Short
สายพิณขาด กระจกรักร้าว

สายพิณขาด กระจกรักร้าว

Por:  ปู๋ชั่วCompletado
Idioma: Thai
goodnovel4goodnovel
24Capítulos
93vistas
Leer
Agregar a biblioteca

Compartir:  

Reportar
Resumen
Catálogo
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP

ข้าใช้เวลาสิบปี เคียงข้างลู่สิงโจวมาตั้งแต่วันที่เขาเป็นองค์ชายผู้ตกอับ จนก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ฮ่องเต้ แต่หลังจากเขาขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่ข้าทำกลับเป็นการยื่นคำร้องขอถอนชื่อออกจากทะเบียนนางกำนัล เพื่อออกจากวังหลวง ตามกฎของวัง นางกำนัลทั่วไปเมื่ออายุยี่สิบห้าปีก็สามารถออกจากวังได้ ปีนี้ข้าอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ล่วงเลยกำหนดมาสองปี ถึงเวลาต้องออกจากวังไปแต่งงานแล้ว หลังจากไปลงทะเบียนที่กรมวังเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าผู้ดูแลบอกข้ากลับมารับป้ายอนุญาตอีกครึ่งเดือน จากนั้นก็จะออกจากวังได้ เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ข้าก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก ระหว่างเดินกลับตำหนัก เพิ่งก้าวถึงหน้าประตู ก็เห็นสาวใช้และบ่าวรับใช้คุกเข่าเต็มพื้น ทุกคนร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้มไปหมด พอเห็นข้าก็ราวกับเห็นผู้มาช่วยชีวิต “เจ้าพี่หมิงเยว่! ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”

Ver más

Capítulo 1

บทที่ 1

ข้าใช้เวลาสิบปี เคียงข้างลู่สิงโจวมาตั้งแต่วันที่เขาเป็นองค์ชายผู้ตกอับ จนก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ฮ่องเต้

แต่หลังจากเขาขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่ข้าทำกลับเป็นการยื่นคำร้องขอถอนชื่อออกจากทะเบียนนางกำนัล เพื่อออกจากวังหลวง

ตามกฎของวัง นางกำนัลทั่วไปเมื่ออายุยี่สิบห้าปีก็สามารถออกจากวังได้ ปีนี้ข้าอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ล่วงเลยกำหนดมาสองปี ถึงเวลาต้องออกจากวังไปแต่งงานแล้ว

หลังจากไปลงทะเบียนที่สำนักพระคลังเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าผู้ดูแลบอกข้ากลับมารับป้ายอนุญาตอีกครึ่งเดือน จากนั้นก็จะออกจากวังได้

เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ข้าก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก

ระหว่างเดินกลับตำหนัก เพิ่งก้าวถึงหน้าประตู ก็เห็นสาวใช้และบ่าวรับใช้คุกเข่าเต็มพื้น

ทุกคนร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้มไปหมด พอเห็นข้าก็ราวกับเห็นผู้มาช่วยชีวิต

“เจ้าพี่หมิงเยว่! ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”

ข้าชะงักไปเล็กน้อย พอจะเดาได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

ข้าส่งสายตาปลอบใจทุกคน ก่อนก้มหน้าเดินเข้าไปด้านใน

ภายในห้อง หลิ่วรั่วอินเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้สาวใช้คนสนิทนวดขาให้

ข้าค้อมกายคารวะนางอย่างนอบน้อม ก่อนเอ่ยถามว่า “คุณหนูหลิ่ว ไม่ทราบว่านางกำนัลเหล่านี้ทำสิ่งใดให้ท่านไม่พอใจหรือเจ้าคะ”

เมื่อได้ยินเสียง นางก็เงยหน้าขึ้น มองข้าด้วยรอยยิ้มดูแคลน “พวกนางไม่ได้ทำอะไรหรอก ข้าแค่ไม่ชอบหน้าพวกนาง เห็นพวกนางคุกเข่าเรียงกันเต็มไปหมด ข้าก็มีความสุข”

พูดจบ นางก็ชี้ไปยังที่ว่างด้านข้าง สั่งให้สาวใช้นำกระถางถ่านมาเพิ่มอีกใบ

“เจ้ามาได้พอดี ข้าเว้นที่ไว้ให้เจ้าแล้ว”

“คุกเข่าลง คุกเข่าหนึ่งชั่วยามถึงจะลุกได้”

