Masuk"เก่งมาก"
"คุณผู้หญิง..." อาเหมยลังเล "คุณนายตั้งใจให้คุณผู้หญิงอับอายต่อหน้าแขกใช่ไหมคะ?"
"ใช่"
"แล้ว... คุณผู้หญิงจะทำยังไง?"
หลินซือเหยียนลุกขึ้น หันมามองอาเหมย
"ฉันจะให้เธอได้ชิมน้ำยาพิษของตัวเอง"
เธอเดินไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาพูดอีกครั้ง
"อาเหมย เธออยู่ใกล้ๆ นะ ฉันอาจจะต้องใช้เธอ"
"ค่ะคุณผู้หญิง"
หลินซือเหยียนเดินลงบันไดไปอย่างสง่างาม ชุดเดรสสีขาวพลิ้วไหวตามจังหวะก้าว
เมื่อมาถึงชั้นล่าง แขกเหรื่อจำนวนหนึ่งมารวมตัวกันแล้วที่ห้องรับแขก ต่างนั่งล้อมวงด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย สายตาหลายคู่หันมามองเธอทันทีที่เธอปรากฏตัว
"อ้อ! นี่คือลูกสะใภ้ใหม่ของคุณนายซูสินะ" ผู้หญิงวัยกลางคนในชุดสีแดงพูดด้วยน้ำเสียงหวานหยอด "สวยจริงๆ ค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ" หลินซือเหยียนโค้งคำนับอย่างสุภาพ
ซูเยี่ยนเดินเข้ามาพอดี "มาได้แล้วเหรอจ๊ะ เจี๋ยเจี๋ย นี่แหละเพื่อนๆ ของแม่ มานี่สิ แม่จะแนะนำให้รู้จัก"
หลินซือเหยียนเดินไปหา ซูเยี่ยนจับแขนเธอไว้แน่นจนแทบจะเจ็บ แล้วพูดกับแขกทั้งหลาย
"นี่คือลูกสะใภ้ของฉันค่ะ หลินซือเหยียน ยังเด็กอยู่ ยังมีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยนะคะ"
"เด็กๆ กันทั้งนั้นแหละค่ะคุณนาย" ผู้หญิงอีกคนพูด "ปล่อยให้เขาเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเอง"
"ก็จริงค่ะ" ซูเยี่ยนหัวเราะ "แต่ของเราตระกูลกู้มันไม่เหมือนบ้านอื่นนะคะ ต้องมีมารยาทมากหน่อย ไม่งั้นเสียชื่อเสียงตระกูล"
หลินซือเหยียนยืนนิ่งฟัง ซูเยี่ยนกำลังตอกย้ำว่าเธอเป็น "คนนอกที่ยังไม่ได้เรื่อง" แต่เธอไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
"คุณแม่คะ" หลินซือเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "หนูขอไปช่วยอาเหมยเตรียมเครื่องดื่มให้แขกได้ไหมคะ?"
ซูเยี่ยนขมวดคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยอม "ไปเถอะ"
หลินซือเหยียนเดินไปที่ห้องครัว อาเหมยกำลังจัดแก้วน้ำบนถาดเงิน เธอมองหลินซือเหยียนแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
"เรียบร้อยค่ะคุณผู้หญิง"
"ดีมาก"
หลินซือเหยียนหยิบถาดเงินที่ใส่แก้วน้ำสำหรับแขกออกมาเดินไปเสิร์ฟเอง โดยแยกแก้วน้ำของซูเยี่ยนออกมาต่างหาก
เธอเดินไปที่ซูเยี่ยน ซึ่งกำลังนั่งคุยกับแขกอย่างออกรส
"คุณแม่คะ" หลินซือเหยียนยื่นแก้วน้ำให้ "วันนี้ร้อน หนูเตรียมน้ำผลไม้เย็นๆ มาให้คุณแม่ค่ะ"
ซูเยี่ยนรับแก้วไปโดยไม่สนใจ น้ำผลไม้สีส้มใสอยู่ในแก้วคริสตัล มองดูสดชื่นน่าดื่ม
เธอวางไว้ข้างๆ โดยไม่ยกขึ้นดื่ม
"เดี๋ยวก่อนจ้ะ" ซูเยี่ยนพูดกับแขก "มีอะไรจะบอกนิดหน่อย"
ทุกคนหันมามอง
"หลินซูเหยียน" ซูเยี่ยนเรียกเธอด้วยชื่อเต็มต่อหน้าแขก เพื่อแสดงถึงระยะห่าง "ที่บ้านเรามีธรรมเนียมว่าเมื่อแต่งงานเข้ามา สะใภ้ใหม่ต้องอวยพรพ่อแม่ด้วยการดื่มน้ำชา และต้องอวยพรแขกผู้ใหญ่ทุกคนด้วย"
