FAZER LOGINเปียลงลิฟต์มาถึงชั้นล่าง เธอรีบเดินเข้าไปถามพี่ ๆ พยาบาลว่าแคนทีน (โรงอาหาร) ต้องเดินไปทางไหน เมื่อได้คำตอบแล้วสองเท้าเล็กก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเพื่อไปให้ถึงแคนทีนโดยเร็ว เธอจะได้รีบซื้อแล้วรีบขึ้นเอาข้าวไปให้คุณหมอ
เปียอยากเจอคุณหมออีกจัง
นี่คือสิ่งที่เธอคิดในหัวตั้งแต่ออกจากห้องของเขา เปียเดินไล่ร้านอาหารไปทีละร้าน คุณหมอบอกว่าอะไรก็ได้แต่ไม่เผ็ด ว่าแต่เธอจะเอาอะไรให้คุณหมอทานดี
"ผัดผักดีไหม คุณหมอน่าจะดูแลสุขภาพนะ" เธอคิดแบบง่ายๆ คนเป็นหมอก็ต้องมีสุขภาพที่ดี เลือกอาหารที่มีประโยชน์ กินผัก กินปลา
"อืม ว่าแต่มีปลาอะไรบ้าง" เธอหยุดยืนร้านข้าวอยู่ร้านหนึ่ง มีหลากหลายเมนู
"ป้าคะ มีใส่กล่องไหมคะ หนูซื้อไปให้คุณหมอค่ะ" เธอฉีกยิ้มกว้างถามป้าร้านข้าว วันนี้เธอรู้สึกว่าเป็นการซื้อข้าวที่มีความสุขมากที่สุด
"มีหนู จะเอาอะไรล่ะ"
"อืม...ผัดผักค่ะ กับปลา...อันนี้คือปลาอะไรคะ" เธอชี้ถาม
"ปลาดอลลี่"
"ค่ะ ค่ะ ปลาดอลลี่ เท่าไหร่เหรอคะ"
"หกสิบบาทจ้า"
"นี่ค่ะป้า" เธอยื่นแบงก์ร้อยให้กับป้าร้านข้าว แล้วหยิบถุงที่มีข้าวกล่องมาถือไว้แล้วรอเงินทอน
"ต้องซื้อน้ำด้วยไหมนะ" เปียเดินไปร้านน้ำแล้วสั่งน้ำเปล่ามาหนึ่งขวด
หลังจากนั้นเธอก็เดินตรงไปยังลิฟต์วีไอพีตามที่คุณหมอบอก
"เอ่อ คุณหมอ...ณภัทรบอกให้หนูมาขึ้นลิฟต์ตัวนี้ค่ะ คุณหมอสั่งให้หนูซื้อข้าวให้" เธอบอกกับพี่รปภ.ที่ดูแลและสำรวจความเรียบร้อยในบริเวณนั้น
"ครับ"
ลิฟต์เดินทางมาถึงชั้นสิบเก้า เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เปียรีบเดินตรงไปยังห้องคุณหมอทันทีด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม แล้วมองถุงกล่องข้าวที่ถืออยู่ในมืออย่างอารมณ์ดี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เข้ามา" เสียงจากคนด้านในห้องอนุญาต มือบางจับด้ามประตูบิดลงเพื่อเปิดเข้าไปในห้อง
"เปียเอาข้าวมาส่งค่ะคุณหมอ มีผัดผักกับปลาดอลลี่นะคะ แล้วก็น้ำด้วย" เธอบอกน้ำเสียงสดใส แล้ววางถุงข้าวกล่องลงบนโต๊ะคุณหมอ
"อืม ขอบใจ"
"แล้วนี่ตังค์ทอนค่ะ" เปียวางเงินทอนไว้บนโต๊ะคุณหมอ ก่อนจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วยืนมองเขาอย่างชื่นชมอยู่ในใจจนลืมไปว่าเธอยังมีงานอื่นที่ต้องทำ
เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ห้วงแห่งความฝันที่จะได้อยู่กับคุณหมอ แต่มันก็เป็นเพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ
คุณหมอหนุ่มหล่อที่พ่วงด้วยตำแหน่งรองประธานเงยหน้าขึ้นมามองเด็กสาวที่ไม่ยอมออกจากห้องไปไหน
