LOGINหลินซือเหยียนกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ซูเยี่ยนคาดหวัง เธอเพียงยิ้มบาง ๆ อยู่ในใจ
คุณแม่คะ งานเลี้ยงครั้งนี้... หนูจะทำให้มันกลายเป็นงานเลี้ยงอำลาของแม่เอง
หลังอาหารกลางวัน หลินซือเหยียนเดินเข้าไปในห้องครัว เห็นอาเหมยกำลังล้างจานอยู่ เธอจึงเดินผ่านไปอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา
“พรุ่งนี้งานเลี้ยงน้ำชา มีเครื่องดื่มอะไรบ้าง?”
อาเหมยเหลือบมองไปรอบ ๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ จึงตอบโดยยังทำทีเป็นล้างจานต่อ
“คุณนายสั่งให้เตรียมเหล้าผลไม้ชนิดพิเศษไว้ค่ะ บอกว่าจะให้คุณผู้หญิงดื่มโดยเฉพาะ”
หลินซือเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง
เพียงเท่านี้ เธอก็เข้าใจเจตนาของซูเยี่ยนแล้ว
หากเธอดื่มเข้าไปต่อหน้าคนมากมาย แล้วเกิดอาการผิดปกติขึ้นมา คนที่จะถูกมองว่าเสียมารยาทหรือมีปัญหาก็คงเป็นเธอเอง
“พรุ่งนี้เปลี่ยนเครื่องดื่มของฉันเป็นน้ำผลไม้ธรรมดา”
อาเหมยชะงัก
“แล้วเหล้าที่คุณนายเตรียมไว้ล่ะคะ?”
“เก็บไว้ที่เดิม”
หลินซือเหยียนตอบทันที
“อย่าให้คุณนายรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไร”
อาเหมยมองเธออย่างเข้าใจในที่สุด
“แล้วแก้วของคุณนาย...”
“เปลี่ยนแค่เครื่องดื่มในแก้วก็พอ ภาชนะและการจัดวางทุกอย่างให้เหมือนเดิม อย่าให้มีอะไรผิดสังเกต”
“ค่ะ”
หลินซือเหยียนมองอาเหมยผ่านแสงไฟในห้องครัว ก่อนพูดเสียงเบาลง
“เรื่องเงินที่ฉันรับปากไว้ พรุ่งนี้เช้าแม่ของเธอจะได้รับตามที่ตกลงกัน”
อาเหมยกัดริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
“ค่ะ คุณผู้หญิง”
หลินซือเหยียนเดินออกจากห้องครัวไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อผ่านห้องรับแขก เธอเห็นซูเยี่ยนกำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนด้วยสีหน้าอารมณ์ดี
“ใช่จ้ะ... พรุ่งนี้ก็จะได้เห็นหน้าสะใภ้ใหม่ของฉันแล้ว ฉันจะให้ทุกคนได้เห็นเองว่าเธอเป็นคนยังไง”
หลินซือเหยียนหยุดอยู่หลังเสา ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เพียงมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้น
รอไปเถอะค่ะคุณแม่ พรุ่งนี้ทุกคนจะได้เห็นจริง ๆ ว่าใครเป็นคนยังไงกันแน่
เช้าวันงานเลี้ยงน้ำชา
แสงแดดส่องผ่านม่านโปร่งเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ของบ้านตระกูลกู้ โคมไฟคริสตัลถูกเปิดไว้ตั้งแต่เช้า พนักงานจัดเลี้ยงทยอยนำชุดน้ำชาสีเงิน ขนมอบ และของว่างต่าง ๆ มาจัดวางบนโต๊ะไม้สักขัดเงาอย่างประณีต
ดอกไม้สดถูกนำมาประดับตามมุมต่าง ๆ ของห้อง กลิ่นหอมของชากับดอกไม้ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
วันนี้ซูเยี่ยนแต่งกายด้วยชุดสีทองที่ตัดเย็บอย่างประณีต ต่างหูมุกเม็ดใหญ่ช่วยขับให้เธอดูสง่างาม เธอยืนอยู่หน้ากระจกในห้องส่วนตัว พลางมองตัวเองด้วยความพึงพอใจ
วันนี้เธอตั้งใจจะทำให้หลินซือเหยียนขายหน้าต่อหน้าแขกทุกคน
ขอเพียงทำให้คนในงานเชื่อว่าลูกสะใภ้ตระกูลกู้เป็นผู้หญิงไร้มารยาท ชื่อเสียงของหลินซือเหยียนย่อมเสียหาย และเมื่อเรื่องไปถึงหูกู้ถิงเฉิน เขาก็คงเริ่มเบื่อหน่ายภรรยาของตัวเอง ซูเยี่ยนมั่นใจว่าเมื่อถึงวันนั้น ลูกชายของเธอจะเป็นฝ่ายถอยออกมาเอง
“คุณนายคะ”
อาเอ้ยเดินเข้ามารายงาน
“แขกมาแล้วหลายท่านค่ะ”
“ดี”
ซูเยี่ยนยิ้ม
“ไปบอกคุณผู้หญิงหลินให้ลงมาเตรียมรับแขก”
“ค่ะ”
อาเอ้ยรับคำแล้วเดินออกไป
บนชั้นสอง หลินซือเหยียนนั่งอยู่หน้ากระจกในห้องนอน
เธอสวมชุดเดรสสีขาวครีมเรียบง่าย แต่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าถูกแต่งแต้มเพียงบางเบา ทำให้ดูอ่อนโยนและสง่างาม
อาเหมยยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบ
“คุณผู้หญิงคะ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ”
หลินซือเหยียนมองเธอผ่านกระจก
“เป็นยังไงบ้าง?”