ถ่านในกระถางลุกแดงฉาน หากคุกเข่าลงไป เพียงไม่นานหัวเข่าคงถูกความร้อนเผาจนเลือดเนื้อแหลกเละ จะทนได้ครบหนึ่งชั่วยามได้อย่างไร

แต่ข้ารู้ดี ไม่ว่าข้าจะเต็มใจหรือไม่ ก็ไม่อาจขัดคำสั่งของนางได้

หากไม่ยอมทำ เกรงว่าจะพลอยลากนางกำนัลคนอื่นให้เดือดร้อนไปด้วย

ข้าจึงไม่พูดอะไร คุกเข่าลงเหนือกระถางถ่านอย่างเงียบงัน

ฤดูหนาวสวมเสื้อผ้าหนาอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เพียงไม่นาน หัวเข่าของข้าก็ถูกความร้อนจากถ่านแผดเผาจนเจ็บปวดแทบขาดใจ

ในวังมีบทลงโทษมากมาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าถูกลงโทษ ต่อให้เจ็บปวดเพียงใด ก็ทำได้เพียงกัดฟันทน ไม่ยอมเปล่งเสียงร้องออกมา

เมื่อเห็นข้าทั้งเจ็บปวดทั้งต้องฝืนอดทน หลิ่วรั่วอินก็อารมณ์ดีขึ้นทันที หัวเราะอย่างสะใจ

“ฝ่าบาทเสด็จ!”

เสียงแหลมยาวของขันทีดังขึ้น หลิ่วรั่วอินรีบลุกจากตั่งนุ่ม เปลี่ยนเป็นท่าทีอ่อนโยนว่าง่าย ย่อตัวคารวะผู้มาเยือน

ลู่สิงโจวรีบก้าวเข้าไปประคองนางให้ลุกขึ้น ก่อนหันมา สายตาจึงตกลงบนตัวข้าในที่สุด

เมื่อเห็นใบหน้าข้าซีดขาว เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก สีหน้าของเขาก็ชะงักแข็งไปชั่วขณะ ก่อนหันไปถามหลิ่วรั่วอินว่าเกิดอะไรขึ้น

หลิ่วรั่วอินตกใจ รีบแต่งเรื่องขึ้นมาทันที “นางกำนัลพวกนี้ทำผิด ส่วนหมิงเยว่ไม่เพียงเข้าข้างพวกนาง ยังกล้าเถียงข้า แถมสาดน้ำร้อนใส่ตัวข้าอีก”

“หม่อมฉันโมโหมาก จึงลงโทษพวกนางเพียงเล็กน้อย”

“ฝ่าบาท...จะไม่ทรงกริ้วหม่อมฉันใช่ไหมเพคะ”

ลู่สิงโจวจับมือนางไว้ด้วยความเอ็นดู เอ่ยอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกังวล ข้าเคยบอกแล้วว่า เจ้าอยากทำอะไรก็ทำได้”

หลิ่วรั่วอินแทบเคลิบเคลิ้มไปกับความตามใจนั้น จึงถามต่ออย่างไม่แน่ใจ “จริงหรือ...ทำอะไรก็ได้จริงหรือเพคะ”

เขายิ้มพลางพยักหน้า “แน่นอน วาจาฮ่องเต้ไม่มีวันล้อเล่น”

“ตราบใดที่เจ้าอยากทำ แม้แต่จะลงโทษข้าก็ยังได้ นับประสาอะไรกับบ่าวพวกนี้”

เมื่อได้ยินฮ่องเต้เอ่ยถ้อยคำเช่นนี้กับนาง ใบหน้าเล็กก็แดงจัดราวกับจะหยดเลือด ทั้งสองจับมือกันเดินเข้าไปหลังฉากบังตา ข้ามองไม่เห็นสีหน้าของทั้งคู่ได้อีก ได้ยินเพียงเสียงสนทนา

“ฝ่าบาท นี่เป็นขนมที่หม่อมฉันทำเอง ลองชิมดูสิเพคะ”

“หม่อมฉันเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะถูกพระทัยหรือไม่”

ลู่สิงโจวเป็นคนเย็นชาเสมอมา หลังขึ้นครองราชย์ยิ่งเก็บอารมณ์ไม่แสดงออก แต่เวลานี้ ข้ากลับได้ยินความสั่นไหวและความยินดีในน้ำเสียงของเขา “เจ้าทำขนมให้ข้าด้วยตนเองหรือ?”