นิ้วเรียวหนาจับด้ามปากกาแล้วเคาะลงไปบนโต๊ะ มองหน้าเด็กสาว "ทำไมไม่ออกไปอีก"
"เอ่อ...อ้อ ค่ะ ค่ะ เปียจะออกไปเดี๋ยวนี้" เธอก้มหัวหมุนตัวกลับเดินออกไปจากห้องในทันที
"บ้าจริง ๆ เลยยืนจ้องคุณหมออยู่ได้" เธอต่อว่าตัวเองอยู่ที่หน้าห้องคุณหมอ ก่อนจะเดินคอตกกลับไปยังลิฟต์ปกติที่เธอขึ้นมาในตอนแรก ไม่รู้ว่าเธอจะได้มีโอกาสมาที่นี่อีกหรือเปล่า
"ทำยังไงถึงจะได้เจอคุณหมออีกคะ" เธอยืนบ่นคนเดียวอยู่ในลิฟต์ นึกถึงหน้าคุณหมอ เธออยากเจอเขาอีกแต่ก็คงไม่ได้มีวาสนาจะได้ขึ้นมาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง
"ป้าพรจ๊ะ หนูกลับมาแล้ว" เธอเดินนวยนาดกลับเข้ามาในร้านอาหารตามสั่ง หลังจากส่งข้าวให้คุณหมอเสร็จแล้วถอนหายใจลงนั่งที่เก้าอี้ยกแขนขึ้นเท้าคาง
"ทำไมทำหน้าแบบนั้น"
"แบบไหนเหรอป้า"
"แค่ให้ไปส่งข้าวคุณหมอมันน่าเบื่อขนาดนั้นเลย"
"เปล่าจ่ะ ฉันไม่ได้เบื่อ ออกจะดีใจด้วยซ้ำไป"
"ว่ายังไงนะ"
"อ้อ เปล่าจ่ะไม่มีอะไร" ระหว่างทางที่กลับมาร้านอาหารเธอเดินคิดมาตลอดทาง อยากจะมีวาสนาอีกสักครั้งเพื่อจะได้เจอหน้าคุณหมอ
ดวงตาสวยก้มมองดูสภาพตัวเอง เสื้อผ้าเธอมันเก่ามากแถมคอก็ย้วย แค่เงินจะซื้อเสื้อยืดธรรมดาใส่ยังยาก เพราะช่วงเย็น ๆ พ่อกับแม่เธอก็จะมาดักรอแถว ๆ หน้าร้านเพื่อแบมือขอเงินลูก
ขนาดเงินแค่สามร้อยห้าสิบบาทก็ยังจะเอา ตอนที่เธอยื่นเงินให้พ่อกับแม่ พวกเขาส่งเงินให้เธอเพียงแค่ยี่สิบบาทไว้ติดตัวเท่านั้น เข้าเช้า กลางวัน เธอก็จะมาทานที่ร้านป้า ส่วนตอนเย็นป้าก็จะแบ่งกับข้าวที่ยังเหลือให้กับเธอไว้ทาน เปียเลยไม่ต้องเสียเงินซื้อข้าวสักบาท
ในทุกๆวันเปียจะเดินทางกลับบ้านเป็นประจำทั้งขาไปและขากลับ ด้วยระยะทางจากบ้านมายังร้านที่เธอทำงานประจำใช้เวลาเดินทางมาก็แค่ประมาณสิบห้านาทีเท่านั้น เธอจึงไม่ต้องเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง
ตกเย็น
"เอ้านี้เงิน" ป้าร้านอาหารยื่นเงินค่าแรงให้กับเธอ
"ขอบคุณจ่ะ" เธอรับเงินก่อนจะยกมือไหว้ "เปียไปก่อนนะจ๊ะป้า" เธอบอกลาแล้วมองเงินจำนวนสามร้อยห้าสิบบาทที่ถืออยู่ในมือ เงินจำนวนนี้เธอคงถือไว้ได้ไม่นานนัก เดี๋ยวพ่อกับแม่เธอก็มาเอาเงินเธอไปแล้ว
เปียเดินไปตามทางระหว่างที่กำลังเดินกลับบ้าน แต่ก็แปลกใจที่วันนี้พ่อกับแม่เธอไม่มาดักรออย่างเช่นทุกวัน หรือวันนี้พวกเขาอาจจะได้เงินเยอะจากการเล่นพนันเลยไม่คิดมาเอาเงินไปจากเธอ
เดินไปได้เพียงห้านาทีเริ่มมีแสงสว่างจากทางด้านซ้าย เมื่อเดินผ่านก็พบว่ามีตลาดนัดของขายเต็มไปหมด เธอจึงแวะเดินเข้าไปดูว่ามีของอะไรขายบ้าง
จริงๆเธอเดินผ่านตรงนี้ทุกวัน แต่ไม่ยักรู้ว่ามีตลาดนัดด้วย หรือเพิ่งจะมาเปิดตรงนี้
