Share

สายพิณขาด กระจกรักร้าว
สายพิณขาด กระจกรักร้าว
Author: ปู๋ชั่ว

บทที่ 1

Author: ปู๋ชั่ว
ข้าใช้เวลาสิบปี เคียงข้างลู่สิงโจวมาตั้งแต่วันที่เขาเป็นองค์ชายผู้ตกอับ จนก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ฮ่องเต้

แต่หลังจากเขาขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่ข้าทำกลับเป็นการยื่นคำร้องขอถอนชื่อออกจากทะเบียนนางกำนัล เพื่อออกจากวังหลวง

ตามกฎของวัง นางกำนัลทั่วไปเมื่ออายุยี่สิบห้าปีก็สามารถออกจากวังได้ ปีนี้ข้าอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ล่วงเลยกำหนดมาสองปี ถึงเวลาต้องออกจากวังไปแต่งงานแล้ว

หลังจากไปลงทะเบียนที่สำนักพระคลังเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าผู้ดูแลบอกข้ากลับมารับป้ายอนุญาตอีกครึ่งเดือน จากนั้นก็จะออกจากวังได้

เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ข้าก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก

ระหว่างเดินกลับตำหนัก เพิ่งก้าวถึงหน้าประตู ก็เห็นสาวใช้และบ่าวรับใช้คุกเข่าเต็มพื้น

ทุกคนร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้มไปหมด พอเห็นข้าก็ราวกับเห็นผู้มาช่วยชีวิต

“เจ้าพี่หมิงเยว่! ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”

ข้าชะงักไปเล็กน้อย พอจะเดาได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

ข้าส่งสายตาปลอบใจทุกคน ก่อนก้มหน้าเดินเข้าไปด้านใน

ภายในห้อง หลิ่วรั่วอินเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้สาวใช้คนสนิทนวดขาให้

ข้าค้อมกายคารวะนางอย่างนอบน้อม ก่อนเอ่ยถามว่า “คุณหนูหลิ่ว ไม่ทราบว่านางกำนัลเหล่านี้ทำสิ่งใดให้ท่านไม่พอใจหรือเจ้าคะ”

เมื่อได้ยินเสียง นางก็เงยหน้าขึ้น มองข้าด้วยรอยยิ้มดูแคลน “พวกนางไม่ได้ทำอะไรหรอก ข้าแค่ไม่ชอบหน้าพวกนาง เห็นพวกนางคุกเข่าเรียงกันเต็มไปหมด ข้าก็มีความสุข”

พูดจบ นางก็ชี้ไปยังที่ว่างด้านข้าง สั่งให้สาวใช้นำกระถางถ่านมาเพิ่มอีกใบ

“เจ้ามาได้พอดี ข้าเว้นที่ไว้ให้เจ้าแล้ว”

“คุกเข่าลง คุกเข่าหนึ่งชั่วยามถึงจะลุกได้”

ถ่านในกระถางลุกแดงฉาน หากคุกเข่าลงไป เพียงไม่นานหัวเข่าคงถูกความร้อนเผาจนเลือดเนื้อแหลกเละ จะทนได้ครบหนึ่งชั่วยามได้อย่างไร

แต่ข้ารู้ดี ไม่ว่าข้าจะเต็มใจหรือไม่ ก็ไม่อาจขัดคำสั่งของนางได้

หากไม่ยอมทำ เกรงว่าจะพลอยลากนางกำนัลคนอื่นให้เดือดร้อนไปด้วย

ข้าจึงไม่พูดอะไร คุกเข่าลงเหนือกระถางถ่านอย่างเงียบงัน

ฤดูหนาวสวมเสื้อผ้าหนาอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เพียงไม่นาน หัวเข่าของข้าก็ถูกความร้อนจากถ่านแผดเผาจนเจ็บปวดแทบขาดใจ

ในวังมีบทลงโทษมากมาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าถูกลงโทษ ต่อให้เจ็บปวดเพียงใด ก็ทำได้เพียงกัดฟันทน ไม่ยอมเปล่งเสียงร้องออกมา

เมื่อเห็นข้าทั้งเจ็บปวดทั้งต้องฝืนอดทน หลิ่วรั่วอินก็อารมณ์ดีขึ้นทันที หัวเราะอย่างสะใจ

“ฝ่าบาทเสด็จ!”

เสียงแหลมยาวของขันทีดังขึ้น หลิ่วรั่วอินรีบลุกจากตั่งนุ่ม เปลี่ยนเป็นท่าทีอ่อนโยนว่าง่าย ย่อตัวคารวะผู้มาเยือน

ลู่สิงโจวรีบก้าวเข้าไปประคองนางให้ลุกขึ้น ก่อนหันมา สายตาจึงตกลงบนตัวข้าในที่สุด

เมื่อเห็นใบหน้าข้าซีดขาว เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก สีหน้าของเขาก็ชะงักแข็งไปชั่วขณะ ก่อนหันไปถามหลิ่วรั่วอินว่าเกิดอะไรขึ้น

หลิ่วรั่วอินตกใจ รีบแต่งเรื่องขึ้นมาทันที “นางกำนัลพวกนี้ทำผิด ส่วนหมิงเยว่ไม่เพียงเข้าข้างพวกนาง ยังกล้าเถียงข้า แถมสาดน้ำร้อนใส่ตัวข้าอีก”

“หม่อมฉันโมโหมาก จึงลงโทษพวกนางเพียงเล็กน้อย”

“ฝ่าบาท...จะไม่ทรงกริ้วหม่อมฉันใช่ไหมเพคะ”

ลู่สิงโจวจับมือนางไว้ด้วยความเอ็นดู เอ่ยอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกังวล ข้าเคยบอกแล้วว่า เจ้าอยากทำอะไรก็ทำได้”

หลิ่วรั่วอินแทบเคลิบเคลิ้มไปกับความตามใจนั้น จึงถามต่ออย่างไม่แน่ใจ “จริงหรือ...ทำอะไรก็ได้จริงหรือเพคะ”

เขายิ้มพลางพยักหน้า “แน่นอน วาจาฮ่องเต้ไม่มีวันล้อเล่น”

“ตราบใดที่เจ้าอยากทำ แม้แต่จะลงโทษข้าก็ยังได้ นับประสาอะไรกับบ่าวพวกนี้”

เมื่อได้ยินฮ่องเต้เอ่ยถ้อยคำเช่นนี้กับนาง ใบหน้าเล็กก็แดงจัดราวกับจะหยดเลือด ทั้งสองจับมือกันเดินเข้าไปหลังฉากบังตา ข้ามองไม่เห็นสีหน้าของทั้งคู่ได้อีก ได้ยินเพียงเสียงสนทนา

“ฝ่าบาท นี่เป็นขนมที่หม่อมฉันทำเอง ลองชิมดูสิเพคะ”

“หม่อมฉันเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะถูกพระทัยหรือไม่”

ลู่สิงโจวเป็นคนเย็นชาเสมอมา หลังขึ้นครองราชย์ยิ่งเก็บอารมณ์ไม่แสดงออก แต่เวลานี้ ข้ากลับได้ยินความสั่นไหวและความยินดีในน้ำเสียงของเขา “เจ้าทำขนมให้ข้าด้วยตนเองหรือ?”

หลิ่วรั่วอินพยักหน้าอย่างเขินอาย “ใช่เพคะ ฝ่าบาททรงดีกับหม่อมฉันเหลือเกิน หม่อมฉันไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนพระคุณ จึงทำขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เป็นการขอบพระทัย”

แสงเทียนสั่นไหว ทาบภาพของคนทั้งสองที่พิงกายกันลงบนฉากบังตา งดงามราวภาพวาดชั้นเลิศ

ข้ามองภาพนั้นไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ดวงตาก็ชื้นขึ้น

คงเป็นเพราะข้าเพิ่งตระหนักได้ว่า ชายผู้เป็นที่รักสุดหัวใจของข้า กำลังห่างไกลจากข้าออกไปทุกที

ยามยังเด็ก เขาเป็นเพียงองค์ชายที่ไร้ผู้เหลียวแล พระมารดาถูกใส่ร้ายจนสิ้นพระชนม์ เขาจึงเติบโตอยู่ในตำหนักเย็น