“เครื่องดื่มของคุณผู้หญิงเปลี่ยนเป็นน้ำผลไม้เรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนของคุณนายก็จัดไว้ตามเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนสังเกตได้”
อาเหมยหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
“ตอนเสิร์ฟ หนูจะเป็นคนดูแลเองค่ะ”
หลินซือเหยียนพยักหน้า
“ดี อย่าให้ใครรู้ว่าเราเปลี่ยนอะไร”
“ค่ะ”
หลินซือเหยียนหยิบสร้อยไข่มุกขึ้นมาสวม ก่อนมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง
สีหน้าของเธอยังคงสงบนิ่ง มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่ปรากฏขึ้นตรงมุมปาก
วันนี้ซูเยี่ยนคิดว่าตัวเองเป็นคนวางเกมทั้งหมด
แต่เธอไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่เมื่อวาน เกมนั้นไม่ได้อยู่ในมือของเธออีกต่อไปแล้ว
“ลงไปกันเถอะ”
หลินซือเหยียนลุกขึ้น ก่อนเดินออกจากห้องไปพร้อมกับอาเหมย
หลินซือเหยียนอ่านจนจบ ก่อนพับจดหมายเก็บอย่างเรียบร้อย“เธอให้ฉันทำไม”“ผมคิดว่าคุณควรรู้”หลินซือเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้น“คุณ... ไปเยี่ยมแม่คุณบ้างไหม”กู้ถิงเฉินพยักหน้า“ไป”“แล้วเป็นยังไงบ้าง”“แม่ดูดีขึ้นมาก”“ก็ดี”เงียบไปครู่หนึ่ง กู้ถิงเฉินจึงถามเบา ๆ“คุณจะให้อภัยแม่ผมไหม”หลินซือเหยียนมองลูกชายที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ไม่ไกล“ฉันให้อภัยไปนานแล้ว”กู้ถิงเฉินนิ่ง“แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันจะลืม”เขาพยักหน้า“ผมเข้าใจ”คืนนั้นหลินซือเหยียนนั่งอยู่บนระเบียง ลูกชายหลับไปแล้ว อาเหมยเองก็เข้านอนแล้วเหลือเพียงเธอกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวประตูด้านหลังเปิดออก กู้ถิงเฉินเดินออกมา“ยังไม่นอนอีกเหรอ”“นอนไม่หลับ”เขาเดินมานั่งลงข้าง ๆ“คิดอะไรอยู่”หลินซือเหยียนเงียบไปนาน ก่อนตอบเบา ๆ“คิดถึงเรื่องเมื่อก่อน”กู้ถิงเฉินไม่ได้ถามต่อทั้งสองนั่งเงียบอยู่ด้วยกันผ่านไปครู่ใหญ่ หลินซือเหยียนจึงเอ่ยขึ้น“กู้ถิงเฉิน”“ครับ”“ฉันมีเรื่องจะบอก”เขาหันมามอง“อะไร”หลินซือเหยียนสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ“ฉัน... พร้อมแล้ว”“พร้อมอะไร”เธอหันไปสบตาเขา“พร้อมจะเริ่มต้นใหม่”กู้ถิงเฉินนิ่งไป“กั
เวลาผ่านไปเก้าเดือนบ้านหลังเล็กในย่านชานเมืองที่เคยเงียบเหงา กลับมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิม ทั้งเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมจากอาหารที่ลอยออกมาจากในครัวหลินซือเหยียนนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกตรงระเบียง มือหนึ่งประคองท้องที่โตขึ้นมาก อาเหมยเดินไปเดินมาอยู่ไม่ไกล สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น“คุณผู้หญิง... หมอกำหนดคลอดไว้เมื่อไหร่คะ”“อีกสองสัปดาห์”“หนูตื่นเต้นจังเลยค่ะ”หลินซือเหยียนหัวเราะเบา ๆ“ตื่นเต้นอะไร เธอไม่ได้คลอดเองสักหน่อย”“ก็หนูจะช่วยเลี้ยงนี่คะ”หลินซือเหยียนลูบท้องตัวเองเบา