ANMELDENภรรยาไร้ใจ Chapter 16 “นารา...คุณฟื้นแล้ว ผมดีใจที่สุดเลย” อันโตรเนียลเล่ยิ้มกว้าง ขยับตัวกอดร่างเธอไว้ เสียงร้องเจ็บจากปากสาว ทำให้เขารู้ตัวว่า คงรัดร่างเธอแน่นเกินไป “ผมขอโทษนะคนดี เจ็บมากไหมครับ” “นิดหน่อยค่ะ” นาราลักษณ์ตอบกลับ “หิวน้ำไหม ผมเรียกหมอมาดูอาการคุณก่อนดีกว่า” “ฉันไม่เป็นไรค่ะ หลังจากหมดฤทธิ์ยาสลบก็เจ็บแผลเป็นเรื่องปกติค่ะ” เธอบอกเขา “แต่ผมเป็นห่วง ให้หมอมาดูอาการนิดนึงนะ ผมจะได้สบายใจ” คนเป็นห่วงเมียไม่ยอม เขาเอื้อมมือไปกดปุ่มเรียกพยาบาล ไม่นานนักคนที่เขาเรียกได้เดินเข้ามาในห้อง และถามอาการเบื้องต้นของคนไข้ ก่อนบอกว่า อีกสิบนาทีจะมีแพทย์เวรมาดูอาการอีกครั้ง “ผมตกใจมากเลยรู้ไหมตอนที่คุณถูกยิง” เขาพูดจากใจหลังจากพยาบาลออกจากห้อง “แล้วแค้นมันมากด้วย ผมสัญญาว่าจะลากตัวมันมาลงโทษให้ได้ ใครทำคุณเจ็บ มันต้องเจ็บยิ่งกว่า” ประโยคท้ายน้ำเสียงเข้มห้วนมาก ใบหน้าอันโตรเนียลเล่ตึง ดวงตาคล้ายมีกองเพลิงสุมอยู่นับร้อยกอง เขาพูดจริงทำจริง อย่าให้รู้ว่าเป็นใคร เขาไม่เอาไว้แน่นอนเป็นอีกครั้งที่นาราลักษณ์รับรู้ถึงความรั
ภรรยาไร้ใจ Chapter 15 ณ โรงพยาบาล ห้าชั่วโมงแห่งการรอคอยสำหรับอันโตรเนียลเล่คือความทรมานใจอย่างแรงกล้า ทันทีที่เขาพานาราลักษณ์มาส่งโรงพยาบาล เธอถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที และใช้เวลาในการนำกระสุนออกจากตัวเธอราวหนึ่งชั่วโมง หลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัด นาราลักษณ์ถูกนำตัวขึ้นมาพักรักษาตัวบนห้องพักฟื้น โดยมีคนของอันโตรเนียลเล่คอยคุมกันแน่นหนาขณะที่นาราลักษณ์อยู่ในห้องผ่าตัด อันโตรเนียลเล่ร้อนใจมาก หัวใจเขาเหมือนถูกเผาอย่างไรอย่างนั้น เป็นห่วงสาวยอดดวงใจจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว น้ำตาแห่งความกลัว กลัวว่าจะเสียเธอไป อีกทั้งยังมีความโกรธแค้นแน่นในจิตใจ โทรศัพท์พูดคุยกับอเล็สซานโดรเรื่องมือปืน แต่ก็ไม่ได้อะไรคืบหน้ามากนัก เพราะคนเป็นลุงกำลังไล่ดูกล้องวงจรปิด หาบุคคลต้องสงสัย เขาจึงเลิกสนใจเรื่องนี้ชั่วคราว เพราะเรื่องที่ตนต้องสนใจมากที่สุดคือ อาการบาดเจ็บของนาราลักษณ์สามชั่วโมงกว่านับตั้งแต่คนเจ็บขึ้นมาพักในห้องพักฟื้น อันโตรเนียลเล่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เขานั่งจับมือนาราลักษณ์ที่ตอนนี้ยังไม่ได้สติ มืออีกข้างลูบผิวแก้มเธอเบาๆ