หลินซือเหยียนยิ้ม "แน่นอนค่ะคุณแม่"
เธอหยิบถาดน้ำชาที่เตรียมไว้ขึ้นมา คุกเข่าลงกับพื้นอย่างนอบน้อมต่อหน้าแขกทุกคน แล้วยกถ้วยน้ำชาขึ้น
"หนูหลินซือเหยียนขออวยพรคุณแม่ คุณพ่อ และแขกผู้ใหญ่ทุกท่านค่ะ"
ซูเยี่ยนยิ้มอย่างพอใจ
แต่แล้วเธอก็พูดต่อ "ดีมาก แต่ที่บ้านเรา สะใภ้ใหม่ต้องดื่มน้ำชาให้หมดถ้วยเป็นสัญลักษณ์ว่า ยอมรับในกฎของบ้าน"
หลินซือเหยียนเงยหน้าขึ้นมองซูเยี่ยน
ในถ้วยน้ำชาที่ซูเยี่ยนเตรียมให้ มีเหล้าผสมอยู่เต็มไปหมด ถ้าดื่มเข้าไปจนหมด เธอจะเมาทันที และต่อหน้าแขกนับสิบ
แต่หลินซือเหยียนรู้อยู่แล้ว เธอไม่ดื่มมัน
หลินซือเหยียนอ่านจนจบ ก่อนพับจดหมายเก็บอย่างเรียบร้อย“เธอให้ฉันทำไม”“ผมคิดว่าคุณควรรู้”หลินซือเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้น“คุณ... ไปเยี่ยมแม่คุณบ้างไหม”กู้ถิงเฉินพยักหน้า“ไป”“แล้วเป็นยังไงบ้าง”“แม่ดูดีขึ้นมาก”“ก็ดี”เงียบไปครู่หนึ่ง กู้ถิงเฉินจึงถามเบา ๆ“คุณจะให้อภัยแม่ผมไหม”หลินซือเหยียนมองลูกชายที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ไม่ไกล“ฉันให้อภัยไปนานแล้ว”กู้ถิงเฉินนิ่ง“แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันจะลืม”เขาพยักหน้า“ผมเข้าใจ”คืนนั้นหลินซือเหยียนนั่งอยู่บนระเบียง ลูกชายหลับไปแล้ว อาเหมยเองก็เข้านอนแล้วเหลือเพียงเธอกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวประตูด้านหลังเปิดออก กู้ถิงเฉินเดินออกมา“ยังไม่นอนอีกเหรอ”“นอนไม่หลับ”เขาเดินมานั่งลงข้าง ๆ“คิดอะไรอยู่”หลินซือเหยียนเงียบไปนาน ก่อนตอบเบา ๆ“คิดถึงเรื่องเมื่อก่อน”กู้ถิงเฉินไม่ได้ถามต่อทั้งสองนั่งเงียบอยู่ด้วยกันผ่านไปครู่ใหญ่ หลินซือเหยียนจึงเอ่ยขึ้น“กู้ถิงเฉิน”“ครับ”“ฉันมีเรื่องจะบอก”เขาหันมามอง“อะไร”หลินซือเหยียนสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ“ฉัน... พร้อมแล้ว”“พร้อมอะไร”เธอหันไปสบตาเขา“พร้อมจะเริ่มต้นใหม่”กู้ถิงเฉินนิ่งไป“กั
เวลาผ่านไปเก้าเดือนบ้านหลังเล็กในย่านชานเมืองที่เคยเงียบเหงา กลับมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิม ทั้งเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมจากอาหารที่ลอยออกมาจากในครัวหลินซือเหยียนนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกตรงระเบียง มือหนึ่งประคองท้องที่โตขึ้นมาก อาเหมยเดินไปเดินมาอยู่ไม่ไกล สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น“คุณผู้หญิง... หมอกำหนดคลอดไว้เมื่อไหร่คะ”“อีกสองสัปดาห์”“หนูตื่นเต้นจังเลยค่ะ”หลินซือเหยียนหัวเราะเบา ๆ“ตื่นเต้นอะไร เธอไม่ได้คลอดเองสักหน่อย”“ก็หนูจะช่วยเลี้ยงนี่คะ”หลินซือเหยียนลูบท้องตัวเองเบา ๆ“อีกหน่อยเธอจะได้มีเพื่อนเล่นแล้ว”อาเหมยยิ้มกว้าง“จริงด้วยค่ะ”สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วหลินซือเหยียนเปิดร้านขายของเล็ก ๆ อยู่หน้าบ้าน