โอบรักด้วยหัวใจ

โอบรักด้วยหัวใจ

last updateLast Updated : 2026-05-15
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
61Chapters
514views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เพราะความรักไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว และบางครั้ง... การเริ่มต้นใหม่ก็อาจหมายถึงการโอบกอดหัวใจดวงเดิมในพื้นที่ที่กว้างกว่าเดิม เมื่อปุณณวิชญ์วิศวกรหนุ่มมาดเข้มต้องมาปะทะคารมกับ กัลยณัฏฐ์ครูสาวร่างเล็กที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กมัธยมจอมรั้น เพียงเพราะลูกโลกจำลองใบเดียว! จาก "ลุง" จอมกวนในสายตาเธอ สู่ "ชายหนุ่ม" ผู้เข้ามาสั่นคลอนกำแพงหัวใจที่เธอสร้างไว้เพื่อปิดกั้นอดีตอันแสนเจ็บปวด ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายริมคลองอัมพวาและเสน่ห์ของโอบรักโฮมสเตย์ความผูกพันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นผ่านความใกล้ชิดและการเรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน เขาจะพิสูจน์ให้เธอเห็นได้อย่างไรว่าความรักครั้งนี้จะไม่ใช่การหลอกลวงเหมือนที่ผ่านมา และเธอจะกล้าเปิดใจรับ "รักครั้งใหม่" ที่จะเข้ามาโอบล้อมชีวิตเธอไปตลอดกาลหรือไม่? ร่วมสัมผัสเรื่องราวความรักที่อบอุ่นละมุนหัวใจ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... ไม่ว่าอดีตจะเคยบอบช้ำเพียงใด แต่ความรักที่แท้จริงจะรอคอยคุณอยู่ที่เดิมเสมอ ใน "โอบรักด้วยหัวใจ"

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 บรรยากาศเดิม ๆ

ตอนที่ 1 บรรยากาศเดิม ๆ

“หนูดี จะไปไหนแต่เช้า วันนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอครับ” เสียงตะโกนถามเมื่อเห็นเด็กสาวถือกระเป๋าใบเล็กเหมือนคนกำลังเตรียมตัวออกจากบ้านทั้งๆ ที่ยังไม่ทานอาหารเช้า

“ไปช่วยพี่โอปทำห้องค่ะน้าวิชญ์ หนูดีไปก่อนนะคะ” เจ้าตัวตอบอย่างรวดเร็วแล้วรีบวิ่งออกไปโดยไม่ได้ทานอาหารเช้า ปุณณวิชญ์ทำหน้างงๆ เพราะเขาเองพึ่งจะกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ไม่กี่วัน

ปุณณวิชญ์หรือน้าวิชญ์ของเด็กสาวนั้นพึ่งกลับมาอยู่ที่บ้านได้ไม่กี่วัน เพราะส่วนใหญ่จำใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ชายหนุ่มเข้าไปเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นก็เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยและหลังเรียนจบก็ทำงานที่นั่นมาตลอดจนถึงตอนนี้

เขาไม่ได้กลับมาอยู่กับพี่สาวคนเดียวที่เปรียบเสมือนทั้งแม่และพี่สาวนานแล้ว มารดาของปุณณวิชญ์นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเรียนอยู่ ปี 2 ก็มีแต่พี่สาวของเขาที่คอยช่วยเหลือส่งเสียให้ชายหนุ่มได้เรียนจบโดยไม่ลำบากนัก

เมษาพี่สาวของเขานั้นมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อพิจิกาหรือที่เขาเรียกว่าหนูดี พี่สาวของเขานั้นเป็นครูสอนภาษาไทยอยู่ที่โรงเรียนตัวอำเภอเมืองสมุทรสาคร ขับรถไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงโรงเรียน บ้านหลังที่เขามาอาศัยอยู่นี้ก็เป็นบ้านเดิมของบิดามารดาซึ่งเขาและพี่สาวอาศัยมาตั้งแต่เด็กๆ บ้านไม่ใต้ถุนสูง ด้านบนมีหน้าต่างเปิดรับลมรอบด้านทำให้อากาศไม่ร้อนเท่าไหร่ ข้างบ้านก็เป็นสวนผลไม้มีทั้งส้มโอ มะม่วง ชมพู่ ลิ้นจี่และเป็นที่มาของรายได้เสริมของครอบครัว

“หนูดีเค้าไปช่วยงานที่โอบรักโฮมสเตย์น่ะวิชญ์” เมษาเดินออกมาพร้อมกับชามเซรามิกใส่ข้าวต้มกุ้งกลิ่นหอม เมื่อเธอเห็นสีหน้าของน้องชายแล้วเมษาก็รีบอธิบายให้ฟัง

“โอบรักโฮมสเตย์ เป็นโฮมสเตย์ติดคลองอัมพวา เดี๋ยวนี้คนนิยมมาดูหิ่งห้อยกันที่นี่เยอะๆ ชาวบ้านจึงนิยมทำโฮมสเตย์กันเยอะ อย่างโอบรักโฮมสเตย์นี่ก็เป็นของครูกัลยาที่ลาออกมาทำเพราะมีบ้านติดริมคลอง เลยปรับปรุงบ้านเดิมให้มีห้องพักน่าจะสัก 10 ห้องได้ หนูดีมักจะไปช่วยทำความสะอาดห้องในวันหยุดแลกกับค่าจ้างเล็กๆ น้อยๆ ครูเธอใจดีทั้งสองคน อยากให้หนูดีมีรายได้พิเศษและยังได้ฝึกภาษาด้วย”

