปด้วยความดุดัน “คุณบอกแม่คุณไปสิว่าฉันตุ๋นซุปอะไรเป็นบ้าง?”“เซี่ยอวี่อิงบอกว่าอยากกินซุปนกพิราบฝีมือฉัน เจตนาจงใจหาเรื่องชัดขนาดนี้คุณดูไม่ออกจริง ๆ หรือว่าคุณแกล้งลืมไปแล้วว่าฉันทำกับข้าวไม่เป็นเลยสักอย่าง!”ทุกคำพูดเต็มไปด้วยโทสะ ทุกประโยคเชือดเฉือนราวกับใบมีดโหลวซิงอิ๋นที่เพิ่งสูญเสียลูกไปอยู่ในสภาวะที่จิตใจบอบช้ำจนพร้อมจะระเบิดใส่ทุกคนที่เข้ามาสะกิด!ตู้หลานเจินโกรธจนตัวสั่น “แก ฉันจะบอกแกให้นะ...”เหยียนเฟยฝานเอ่ยเสียงเรียบด้วยใบหน้าจริงจัง “ทำไม่เป็นก็ไม่ต้องทำ ก็ให้คนใช้ทำแทนก็สิ้นเรื่อง จะอาละวาดอะไรขนาดนี้?”น้ำเสียงและท่าทีที่มองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ของเขาปรากฏออกมาอีกครั้งโหลวซิงอิ๋น “...”หัวใจของเธอเย็นเยียบจนถึงขีดสุด ตู้หลานเจินแผดเสียงอย่างเหลืออด “ตระกูลเหยียนไปทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ซวยขนาดนี้ ตัวเองไม่มีปัญญาจะให้กำเนิดลูกสักคน พอคนอื่นเขามีก็ดันมาอาละวาดหาเรื่อง...”
Baca selengkapnya
บทที่ 3
เจียงถังตั้งใจจะพาโหลวซิงอิ๋นกลับบ้านของตัวเองทว่าโหลวซิงอิ๋นยืนกรานจะกลับไปอวี่ชิ่งไถที่ถนนซิงเหอ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่เธอแอบซื้อไว้เมื่อสามเดือนก่อนนั่นแสดงให้เห็นว่า ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เธอเตรียมพร้อมที่จะเดินออกมาจากพันธนาการของเหยียนเฟยฝานมานานแล้ว...เจียงถัง “ฉันบอกให้ไปอยู่ด้วยกันก็ไม่ไป ตอนนี้แกต้องการคนดูแลนะ แล้วห้องนี้แกไปซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”เจียงถังบ่นไปพลางหาผ้าห่มมาคลุมตัวให้โหลวซิงอิ๋นก่อนจะเดินเข้าครัวไปต้มข้าวต้มให้เพื่อนโหลวซิงอิ๋นกระชับผ้าห่มเข้าหาตัว “เดือนที่สองหลังจากที่เหยียนเฟยหยวนตาย”ซื้อตั้งแต่เดือนที่สองเลยเหรอ? นั่นมันก็นานมากแล้วนะเจียงถัง “แสดงว่าตอนนั้นแกก็คิดจะหย่ากับเหยียนเฟยฝานแล้วงั้นสิ?”โหลวซิงอิ๋นตอบรับ อืม สั้น ๆ ในลำคอด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะเอนกายลงนอนบนโซฟาในเดือนที่เหยียนเฟยหยวนเสียชีวิต เหยียนเฟยฝานแทบจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านใหญ่ตลอดเวลา เขาแทบไม่กลับบ้านเลยหรือต่อให้กลับมา เขาก็จะถูกโทรศัพท์จากบ้านใหญ่เรียกตัวออกไปเพียงเพราะเซี่ยอวี่อิงคลุ้มคลั่งความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ที่บิดเบี้ยวขนาดนี้ ใครจะไปทนไหว?ทันใดนั้นโท
Baca selengkapnya
บทที่ 4
โทสะของเหยียนเฟยฝานพุ่งทะลุขีดจำกัดเขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายออกไปด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด โดยไม่กี่วินาทีต่อมา ปลายสายก็กดรับทันที “ครับคุณชาย”“ไปเช็กมาเดี๋ยวนี้ว่าเจียงถังกับเมียฉันอยู่ไหน”ผู้ช่วยส่วนตัวของเขา นามว่า จัวกวาง ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะขานรับคำสั่ง “รับทราบครับ”“เดี๋ยวนี้!” เหยียนเฟยฝานคำรามลั่นดึกดื่นป่านนี้ แถมฝนยังตกหนักอีก ยัยผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่?