หลิ่วรั่วอินพยักหน้าอย่างเขินอาย “ใช่เพคะ ฝ่าบาททรงดีกับหม่อมฉันเหลือเกิน หม่อมฉันไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนพระคุณ จึงทำขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เป็นการขอบพระทัย”

แสงเทียนสั่นไหว ทาบภาพของคนทั้งสองที่พิงกายกันลงบนฉากบังตา งดงามราวภาพวาดชั้นเลิศ

ข้ามองภาพนั้นไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ดวงตาก็ชื้นขึ้น

คงเป็นเพราะข้าเพิ่งตระหนักได้ว่า ชายผู้เป็นที่รักสุดหัวใจของข้า กำลังห่างไกลจากข้าออกไปทุกที

ยามยังเด็ก เขาเป็นเพียงองค์ชายที่ไร้ผู้เหลียวแล พระมารดาถูกใส่ร้ายจนสิ้นพระชนม์ เขาจึงเติบโตอยู่ในตำหนักเย็น

มารดาของข้าเคยเป็นสาวใช้คนสนิทที่รับใช้พระมารดาของเขา หลังดูแลเขาอยู่หลายปี นางก็ล้มป่วยและจากโลกนี้ไป

นับแต่นั้นมา มีเพียงเราสองคนที่พึ่งพากันและกัน

ชีวิตในตำหนักเย็นทั้งอดอยากและขาดแคลนเสื้อผ้า เพียงเพื่อแลกหมั่นโถวลูกหนึ่ง ข้าต้องรับจ้างซักผ้าให้นางกำนัล จนมือเต็มไปด้วยแผลหนาว ทุกวันนี้พอถึงฤดูหนาว แผลก็ยังกลับมากำเริบอีก

มีขันทีน้อยมารังแกเขา ข้าพุ่งเข้าใส่ราวกับสุนัขบ้า ถูกชกก็ยอม ทั้งยังกัดสะเปะสะปะไม่ยั้ง

กว่าข้าจะปกป้องเขาให้รอดชีวิตอยู่ในตำหนักเย็นได้ ก็แทบต้องแลกด้วยชีวิตครึ่งหนึ่งของตนเอง

แต่หลิ่วรั่วอิน เพียงแค่มอบเสื้อคลุมตัวหนึ่งให้เขาในวันที่เขาถูกสั่งคุกเข่า เขากลับจดจำไม่เคยลืม รักนางจนหมดหัวใจ

หลังขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่เขาทำคือรับนางเข้าวัง ทะนุถนอมราวกับหยกอันล้ำค่า

ศึกชิงตำแหน่งรัชทายาทขององค์ชายทั้งเก้า เขาเป็นผู้ชนะ ฆ่าทั้งพระบิดา พระเชษฐา พระอนุชา และสหาย จนผู้คนภายนอกต่างเล่าลือว่าลู่สิงโจวโหดเหี้ยมอำมหิต

หลิ่วรั่วอินได้ยินข่าวลือนั้นก็หวาดกลัวเขาอย่างยิ่ง ไม่ยอมเป็นฮองเฮาให้เขา เอาแต่หลบอยู่ในวังหลังและร้องไห้ทุกวัน

บุรุษผู้เด็ดขาด ฆ่าฟันโดยไม่ลังเลเช่นนั้น เมื่อเห็นนางร้องไห้ กลับเผยแววตาอ่อนโยนเป็นครั้งแรก

เขาไม่ได้แต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาอย่างบีบบังคับ แต่ค่อย ๆ ใช้ความจริงใจพิชิตใจนาง คิดหาวิธีทำให้นางมีความสุข

ฮ่องเต้ในอดีตต่างมีสนมงามสามพัน แต่ในวังหลังของเขา มีเพียงหลิ่วรั่วอินคนเดียว

เพื่อให้นางใช้ชีวิตในวังหลังได้สะดวก เขาถึงกับยกข้า ซึ่งติดตามรับใช้เขามาตลอด ให้ไปอยู่ข้างกายนาง คอยดูแลเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่

เมื่อกาลเวลาผ่านไป หลิ่วรั่วอินจึงได้เห็นความจริงใจของลู่สิงโจวที่มีต่อนาง ในที่สุดก็เริ่มอาศัยความโปรดปรานนั้นทำตามอำเภอใจ

ข้าดึงสติกลับมา มองเงาคนทั้งสองที่ซ้อนทับกันอยู่หลังฉากบังตา ก่อนแสยะยิ้มเยาะตัวเองอย่างขมขื่น

