Masukเสียงปิดประตูห้องพักดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับร่างสูงของเมษที่ก้าวเดินลับหายอ
ความเงียบงันภายในห้องพักของเอิร์ธกลายเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว หลังจากที่เขาเดินออกจากบ้านของลูกปัดพร้อมกับประโยคสุดท้ายที่ตัดขาดความสัมพันธ์สิบปีลงอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มคิดมาตลอดว่าการหลุดพ้นจากความกดดัน เรื่องแต่งงาน และการถูกเคี่ยวเข็ญจากแฟนสาวจะทำให้เขารู้สึกเบาตัว เหมือนได้ปลดล็อกพันธนาการที่รัดรึงชีวิตมานานทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย...จิตใจของเอิร์ธยังคงว้าวุ่นและสับสนอยู่อย่างเดิม ราวกับมีพายุหมุนกวาดต้อนความรู้สึกนึกคิดจนกระเจิดกระเจิง ของทุกชิ้นในห้อง มุมทุกมุมในคอนโด หรือแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินเป็นจังหวะกลับขวางหูขวางตาไปหมด เขาเดินพล่านไปมาในห้องอย่างคนหาทางออกไม่เจอ ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดว่าทำไมถึงยังรู้สึกทรมานและเคว้งคว้างขนาดนี้ ทั้งที่เขาเป็นคนเลือกที่จะก้าวออกมาเองความสับสนนี้ย้อนกลับมากัดกินหัวใจของชายหนุ่มจนบดบังความนึกคิดทางศีลธรรมไปสิ้น ในยามที่จิตใจฟูมฟายและหาความสงบไม่ได้ คนคนเดียวในโลกที่ลอยเข้ามาในหัว คนคนเดียวที่จะช่วยฉุดเขาข
บรรยากาศภายในบ้านหลังสวยของลูกปัดยามเย็นนี้เงียบสงัดและวังเวง ผนังห้องและข้าวของเครื่องใช้ที่เคยถูกตกแต่งอย่างอบอุ่นและมีชีวิตชีวา บัดนี้กลับคล้ายถูกปกคลุมด้วยหมอกควันแห่งความอึดอัดและร้าวราน เสียงประตูบ้านเปิดออกพร้อมกับการก้าวเท้าเข้ามาของเอิร์ธ ชายหนุ่มเพิ่งเดินทางกลับมาจากเชียงใหม่ สองตาหมองคล้ำและร่องรอยความเหนื่อยล้ายังคงปรากฎชัดบนใบหน้า ทว่าสิ่งที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงคือแววตา... นัยน์ตาคู่คมที่เคยฉายแววสับสนและยอมอ่อนข้อให้แฟนสาวมาโดยตลอด บัดนี้กลับราบเรียบและเย็นชาจนน่ากลัวลูกปัดนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขก แสงไฟสลัวจากภายนอกส่องกระทบใบหน้าเนียนที่ซีดเผือดและเปื้อนคราบน้ำตา ดวงตาคู่สวยบวมช้ำจากการร้องไห้มาอย่างยาวนานตลอดหลายวันที่เขาหายหน้าไป เธอหันมามองตามเสียงฝีเท้า และทันทีที่เห็นว่าเป็นเอิร์ธ ลูกปัดก็ค่อยๆ พยุงร่างอันสั่นเทาของตัวเองลุกขึ้นยืนช้าๆ สองมือเรียวกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวดและความอัดอั้นที่สะสมมาเนิ่นนานนับสิบปี"กลับมาแล้วเหร
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านของห้องพักโรงแรม กระทบลงบนเตียงนอนที่ยังคงร่องรอยความยับยู่ยี่จากค่ำคืนที่ผ่านมา เอิร์ธค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง อาการปวดหัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังคงค้างคาอยู่ แต่สิ่งที่ชักนำให้หัวใจของเขากระตุกวูบกลับเป็นความว่างเปล่าข้างกายพื้นที่บนฟูกหนาด้านข้างเย็นชืด ไร้ร่องรอยของเรือนร่างบางที่เขาเคยตระกองกอดไว้ตลอดทั้งคืน เอิร์ธยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ความทรงจำเกี่ยวกับรสสัมผัส ลมหายใจ และสัมผัสอันร้อนแรงริมแม่น้ำปิงเมื่อคืนนี้พุ่งกลับเข้ามาในหัวราวกับคลื่นลูกใหญ่ ความจริงที่ว่าขอบเขตของคำว่า 'เพื่อนสนิท' ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ทำให้เขารู้สึกสับสนและร้อนรนอย่างบอกไม่ถูกข้างหมอนใบโต มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กวางอยู่พร้อมกับกุญแจห้อง เอิร์ธยื่นมือไปหยิบขึ้นมาอ่านด้วยหัวใจที่เต้นระทึก "เอิร์ธ... พอดีริชามีงานด่วนเข้ามาฉุกเฉินตอนเช้า เลยต้องรีบออกไปก่อนนะ ไม่ได้อยู่รอส่ง ริชาบอกอาร์ทไว้แล้ว เดี๋ยวอาร์ทจะมารับเอิร์ธพา