มารดาของข้าเคยเป็นสาวใช้คนสนิทที่รับใช้พระมารดาของเขา หลังดูแลเขาอยู่หลายปี นางก็ล้มป่วยและจากโลกนี้ไป

นับแต่นั้นมา มีเพียงเราสองคนที่พึ่งพากันและกัน

ชีวิตในตำหนักเย็นทั้งอดอยากและขาดแคลนเสื้อผ้า เพียงเพื่อแลกหมั่นโถวลูกหนึ่ง ข้าต้องรับจ้างซักผ้าให้นางกำนัล จนมือเต็มไปด้วยแผลหนาว ทุกวันนี้พอถึงฤดูหนาว แผลก็ยังกลับมากำเริบอีก

มีขันทีน้อยมารังแกเขา ข้าพุ่งเข้าใส่ราวกับสุนัขบ้า ถูกชกก็ยอม ทั้งยังกัดสะเปะสะปะไม่ยั้ง

กว่าข้าจะปกป้องเขาให้รอดชีวิตอยู่ในตำหนักเย็นได้ ก็แทบต้องแลกด้วยชีวิตครึ่งหนึ่งของตนเอง

แต่หลิ่วรั่วอิน เพียงแค่มอบเสื้อคลุมตัวหนึ่งให้เขาในวันที่เขาถูกสั่งคุกเข่า เขากลับจดจำไม่เคยลืม รักนางจนหมดหัวใจ

หลังขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่เขาทำคือรับนางเข้าวัง ทะนุถนอมราวกับหยกอันล้ำค่า

ศึกชิงตำแหน่งรัชทายาทขององค์ชายทั้งเก้า เขาเป็นผู้ชนะ ฆ่าทั้งพระบิดา พระเชษฐา พระอนุชา และสหาย จนผู้คนภายนอกต่างเล่าลือว่าลู่สิงโจวโหดเหี้ยมอำมหิต

หลิ่วรั่วอินได้ยินข่าวลือนั้นก็หวาดกลัวเขาอย่างยิ่ง ไม่ยอมเป็นฮองเฮาให้เขา เอาแต่หลบอยู่ในวังหลังและร้องไห้ทุกวัน

บุรุษผู้เด็ดขาด ฆ่าฟันโดยไม่ลังเลเช่นนั้น เมื่อเห็นนางร้องไห้ กลับเผยแววตาอ่อนโยนเป็นครั้งแรก

เขาไม่ได้แต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาอย่างบีบบังคับ แต่ค่อย ๆ ใช้ความจริงใจพิชิตใจนาง คิดหาวิธีทำให้นางมีความสุข

ฮ่องเต้ในอดีตต่างมีสนมงามสามพัน แต่ในวังหลังของเขา มีเพียงหลิ่วรั่วอินคนเดียว

เพื่อให้นางใช้ชีวิตในวังหลังได้สะดวก เขาถึงกับยกข้า ซึ่งติดตามรับใช้เขามาตลอด ให้ไปอยู่ข้างกายนาง คอยดูแลเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่

เมื่อกาลเวลาผ่านไป หลิ่วรั่วอินจึงได้เห็นความจริงใจของลู่สิงโจวที่มีต่อนาง ในที่สุดก็เริ่มอาศัยความโปรดปรานนั้นทำตามอำเภอใจ

ข้าดึงสติกลับมา มองเงาคนทั้งสองที่ซ้อนทับกันอยู่หลังฉากบังตา ก่อนแสยะยิ้มเยาะตัวเองอย่างขมขื่น

หลายปีมานี้ ข้าอยู่เคียงข้างเขามาตลอด

เขาไม่จำว่า ข้าเคยฝ่าพายุออกไปนอกเมืองเพื่อหายามาให้เขา

ไม่จำว่า เพื่อขอความเมตตาแทนเขา ข้าเกือบถูกตีจนขาหัก

ไม่จำวันคืนที่เรากอดกันเพื่อคลายความหนาว ปล่อยใจให้ความรู้สึกพัดพา และผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง

แต่กลับจำได้เพียงเสื้อคลุมตัวนั้นของหลิ่วรั่วอิน

แต่ช่างเถอะ ไม่จำก็ไม่จำ

ข้าเองก็จะลืมเหมือนกัน เพราะอีกไม่นาน ข้าก็จะจากไปอย่างถาวรแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 24

    หนึ่งชั่วยามต่อมา ทางวังก็ส่งคนมารับลู่สิงโจวกลับไปภายหลังข้าจึงได้รู้ว่า มือสังหารในวันนั้นคือพวกที่เหลือรอดของตระกูลหลิ่วทว่าเมื่อลู่สิงโจวฟื้นขึ้นมา เขากลับสูญเสียความทรงจำถึงกระนั้น ผู้คนในวังต่างรู้กันดีว่า ไม่ว่าราชกิจจะยุ่งเพียงใด เขาก็ยังคงไปดูแลต้นมะลิในอุทยานหลวงทุกวันวันเวลายังคงไหลผ่านไปอย่างเนิบช้าในเมืองเล็ก ข้ากับหลินเฟิงใช้ชีวิตอันสงบสุขต่อไปดังเดิมวันหนึ่ง ข้ากำลังตั้งใจปักภาพดอกโบตั๋นอยู่ในร้านปักผ้า จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากหน้าประตูข้าวางเข็มปักในมือลงแล้วลุกขึ้นไปดู ก็เห็นองครักษ์ในอาภรณ์หรูหรากลุ่มหนึ่งห้อมล้อมรถม้าคันงามที่จอดอยู่หน้าโรงปักผ้าม่านรถม้าถูกแหวกออกเบา ๆ สตรีผู้มีท่วงท่าสง่างามค่อย ๆ ก้าวลงมาเมื่อข้าเพ่งมองให้ชัด ก็พบว่านางคือชุนเอ๋อร์นางสวมชุดชาววังสีเขียวอ่อน ประดับศีรษะด้วยมุกหยก ดูสูงศักดิ์และงามสง่ายิ่งเมื่อเห็นข้า แววตาของนางก็ฉายประกายยินดี ก่อนจะรีบเดินตรงเข้ามาหา“พี่หมิงเยว่ ในที่สุดข้าก็หาท่านพบ”ชุนเอ๋อร์จับมือข้าไว้ น้ำเสียงเจือความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยข้าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าชุนเอ๋อร์จะมาปรากฏตัว

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 23

    ลู่สิงโจวยืนอยู่หน้าประตู มองร่างอันคุ้นเคยตรงหน้า ถ้อยคำนับพันนับหมื่นอัดแน่นอยู่ในลำคอ จนชั่วขณะหนึ่งไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้เขาค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในลาน พลางเรียกเสียงแผ่ว “หมิงเยว่...”เมื่อได้ยินเสียงนั้น ข้าสะดุ้งหันกลับไปทันที และในวินาทีที่เห็นลู่สิงโจว ทั้งร่างก็แข็งค้างหลินเฟิงก้าวมาขวางหน้าข้าโดยสัญชาตญาณ พลางมองลู่สิงโจวอย่างระแวดระวังสายตาของลู่สิงโจวมองข้ามหลินเฟิงตรงมายังข้า แววตาเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งและความรู้สึกผิด “หมิงเยว่ ข้าตามหาเจ้ามานานเหลือเกิน”ข้าเคยคิดมาตลอดว่า หากได้พบเขาอีกครั้ง หัวใจข้าคงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ทว่าไม่คาดคิดเลยว่า ภายในใจกลับสงบนิ่งอย่างยิ่งเมื่อเห็นเช่นนั้น ลู่สิงโจวก็ราวกับคนเสียสติ โผเข้ากอดข้าไว้แน่น “หมิงเยว่ ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน กลับวังไปกับข้า มาเป็นฮองเฮาของข้า ดีหรือไม่”ข้าผลักเขาออก สีหน้าไร้ทั้งความโศกเศร้าและยินดี “ฝ่าบาท เชิญกลับไปเถิด”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่สิงโจวก็รวบข้าเข้าสู่อ้อมแขนอีกครั้ง แรงที่ใช้ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนข้าหายใจแทบไม่ออกหลินเฟิงกระชากเขาออกทันที ดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ “หากฝ่าบาทรักหมิงเยว่จ