เปียเห็นมีร้านเสื้อผ้าขายอยู่ทางด้านหน้าก็รีบเดินเข้าไปดู เธอหยิบเสื้อขึ้นมาหนึ่งตัวเป็นเพียงแค่เสื้อยืดธรรมดามีลายสกรีนด้านหน้า และป้ายบอกราคาติดอยู่
"หนึ่งร้อยเหรอ" เธอมองเสื้อผ้าตัวอื่นๆที่แขวนบนราว แต่เสื้อผ้าพวกนั้นคงจะแพงกว่าตัวที่เธอถืออยู่
ชุดกระโปรงสวย ๆ เธอคงไม่ได้ใส่ แค่เสื้อยืดเปลี่ยนธรรมดาก็คงจะหรูมากแล้วสำหรับเธอ
เด็กสาวยืนชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อดีไหม เธออยากมีเสื้อใหม่ ๆ สักตัว
"หนู เห็นถือนานแล้วจะซื้อไหม" คนขายตะโกนถาม
"เอ่อ...มีกระจกไหมจ๊ะ หนูอยากเอาลองทาบบนตัวจ่ะ" เธอบอกอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
"นู่น" คนขายชี้บอก เธอจึงเดินไปส่องกระจก ใบหน้าเธอทำไมมันถึงได้มอมแมมแบบนี้นะ ผมเผ้าที่เธอถักเปียมาก็ยุ่งหยิงไปหมด สารรูปเธอมันดูแย่มาก ๆ เลย
"ตกลงจะซื้อไหม"
"ยะ ยังดีกว่าค่ะ" เธอตัดใจไม่ซื้อเสื้อใหม่ เพราะรู้สึกเสียดายเงิน วันนี้พ่อกับแม่เธอไม่มาเอาเงินเธอไป งั้นเธอควรเก็บเงินจำนวนนี้ไว้เพื่อต่อยอดในอนาคตถึงมันจะเป็นจำนวนเงินไม่มากก็ตาม
มือบางแขวนเสื้อไว้ที่ราวผ้าที่เดิมแล้วเดินออกจากร้าน เพื่อกลับบ้าน
ทางด้านคุณหมอหนุ่มหล่อในวัยสามสิบนั่งดูเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะจนเวลาล่วงเลยถึงหนึ่งทุ่ม
เขาปิดเอกสารลงแล้วเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้แล้วนวดขมับเพื่อผ่อนคลาย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เชิญ"
"คุณหมอคะ พรุ่งนี้มีเคสผ่าตัดคนไข้ห้องวีไอพีค่ะ ชื่อคุณบารมี" พยาบาลผู้ช่วยของเขาเข้ามาบอก
"อืม"
"อ้อ แล้วข้าวเมื่อกลางวันคุณหมอทานได้ไหมคะ"
"ได้"
"วันนี้โซลไม่ว่างเอาข้าวมาให้ด้วยตัวเอง เลยวานให้ป้าร้านข้าวมาส่งให้ค่ะ"
"ป้า ?" เขาถาม ก็คนที่มาส่งข้าวให้เป็นเด็กสาวเนื้อตัวมอมแมม
"ใช่ค่ะ ทำไมเหรอคะ"
"ไม่มีอะไร คุณออกไปได้ ผมจะกลับบ้านแล้ว"
คุณหมอหนุ่มขับรถออกจากโรงพยาบาลในเวลาค่ำ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงหฤหรรษ์ในการต้องฝ่ารถติด
ในระหว่างที่รถติดอยู่นั้น สายตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ ตัวมองสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้าง
เขาไปสะดุดโฟกัสกับใครคนหนึ่งที่เดินอยู่บนฟุตบาท ละม้ายคล้ายเด็กที่วันนี้เธอซื้อข้าวให้เขา
รถราบนท้องถนนค่อย ๆ ไหลไปตามทางทีละนิด ดวงตาคมมองเด็กสาวที่เดินบนฟุตบาท สลับกับมองทางที่อยู่เบื้องหน้าสลับไปมา
"ไม่เรียนหนังสือหรือยังไง" เขาคิดพิจารณามองเด็กสาวเนื้อตัวมอมแมมแต่มีใบหน้าที่...