ความเงียบสงบยามค่ำคืนริมแม่น้ำปิงถูกกดทับด้วยสภาวะสุญญากาศอันน่าอึดอัด หลังจากที่เอิร์ธเลือกจะปัดคำถามสำคัญของริชาทิ้งไปอย่างคนไร้ทางออก ชายหนุ่มก็พาตัวเองจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความเลือนรางด้วย ‘น้ำเปลี่ยนนิสัย’ บนโต๊ะอาหารอย่างหนักหน่วง แก้วแล้วแก้วเล่าถูกรินเติมอย่างไม่ขาดสาย ราวกับต้องการใช้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์มอมเมาสติสัมปชัญญะและหลบหนีความจริงอันแสนเจ็บปวดที่กำลังบีบคั้นหัวใจริชานั่งมองภาพชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความปวดร้าวและห่วงใย เธอทำได้เพียงคอยห้ามปรามเบาๆ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งความรุนแรงในอารมณ์ของเอิร์ธได้ กระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่น ฤทธิ์สุราก็แปรเปลี่ยนร่างสูงโปร่งให้กลายเป็นคนที่แทบจะไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกต่อไป ใบหน้าคมคายแดงซ่าน ลมหายใจร้อนผ่าวติดขัด และดวงตาคู่คมปรือปานจะปิดลงทุกขณะริชาต้องพยุงร่างที่หนักอึ้งของเอิร์ธออกจากร้านอย่างยากลำบาก เธอประคองเขาขึ้นรถ ขับพาชายหนุ่มกลับมาส่งยังโรงแรมที่พักขนาดกะทัดรัดท่ามกลางความเงียบสงัดของเมืองเชียงใหม่
บรรยากาศยามเย็นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำปิงยังคงงดงามด้วยแสงอาทิตย์อัสดงที่ฉาบท้องฟ้าให้กลายเป็นสีส้มทอง สายลมเหนือพัดโชยมาแผ่วเบาปะทะผิวหน้า สองหนุ่มเพื่อนเก่าอย่างเอิร์ธและอาร์ทเดินทางมารอทานอาหารเย็นที่ร้านริมน้ำบรรยากาศโปร่งสบายแห่งเดิม โดยมี ริชา ขับรถตามมาสมทบทีหลังหลังจากเธอเสร็จสิ้นภารกิจส่วนตัวทว่า ทันทีที่อาหารจานแรกถูกยกมาเสิร์ฟและริชาเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์มือถือของอาร์ทก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน อาร์ทขมวดคิ้วกดรับสาย ฟังปลายสายพูดด้วยสีหน้าเครียดขรึมขึ้นมาทันที"อะไรนะ? คนงานในแคมป์ทะเลาะกันถึงขั้นตีกันเลยเหรอ... เออๆ เดี๋ยวกูกำลังออกไป ตะลุมบอนกันขนาดนี้เดี๋ยวงานการสะดุดหมด"อาร์ทถอนหายใจยาว วางสายแล้วหันมามองหน้าเพื่อนทั้งสองคนด้วยความเกรงใจ "โทษทีว่ะพวกมึง สายด่วนจากแคมป์คนงาน หัวหน้าคนงานโทรมาบอกว่าพวกคนงานทะเลาะกันนัวเนียในแคมป์ กูต้องรีบไปเคลียร์สถานการณ์ก่อน เดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย""เฮ้ย ไม่เป็นไรอาร์ท เรื่องงาน
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องพักโรงแรมกระทบใบหน้าของเอิร์ธ ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงในชุดเดิมตั้งแต่เมื่อคืน สายตาเหม่อลอยจ้องมองโทรศัพท์มือถือในมือที่หน้าจอมืดสนิทไปนานแล้ว เสียงสัญญาณตัดสายของลูกปัดยังคงแว่วก้องอยู่ในหัว สลับกับคำพูดตบหน้าฉาดใหญ่ของอาร์ทเมื่อคืนวาน ราวกับมรสุมสองลูกกำลังเข้าปะทะจิตใจของเขาพร้อมๆ กันปริ๊น... ปริ๊น...เสียงแตรรถที่ดังขึ้นเบาๆ หน้าโรงแรมดึงสติของเอิร์ธให้กลับมา ร่างสูงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น จัดแจงเสื้อผ้าอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินลงไปด้านล่าง วันนี้นัดกับอาร์ทไว้ว่าจะไปดูไซต์งานสร้างรีสอร์ทที่เพื่อนสนิทกำลังคุมงานอยู่ทันทีที่เอิร์ธก้าวขึ้นมานั่งบนรถยนต์ของอาร์ท ความเงียบงันและบรรยากาศตึงเครียดก็ปกคลุมไปทั่วห้องโดยสาร อาร์ทซึ่งกำลังออกรถและใช้สายตาควบคู่กับการขับขี่ หันมามองเพื่อนข้างกายเพียงครู่เดียวก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ใบหน้าคมคายของเอิร์ธหมองคล้ำ นัยน์ตาแดงโรยและเต็มไปด้วยร่องรอยของการไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน







