Masukเพราะความรักไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว และบางครั้ง... การเริ่มต้นใหม่ก็อาจหมายถึงการโอบกอดหัวใจดวงเดิมในพื้นที่ที่กว้างกว่าเดิม เมื่อปุณณวิชญ์วิศวกรหนุ่มมาดเข้มต้องมาปะทะคารมกับ กัลยณัฏฐ์ครูสาวร่างเล็กที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กมัธยมจอมรั้น เพียงเพราะลูกโลกจำลองใบเดียว! จาก "ลุง" จอมกวนในสายตาเธอ สู่ "ชายหนุ่ม" ผู้เข้ามาสั่นคลอนกำแพงหัวใจที่เธอสร้างไว้เพื่อปิดกั้นอดีตอันแสนเจ็บปวด ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายริมคลองอัมพวาและเสน่ห์ของโอบรักโฮมสเตย์ความผูกพันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นผ่านความใกล้ชิดและการเรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน เขาจะพิสูจน์ให้เธอเห็นได้อย่างไรว่าความรักครั้งนี้จะไม่ใช่การหลอกลวงเหมือนที่ผ่านมา และเธอจะกล้าเปิดใจรับ "รักครั้งใหม่" ที่จะเข้ามาโอบล้อมชีวิตเธอไปตลอดกาลหรือไม่? ร่วมสัมผัสเรื่องราวความรักที่อบอุ่นละมุนหัวใจ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... ไม่ว่าอดีตจะเคยบอบช้ำเพียงใด แต่ความรักที่แท้จริงจะรอคอยคุณอยู่ที่เดิมเสมอ ใน "โอบรักด้วยหัวใจ"
Lihat lebih banyakกัลยณัฏฐ์เงียบหายไปตั้งแต่เช้าวันจันทร์ เขารีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาส่งเธอและอยากเจอเพื่อนของเธอด้วยแต่พอมาถึงน้ากัลยาก็บอกว่าเพื่อนเธอมารับไปตั้งแต่เช้าปุณณวิชญ์ทำงานอยู่ที่บ้านตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาแวะไปคุยกับมารดาของแฟนสาวทุกวัน เพราะกลัวเธอจะเหงา“เหงามากไหม” กัลยาถามชายหนุ่มที่นั่งมองเรือสัญจรไปมาอยู่หน้าระเบียง ชายหนุ่มพึ่งจะรดน้ำต้นไม่เสร็จ ยิ่งมองต้นพิทูเนียในกระถางเขาก็ยิ่งคิดถึงเจ้าของ“ครับน้า ปอไม่ติดต่อมาเลย” ใบหน้าเศร้าสร้อยของชายหนุ่มทำให้เธอยิ้มดีใจที่ลูกสาวได้พบเจอคนดีๆ อย่างเขา ระหว่างที่กัลยณัฏฐ์ไม่อยู่ชายหนุ่มจะแวะมาเธอทุกวัน บางวันก็มาทานอาหารเย็นด้วยอย่างวันนี้เขาก็มานั่งเล่นที่โอบรักโฮมเสตย์ตั้งแต่เช้า“เดี๋ยววันศุกร์ก็คงได้เจอกัน น้าเองก็ไม่เคยห่างกันนานแบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องอดทน” “ครับ” เขาตอบแบบหงอยๆ แล้วนั่งอยู่ที่เดิมจนพระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า ท้องน้ำเบื้องหน้ากลายเป็นสีส้ม ก่อนจะค่อยๆ หายไปกับความมืดยามค่ำคืนเช้าวันศุกร์ปุณณวิชญ์ตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้แล้วที่กัลยณัฏฐ์จะกลับมา เขานั่งทำงานอย่างกระสับกระส่ายรอเวลาที่เธอจะโทรหา จนเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว ชา