ถึงกับต้องเผาข้าวของทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขาจนวอดวาย ถึงแม้ที่ผ่านมาเธอจะเคยอาละวาดบ้าง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่รุนแรงเท่าครั้งนี้มาก่อนในวินาทีนั้นเอง ลึก ๆ ในใจของเหยียนเฟยฝานกลับเริ่มมีความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ...จัวกวางทำงานได้รวดเร็วสมคำร่ำลือ เพียงสิบนาทีเขาก็โทรกลับมา “คุณผู้หญิงอยู่ที่คอนโดมิเนียมอวี่ชิ่งไถ เขตซิงเหอครับ”เหยียนเฟยฝานหรี่ตาลงเล็กน้อย “เธอไปทำอะไรที่นั่น?”ณ เขตซิงเหอเขาจำได้ว่าพวกเขาทั้งคู่ไม่มีเพื่อนคนไหนพักอยู่แถวนั้นเลยจัวกวางรายงานต่อ “คุณเจียงถังก็อยู่ที่นั่นด้วยครับ”พอได้ยินชื่อเจียงถัง ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานก็มืดมนลงทันทีในความคิ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
เมื่อนึกถึงโปรเจกต์เมืองหลงวานเต้าเฉิงที่ตัวเองอดหลับอดนอนทุ่มเทแรงกายแรงใจออกแบบมานานหลายเดือน แววตาของโหลวซิงอิ๋นที่มองเหยียนเฟยฝานก็ยิ่งทวีความเยาะหยันและเย็นชามากขึ้นบรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสงัดลงราวกับป่าช้าผ่านไปเกือบครึ่งนาที เหยียนเฟยฝานถึงได้เค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก “คุณหมายความว่ายังไง?”“คุณจะฟ้องเธอเรื่องอะไร?”ทันทีที่ได้ยินคำว่า หมายศาล สองคำนี้ หัวใจของเขาก็กระตุกวูบแววตาที่เขามองโหลวซิงอิ๋นในตอนนี้ หลงเหลือเพียงความเย็นยะเยือก ไร้ซึ่งความอาทรใด ๆ “คุณคิดว่ายังไงล่ะ?” โหลวซิงอิ๋นมองเขาด้วยสายตาดูแคลน “เหยียนเฟยฝาน ข่าวที่ว่างานดีไซน์ของฉันถูกคัดออกจากโปรเจกต์ท่องเที่ยวเมืองหลงวานเต้าเฉิง คุณเองไม่ใช่เหรอที่เป็นคนส่งข่าวนี้มาให้ฉัน?”“ตกลงว่าดีไซน์ของฉันถูกคัดออก หรือเป็นเพราะฉันถูกคุณคัดออกกันแน่?”อากาศรอบตัวเงียบกริบลงโดยสมบูรณ์หลงเหลือเพียงเสียงลมและเสียงฝนด้านนอกหน้าต่าง แต่มันกลับไม่สามารถช่วยชะล้างความอึดอัดในใจนี้ได้เลย!โหลวซิงอิ๋นเหลือบมองมือของเหยียนเฟยฝานที่ยังคงยึดขอบประตูไว้แน่น “ปล่อยได้หรือยัง?”ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานแข็งทื่อเขาเอ่ยข
Baca selengkapnya
บทที่ 6
ทว่า ในจังหวะที่เขาเริ่มก้าวเท้าจะวิ่งไปหาโหลวซิงอิ๋นนั่นเอง จู่ ๆ ขาก็พลันหนักอึ้งเมื่อก้มลงมอง ก็เห็นเซี่ยอวี่อิงที่เพิ่งจะร้องไห้โฮเมื่อครู่ กลิ้งตกจากรถเข็นลงไปกองกับพื้นเธอหมดสติไปแล้ว!กลุ่มคนที่ล้อมรอบอยู่ต่างพากันกรีดร้องด้วยความตกใจ “ตายแล้ว เลือด เลือดออกเยอะมากเลยค่ะ...”ฝีเท้าของเหยียนเฟยฝานที่กำลังจะวิ่งไปหาโหลวซิงอิ๋น พลันหนักอึ้งราวกับถูกหลอมด้วยตะกั่วในทันทีในจังหวะที่โหลวซิงอิ๋นถูกประคองขึ้นเตียงเคลื่อนย้าย สติของเธอเริ่มเลือนรางเต็มที ภาพสุดท้ายที่สะท้อนอยู่ในดวงตาอันพร่ามัว คือภาพของเหยียนเฟยฝานที่กำลังโอบกอดเซี่ยอวี่อิงไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงสู่ความมืดมิด!...โหลวซิงอิ๋นฟื้นคืนสติอีกครั้งในเช้าวันถัดมาเจียงถังที่นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงไม่ห่างรีบถลันเข้าไปหาทันทีที่เห็นเพื่อนลืมตาขึ้น “แม่คุณเอ๊ย ในที่สุดก็ฟื้นสักที รู้ไหมว่าเกิดเรื่องวุ่นวายมากมายขนาดไหน”โหลวซิงอิ๋นขยับริมฝีปากที่แห้งผากเจียงถังรีบส่งน้ำให้เธอ “เมื่อกี้เหยียนเฟยฝานแวะมาแป๊บหนึ่ง อยู่ได้แค่สิบนาทีเอง”โหลวซิงอิ๋น “...” สิบนาทีงั้นเหรอ?เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ หัวใ