“ได้ฝึกภาษาด้วยเหรอครับ”

“ก็ใช่นะสิ มีชาวต่างชาติมาพักอยู่บ่อยๆ”

“มีชาวต่างชาติมาพักด้วยเหรอครับพี่ษา” เขาถามอย่างนึกสงสัยเพราะช่วงหลังมานี้เขาเองก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านที่อัมพวาบ่อยนัก และคิดว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติน่าจะพักที่โรงแรมใหญ่มากกว่า

“มีสิจ๊ะ ที่นี่เจ้าของเป็นครูสอนภาษาอังกฤษด้วยชาวต่างชาติชอบมาพักกัน ราคาที่พักก็ไม่แพง วันหยุดหนูดีก็มักจะไปขลุกอยู่ที่นู่นเป็นประจำ” เมษาอธิบายเพิ่มให้กับคนไม่ค่อยกลับบ้านฟัง

“อ๋อ” เขาพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปทานข้าวต้มต่ออย่างใจเย็น เป็นเวลาเช้าที่เขาไม่ต้องรีบร้อนออกไปทำงานเหมือนตอนที่เขาอยู่กรุงเทพฯ

เวลาบ่ายคล้อยปุณณวิชญ์เริ่มปวดเมื่อยไปทั้งตัว หลังจากที่นั่งทำงานมาตั้งแต่หลังอาหารมื้อกลางวัน เมื่อเดินออกมาจากห้องนอนที่เขาหอบเอางานเข้าไปทำก็พบว่าทั้งบ้านเงียบเชียบ เมษาน่าจะเข้าไปดูแลผลไม้ในสวนตามที่บอกเขาไว้ในตอนเที่ยง

ในทีแรกนั้นปุณณวิชญ์จะตามไปด้วย แต่เมษาบอกว่าวันนี้ไม่มีงานอะไรมากแค่จ้างคนงานมาตัดแต่งกิ่งลิ้นจี่และทำทางระบายน้ำเพิ่มเท่านั้น ชายหนุ่มเปิดทีวีดูรายการเกมโชว์คลายเหงา

“น้าวิชญ์คะ ไปเดินตลาดน้ำกันไหมคะ”  พิจิกาโผล่มาจากหน้าบันได หนูดีหรือชื่อจริงคือพิจิกาเป็นเด็กสาววัย 14 ย่าง 15 เป็นเด็กที่ร่าเริงสดใส มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ แม้เธอจะเสียพ่อไปตั้งแต่เรียนอยู่ป.3 แต่เมษาก็เลี้ยงลูกได้เป็นอย่างดี เธอเป็นทั้งพ่อและแม่จนทำให้พิจิกาไม่รู้สึกว่าขาดอะไร

“ไปสิ น้ากำลังเบื่อเลย ไม่ได้ไปเดินนานแล้วเหมือนกัน” ครั้งสุดท้ายที่ปุณณวิชญ์ไปเดินตลาดน้ำก็ตอนเรียนอยู่ชั้นปี 3 ตอนนั้นเขาพาเพื่อนๆ พักที่บ้านซึ่งนับถึงตอนนี้ก็หลายปีแล้ว

สองน้าหลานเดินออกมาจากบ้านแล้วพากันลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆ กว่าจะถึงตลาดน้ำก็พระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า เขายืนอยู่บนสะพานที่เชื่อมระหว่างสองฝั่งคลอง

เมื่อมองลงไปยังเบื้องล่างเห็นผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันขวักไขว่ ในบริเวณลำคลองมีเรือของพ่อค้าแม่ค้ามาขายอาหารและเรือบริการนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก พิจิกาเดินนำเขาไปไกลแล้ว เขารีบสาวเท้าตามไป ตลอดข้างทางมีร้านค้ามากมากทั้งขายขนม ขายของที่ระลึก ขายผลไม้สดๆ ขายอาหารทะเลที่ปิ้งจากบนเรือแล้วส่งให้ลูกค้านั่งทานริมคลอง

บรรยากาศดูคึกคักทำให้ชาวบ้านในแถบนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม เมื่อปุณณวิชญ์เดินผ่านร้านขายขนมไข่นกกระทาลูกโตน่าทาน ท้องเริ่มหิวขึ้นมาทันที

“ไข่นกกระทา 20 ครับ”แม่ค้าตักไข่นกกระทาสีเหลืองทองลูกโตใส่กระทงใบตองยื่นให้

“แถมด้วยสิพี่ใจ เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?” พิจิกาตะโกนมาจากร้านขายลูกชิ้นปิ้งอยู่ถัดไปอีก 2 ร้านในปากยังเคี้ยวลูกชิ้นปิ้งตุ้ยๆ ปุณณวิชญ์และแม่ค้ามองหน้ากันแบบงงๆ

“อย่าบอกนะคะ ว่าจำกันไม่ได้” พิจิการีบเดินมาจากร้านลูกชิ้นปิ้งแล้วรีบอธิบายก่อนทั้งสองคนจะงงไปกว่านี้

“พี่ใจจำน้าวิชญ์ไม่ได้จริงๆ เหรอคะ” คนถูกถามยังมองหน้าชายหนุ่มแล้วคิ้วขมวด

“อย่าบอกนะว่านี่ปุณณวิชญ์” แม่ค้าถาม

“ใช่เราปุณณวิชญ์  เธอก็ดวงใจลูกป้าจันทร์ใช่ไหม”