ขายของชำและเครื่องดื่มให้คนในชุมชนเธอไม่ได้กลับไปทำงานเป็นที่ปรึกษาครอบครัวเหมือนเดิม แต่เลือกนำความรู้ที่มีมาเปิดสถานที่ให้คำปรึกษาเล็ก ๆ สำหรับผู้หญิงที่กำลังเผชิญปัญหาความรุนแรงในครอบครัวส่วนกู้ถิงเฉินยังคงมาหาเธอแทบทุกวันตอนแรกเขามาช่วยซ่อมบ้านต่อมาก็ช่วยยกของเข้าร้านจนตอนนี้... เขากลายเป็นคนที่ช่วยดูแลลูกหลินซือเหยียนไม่เคยพูดว่าพวกเขากลับมาคบกัน แต่เธอก็ไม่เคยไล่เข
รถยนต์สีดำแล่นออกจากโรงพยาบาลหลินซือเหยียนนั่งอยู่เบาะหลัง ส่วนกู้ถิงเฉินนั่งอยู่ด้านหน้า อาเหมยเป็นคนขับเมื่อรถแล่นผ่านสี่แยก สายตาของหลินซือเหยียนพลันหยุดลงที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามซูเยี่ยนยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังเธอสวมเสื้อผ้าธรรมดา ผมรวบเรียบร้อย ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง และดูผอมลงกว่าเดิมมากหลินซือเหยียนมองอยู่ครู่หนึ่งในใจไม่มีทั้งความสะใจและความสงสาร มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าที่อธิบายไม่ได้“อาเหมย”“คะ”“จอดรถ”อาเหมยนำรถเข้าจอดข้างทางกู้ถิงเฉินหันกลับมา“เจี๋ยเจี๋ย มีอะไรครับ”หลินซือเหยียนเปิดประตู“รออยู่ในรถ”เธอเดินข้ามถนนไปยังป้ายรถเมล์ซูเยี่ยนเงยหน้าขึ้น“คุณหลิน”“คุณซู”ทั้งสองยืนมองหน้ากันเงียบ ๆ“รถเมล์ยังไม่มาเหรอ”“อีกประมาณสิบนาที”ซูเยี่ยนมองเธอ“คุณ... ไปหาหมอมาเหรอ”“ค่ะ ไปตรวจครรภ์มา”ซูเยี่ยนชะงัก“คุณท้อง... ลูกของถิงเฉินเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ดีใจด้วย”หลินซือเหยียนมองเธอครู่หนึ่ง“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเยาะเย้ยคุณ ฉันแค่อยากบอกว่า... ฉันไม่โกรธคุณแล้ว”ซูเยี่ยนนิ่งไป“แต่ฉันก็ยังไม่ลืม”“ฉันเข้าใจ”“ฉันหวังว่าคุณจะดูแลตัวเองให้ดี และต่อจากนี้... อย่าทำแ
ในห้องตรวจแพทย์หญิงวัยสี่สิบกว่าตรวจครรภ์อย่างละเอียด ก่อนจะยิ้มให้คนไข้ตรงหน้า“คุณหลินคะ ตอนนี้อายุครรภ์ประมาณสิบเอ็ดสัปดาห์แล้วนะคะ”หลินซือเหยียนพยักหน้า“เด็กแข็งแรงดีค่ะ หัวใจเต้นปกติ”“ขอบคุณค่ะ”แพทย์หญิงเปิดดูผลตรวจในแฟ้มต่อสีหน้าของเธอจริงจังขึ้นเล็กน้อย“แต่จากผลตรวจครั้งก่อน หมอเห็นว่ามีสารกดประสาทอยู่ในเลือด”หลินซือเหยียนนิ่งไป“ช่วงนี้ยังมีอาการผิดปกติอะไรอยู่ไหมคะ”“ไม่มีแล้วค่ะ”“ดีแล้วค่ะ แต่หมออยากให้ตรวจเลือดซ้ำอีกครั้ง เพื่อดูว่ายังมีสารตกค้างอยู่หรือไม่ จะได้ติดตามให้แน่ใจว่าไม่มีผลต่อสุขภาพของคุณกับเด็ก”“ได้ค่ะ”แพทย์หญิงบันทึกข้อมูลลงในแฟ้ม ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง“แล้วคุณพ่อของเด็กมาด้วยไหมคะ”หลินซือเหยียนชะงักไปเล็กน้อย“มาค่ะ... แต่รออยู่ข้างนอก”“ถ้าสะดวก หมออยากคุยกับเขาสักหน่อยค่ะ เรื่องการดูแลคุณระหว่างตั้งครรภ์”หลินซือเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า“ได้ค่ะ”เธอลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูห้องตรวจทันทีที่ประตูเปิด กู้ถิงเฉินก็เงยหน้าขึ้น“เป็นยังไงบ้าง”“หมออยากคุยกับคุณ”กู้ถิงเฉินชะงัก“กับผม?”“ใช่”เขารีบลุกขึ้นเดินตามเธอเข้าไปในห้องตรวจหลินซื