Baca selengkapnya
บทที่ 7
เจียงถังที่เดินกลับมายังห้องผู้ป่วยเพื่อหยิบโทรศัพท์ที่ลืมทิ้งไว้ในห้อง ทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีจนเธอถึงกับตกตะลึงเธอตั้งใจจะปรี่ตัวเข้าไปดูอาการของโหลวซิงอิ๋นทว่าเหยียนเฟยฝานกลับตวัดสายตาอันเย็นชามาที่เธอเจียงถังเองก็เริ่มมีน้ำโห “ซิงอิ๋น”เหยียนเฟยฝานในตอนนี้ผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ ด้วยความโกรธ “โหลวซิงอิ๋น”เขาคว้าข้อมือของโหลวซิงอิ๋นไว้ด้วยแรงมหาศาล ราวกับจะบดขยี้กระดูกมือของเธอให้แหลกคามือ บรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยคละคลุ้งไปด้วยเพลิงโทสะเจียงถัง “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ!”สายตาของโหลวซิงอิ๋นประสานเข้ากับดวงตาอันหนาวเหน็บของเหยียนเฟยฝาน “ทำไม? อยากจะตบฉันเพื่อแก้แค้นให้เซี่ยอวี่อิงงั้นเหรอ?”สิ้นคำพูดนั้นแรงบีบที่ข้อมือของเหยียนเฟยฝานก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น “คุณนี่มันงี่เง่าไร้เหตุผลจริง ๆ “พูดจบ เขาก็สะบัดมือโหลวซิงอิ๋นทิ้งอย่างแรงจากนั้นก็รีบหมุนรถเข็นของเซี่ยอวี่อิงเตรียมจะออกไปในจังหวะที่เซี่ยอวี่อิงถูกเข็นตัวกลับไป เธอยังมิวายส่งสายตาเหยียดหยามมาให้โหลวซิงอิ๋นอีกแวบหนึ่งเมื่อทั้งสองเดินไปถึงหน้าประตูโหลวซิงอิ๋นที่นั่งอยู่บนเตียงก็แค
Baca selengkapnya
บทที่ 8
เมื่อตู้หลานเจินรู้ว่าโหลวซิงอิ๋นก็พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนี้ เธอจึงปรี่ตรงมาที่ห้องพักของโหลวซิงอิ๋นทันทีในตอนที่เธอก้าวเข้ามา โหลวซิงอิ๋นกำลังคุยโทรศัพท์อยู่พอดี เธอได้ยินโหลวซิงอิ๋นพูดสายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า “ใช่ค่ะ ไม่มีการไกล่เกลี่ย ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที”ตู้หลานเจินขมวดคิ้วฉับดำเนินคดีอะไร? หรือว่าหล่อนคิดจะหย่ากับเฟยฝานจริง ๆ ?เหอะ หย่าก็ดีสิ...เมื่อเห็นตู้หลานเจินเข้ามา โหลวซิงอิ๋นก็กดวางสายด้วยใบหน้าเย็นชาตู้หลานเจินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ “เมื่อกี้คุยกับทนายความเรื่องหย่าเหรอ? จะหย่ากับเฟยฝานจริง ๆ ใช่ไหม?”น้ำเสียงของตู้หลานเจินยามพูดคำว่า หย่า แฝงไปด้วยความลิงโลดใจอย่างปิดไม่มิดพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่า หลายปีที่ผ่านมา เธอปรารถนาให้โหลวซิงอิ๋นไสหัวออกไปจากตระกูลเหยียนมากแค่ไหน อีเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า มีสิทธิ์อะไรมาเป็นลูกสะใภ้เธอ? พาออกไปไหนก็มีแต่จะขายขี้หน้าโหลวซิงอิ๋นปรายตามองตู้หลานเจินด้วยสายตาเย็นเยียบโดยไม่ยอมปริปากเอ่ยคำใดตู้หลานเจินแค่นหัวเราะ ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลง “หย่าน่ะได้ แต่เงินของตระกูลเหยียนแม้แต่บาทเดียวก็อย่าหวั