เมื่อต่างคนต่างจำกันได้แล้วก็คุยกันเพื่อระลึกความหลัง ปุณณวิชญ์กับดวงใจนั้นเคยเรียนด้วยตั้งแต่สมัยประถมก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปตอนเรียนมัธยม

เมื่อคุยกันได้สักพักชายหนุ่มก็ขอตัวไปเดินชมตลาดน้ำต่อและทิ้งท้ายว่าวันหลังเขาจะหาเวลาไปคุยด้วยที่บ้าน ระหว่างทางที่เดินนั้นพิจิกาก็ทักทายพ่อค้าแม่ค้าไปตลอดทางเพราะคุ้ยเคยกันเป็นอย่างดี

ตลาดน้ำอัมพวาเริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาได้หลายปีแล้ว เพราะการเดินทางสะดวกสบาย ยิ่งถ้ามีเวลาน้อยและมาจากรุงเทพฯ ก็ขับรถเพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง ตลาดจะคึกคักมากในช่วงเย็นวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนในวันธรรมดาก็จะมีแต่ร้านที่เปิดเป็นห้องแถวเปิดบ้างเป็นบางร้านเท่านั้นเพราะพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ก็มักจะมีงานประจำทำกันทั้งนั้น

พอเดินไปสักพักก็ถึงท่าเรือที่มีเรือไว้บริการนักท่องเที่ยวทั้งไหว้พระและเรือสำหรับนั่งชมหิ่งห้อย ซึ่งมีทั้งแบบเหมาลำและนั่งไปกับคนอื่น ปุณณวิชญ์และพิจิกาเดินมาถึงหัวสะพานก็พากันข้ามไปอีกฝั่ง ในมือของทั้งสองคนเต็มไปด้วยทั้งของคาวของหวาน

“หนูดีครับ น้าว่าเรากลับบ้านกันเถอะ” ปุณณวิชญ์พูดพร้อมกับชูมือที่เต็มไปด้วยถุงพลาสติกใส่ของ

“อะไรกันคะน้าวิชญ์ อย่าบอกนะคะว่าเดินแค่นี้เหนื่อยแล้ว” พิจิกาอดที่จะเอ่ยเย้าน้าชายไม่ได้

“ไม่ได้เหนื่อยครับ แต่นี่มัน 2 ทุ่มแล้ว” ปุณณวิชญ์ชี้มือไปที่นาฬิกาข้อมือ

“ยังไม่ดึกเลยนะคะน้าวิชญ์” พิจิกาแก้ตัว เพราะเวลานี้ตลาดกำลังคึกคักเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวเดินเลือกซื้อของกันอย่างสนุกสนาน ปกติแล้วเธอก็มักจะมาเดินเที่ยวที่ตลาดเป็นประจำอยู่แล้วเพียงแต่วันนี้เธอรู้สึกสนุกกว่าทุกครั้งเพราะมีคนมาเดินด้วยซึ่งแต่ก่อนเธอก็จะเดินคนเดียวเสียมากกว่า

“น้ากลัวแม่เรานั่นแหละจะห่วงเพราะเราหายออกมาจากบ้านกันตั้งแต่ 5 โมงเย็นแล้วนะ”

“อุ๊ย! หนูดีลืมไปสนิทเลยค่ะน้าวิชญ์ แม่คงกำลังรอเราทานข้าวแน่ๆ เลย” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเลยเวลาอาหารเย็นมาเกือบชั่วโมงแล้วพิจิกาก็รีบวิ่งนำหน้าปุณณวิชญ์ไปอย่างรวดเร็ว

“วันนี้ไม่มีผู้ช่วยเหรอจ๊ะปอ” กัลยาเจ้าของโอบรักโฮมสเตย์เอ่ยถามกัลยณัฏฐ์ลูกสาวคนเดียวที่กำลังปูผ้าปูที่นอนอยู่ในห้องพักที่แขกพึ่งจะเช็คเอาท์ไปเมื่อตอนสายๆ

“ถ้าแม่หมายถึงหนูดีก็มาแล้วค่ะ ปอให้ช่วยน้าณีเอาผ้าไปส่งที่ร้านค่ะ” คนตอบเอามือตบหมอนใบสุดท้ายก่อนวางไว้บนเตียงที่ปูผ้าไว้อย่างเรียบตึง ปกติแล้วโฮมสเตย์จะไม่ซักชุดเครื่องนอนเองเพราะการซักผ้าผืนใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เครื่องซักผ้าแบบที่โรงแรมใหญ่ๆ ใช้กัน และด้วยข้อจำกัดของพื้นที่กัลยาจึงเลือกที่จะส่งผ้าไปซักยังร้านรับซักรีดถือเป็นการช่วยส่งเสริมอาชีพให้คนในชุมชนมีรายได้ร่วมกันอีกด้วย

“แล้วเหลืออีกกี่ห้องล่ะลูก ให้แม่ช่วยไหม”

“เหลืออีกห้องเดียวค่ะแม่” กัลยณัฏฐ์หันมาตอบผู้เป็นมารดา

“เหนื่อยไหมลูก” กัลยาถามเพราะตอนนี้ใบหน้าของลูกสาวชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“ไม่เหนื่อยเลยค่ะแม่ แล้วนี่แม่ทำขนมเสร็จแล้วเหรอคะ”