ภรรยาไร้ใจ Chapter 14งานในห้องจัดเลี้ยงรุจีวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในงาน เธอมองหาอเล็สซานโดรเพื่อบอกปัญหาสำคัญ ซึ่งเธอมีวิธีแก้ปัญหาอยู่สองทาง ทว่าความที่เธอไม่มีอำนาจตัดสินใจมากขนาดนั้นจึงต้องมาถามเจ้านายตัวโต และมองบนเวทีที่ตอนนี้พิธีกรของงานกำลังกล่าวเปิดงาน เธอรีบเดินตรงปรี่ไปหาเจ้านายที่ยืนอยู่ข้างเวทีทันที“เจ้านายคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”“เกิดอะไรขึ้น” อเล็สซานโดรรีบถาม “อย่าบอกนะว่าเครื่องเพชรฉันโดนปล้น”“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ มีทั้งตำรวจและบอดี้การ์ด ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยค่ะ เรื่องด่วนที่ว่านี้คือ คุณไอซ์ท้องเสียค่ะ คงเดินแบบไม่ได้ จีจี้คิดทางออกไว้สองทางค่ะ หนึ่ง ทางออกหานางแบบคนใหม่ หรือให้นางแบบคนใดคนหนึ่งสวมสร้อยเพชรชุดนั้นแทนค่ะ จีจี้ตัดสินใจไม่ได้ เจ้านายต้องตัดสินใจค่ะ”แม้ว่าอเล็สซานโดรจะตกใจ แต่เขาก็มีสตินึกคิดหาหนทางแก้ไข ชั่วขณะนั้นเขานึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาทันใด“นารา” เจ้าของงานเอ่ยชื่อสตรีที่ตั้งใจแต่แรกว่าจะให้สวมสร้อยเพชรเลอค่า ทิพย์ธาราได้ยินก็ยิ้มออกมา “ไปหานารากัน”เป็นความโชคดีที่อันโตรเนียลเล่กับนาราลักษณ์ยืนอยู่ไม่ไกลจากอเล็ศซานโดรมานัก พอถึงตั
ภรรยาไร้ใจ Chapter 13“ดูสิ อันโตรยิ้มไม่หุบเลย ดีใจล่ะสิที่นาราชม” ทิพย์ธาราแซวหลานชาย“ดีใจสิครับ มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยครับ” อันโตรเนียลเล่ตอบตามตรง “ผมขอตัวไปหาป๊ะป๋ากับคุณแม่ก่อนนะครับ”สองสามีพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปหามารูแอลกับลินดาที่ยืนคุยอยู่กับญาติอีกสองสามคน คนเป็นพ่อยิ้มเมื่อเห็นลูกชายกับนาราลักษณ์ที่เรียกไม่เต็มปากว่าลูกสะใภ้เพราะทั้งคู่ยังไม่แต่งงานกัน แต่จะเรียกว่าผู้หญิงของลูกชายก็ไม่ได้อีก เรียกไปลูกชายตัวดีก็พานโกรธ ครั้นจะเรียกว่าคนรักก็ดูไม่เหมาะเพราะอันโตรเนียลเล่มีความรักให้นาราลักษณ์ฝ่ายเดียว เป็นการตั้งสถานะที่ลำบากยิ่งนักทว่าสำหรับลินดา ภรรยาของเขาไม่ได้ลำบากใจในเรื่องนี้ นางบอกกับใครๆ ว่านาราลักษณ์คือนางบำเรอของลูกชาย แน่นอนว่าสายตาของลินดา มองนาราลักษณ์อย่างไม่ชอบใจนัก และนี่เป็นเหตุผลที่นางขอร้องอเล็สซานโดรให้เลือกไอรดาขึ้นเดินบนเวที นางไม่ต้องการให้นาราลักษณ์โดดเด่น“ไงตัวแสบ ถ้าไม่มางานนี้ด้วยกัน ป๊ะป๋าคงไม่เห็นหน้าแก”มารูแอลเย้าลูกชาย นาราลักษณ์ยกมือไหว้บิดามารดาของอันโตรเนียลเล่ตามมารยาท มารูแอลยิ้มตอบกลับ ทว่าลินดาหน้าบึ้งและเมินใส่ นาราล