กว่าสัปดาห์ที่ปุณณวิชญ์นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กัลยณัฏฐ์เฝ้าดูแลไม่ห่าง และระหว่างนี้เธอก็ได้มีโอกาสช่วยเขาจัดการกับไฟล์เอกสารต่างๆ ที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบ เธออาศัยช่วงที่เขาทานยาแล้วนอนพักในตอนบ่าย จัดเรียงข้อมูลที่อยู่ในโน้ตบุ๊กของเขา ชายหนุ่มดูจะพอใจเป็นย่างมากเพราะช่วยให้เขาทำงานได้เร็วขึ้น และการที่ไม่ต้องอยู่เฉยๆ ทำให้เธอจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็วคงเพราะมีเขาอยู่ใกล้ๆ กลางคืนเธอก็นอนเป็นเพื่อนเขาทุกคืน และจะกลับไปบ้านบ้างในตอนเย็นที่พี่สาวของเขามาเยี่ยมโดยมีพิจิกานั่งรถไปด้วยทุกครั้ง เพราะชายหนุ่มยังไม่ยอมให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียว วันนี้เขาได้รับอนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้เพราะแผลหายดีแล้ว โดยเธอเป็นคนพาขากลับมาที่บ้าน“คืนนี้พี่นอนไม่หลับแน่เลย” ปุณณวิชญ์พูดในระหว่างที่เธอกำลังช่วยเขาจัดโต๊ะทำงาน “ไม่ได้แปลกที่เสียหน่อยจะนอนไม่หลับได้ยังไงคะ”“ก็คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวนี่ครับ คงเหงาน่าดูเลย”“ให้หนูดีมานอนด้วยไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้เรียกใช้ได้”“ไม่เอาหรอก ใครมานอนด้วยก็ไม่เหมือนมีปอมานอนด้วย”“พี่วิชญ์พูดแบบนี้ ถ้าเกิดคนอื่นมาได้ยินปอเสียหายแย่เลยนะคะ” กัลยณัฏฐ์ต่อว่า
มุกไหมนั่งมองตัวเองในกระจกภายในห้องนอนของบ้านไม้สักหนังใหญ่ ตั้งแต่เธอมาอยู่กับพ่อเลี้ยงมงคล หญิงสาวมีความสุขมาก พ่อเลี้ยงเอาใจเธอทุกอย่าง ทุกคืนเขามานอนที่ห้องของเธอและไม่เคยสนใจภรรยาของเขาอีกเลย เวลาไปงานเลี้ยงหรือไปติดต่อธุรกิจต่างๆ เขาก็จะพามุกไหมไปด้วยทุกครั้งจนใครๆ ก็ต่างก็พากันเอาอกเอาใจเธอในฐานะคนรักคนใหม่ของพ่อเลี้ยงมงคล เธอมีชีวิตหรูหราชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็เข้าร้านเสริมสวย ช้อปปิ้ง แต่งตัว พ่อเลี้ยงเองก็ไม่เคยว่าอะไรเธอเลยสักนิด แต่เขามีข้อแม้ว่าไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับเขมิกาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น “พ่อเลี้ยงไปไหนเหรอป้าชื่น” มุกไหมตื่นนอนมาตอนเกือบเที่ยงถามขึ้น “ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นรีบขับรถอออกไปหลังจากที่รับโทรศัพท์” ป้าชื่นตอบโดยไม่มองหน้าหญิงสาวเลยเพราะนางไม่พอใจที่หญิงสาวมาแย่งความรักไปจากนายหญิงของนาง มุกไหมไม่สนใจว่านางจะปฏิบัติกับเธอยังไง เพราะเธอมีแค่พ่อเลี้ยงก็พอแล้ว หญิงสาวนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ระเบียงก็เห็นว่าป้าชื่นนั่งรถคนงานออกไปจากไร่ หญิงสาวไม่สนใจเพราะคนที่คอยรับใช้เธอในบ้านหลังนี้คือชบาคนเดียว “คุณมุกคะ