“เรียบร้อยจ้ะลูก” กัลยามักจะทำขนมไว้ให้แขกที่มาพักทานกับกาแฟในตอนเช้า ส่วนปองพลสามีนั้นก็เป็นคนคอยดูแลเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวงานช่าง เพราะเขามีสวนผลไม้ที่ต้องดูแลอยู่ด้วยที่นี่มีลูกจ้างเป็นหญิงชื่อปราณีวัย 35 ปีเป็นคนคอยดูแลทำความสะอาดห้องพักแต่ถ้าเป็นช่วงวันหยุดก็ได้กัลยณัฏฐ์ที่ว่างจากการสอนหนังสือมาช่วยทำความสะอาดห้องและบางครั้งก็มีพิจิกามาช่วยด้วยอีกคน

เดิมทีกัลยานั้นเป็นครูแต่ก็เลือกที่จะเกษียณอายุก่อนกำหนดเพราะอยากพักและพอดีกับโฮมสเตย์เริ่มมีลูกค้ามากขึ้นเธอมาจึงดูแลตรงนี้อย่างเต็มที่

โอบรักโฮมสเตย์ตั้งอยู่บริเวณริมคลองอัมพวา ด้านที่ติดคลองเปิดโล่งมีห้องโถงกว้าง เชื่อมต่อกับระเบียงที่วางโต๊ะญี่ปุ่น 5 ตัวพร้อมเบาะรองนั่งสำหรับให้แขกที่มาพักซื้ออาหารในตลาดมารับประทาน ผิดกับบ้านฝั่งตรงข้ามที่แต่มีพื้นคอนกรีตยื่นออกมาเหมือนเป็นถนนให้คนเดินผ่านได้ คนจึงนิยมมาพักที่นี่มากกว่าเพราะเวลากลางคืนจะนั่งทานอาหารชมวิว

เวลามีเรือนักท่องเที่ยวที่ไปดูหิ่งห้อยผ่านมาก็โบกมือทักทายกันตามประสานักท่องเที่ยวด้วยกัน บ้านนี้สร้างมาก่อนหลังอื่นจึงมีพื้นที่กว้างที่เป็นบริเวณบ้านจริงๆ ไม่มีคนเดินผ่านทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง เวลาแขกที่จะมาพักก็ต้องจอดรถไปตรงบริเวณลานจอดรถหน้าวัดแล้วเดินเข้ามาทางประตูผ่านห้องพักและส่วนต้อนรับก่อนที่จะทะลุมาถึงห้องโถง เวลากลางคืนก็ปิดแค่ประตูทางเข้าส่วนห้องโถงนี้ก็เปิดไว้อย่างนั้นทั้งคืนไม่ต้องกลัวโจรขโมย เพราะไม่มีของมีค่าอะไร

บางครั้งนักท่องเที่ยวก็ให้ทางโฮมสเตย์โทรศัพท์ไปนัดกับคนขับเรือชมหิ่งห้อยให้แวะมารับนักท่องเที่ยวที่นี่เลยเพราะเรือทุกลำต้องผ่านทางนี้อยู่แล้ว ถ้านัดไว้เรือก็จะรับคนมาไม่เยอะพอรวมกับแขกของที่นี่ก็เต็มเรือพอดี

การขึ้นลงเรือก็ค่อนข้างสะดวกความสูงของเรือจะพอดีกับระเบียงโฮมสเตย์ ในตอนเช้าๆ จะมีพระพายเรือบิณฑบาต กัลยาจะเตรียมอาหารแห้งไว้สำหรับแขกที่มาพัก หลังจากใส่บาตรเสร็จแขกที่มาพักก็จะซื้ออาหารที่มีเรือพายมาขายตอนเช้า มีทั้งผัดไทย ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ให้เลือกทานกันได้ตามสะดวกก่อนที่จะอาบน้ำแล้วออกไปเดินตลาดอีกรอบก่อนกลับ

สำหรับคนที่ไม่ชอบทานอาหารในมื้อเช้านั้นทางโฮมสเตย์ก็มีกาแฟ โอวัลตินและขนมต่างๆ เช่น คุกกี้ เค้กกล้วยหอม ขนมปังไส้กรอก ไส้หมูหยอง ขนมถ้วย ขนมชั้น ขนมตาล วุ้นแฟนซีสำหรับเด็กๆ หมุนเวียนกันไปซึ่งกัลยาทำเองบ้างซื้อจากชาวบ้านบ้างเตรียมไว้ให้ทานกันได้ตลอดเวลา

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง เป็นห้องพักแบบที่มีห้องปรับอากาศทั้งหมดซึ่งพึ่งจะเพิ่มเข้ามาไม่กี่ปีมานี้เพราะอากาศเริ่มจะร้อนมากขึ้นทุกปี 5 ห้องพักอยู่บริเวณชั้นล่าง ของบ้านเป็นห้องพักสำหรับหนุ่มสาวที่ชอบเดินทางแบบแบ็คแพ็ค ไม่มีห้องน้ำในตัวแต่ทางโฮมสเตย์จัดห้องอาบน้ำไว้ให้ 3 ห้อง ห้องสุขาอีก 3 ห้องซึ่งก็นับว่าเพียงพอนักท่องเที่ยว อีก 4 ห้องอยู่บริเวณชั้นสองของบ้านเป็นห้องพักที่มีห้องน้ำในตัวสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยจะชอบพักห้องแบบนี้มากกว่าห้องพักแบบแรกเพราะชอบความสะดวกสบายและอีก 2 ห้องที่เหลือเป็นห้องขนาดสำหรับครอบครัวเพราะมีทั้งเตียงขนาดคิงส์ไซด์และเตียงสำหรับเด็กมีห้องน้ำในตัวเหมาะกับการพาลูกๆ มาเที่ยวพักผ่อนเป็นอย่างมาก