ภรรยาไร้ใจ Chapter 12 เป็นความคิดถึงที่ไม่หมดไปจากความรู้สึกนาราลักษณ์ นับวันจะยิ่งมากขึ้น เธออยากเห็นหน้า อยากพูดคุย อยากถามสารทุกข์สุกดิบพีระพล ทว่าก็เป็นเพียงแค่ความคิด เธอไม่อาจทำตามใจตัวเองได้ หญิงสาวหยิบสร้อยมาสวมใส่ลำคอ มือเล็กลูบเบาๆ ตรงจี้รูปหัวใจ คิดถึงคนให้จับใจ หลังจากแต่งตัวเสร็จอันโตรเนียลเล่เดินลงมาชั้นล่าง เขายิ้มบางเมื่อเห็นนาราลักษณ์นั่งรออยู่บนโซฟา เธอหันมองร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาใกล้ สายตายังคงเช่นเดิม ว่างเปล่าไร้ความรู้สึก สร้อยคอที่นาราลักษณ์สวมใส่ ทำให้รอยยิ้มเขาหุบลงทันใด อันโตรเนียลเล่ขยับสายตามองหญิงสาวที่รักสุดหัวใจ นัยน์ตาเขาดูเศร้าเสียใจมีความน้อยใจปะปน เธอไม่สวมสร้อยเพชรที่เตรียมไว้ให้ แต่กลับสวมสร้อยที่อดีตคนรักเธอซื้อให้ ไม่เจ็บปวดได้อย่างไร ราวกับมีมีดกรีดหัวใจอย่างไรอย่างนั้น นาราลักษณ์ไม่เคยลืมพีระพล ความรักที่มีต่อพีระพลฝังรากลึก เขาไม่อาจโค่นต้นไม้แห่งรักนั้นลงได้ โอ้...หัวใจเหมือนถูกบีบ บีบจนแหลกลาน เจ็บปวดเหลือเกิน แต่เขาก็ทน...เพราะรักเธอ ไม่มีคำพูดใดเอ่ยจากปากใคร ทั
ภรรยาไร้ใจ Chapter 11“เธอเรียกว่าการทำอย่างนี้คือรักงั้นเหรอ ใช้อิทธิพลบังคับให้ฉันมาอยู่ด้วย นี่หรือความรักใช่ไหม แต่สำหรับฉันไม่ใช่ มันคือการอยากได้ อยากเอาชนะมากกว่า” เธอรู้ดีว่าอันโตรเนียลเล่รู้สึกเช่นไรกับตน เพราะนอกจากคำบอกรักที่มักบอกตนเสมอ การกระทำก็เป็นอีกเรื่องที่อันโตรเนียลเล่ทำมาตลอดหนึ่งปี อีกทั้งบิดามารดา เครือญาติและเพื่อนของเขายังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าอันโตรเนียลเล่ไม่รักตน คงไม่พามาอยู่บ้านหลังนี้และใช้ชีวิตเยี่ยงสามีภรรยา ซึ่งคำพูดตรงกับทีน่าเมื่อครู่ “เธอเป็นลูกน้องเขา ก็ต้องเข้าข้างกันเป็นเรื่องธรรมดา”“ฉันไม่ได้พูดเข้าข้าง ฉันพูดตามจริงที่เห็นค่ะ แล้วเชื่อว่าคุณก็คงเห็นเช่นกัน แต่ทำเป็นมองไม่เห็น ไม่ใส่ใจเพราะหัวใจคุณไม่มีคุณอันโตร” ทีน่าพูดเหมือนรู้ว่า หัวใจนาราลักษณ์มีใครอยู่ คนที่บอกเรื่องนี้ให้ทีน่ารู้คือ แอนดี้ลูกน้องคนสนิทของอันโตรเนียลเล่ “คนบางคนรู้ทั้งรู้ว่าคนที่ตัวเองอยู่ด้วยไม่รัก แต่ก็ยอมเจ็บเพื่อให้อีกคนอยู่ เพราะอะไรถ้าไม่ใช่เพราะรัก ทรมานใจมากขึ้นเมื่อคนที่ตัวเองรักมีอีกคนในใจ คนที่แค่อยากได้ อยากเอาชนะต้องทนยอมเจ็บปวดใจมากขนาดนี้เลยหรือคะ แถม







![เมียแต่ง [PWP] + [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)