หลายปีมานี้ ข้าอยู่เคียงข้างเขามาตลอด

เขาไม่จำว่า ข้าเคยฝ่าพายุออกไปนอกเมืองเพื่อหายามาให้เขา

ไม่จำว่า เพื่อขอความเมตตาแทนเขา ข้าเกือบถูกตีจนขาหัก

ไม่จำวันคืนที่เรากอดกันเพื่อคลายความหนาว ปล่อยใจให้ความรู้สึกพัดพา และผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง

แต่กลับจำได้เพียงเสื้อคลุมตัวนั้นของหลิ่วรั่วอิน

แต่ช่างเถอะ ไม่จำก็ไม่จำ

ข้าเองก็จะลืมเหมือนกัน เพราะอีกไม่นาน ข้าก็จะจากไปอย่างถาวรแล้ว

Expandir
Siguiente capítulo
Descargar

Último capítulo

Más capítulos
Sin comentarios
24 Capítulos
บทที่ 1
ข้าใช้เวลาสิบปี เคียงข้างลู่สิงโจวมาตั้งแต่วันที่เขาเป็นองค์ชายผู้ตกอับ จนก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ฮ่องเต้แต่หลังจากเขาขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่ข้าทำกลับเป็นการยื่นคำร้องขอถอนชื่อออกจากทะเบียนนางกำนัล เพื่อออกจากวังหลวงตามกฎของวัง นางกำนัลทั่วไปเมื่ออายุยี่สิบห้าปีก็สามารถออกจากวังได้ ปีนี้ข้าอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ล่วงเลยกำหนดมาสองปี ถึงเวลาต้องออกจากวังไปแต่งงานแล้วหลังจากไปลงทะเบียนที่สำนักพระคลังเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าผู้ดูแลบอกข้ากลับมารับป้ายอนุญาตอีกครึ่งเดือน จากนั้นก็จะออกจากวังได้เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ข้าก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอกระหว่างเดินกลับตำหนัก เพิ่งก้าวถึงหน้าประตู ก็เห็นสาวใช้และบ่าวรับใช้คุกเข่าเต็มพื้นทุกคนร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้มไปหมด พอเห็นข้าก็ราวกับเห็นผู้มาช่วยชีวิต“เจ้าพี่หมิงเยว่! ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”ข้าชะงักไปเล็กน้อย พอจะเดาได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นข้าส่งสายตาปลอบใจทุกคน ก่อนก้มหน้าเดินเข้าไปด้านในภายในห้อง หลิ่วรั่วอินเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้สาวใช้คนสนิทนวดขาให้ข้าค้อมกายคารวะนางอย่างนอบน้อม ก่
Leer más
บทที่ 2
ในที่สุดหนึ่งชั่วยามก็ผ่านพ้นไป นางกำนัลด้านหลังรีบเข้ามาประคองข้าลุกขึ้นข้ามองหัวเข่าของตนที่เลือดเนื้อแหลกเละ กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อยที่แท้เมื่อเจ็บปวดถึงขีดสุด ความรู้สึกก็จะด้านชา เหมือนครั้งนั้นที่ไม้ท่อนใหญ่เท่าข้อมือฟาดลงบนขาของข้าอย่างแรง ข้าก็ไม่รู้สึกเจ็บเช่นกันเพื่อปลอบใจลู่สิงโจวที่เป็นห่วง ข้ายังฝืนพยายามร่ายรำให้เขาดู"ฝ่าบาท บ่าวไม่เป็นอะไรจริง ๆ ไม่เจ็บเลยสักนิด..."