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
61 Chapters
ตอนที่ 1 บรรยากาศเดิม ๆ
ตอนที่ 1 บรรยากาศเดิม ๆ“หนูดี จะไปไหนแต่เช้า วันนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอครับ” เสียงตะโกนถามเมื่อเห็นเด็กสาวถือกระเป๋าใบเล็กเหมือนคนกำลังเตรียมตัวออกจากบ้านทั้งๆ ที่ยังไม่ทานอาหารเช้า“ไปช่วยพี่โอปทำห้องค่ะน้าวิชญ์ หนูดีไปก่อนนะคะ” เจ้าตัวตอบอย่างรวดเร็วแล้วรีบวิ่งออกไปโดยไม่ได้ทานอาหารเช้า ปุณณวิชญ์ทำหน้างงๆ เพราะเขาเองพึ่งจะกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ไม่กี่วันปุณณวิชญ์หรือน้าวิชญ์ของเด็กสาวนั้นพึ่งกลับมาอยู่ที่บ้านได้ไม่กี่วัน เพราะส่วนใหญ่จำใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ชายหนุ่มเข้าไปเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นก็เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยและหลังเรียนจบก็ทำงานที่นั่นมาตลอดจนถึงตอนนี้เขาไม่ได้กลับมาอยู่กับพี่สาวคนเดียวที่เปรียบเสมือนทั้งแม่และพี่สาวนานแล้ว มารดาของปุณณวิชญ์นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเรียนอยู่ ปี 2 ก็มีแต่พี่สาวของเขาที่คอยช่วยเหลือส่งเสียให้ชายหนุ่มได้เรียนจบโดยไม่ลำบากนักเมษาพี่สาวของเขานั้นมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อพิจิกาหรือที่เขาเรียกว่าหนูดี พี่สาวของเขานั้นเป็นครูสอนภาษาไทยอยู่ที่โรงเรียนตัวอำเภอเมืองสมุทรสาคร ขับรถไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงโรงเรียน บ้านหลังที่เขาม
Read more
ตอนที่ 2 ฉันไม่ใช่เด็ก
“วันนี้ตอนบ่ายปอขอเข้าไปในตัวเมืองหน่อยนะคะแม่ ปอว่าจะไปซื้อพวกของใช้และจะเลยไปหาซื้อของขวัญวันเกิดให้หนูดีหน่อยค่ะ” กัลยณัฏฐ์มักจะแทนตัวเองว่าปอเสมอ แต่ที่จริงแล้วเธอมีชื่อเล่นว่าโอปอหรือพี่โอปตามที่พิจิกาชอบเรียก“ให้พ่อขับรถให้ไหมลูก” ปองพลที่พึ่งเสร็จจากการซ่อมก๊อกน้ำบนอ่างล้างหน้าในห้องพักที่อยู่ริมสุดเดินมาร่วมวงสนทนากับสองแม่ลูกที่ตอนนี้นั่งคุยกันอยู่บริเวณห้องโถงหน้า“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ ปอจะรีบไปรีบกลับ พ่ออยู่ช่วยแม่รับแขกเถอะค่ะ บ่ายนี้จะมีแขกมาพักอีก 2 ห้อง” กัลยณัฏฐ์มักจะไปซื้อพวกของใช้ในตัวจังหวัดสมุทรสาครเพราะใกล้กว่าตัวอำเภออัมพวากัลยณัฏฐ์เลือกซื้อของใช้สำหรับโฮมสเตย์เสร็จจากนั้นก็ชำระเงินแล้วนำของทั้งหมดไปเก็บไว้ในรถ ก่อนที่จะเดินมายังร้านหนังสือที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้าง วันศุกร์หน้าก็จะถึงวันเกิดของพิจิกาแล้ว เด็กสาวที่เธอรักเหมือนน้องสาวพิจิกาเคยเรียนกับเธอตอน ป.6 ซึ่งในตอนนั้นหญิงสาวมีโอกาสไปเป็นนักศึกษาฝึกสอนที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งที่เด็กสาวเรียนอยู่ความที่เป็นเด็กช่างพูดทำให้หญิงสาวสนิทกับเธอกว่านักเรียนคนอื่นๆ แม้จะฝึกสอนเสร็จแล้วแต่ทั้งสองยังติดต่อกันตลอดเพราะบ
Read more
ตอนที่ 3 อดีตที่ไม่น่าจดจำ