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เซี่ยอวี่อิงที่ขัดขืนอยู่เมื่อครู่ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นเหยียนเฟยฝานและตู้หลานเจินที่กำลังเดินเข้ามา เธอก็เปลี่ยนท่าทีเป็นน้ำตานองหน้าทันที “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ ฉันไม่รู้เรื่องจริง ๆ ซิงอิ๋น ปล่อยฉันก่อนเถอะนะ”“โอ๊ย... เจ็บแผล”คำว่า เจ็บแผล ของเธอเหมือนเป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ ทำให้ตู้หลานเจินที่ยืนอยู่หน้าประตูฟิวส์ขาดทันที“โหลวซิงอิ๋น ปล่อยอวี่อิงเดี๋ยวนี้!”พูดจบ เธอก็พุ่งถลาเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยเหมือนคนบ้าทันทีที่เซี่ยอวี่อิงเริ่มแสดงละคร โหลวซิงอิ๋นก็รู้ทันทีว่าเหยียนเฟยฝานและตู้หลานเจินต้องมาถึงแล้วเธอกระตุกยิ้มมุมปาก จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซี่ยอวี่อิงที่แฝงไปด้วยความลำพองใจที่แผนสำเร็จมือที่ขยำผมของเธออยู่นั้นออกแรงเหวี่ยงเต็มเหนี่ยว จนศีรษะของเซี่ยอวี่อิงกระแทกเข้ากับราวเตียงดัง ปึ้ก“กรี๊ดดดด” เซี่ยอวี่อิงหวีดร้องสุดเสียงตู้หลานเจินตกใจจนหน้าถอดสี รีบถลาเข้าไปประคองเซี่ยอวี่อิงไว้ในอ้อมกอดสายตาที่เธอมองโหลวซิงอิ๋นนั้น ราวกับจะฉีกเลือดฉีกเนื้อเธอให้ได้“เป็นบ้าไปแล้วเหรอ? อยากจะบ้าก็ไสหัวไปบ้าที่อื่นโน่น! อวี่อิงเพิ่งจะผ่าคลอดมานะ ทำแบบนี้ได้ยังไง”
Baca selengkapnya
บทที่ 10
เหยียนเฟยฝานทนสายตาที่เย็นชาของโหลวซิงอิ๋นไม่ได้ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นเขาเหลือบมองเนื้อความในข้อความนั้นไม่มีใครรู้ว่าข้อความนั้นส่งมาว่าอะไร แต่ในพริบตาเดียวใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงตามมาด้วยโทรศัพท์จากตู้หลานเจินที่โทรเข้ามาอีกครั้ง “เฟยฝาน ถ้าแกไม่มาตอนนี้ จะเกิดเรื่องใหญ่แล้วนะ”เสียงของตู้หลานเจินตะคอกออกมาอย่างสติแตกในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงอาละวาดของเซี่ยอวี่อิงดังแทรกเข้ามา “ปล่อยฉัน ฉันจะไปหาเฟยหยวน ฉันจะไปหาพี่เฟยหยวนของฉัน พี่เขาจะปกป้องฉัน”“ได้ยินไหม? อวี่อิงอาการกำเริบอีกแล้ว”ตู้หลานเจินพูดด้วยความร้อนรนเหยียนเฟยฝานขมวดคิ้วแน่น เขามองโหลวซิงอิ๋นแวบหนึ่งก่อนจะกรอกเสียงลงโทรศัพท์ว่า “ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ”เขาวางสายแล้วหันไปหาโหลวซิงอิ๋นในวินาทีนั้น ความเหินห่างและเมินเฉยในดวงตาของเธอ ทำให้หัวใจของเขารู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูกเขาพยายามข่มอารมณ์บางอย่างไว้ก้าวเข้าไปหวังจะกุมไหล่ทั้งสองข้างของเธอ “ที่รัก”ทว่าโหลวซิงอิ๋นกลับปัดมือเขาทิ้งทันควัน เธอหันหลังให้เขาโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำเดียว ชัดเจนว่า ใน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status