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 22

    ในเวลาเดียวกัน ข้ากับหลินเฟิงก็ไม่ได้อยู่นิ่งในเมืองเล็กแห่งนั้นพวกเราศึกษาคัมภีร์โบราณที่ชายชรามอบให้อย่างละเอียด หวังจะค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการก่อกบฏของตระกูลหลิ่ววันหนึ่ง ข้าพบแผ่นหนังแกะเก่าเหลืองซีดซ่อนอยู่ตามรอยแยกของคัมภีร์ บนแผ่นหนังมีสัญลักษณ์และเครื่องหมายประหลาดวาดเอาไว้“หลินเฟิง รีบมาดูนี่!” ข้าเรียกเขาด้วยความตื่นเต้นหลินเฟิงโน้มตัวเข้ามา เพ่งพินิจแผ่นหนังแกะ พลางขมวดคิ้วแน่น “สัญลักษณ์พวกนี้ดูเหมือนรหัสลับบางอย่าง อาจเกี่ยวข้องกับแผนการของตระกูลหลิ่วก็ได้”พวกเราจึงเริ่มค้นคว้าตำราต่าง ๆ และขอคำชี้แนะจากผู้รู้ในเมืองหลายคน จนในที่สุดก็ถอดความหมายของสัญลักษณ์เหล่านั้นได้สำเร็จที่แท้ บนแผ่นหนังแกะบันทึกสถานที่และเวลาที่ตระกูลหลิ่วใช้ติดต่อกับกองกำลังฝ่ายต่าง ๆ อย่างลับ ๆ“นี่เป็นการค้นพบครั้งใหญ่จริง ๆ!” หลินเฟิงกล่าวด้วยความตื่นเต้น “เมื่อมีข้อมูลพวกนี้ เราก็จะสาวไปถึงพวกพ้องของตระกูลหลิ่ว และกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากได้”ดังนั้น พวกเราจึงตัดสินใจนำข่าวนี้ไปแจ้งแก่เสนาบดีผู้คอยสนับสนุนหลินเฟิงในการรวบรวมหลักฐานมาโดยตลอดเพื่อให้ข่าวส่งถึงอย่างปลอดภัย

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 21

    ทันใดนั้น ประตูตำหนักบรรทมก็ถูกผลักเปิดออก หลิ่วรั่วอินก้าวเข้ามาด้วยท่าทีอ่อนช้อย“ฝ่าบาท ท่านไม่ได้อยู่กับหม่อมฉันมานานแล้วนะเพคะ”สิ้นเสียงนาง ลู่สิงโจวก็พุ่งเข้าบีบคอนางทันที"เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้า"ความอึดอัดจากการขาดอากาศหายใจถาโถมเข้าใส่ ใบหน้าของหลิ่วรั่วอินซีดเผือดในพริบตา“ฝ่าบาท... ท่านทำหม่อมฉันเจ็บ!”ลู่สิงโจวไม่สนใจแม้แต่น้อย แรงที่บีบคอยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆเสียง “กร๊อบ” ดังขึ้น หลิ่วรั่วอินรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่ลำคอ นางจึงกัดมือของลู่สิงโจวที่กำลังบีบคอตนโดยสัญชาตญาณลู่สิงโจวขมวดคิ้ว ก่อนจับศีรษะของนางกระแทกเข้ากับเสาเตียงครั้งหนึ่ง... สองครั้ง...เลือดไหลอาบลงมาจากหน้าผากของหลิ่วรั่วอิน ภาพนั้นชวนหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งดวงตาของลู่สิงโจวแดงก่ำ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งก่อนที่หลิ่วรั่วอินจะหมดสติ นางถอดปิ่นปักผมออก แล้วแทงเข้าไปยังบริเวณหัวใจของลู่สิงโจวอย่างแรง“ทหาร! คุ้มกันฝ่าบาท!”องครักษ์กลุ่มหนึ่งถือดาบบุกเข้ามา ก่อนช่วยกันกดหลิ่วรั่วอินลงกับพื้นลู่สิงโจวกุมหน้าอก หอบหายใจหนัก “หลิ่วรั่วอินคิดลอบสังหารข้า งประหารชีว