เช้าวันจันทร์หลินซือเหยียนเพิ่งลืมตาตื่นได้ไม่นาน ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอรีบลุกจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำ อาเหมยที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงก็รีบตามเข้าไป“คุณผู้หญิง... แพ้ท้องอีกแล้วเหรอคะ”หลินซือเหยียนคุกเข่าอยู่หน้าโถสุขภัณฑ์ อาเหมยคอยลูบหลังให้อย่างเบามือเมื่ออาการคลื่นไส้ทุเลาลง อาเหมยจึงถามขึ้น“วันนี้หมอนัดตรวจครรภ์ไม่ใช่เหรอคะ”“อือ”หลินซือเหยียนตอบสั้น ๆ ก่อนเปิดน้ำล้างหน้าแล้วใช้ผ้าขนหนูซับริมฝีปาก“คุณผู้หญิงจะไปเอง หรือให้หนูไปด้วยคะ”“ฉันไปคนเดียวก็ได้”อาเหมยมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้“เมื่อวานคุณผู้ชายโทรมา บอกว่าถ้าคุณผู้หญิงจะไปหาหมอ เขาอยากไปด้วยค่ะ”มือของหลินซือเหยียนที่กำลังเช็ดหน้า หยุดลงเล็กน้อย“แล้วแต่เขาเถอะ”เธอพูดเพียงเท่านั้น ก่อนเดินออกจากห้องน้ำบนโต๊ะในครัวมีถุงของหลายใบวางอยู่ ที่มุมถุงมีลายมือคุ้นตาเขียนอยู่บนกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก“วันนี้หมอนัด ผมจะรออยู่ที่โรงพยาบาล ถ้าคุณไม่มา ผมจะกลับ”หลินซือเหยียนยืนมองข้อความนั้นอยู่นานสุดท้ายเธอก็หยิบกระดาษขึ้นมา พับอย่างเรียบร้อย แล้วเก็บใส่กระเป๋า“อาเหมย”“ค่ะ”“เตรียมชุดให้ฉันหน่อย”
ซูเยี่ยนรับกระดาษทิชชูมา เช็ดน้ำตาเงียบๆ"ยอมรับอะไรคะ""ยอมรับว่าคุณควบคุมทุกอย่างไม่ได้"ซูเยี่ยนเงยหน้าขึ้น"แม้แต่คนที่ฉันรัก?""ค่ะ"เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้าลงอีกครั้ง"ฉันแค่... ไม่อยากถูกทิ้งอีก""เพราะสามีเคยทิ้งคุณไป"ซูเยี่ยนเม้มริมฝีปาก น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมาอีกครั้ง"ค่ะ ตอนนั้นลูกยังเด็ก ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเลี้ยงเขาให้โตขึ้นมาได้ยังไง"เธอสูดลมหายใจลึก"ฉันเคยคิดว่าถ้าฉันดีพอ ถ้าฉันทำทุกอย่างให้ครอบครัวดีพอ เขาคงไม่ไป"นักจิตวิทยามองเธออย่างสงบ"แต่เขาก็ไปแล้วนะคะ""ค่ะ"คำตอบสั้นๆ ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลง"ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็กลัวมาตลอดว่า คนที่ฉันรักจะทิ้งฉันไปอีก""รวมถึงลูกของคุณ"ซูเยี่ยนพยักหน้า"ฉันเลยพยายามควบคุมเขา""เพราะคุณกลัวว่าจะเสียเขาไป""ค่ะ"เธอก้มหน้าลง มองกระดาษทิชชูในมือ"ฉันอยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ไปไหน ทำอะไร อยู่กับใคร... ฉันคิดว่าถ้ารู้ทุกอย่าง ฉันจะปกป้องเขาได้"เสียงของเธอสั่น"แต่สุดท้าย ฉันกลับทำให้เขาอึดอัด""และทำให้เขาอยากหนีจากคุณ"ซูเยี่ยนหลับตาลง น้ำตาไหลผ่านแก้ม"ค่ะ"นักจิตวิทยาเว้นช่วง ก่อนพูดขึ้นอย่างนุ่มนวล"การรักใครสักคน