พอหญิงสาวออกไปได้สักครู่ปุณณวิชญ์ก็เรียกตรีทิพย์เข้ามาถามเรื่องงานทันที“ไม่พักผ่อนก่อนเหรอคะพี่ เรื่องงานเอาไว้ทีหลังก็ได้งานไม่ได้หนักหนาอะไร”“พี่อยากรีบตรวจเอกสารให้เสร็จระหว่างที่นอนอยู่ที่นี่ เพราะถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่คงต้องคอยรับส่งปอพี่ไม่กล้าไว้ใจให้อยู่ที่โรงเรียนคนเดียวอีกแล้ว”“ก็ดีนะคะ แต่ทำไมน้องปอถึงโชคร้ายอย่างนี้ก็ไม่รู้ ครั้งก่อนก็คุณมุกใหม่ครั้งนี้ก็อยากจะมาเจอคนใกล้ตัวจับไปอีก”“นั่นแหละสิพี่ใจหายหมดเลยตั้งแต่รู้เรื่อง นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องจะจบลงจริงๆ หรือเปล่าเพราะคดีเก่าก็ยังจับตัวมุกไหมไม่ได้เลย”“นั่นสิค่ะ ตรีให้เครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทยน้องไว้แล้ว ช่วงไหนน้องปอว่าตรีว่างจะชวนไปเรียนศิลปะป้องกันตัวสักหน่อย ตรีเองก็อยากเรียนอยู่ด้วย”“ก็ดีเหมือนกันนะ ตรีลองไปหาที่เรียนดู เรื่องค่าใช้จ่ายพี่จะจัดการทั้งสองคนเลย”“ใจดีที่สุดเลยนะคะ ชวนหนูดีไปด้วยอีกคนดีไหมคะ”“ดีเลย พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้บ้าง” เขาเอ่ยจากใจจริง“แล้วตอนนี้พี่เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า”“ก็ยังเจ็บแผลอยู่ ขยับตัวมากไม่ค่อยได้”“อย่างนั้นก็นอนเล่นอยู่บนเตียงส
ปุณณวิชญ์ตื่นนอนแต่เช้าแม้จะนอนดึกแต่ก็รู้สึกสดชื่นกว่าทุกๆ วัน พอออกมาจากห้องพักก็เห็นแขกผู้เข้าพักท่านอื่นกำลังใส่บาตรกันอยู่ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง“ใส่บาตรไหมคะ” เสียงหวานดังไล่หลังเขามา“ผมไม่ได้เตรียมของมาเลย” เขาหันไปยังเจ้าของเสียง ใบหน้าสวยหวานนั้นดูสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก“นี่ค่ะ แม่
ปุณณวิชญ์ขับรถมายังร้านอาหารที่เธอบอกให้มารับ ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีทั้งนั่งรับประทานเป็นโต๊ะ หรือถ้าเป็นหมู่คณะก็มีห้องแยกเป็นส่วนตัว ชายหนุ่มดูป้ายหน้าร้านเมื่อทราบว่าเธอและเพื่อนครูอยู่ห้องไหนเขาก็เลือกนั่งบริเวณที่เห็นประตูทางออก ชายหนุ่มสั่งอาหารทานเล่นมาสามอย่างกับน้ำมะพร้าวปั่นอีกหนึ่งแก้
ชายหนุ่มมาที่บ้านของตัวเองตั้งแต่เช้าเพื่อเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้สิงหนาทเพราะวันนี้เขาจะไม่เข้ามาอีกแล้ว จากนั้นก็จัดของในรถที่กระจัดกระจายให้เข้าที่เพียงไม่นานหญิงสาวตัวเล็กก็เดินเข้ามา วันนี้เธอสวมกางเกงพละและเสื้อสีฟ้าคอปก ที่มีตราประจำโรงเรียนอยู่ที่กระเป๋าบนอกเสื้อด้านซ้าย ผมที่สั้นตอนนี้เริ่มยาวข
ปุณณวิชญ์ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดคุยกับอาธร เมื่อขับผ่านมาถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นขบวนพาเหรดกีฬาสี มีนักเรียนบางส่วนเดินเข้าไปในรั้วโรงเรียนบ้างแล้ว ด้านหน้ารถติดยาวหลายร้อยเมตรชายหนุ่มจอดรถแล้วนั่งรอให้ขบวนผ่านไปช้าๆ สีสุดท้ายที่กำลังจะถึงรั้วโรงเรียนเป็นขบวนของนักกีฬาสีฟ้า นั