กว่ากัลยณัฏฐ์จะขับรถถึงบ้านก็เกือบ 6 โมงเย็น บ้านหลังนี้ไม่อยู่ติดคลองเหมือนหลังที่ทำเป็นโฮมสเตย์ แต่เป็นบ้านที่เธอเอาไว้นอนในวันธรรมดาเพราะสะดวกในการขับรถออกไปทำงานเนื่องจากมีถนนเล็กๆ ทำให้สามารถเอารถเข้าไปได้ถึงตัวบ้าน หญิงสาวเรียนจบคณะคุรุศาสตร์เอกวิชาภาษาอังกฤษ เพราะอยากเป็นครูเหมือนมารดา แต่ตอนนี้ยังไม่ได้บรรจุเขาเป็นข้าราชการอย่างที่หวังไว้ ปีที่แล้วหญิงสาวอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อเตรียมตัวสอบแต่พอถึงวันสอบเธอเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องนอนโรงพยาบาลอยู่หลายวัน หญิงสาวเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ยังโชคดีที่โรงเรียนเอกชนในตัวจังหวัด เปิดรับสมัครครูอัตราจ้างเธอไปสมัครและทางโรงเรียนก็ตอบรับให้เธอไปเป็นครูที่นั่นโดยมีสัญญาจ้างปีต่อปี เมื่อเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้วหญิงสาวแล้วก็เดินไปยังโฮมสเตย์ที่อยู่ถัดไปอีกไม่ไกลมากนัก“ซื้อของเพลินเลยล่ะสิลูก” ปองพลเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวเดินมาถึงห้องโถงที่เปิดโล่งเปรียบเสมือนห้องรับแขกและมีแขกนั่งทานอาหารอยู่ 3 โต๊ะ“ก็นิดหน่อยค่ะพ่อ พ่อกับแม่หิวหรือยังคะ” คนมาช้าถามอย่างรู้สึกผิดเพราะเลยเวลาอาหารเย็นมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว“ยังไม่หิวจ๊ะลูก ว่าแต่ปอได้ของครบไห
Read more
ตอนที่ 4 แฟนเก่า....อยากเป็นแฟนใหม่ 1
บ่ายวันอังคารที่แสนเงียบเหงา พิจิกาไปเรียนส่วนเมษานั้นก็ไปสอนหนังสือปุณณวิชญ์ต้องอยู่บ้านคนเดียวเขาเริ่มชินกับความเงียบในตอนกลางวันแล้วหลังจากที่มาอยู่ที่นี่ได้เกือบสัปดาห์แต่มันเป็นความเงียบสงบที่เขาเองนึกชอบอยู่ในใจพอตกเย็นความเงียบเหงาก็ถูกแทนที่ด้วยด้วยเสียงหัวเราะ และความอบอุ่นเมื่อได้ทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับพี่สาวและหลานสาว ชายหนุ่มกำลังชั่งใจอยู่ว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ตลอดดีหรือไม่ และเขาจะเข้าไปบริษัทแค่สัปดาห์ละ 3 วันก็น่าจะพอแล้วปุณณวิชญ์กำลังนอนอ่านหนังสือที่พึ่งซื้อมาเมื่อวันก่อนอยู่บนเปลไม้ไผ่บริเวณใต้ต้นไม้ข้างๆ บ้านลมพัดเย็นสบายทำให้เขาเริ่มจะไปเฝ้าพระอินท์เต็มทีครืด....ครืด .... เสียงโทรศัพท์ที่เขาวางไว้บนเก้าอี้ไม้ข้างๆ เปลดังขึ้น ปุณณวิชญ์รีบคว้าขึ้นมาก่อนที่มันจะสั่นจนล่วงลงไปยังเบื้องล่าง“อะไรนะครับคุณดา” เขาตะคอกเสียงไปตามสายทันทีที่ฟังเรื่องจากต้นสายจบ มันจะเป็นไปได้ยังไงกันที่ทั้งบริษัทจะไม่มีหุ้นส่วนคนไหนอยู่เลยเพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน คุณดารณีเลขาฯ ของเขาโทร.มาแจ้งว่ามีลูกค้าเข้ามาโวยวายที่บริษัทและต้องการพบผู้บริหาร เธอพยายามติดต่อคนอื่นแล้วแต่
Read more
ตอนที่ 5 แฟนเก่า....อยากเป็นแฟนใหม่ 2
หลังจากส่งหญิงสาวคนรักเก่าแล้วปุณณวิชญ์ก็ขับรถเข้ามายังที่จอดรถของคอนโดฯ ในทีแรกรปภ. จะไม่ยอมให้รถของเขาผ่านเข้าไปเพราะไม่มีสติ๊กเกอร์ของคอนโดฯ ติดอยู่ที่หน้ารถเหมือนผู้เข้าพักอาศัยคนอื่นๆ แต่เมื่อเขาลดกระจกด้านคนขับลงรปภ. ก็ให้เขาขับรถเข้าไปจอดคอนโดฯ แห่งนี้เขาพึ่งซื้อได้ไม่นานราคาก็หนักเอาการอยู่แต่เพราะเห็นว่าใกล้ที่ทำงานและการเดินสะดวกสบายก็ตกลงจ่ายโดยไม่คิดอะไรมากเพราะถือว่าเป็นการซื้อความสุขให้กับตัวเอง ภายห้องกว้างขวางตกแต่งโทนสีน้ำตาลอย่างที่เขาชอบ ห้องชุดนี้มีห้องเล็กๆ อีกห้องที่เขาจัดเตรียมไว้ เพราะคิดว่าอีกหน่อยถ้าพิจิกาเข้ามาเรียนมาในกรุงเทพฯ จะได้มาพักกับเขาที่นี่ ส่วนของห้องครัวก็มีอุปกรณ์ทำครัวครบครันแต่หนุ่มโสดอย่างเขาแทบไม่ค่อยได้ใช้เนื่องจากส่วนใหญ่จะทานอาหารมาจากข้างนอกมากกว่า มุมรับแขกมีโซฟาเบดสีเทาเข้ม เป็นมุมที่เขาโปรดปรานที่สุด ตรงข้ามมีทีวีจอกว้าง 50 นิ้ว วางอยู่ ทุกอย่างดูสะอาดสะอ้านเพราะเขาจ้างแม่บ้านที่คอนโดฯ ให้มาทำความสะอาดทุกอาทิตย์ เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ น้อยชิ้นเพราะชายหนุ่มนั้นชอบความโล่งมากกว่าภายในห้องนอนสีควันบุหรี่สลับขาวเตียงกว้างที่ตอนนี่มีร่างหนาน
Read more
ตอนที่ 6 เจอกันอีกครั้ง 1
รถสองแถวที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียนค่อยๆ จอดอย่างช้าๆ บริเวณหน้าปากซอยที่หน้าร้านขายของชำ นักเรียนต่างทยอยเดินลงมากันเรื่อยๆ ปุณณวิชญ์เคาะนิ้วกับพวงมาลัยรถอย่างร้อนใจเพราะยังไม่เห็นหลานสาวของเขาเดินลงมา จนกระทั่งรถโดยสารแล่นออกไปเขาไม่เคยมารอรับหลานสาวลงจากรถโดยสารมาก่อนเพราะบ้านอยู่ไม่ไกลจากปากซอยมากนัก แต่วันนี้เขาอยากจะคุยกับเธอเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ชายหนุ่มก็ไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไหร่นักว่าเด็กสาวจะมากับรถโดยสารคันไหน‘คงไม่ใช่คันนี้’ ชายหนุ่มคิดในใจรถโดยสารผ่านไปแล้วอีก 2 คันพิจิกาก็ยังไม่มากับรถคันไหนเลย จนท้องฟ้าเริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม พระอาทิตย์กำลังจะอำลาของฟ้าสิ้นสุดภารกิจของวันครืด...ครืด....โทรศัพท์ที่วางอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับสั่นอยู่นานก็ไม่ทำให้เจ้าของหันมาสนใจเลยสักนิดเพราะขณะนี้เขากำลังร้อนใจที่หลานสาวยังไม่กลับบ้านทั้งๆ ที่เริ่มจะมืดแล้ว โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดก็ยังคงสั่นไม่หยุดจนชายหนุ่มต้องเบนสายตามามองเพราะความรำคาญหนูดี คือชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอขนาด 5.8 นิ้วของ ไวเท่าความคิดชายหนุ่มรีบกดรับสายทันที“หนูดี อยู่ไหนทำไมยังไม่กลับบ้านครับ” เขารีบกรอกเสียงไปตา
Read more
ตอนที่ 7 เจอกันอีกครั้ง 2
บรรยากาศงานฉลองวันเกิดของพิจิกาปีนี้ค่อนข้างคึกคัก อรรถพลและไมค์ยังไม่เดินทางกลับจึงขอมาร่วมงานวันเกิดด้วย เด็กสาวเจ้าของวันเกิดมาถึงบ้านของครูกัลยาตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด เธอมาช่วยหญิงสูงวัยเตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็น มีทั้งกุ้งแม่น้ำและหมึกตัวโตที่เตรียมไว้สำหรับย่าง หอยแมลงภู่อบใบโหรพา หอยแครงลวก กุ้งอบวุ้นเส้น ปูผัดผงกะหรี่ ต้มยำทะเลรวมรสแซ่บ ไข่เจียวปู และแกงจืดเต้าหู้หมูสับสาหร่ายสำหรับไมค์ที่ไม่ค่อยจะชอบอาหารรสจัดมากนัก“แม่จะมาทานข้าวด้วยไหมหนูดี” กัลยาชวนหนูดีคุยระหว่างเด็ดขั้วพริกขี้หนูสำหรับทำน้ำจิ้ม“มาค่ะครู น่าจะอีกสักพักค่ะ หนูดีชวนน้าชายมาด้วย ครูจะว่าอะไรไหมคะ” เธอชวนน้าชายไปแล้วโดยที่ยังไม่ได้ถามเจ้าของบ้าน เพราะรู้ดีว่าคำตอบคงเป็นอย่างที่เธอคิด“ได้สิลูก ดีเสียอีกจะได้ทำความรู้มากับโอปอด้วย ครูเคยเห็นน้าของเรามาตั้งแต่เด็ก นี่ก็ไม่ได้เจอกันนานแล้ว”“ค่ะ น้าวิชญ์ไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่ เพราะทำงานที่กรุงเทพฯ”“คนสมัยใหม่ก็อย่างนี้แหละหนูดี ส่วนใหญ่พอแยกไปมีครอบครัวแล้วก็จะไม่ค่อยได้กลับบ้านกันนัก เพราะในเมืองใหญ่มีความสะดวกสบายเยอะกว่าบ้านนอกอย่างเรา”“น้าวิชญ์ยังโสดค่ะค
Read more
ตอนที่ 8 เจอกันอีกครั้ง 3
บรรยากาศการรับประทานอาหารเป็นไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ไมค์กับอรรถพลผลัดกันเล่าเรื่องการผจญภัยที่ทั้งสองไปตามสถานที่ต่างๆ อย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาเป่าเค้ก ดูแล้วเด็กสาวเจ้าของวันเกิดจะมีความสุขเป็นอย่างมาก หลังจากผลัดกันอวยพรกับครบทุกคนพิจิกาก็ตัดเค้กแจกจ่ายจนครบทุกคนและไม่ลืมส่วนของปองพลและปราณีที่ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าอยู่ที่โอบรักโฮมเสตย์“หนูดีเอาเค้กไปให้ลุงพลกับน้าณีก่อนนะคะ” เด็กสาวถือจานเค้กทำทีจะเดินออกไปจากรั้วบ้าน“รอด้วยครับหนูดี” อรรถพลรีบวิ่งตาม“ผมจะกลับไปเอาของที่โฮมสเตย์พอดี มาผมช่วยถือ” อรรถพลขันอาสา“น้าไปเป็นเพื่อน” คนหวงหลานสาวรีบเดินตาม“ไม่ต้องหรอกคุณ ใกล้แค่นี้เอง เดี่ยวคุณพลก็พากลับมาเองแหละ”“ผมเป็นห่วงหนูดีนี่ไปกับผู้ชายตามลำพังอย่างนั้น” ปุณณวิชญ์อดเป็นห่วงไม่ได้แม้กัลยณัฏฐ์จะบอกว่าใกล้แค่นี้แต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้ว่ามันใกล้แค่ไหนเพราะเขายังไม่เคยไปที่โอบรักโฮมสเตย์เลยสักครั้ง“อย่าห่วงไปเลยนะคะ คุณพลเค้ามีแฟนอยู่แล้วคงไม่ทำอะไรหนุดีหรอกค่ะ นั่นไงคะแฟนเค้า” เธอชี้ไปที่ชายหนุ่มผมทองที่กำลังนั่งคับกับมาราดของเธอให้ชายหนุ่มได้หายสงสัย“แฟน?” เขาไม่ได้
Read more
ตอนที่ 9 ที่ปรึกษาเฉพาะกิจ 1
เวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมงพิจิกาและกัลยณัฏฐ์ก็ช่วยกันเก็บกวาดบริเวณหน้าบ้านและล้างจานชามเก็บเข้าที่ พิจิกาขอตัวไปช่วยงานที่โอบรักโฮมสเตย์ต่อส่วนเจ้าของบ้านนั้นยังต้องตรวจการบ้านต่ออีกสักพัก“ไปก่อนเลยหนูดี พี่ตรวจการบ้านเสร็จแล้วจะตามไป”“ค่ะพี่โอป แล้วพี่โอปให้หนูดีเอาข้าวกลางวันมาให้ไหมคะ” คนตัวเล็กถามอย่างห่วงใยเพราะช่วยกันทำงานจนเวลาเกือบจะถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว“ไม่เป็นไรจ้ะ หนูดีทานไปก่อนเลยและบอกพ่อกับแม่พี่ด้วยว่าไม่ต้องรอทานข้าวเที่ยงเดี๋ยวพี่หาอะไรรองท้องนิดหน่อยก็พอ”“ค่ะพี่โอป” พิจิการับคำแล้วเดินตามทางเล็กๆ เพื่อไปยังโฮมสเตย์กัลยณัฏฐ์ตรวจการบ้านได้เพียง 4 เล่ม ท้องก็เริ่มประท้วงเพราะเมื่อเช้าเธอทานข้าวต้มไปไม่ถึงครึ่งชาม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในห้องครัวที่เก็บไว้มานานจึงถูกนำออกมาเปิดฝารอเตรียมพร้อม ขณะที่หญิงสาวเสียบปลั๊กกระติกน้ำร้อนและกำลังเดินกลับมาตรวจการบ้านต่อ โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูก็เป็นข้อความจากน้าชายของพิจิกาปุณณวิชญ์ : คุณหญิงสาวมองหน้าจอโทรศัพท์รอว่าจะมีข้อความอะไรต่อมาอีกไหม ผ่านไป 5 นาทีทุกอย่างก็เงียบ ‘สงสัยส่งผิด’ เ
Read more
ตอนที่ 10 ที่ปรึกษาเฉพาะกิจ 2
“เสียงใครกันนะกำลังนินทาแม่” เมษาเดินถือถาดเปลือกส้มโอเชื่อมเข้ามาพอดี“ไม่ได้นินทานะคะ แค่เล่าให้น้าวิชญ์ฟังเฉยๆ” เด็กสาวรีบเดินไปกอดแขนมารดาแล้วยิ้มอย่างประจบ“ถืออะไรมาครับพี่”“เปลือกส้มโอเชื่อมจ๊ะ ลองชิมดูไหม ครั้งนี้รสชาติลงตัวที่สุดแล้ว พี่ว่าจะแพคใส่ถุงแล้วไปฝากขายที่ร้านครูกัลยา”พอพี่สาวพูดถึงชื่อครูกัลยาเขาก็นึกได้ว่าซื้อขนมมาฝากลูกสาวครูกัลยาด้วย“หนูดี น้าวิชญ์ซื้อขนมปังนมสดมาฝากด้วยนะ น้าไม่รู้ว่าจะชอบทานหรือเปล่าเลยซื้อมาหลายกล่อง”“ชอบค่ะ ร้านนี้เพื่อนหนูดีบอกว่าอร่อย แต่ต้องต่อแถวยาวมาก นี่น้าวิชญ์ไปยืนต่อแถวมาเหรอคะ”ชายหนุ่มพยักหน้า“น้าวิชญ์นี่ใจที่สุดเลยค่ะ ใครได้เป็นแฟนนะโชคดีเป็นบ้า” หนูดีแกะกล่องขนมเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย“ถึงกับเป็นบ้า คงไม่มีใครอยากเป็นแฟนน้าแน่” เขาอดที่จะหัวเราะกับคำเปรียบเปรยของหลานสาวไม่ได้“แล้วนี่ซื้อมาเยอะเลย จะทานกันหมดไหม อ้วนกันพอดี” เมษามองกล่องขนมที่ยังวางอยู่อีกหลายกล่อง“เอาไปแบ่งให้พี่โอปสิลูก”“ค่ะแม่ หนูดีก็ว่าจะขอแบ่งไปให้พี่โอปอยู่พอดี เพราะเราคงทานกันไม่หมด น้าวิชญ์จะว่าไหมคะ” เธอหันมาถามคนซื้อ“ได้สิ เมื่อวานบ้านนั้นก็มีน้ำ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status