ๆ“อีกหน่อยเธอจะได้มีเพื่อนเล่นแล้ว”อาเหมยยิ้มกว้าง“จริงด้วยค่ะ”สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วหลินซือเหยียนเปิดร้านขายของเล็ก ๆ อยู่หน้าบ้าน ขายของชำและเครื่องดื่มให้คนในชุมชนเธอไม่ได้กลับไปทำงานเป็นที่ปรึกษาครอบครัวเหมือนเดิม แต่เลือกนำความรู้ที่มีมาเปิดสถานที่ให้คำปรึกษาเล็ก ๆ สำหรับผู้หญิงที่กำลังเผชิญปัญหาความรุนแรงในครอบครัวส่วนกู้ถิงเฉินยังคงมาหาเธอแทบทุกวันตอนแรกเขามาช่วยซ่อมบ้านต่อมาก็ช่วยยกของเข้าร้านจนตอนนี้... เขากลายเป็นคนที่ช่วยดูแลลูกหลินซือเหยียนไม่เคยพูดว่าพวกเขากลับมาคบกัน แต่เธอก็ไม่เคยไล่เข
รถยนต์สีดำแล่นออกจากโรงพยาบาลหลินซือเหยียนนั่งอยู่เบาะหลัง ส่วนกู้ถิงเฉินนั่งอยู่ด้านหน้า อาเหมยเป็นคนขับเมื่อรถแล่นผ่านสี่แยก สายตาของหลินซือเหยียนพลันหยุดลงที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามซูเยี่ยนยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังเธอสวมเสื้อผ้าธรรมดา ผมรวบเรียบร้อย ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง และดูผอมลงกว่าเดิมมากหลินซือเหยียนมองอยู่ครู่หนึ่งในใจไม่มีทั้งความสะใจและความสงสาร มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าที่อธิบายไม่ได้“อาเหมย”“คะ”“จอดรถ”อาเหมยนำรถเข้าจอดข้างทางกู้ถิงเฉินหันกลับมา“เจี๋ยเจี๋ย มีอะไรครับ”หลินซือเหยียนเปิดประตู“รออยู่ในรถ”เธอเดินข้ามถนนไปยังป้ายรถเมล์ซูเยี่ยนเงยหน้าขึ้น“คุณหลิน”“คุณซู”ทั้งสองยืนมองหน้ากันเงียบ ๆ“รถเมล์ยังไม่มาเหรอ”“อีกประมาณสิบนาที”ซูเยี่ยนมองเธอ“คุณ... ไปหาหมอมาเหรอ”“ค่ะ ไปตรวจครรภ์มา”ซูเยี่ยนชะงัก“คุณท้อง... ลูกของถิงเฉินเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ดีใจด้วย”หลินซือเหยียนมองเธอครู่หนึ่ง“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเยาะเย้ยคุณ ฉันแค่อยากบอกว่า... ฉันไม่โกรธคุณแล้ว”ซูเยี่ยนนิ่งไป“แต่ฉันก็ยังไม่ลืม”“ฉันเข้าใจ”“ฉันหวังว่าคุณจะดูแลตัวเองให้ดี และต่อจากนี้... อย่าทำแ
ในห้องตรวจแพทย์หญิงวัยสี่สิบกว่าตรวจครรภ์อย่างละเอียด ก่อนจะยิ้มให้คนไข้ตรงหน้า“คุณหลินคะ ตอนนี้อายุครรภ์ประมาณสิบเอ็ดสัปดาห์แล้วนะคะ”หลินซือเหยียนพยักหน้า“เด็กแข็งแรงดีค่ะ หัวใจเต้นปกติ”“ขอบคุณค่ะ”แพทย์หญิงเปิดดูผลตรวจในแฟ้มต่อสีหน้าของเธอจริงจังขึ้นเล็กน้อย“แต่จากผลตรวจครั้งก่อน หมอเห็นว่ามีสารกดประสาทอยู่ในเลือด”หลินซือเหยียนนิ่งไป“ช่วงนี้ยังมีอาการผิดปกติอะไรอยู่ไหมคะ”“ไม่มีแล้วค่ะ”“ดีแล้วค่ะ แต่หมออยากให้ตรวจเลือดซ้ำอีกครั้ง เพื่อดูว่ายังมีสารตกค้างอยู่หรือไม่ จะได้ติดตามให้แน่ใจว่าไม่มีผลต่อสุขภาพของคุณกับเด็ก”“ได้ค่ะ”แพทย์หญิงบันทึกข้อมูลลงในแฟ้ม ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง“แล้วคุณพ่อของเด็กมาด้วยไหมคะ”หลินซือเหยียนชะงักไปเล็กน้อย“มาค่ะ... แต่รออยู่ข้างนอก”“ถ้าสะดวก หมออยากคุยกับเขาสักหน่อยค่ะ เรื่องการดูแลคุณระหว่างตั้งครรภ์”หลินซือเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า“ได้ค่ะ”เธอลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูห้องตรวจทันทีที่ประตูเปิด กู้ถิงเฉินก็เงยหน้าขึ้น“เป็นยังไงบ้าง”“หมออยากคุยกับคุณ”กู้ถิงเฉินชะงัก“กับผม?”“ใช่”เขารีบลุกขึ้นเดินตามเธอเข้าไปในห้องตรวจหลินซื