ตอนนั้นเขากอดข้าไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำราวกับจะมีโลหิตไหลออกมา “หมิงเยว่ ข้าสาบาน วันที่ข้าขึ้นเป็นฮ่องเต้ ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดทำร้ายเจ้าอีก”เสียงอ่อนโยนของลู่สิงโจวที่ดังมาจากด้านหลัง ตัดความทรงจำของข้าลง “อาอิน ข้าได้ยินมาว่าเจ้าชอบโคมลอยที่สุด คืนนี้ข้าจะพาเจ้าไปชมโคมลอยที่งดงามที่สุดในใต้หล้า ดีหรือไม่”ข้าไม่ได้หันกลับไป เพียงพยุงตัวกับกำแพงวัง ค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวราตรีงดงามจับใจ โคมลอยนับหมื่นนับพันส่องสว่าง ค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า งดงามจนชวนตะลึงตลอดระเบียงมีนางกำนัลและบ่าวไพร่เดินผ่านไม่ขาดสาย เมื่อเห็นโคมลอยเต็มท้องฟ้า ต่างก็อดอุทานด้วยความอิจฉาไม่ได้“ฝ่าบาททรงดีกับค
Leer más
บทที่ 3
สามวันต่อมา เป็นวันคล้ายวันเกิดครั้งแรกของหลิ่วรั่วอินหลังจากเข้าวังเพื่อการนี้ ลู่สิงโจวจึงจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้นางอย่างยิ่งใหญ่ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊พร้อมครอบครัวต่างได้รับเชิญมาร่วมงาน แม้นางจะยังไม่มีตำแหน่งฮองเฮา แต่กลับได้รับการปฏิบัติไม่ต่างจากฮองเฮาในฐานะนางกำนัลผู้ดูแลงานประจำตัวของนาง ข้าย่อมต้องวิ่งวุ่นไปทั่ว เกรงว่าหากขั้นตอนใดผิดพลาดจนทำให้นางไม่พอใจ จะพาลลงโทษบรรดาบ่าวในวังก่อนงานเลี้ยงเริ่ม ข้ากำลังจะไปเชิญนางออกมา แต่กลับได้ยินเสียงสนทนาระหว่างนางกับบิดามารดาดังมาจากหน้าประตู“อาอิน พ่อได้ยินมาว่า ฝ่าบาททรงโปรดเจ้าถึงเพียงนี้ ก็เพราะเมื่อครั้งถูกลงโทษให้คุกเข่า เจ้าเคยมอบเสื้อคลุมตัวหนึ่งให้ท่าน”“ตอนนั้นท่านเป็นเพียงองค์ชายที่ไร้ความโปรดปราน หรือเจ้ามองออกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วหรือว่า ภายหน้าท่านจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้?”หลิ่วรั่วอินตอบเสียงเบา “ท่านพ่อเห็นคุณค่าลูกเกินไปแล้ว ตอนนั้นลูกจะไปรู้ได้อย่างไร เพียงแต่เสื้อคลุมตัวนั้น ตอนดื่มสุรากับองค์หญิงลูกเผลอทำเปื้อน ลูกเลยไม่อยากได้แล้ว จึงโยนทิ้งไปตามใจ”“ใครจะไปรู้ว่าตอนนั้นฝ่าบาทกำลังคุกเข่าอยู่ตรงนั้นพอดี จึงเข
Leer más
บทที่ 4
เหล่าองครักษ์นับไม่ถ้วนเดินตรงเข้ามาหาข้า ข้ายังไม่ทันได้ดิ้นรน ก็ถูกกดลงกับพื้นอย่างแรงปลายมีดคมกริบแทงทะลุเข้าที่หน้าอกของข้า จากนั้นเสียงทุกอย่างรอบตัวก็ดับหายไปในห้วงเวลานั้น ข้ากลับแยกไม่ออกว่า ความเจ็บปวดที่ราวกับหัวใจถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ นี้ มาจากบาดแผล หรือมาจากลู่สิงโจวกันแน่หลังหมดสติ ข้าฝันร้ายอันน่าสะพรึงกลัวในความฝัน ข้ากับลู่สิงโจวนั่งอยู่บนขั้นบันไดตำหนักเย็น ก่อนหน้านั้นไม่นาน ข้าเพิ่งถูกลงโทษเพราะถูกใส่ร้ายว่าขโมยเครื่องประดับขององค์หญิงเขาค่อย ๆ ทายาให้มือของข้าที่ถูกลงทัณฑ์ด้วยไม้หนีบนิ้วอย่างทะนุถนอม “เขาว่ากันว่าสิบนิ้วเชื่อมถึงหัวใจ คงเจ็บมากสินะ”ข้ามองการกระทำอันอ่อนโยนของเขา