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 20

    ขณะที่พวกเรากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับทิวทัศน์อันงดงามเบื้องหน้า จู่ ๆ สีหน้าของหลินเฟิงก็เคร่งขรึมขึ้น เขากวาดตามองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง “หมิงเยว่ ระวังตัว ข้ารู้สึกว่ามีคนอยู่แถวนี้”ข้าขยับเข้าไปใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว หัวใจก็เริ่มเต้นกระหน่ำในตอนนั้นเอง ชายชราผู้หนึ่งในชุดผ้าสีเรียบก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากพุ่มไม้แม้เส้นผมของเขาจะขาวโพลน แต่ยังดูกระฉับกระเฉงแข็งแรง ดวงตาเปี่ยมด้วยความลุ่มลึกและเฉลียวฉลาดชายชรากวาดตามองพวกเราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “สหายน้อยทั้งสองอย่าได้ตื่นตกใจ ข้าไม่มีเจตนาร้าย”หลินเฟิงก้าวมาบังอยู่เบื้องหน้าข้า ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ไม่ทราบว่าท่านอาวุโสเป็นผู้ใด เหตุใดจึงอยู่ที่นี่”ชายชรายิ้มบาง ๆ “ข้าเป็นผู้สันโดษที่อาศัยอยู่ในภูเขาแห่งนี้ ปลีกวิเวกอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว”"วันนี้เห็นพวกเจ้าทั้งสองเข้ามาถึงที่นี่ จึงออกมาดูเสียหน่อย เมื่อมองจากสีหน้าของพวกเจ้าแล้ว คงผ่านเรื่องราวยากลำบากมามากไม่น้อย”ข้ากับหลินเฟิงสบตากัน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงเล่าความชั่วช้าของตระกูลหลิ่ว รวมถึงสิ่งที่พวกเราประสบมาให้ชายชราฟังโดยสังเขปเมื่อ

  • สายพิณขาด กระจกรักร้าว   บทที่ 19

    ข้ากับหลินเฟิงได้รับข่าวในเมืองเล็กว่า ตระกูลหลิ่วได้ย้ายกองทหารฝีมือดีสามพันนายไปประจำการที่เขาจู๋ซีแล้วทันทีที่ได้ยินข่าวนี้ ข้ากับหลินเฟิงสบตากัน ต่างมองเห็นทั้งความเคร่งเครียดและความเด็ดเดี่ยวในแววตาของอีกฝ่ายภูมิประเทศของเขาจู๋ซีสลับซับซ้อน ป้องกันง่ายแต่บุกยาก การที่ตระกูลหลิ่วย้ายกองกำลังมาที่นี่ ย่อมแสดงว่าพวกเขาวางแผนไว้อย่างรัดกุมแล้วแต่ขณะเดียวกัน นั่นก็หมายความว่าพวกเราอาจพบหลักฐานชิ้นสำคัญยิ่งกว่าที่นั่น และโค่นล้มตระกูลหลิ่วได้อย่างสิ้นเชิง“หมิงเยว่ การเดินทางครั้งนี้อันตรายอย่างยิ่ง” หลินเฟิงกุมมือข้าไว้แน่น พลางมองข้าด้วยสายตาแน่วแน่ “แต่นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกเราจะโค่นตระกูลหลิ่วให้สิ้นซาก”ข้าพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าไม่กลัว หลินเฟิง ขอเพียงกำจัดภัยให้ชาวบ้านและช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าได้ ข้ายินดีเผชิญทุกอย่างไปพร้อมกับเจ้า”จากนั้นพวกเราจึงเก็บสัมภาระอย่างง่าย ๆ แล้วออกเดินทางสู่เขาจู๋ซีทันทีตลอดเส้นทาง ป่าไม้ขึ้นหนาทึบ หนทางขรุขระคดเคี้ยว ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบากแต่ด้วยความมุ่งมั่นที่ยึดมั่นอยู่ในใจ พวกเราจึงไม่เคยคิดถอยแม้แต่น้อยในที่สุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status