เช้าวันจันทร์หลินซือเหยียนเพิ่งลืมตาตื่นได้ไม่นาน ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอรีบลุกจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำ อาเหมยที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงก็รีบตามเข้าไป“คุณผู้หญิง... แพ้ท้องอีกแล้วเหรอคะ”หลินซือเหยียนคุกเข่าอยู่หน้าโถสุขภัณฑ์ อาเหมยคอยลูบหลังให้อย่างเบามือเมื่ออาการคลื่นไส้ทุเลาลง อาเหมยจึงถามขึ้น“วันนี้หมอนัดตรวจครรภ์ไม่ใช่เหรอคะ”“อือ”หลินซือเหยียนตอบสั้น ๆ ก่อนเปิดน้ำล้างหน้าแล้วใช้ผ้าขนหนูซับริมฝีปาก“คุณผู้หญิงจะไปเอง หรือให้หนูไปด้วยคะ”“ฉันไปคนเดียวก็ได้”อาเหมยมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้“เมื่อวานคุณผู้ชายโทรมา บอกว่าถ้าคุณผู้หญิงจะไปหาหมอ เขาอยากไปด้วยค่ะ”มือของหลินซือเหยียนที่กำลังเช็ดหน้า หยุดลงเล็กน้อย“แล้วแต่เขาเถอะ”เธอพูดเพียงเท่านั้น ก่อนเดินออกจากห้องน้ำบนโต๊ะในครัวมีถุงของหลายใบวางอยู่ ที่มุมถุงมีลายมือคุ้นตาเขียนอยู่บนกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก“วันนี้หมอนัด ผมจะรออยู่ที่โรงพยาบาล ถ้าคุณไม่มา ผมจะกลับ”หลินซือเหยียนยืนมองข้อความนั้นอยู่นานสุดท้ายเธอก็หยิบกระดาษขึ้นมา พับอย่างเรียบร้อย แล้วเก็บใส่กระเป๋า“อาเหมย”“ค่ะ”“เตรียมชุดให้ฉันหน่อย”
ซูเยี่ยนรับกระดาษทิชชูมา เช็ดน้ำตาเงียบๆ"ยอมรับอะไรคะ""ยอมรับว่าคุณควบคุมทุกอย่างไม่ได้"ซูเยี่ยนเงยหน้าขึ้น"แม้แต่คนที่ฉันรัก?""ค่ะ"เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้าลงอีกครั้ง"ฉันแค่... ไม่อยากถูกทิ้งอีก""เพราะสามีเคยทิ้งคุณไป"ซูเยี่ยนเม้มริมฝีปาก น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมาอีกครั้ง"ค่ะ ตอนนั้นลูกยังเด็ก ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเลี้ยงเขาให้โตขึ้นมาได้ยังไง"เธอสูดลมหายใจลึก"ฉันเคยคิดว่าถ้าฉันดีพอ ถ้าฉันทำทุกอย่างให้ครอบครัวดีพอ เขาคงไม่ไป"นักจิตวิทยามองเธออย่างสงบ"แต่เขาก็ไปแล้วนะคะ""ค่ะ"คำตอบสั้นๆ ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลง"ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็กลัวมาตลอดว่า คนที่ฉันรักจะทิ้งฉันไปอีก""รวมถึงลูกของคุณ"ซูเยี่ยนพยักหน้า"ฉันเลยพยายามควบคุมเขา""เพราะคุณกลัวว่าจะเสียเขาไป""ค่ะ"เธอก้มหน้าลง มองกระดาษทิชชูในมือ"ฉันอยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ไปไหน ทำอะไร อยู่กับใคร... ฉันคิดว่าถ้ารู้ทุกอย่าง ฉันจะปกป้องเขาได้"เสียงของเธอสั่น"แต่สุดท้าย ฉันกลับทำให้เขาอึดอัด""และทำให้เขาอยากหนีจากคุณ"ซูเยี่ยนหลับตาลง น้ำตาไหลผ่านแก้ม"ค่ะ"นักจิตวิทยาเว้นช่วง ก่อนพูดขึ้นอย่างนุ่มนวล"การรักใครสักคน