ก่อนยิ้มปลอบ “ไม่เจ็บเพคะ ขอเพียงฝ่าบาทเชื่อบ่าว ต่อให้บาดเจ็บหนักกว่านี้ บ่าวก็ไม่รู้สึกเจ็บ”ดวงตาของเขาแดงก่ำ ก่อนดึงข้าเข้าไปกอด “แน่นอนว่าข้าเชื่อเจ้า ข้าจะเชื่อเจ้า... ตลอดไป”เมื่อลืมตาตื่น ลู่สิงโจวนั่งอยู่ข้างเตียงของข้า พอเห็นข้าฟื้น เขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ยังเจ็บอยู่หรือไม่”ทันทีที่เห็นเขา ข้าก็เผลอรีบแก้ตัวตามสัญชาตญาณ “ฝ่าบาท ไม่ใช่บ่าวเพ
Leer más
บทที่ 5
การปรากฏตัวของเขาทำให้นางกำนัลน้อยในห้องตกใจจนทรุดคุกเข่าลงกับพื้น ข้าพยุงนางให้ลุกขึ้น บอกให้ออกไปก่อน จากนั้นจึงปิดประตูห้องแล้วหันกลับมาตอบเขา“เพียงออกจากวังไปจัดซื้อของเท่านั้นเพคะ”เมื่อได้ยินข้าพูดเช่นนั้น เขาก็ไม่ได้ใส่ใจข้าคิดว่า ในจิตใต้สำนึกของเขา ไม่เคยคิดเลยว่าข้าจะจากเขาไปอย่างที่ข้าคาดไว้ ครั้งนี้ที่เขามาหาข้า ก็เพราะหลิ่วรั่วอินอีกเช่นเคย“หมิงเยว่ อาอินอยากกินขนมกุ้ยฮวาที่เจ้าทำ รีบทำให้เสร็จแล้วไปกับข้า”ข้าไม่พูดอะไรให้มากความ เดินตรงไปยังครัวเล็กของตำหนักหานซวงหลังจากลงมืออยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ทำขนมกุ้ยฮวาเสร็จ แล้วยกไปวางตรงหน้าหลิ่วรั่วอินนางมองท้องฟ้าแจ่มใสนอกหน้าต่าง ก่อนเกิดนึกอยากออกไปล่องเรือชมทะเลสาบนอกเมืองขึ้นมากะทันหันสำหรับคำขอของนาง ลู่สิงโจวย่อมตามใจทุกอย่าง เขาจึงสั่งให้องครักษ์เตรียมรถม้า แล้วออกจากวังไปด้วยกันทันทีเพื่อความสะดวกในการปรนนิบัติหลิ่วรั่วอิน ข้าจึงนั่งรถม้าคันเดียวกับนางและลู่สิงโจวบนรถม้า ดวงตาคู่งามของหลิ่วรั่วอินกวาดมองข้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เห็นได้ชัดว่านางไม่ชอบข้าอย่างยิ่งขณะข้ากำลังคิดว่านางจะใช้วิธีใดเล่น
Leer más
บทที่ 6
น้ำในทะเลสาบเย็นยะเยือกจนแทบทำให้เลือดในกายแข็งตัว ข้าฝืนตะเกียกตะกายว่ายน้ำ ขยับแขนทั้งสองอย่างยากลำบาก กว่าจะคว้าตัวหลิ่วรั่วอินที่กำลังจมลงไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด หรือเพราะนางตั้งใจจะให้ข้าตายกันแน่ หลังจากที่ข้าพยายามสุดกำลังประคองนางให้พ้นน้ำจนหายใจได้แล้ว นางกลับใช้สองมือกดร่างข้าไว้แน่น ไม่ยอมให้ศีรษะของข้าพ้นผิวน้ำบาดแผลตามร่างกายของข้ายังไม่ทันหายดี อีกทั้งเมื่อครู่เพิ่งถูกเฆี่ยนยี่สิบแส้ พอดิ้นรนเช่นนี้ แผลก็ปริออกทันที เลือดสดทะลักออกมาไม่หยุดร่างกายยิ่งหนักอึ้ง ข้ารู้สึกราวกับเท้าทั้งสองหนักนับพันชั่ง ดึงร่างข้าให้จมต่ำลงไม่หยุดข้ากัดฟัน ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายผลักนางขึ้นไปถึงฝั่ง ส่วนตนเองกลับหมดแรงและค่อย ๆ จมดิ่งลงไปโชคดีที่เวลานั้น เหล่าองครักษ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้ยินเสียงผิดปกติจึงรีบวิ่งมา พวกเขายื่นลำไผ่มาให้ข้าจับ จนสามารถปีนขึ้นจากน้ำได้ทันทีที่ขึ้นฝั่ง ลมหนาวก็พัดปะทะ ข้าหนาวจนตัวสั่นงอเป็นก้อนแต่หางตาของข้ากลับเห็นเพียงลู่สิงโจวปลดเสื้อคลุมของตนออก ห่อหุ้มร่างหลิ่วรั่วอินไว้ แล้วอุ้มนางขึ้นอย่างทะนุถนอมราวกับของล้ำค่าเขาเดินอ
Leer más
บทที่ 7
ตลอดช่วงเวลาที่ข้าพักรักษาตัว ข่าวเรื่องลู่สิงโจวโปรดปรานหลิ่วรั่วอินยังคงส่งมาถึงไม่ขาดสายได้ยินว่าหลังตกน้ำ นางก็ล้มป่วยหนัก ทำให้ลู่สิงโจวปวดใจยิ่งนัก ไม่เพียงส่งของบำรุงล้ำค่าจากสำนักแพทย์หลวงไปให้อย่างต่อเนื่อง เขายังสั่งให้คนเดินทางไปยังดินแดนนอกด่าน เพื่อตามหาบัวหิมะแห่งเทียนซานอันล้ำค่าอย่างยิ่งมาให้นางเพื่อให้นางหลับได้อย่างสงบ เขาจึงเสาะหาผ้าแสงจันทร์อันล้ำค่ามาทำเป็นม่านล้อมเตียงให้นางต่อให้แสงแดดภายนอกจะแรงกล้าเพียงใด เมื่อส่องผ่านผ้าชนิดนี้ก็จะผ่องกระจ่างดุจแสงจันทร์ จึงได้ชื่อว่าผ้าแสงจันทร์ข้ารับฟังข่าวเหล่านี้อย่างสงบนิ่ง พลางเก็บสัมภาระของตนเงียบ ๆ และตั้งใจเตรียมตัวรอวันที่จะออกจากวังยามค่ำคืน ลู่สิงโจวก็ปรากฏตัวในห้องของข้าอีกครั้งเขานำยาทาแผลมาให้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “นี่เป็นยาที่ข้าไปรับมาจากสำนักแพทย์หลวงด้วยตนเอง เหมาะสำหรับรักษาบาดแผลของเจ้าที่สุด”“วันนั้นข้าเห็นบาดแผลของเจ้าปริออก ตอนนี้ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”“ช่วงนี้อาอินขาดคนดูแลไม่ได้ พอดีนางหลับแล้ว ข้าจึงพอมีเวลามาดูเจ้า”ข้านิ่งเงียบ ไม่ตอบคำ เพียงก้มหน้าฝึกคัดอักษรด้วยพู่กันต่อไปเข
Leer más
บทที่ 8
วินาทีนั้น โลกทั้งใบของข้าราวกับมืดดับลงเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ผู้คนต่างแยกย้าย ข้ากอดเสี่ยวไป๋ที่อาบไปด้วยเลือดไว้ในอ้อมแขน หัวใจแตกสลายจนแทบทนไม่ไหวน้ำตาไหลชโลมขนของมันจนเปียกชุ่ม ปะปนกับโลหิต ทำให้มันดูน่าเวทนายิ่งนักข้าลูบศีรษะของมันเบา ๆ ทว่าศีรษะเล็ก ๆ นั้นกลับห้อยนิ่งแข็งทื่อ มันจะไม่มีวันกระดิกหางต้อนรับข้าด้วยความดีใจอีกแล้วหัวใจเจ็บปวดราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ข้าอ้าปากอย่างไร้เรี่ยวแรง แม้แต่จะเอื้อนเอ่ยสักคำก็ยังทำไม่ได้เป็นเพราะข้าไร้ความสามารถ ข้าปกป้องมันไว้ไม่ได้ข้าขุดหลุมเล็ก ๆ ในลานเรือน แล้วฝังมันลงไปด้วยมือตนเองกลางดึก มือคู่หนึ่งที่คุ้นเคยโอบรอบเอวข้าอีกครั้งลู่สิงโจวแนบกายเข้ามา พลางเอ่ยเสียงแผ่ว “ก็เป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น อย่าเสียใจนักเลย ภายหน้าข้าจะหาตัวที่หน้าตาคล้ายกันมาให้เจ้าสักตัว”ต่อให้คล้ายแล้วอย่างไร ต่อให้เหมือนเพียงใด มันก็ไม่ใช่เสี่ยวไป๋ของข้ายิ่งไปกว่านั้น หลิ่วรั่วอินเกลียดสุนัขถึงเพียงนั้น หากวันหน้าฝ่าบาทหาสุนัขมาให้ข้าอีก นางจะไม่ใช้วิธีเดิมอีกหรือ?ข้าไม่ตอบ เพียงขยับตัวหลบไปด้านหนึ่งภายในห้องเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง
Leer más
บทที่ 9
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูวัง แสงอาทิตย์ก็สาดส่องลงมาทั่วร่างอย่างเต็มที่ ข้าหรี่ตาลงเล็กน้อย ซึมซับอิสรภาพที่ไม่ได้สัมผัสมานานแสนนานโลกภายนอกประตูวังคึกคักมีชีวิตชีวา ผู้คนเดินขวักไขว่ รถม้าสัญจรไม่ขาดสาย แตกต่างจากความอึดอัดภายในวังอย่างสิ้นเชิงข้าสูดลมหายใจเข้าลึก บรรยากาศของชีวิตผู้คนลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เป็นความมีชีวิตชีวาที่ข้าไม่เคยสัมผัสได้อย่างชัดเจนเช่นนี้มาก่อนข้าถือห่อสัมภาระเรียบง่าย เดินไปตามกระแสผู้คนข้าไม่รู้ว่าควรมุ่งหน้าไปที่ใด เพียงรู้สึกตามสัญชาตญาณว่าอยากไปให้ไกลจากวังหลวงที่กักขังข้ามาหลายปีเดินทางอยู่เนิ่นนาน ในที่สุดข้าก็มาถึงเมืองเล็กแห่งหนึ่งเมืองแห่งนี้ไม่ใหญ่ ทว่ากลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศอันสงบสุขสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงนานาชนิด ผู้คนต่างมีรอยยิ้มเรียบง่ายและจริงใจประดับอยู่บนใบหน้าข้าเลือกพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งดูสะอาดสะอ้านพอสมควรข้านั่งอยู่ในห้องพัก มองทิวทัศน์บนถนนนอกหน้าต่าง ความรู้สึกมากมายปะปนกันอยู่ในใจจนยากจะบรรยายหลายปีที่อยู่ในวัง โลกของข้ามีเพียงลู่สิงโจวกับกำแพงวังสูงทั้งสี่ด้านครั้นต้องออกมาอยู่ท่ามกลางโลกกว้างอย่างกะทันหัน
Leer más
บทที่ 10
กว่าลู่สิงโจวจะกลับถึงวังหลวง เวลาก็ล่วงเลยไปหนึ่งเดือนแล้วเหล่านางกำนัลและขันทีคุกเข่าอยู่เต็มพื้น ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด ดูน่าสะพรึงยิ่งนัก “หมิงเยว่อยู่ที่ใด คนเป็น ๆ ทั้งคนจะหายตัวไปเช่นนี้ได้อย่างไร!”“พวกบ่าวก็ไม่ทราบว่าเจ้าพี่หมิงเยว่ไปที่ใดเพคะ นางน่าจะอายุครบกำหนด จึงได้รับอนุญาตให้ออกจากวังแล้ว”“เหลวไหล! หากไม่มีพระบรมราชานุญาตจากข้า ผู้ใดบังอาจปล่อยนางออกจากวัง!”ลู่สิงโจวกวาดข้าวของทุกอย่างบนโต๊ะทรงงานลงกับพื้น ฎีกาที่กองพะเนินกระจัดกระจายไปทั่วหลิ่วรั่วอินเห็นดังนั้นก็รีบก้าวเข้าไปหา “ฝ่าบาท โปรดระงับโทสะด้วยเพคะ นางก็เป็นเพียงบ่าวคนหนึ่งเท่านั้น ไม่คุ้มให้ท่านต้องกริ้วจนทำร้ายสุขภาพของตนเลยเพคะ”ลู่สิงโจวหันไปมองนาง ดวงตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง “หุบปาก! หากไม่ใช่เพราะจิตใจอำมหิตของเจ้า แม้แต่สุนัขตัวหนึ่งก็ยังไม่ยอมละเว้น นางจะถูกบีบให้จากไปได้อย่างไร!”นี่เป็นครั้งแรกที่หลิ่วรั่วอินเห็นเขาโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ นางจึงอดหวาดหวั่นขึ้นมาไม่ได้ที่ผ่านมา เมื่อเห็นท่าทีของลู่สิงโจวที่มีต่อหมิงเยว่ นางคิดมาโดยตลอดว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงนางกำนัลที่ไม่มีความสำคัญ แต
Leer más
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status