สวย
นี่คือสิ่งที่เขาคิดในหัวจำใบหน้าเธอได้เมื่อช่วงกลางวันที่เธอมาส่งข้าวให้
คุณหมอหนุ่มถอนหายใจยาวๆ เลิกมองเด็กสาวแล้วหันมาโฟกัสกับรถราที่ค่อย ๆ ไหลไปตามทางทีละนิด เขาไม่ควรคิดเรื่องอะไรที่ไร้สาระก็แค่เด็ก...มาส่งข้าวให้ จะคิดอะไรให้เยอะแยะ ทุกวันนี้แค่งานในโรงพยาบาลก็ล้นมือมากพอแล้ว
ตอนที่ 12ฉันจะได้รู้จักเธอมากขึ้นเธอน่าจะเชื่อฟังคุณหมอตั้งแต่แรก ไม่น่ารั้นจนเกิดเรื่องทำให้เธอต้องเจ็บตัวซ้ำสองติดๆ กัน "ไปกับฉัน" คริสบอกเสียงนุ่มมองใบหน้าเด็กสาวที่มีรอยเลือดกบปาก แก้มเนียนทั้งสองข้างเป็นรอยมือขึ้นแดงจนเห็นชัด เธอคงจะเจ็บทั้งกาย ทั้งใจเปียพยักหน้าช้าๆ น้ำตาใสยังคงไหลอาบสองข้างแก้ม ส่วนสองผัวเมียก็ไม่กล้าพูดต่อปากต่อคำอะไรอีก เพราะดูจากท่าทางของชายหนุ่มคนนี้ท่าจะเป็นคนพูดจริงทำจริง ภพกับสายไม่อยากติดคุกอีก แต่ทว่าลูกสาวเขาจะไปกับผู้ชายคนนี้แล้วใครจะหาเงินให้ใช้"นี่...คุณ จะเอาตัวลูกสาวเราไปมันก็ต้องมีค่าตัวกันหน่อยไหม" ภพแบมือขอหน้าด้านๆ มาเอาตัวทำเงินไปแล้วเขาสองคนกับเมียจะเอาอะไรกิน อย่างน้อยก็ต้องได้ติดไม้ติดมือมาบ้าง "พวกคุณเป็นพ่อแม่แท้ๆ ของเธอหรือเปล่า" คริสถามอย่างนึกสงสัย ทำไมสองผัวเมียคู่นี้ถึงได้ใจร้ายทำกับลูกสาวได้ลงคอ "เอ้า ก็แน่สิฉันเบ่งมันออกมา หน้ามันก็เหมือนกับฉัน" สายตอบเสียงแข็งกลับไป คริสมองหน้าสายกับเปียสลับไปมา เหมือนเหรอ? แต่พ่อกับแม่เธอเป็นคนผิวคล้ำมองด้วยตาเปล่าก็ดูดำกระด้าง ส่วนเธอกลับมีสีผิวที่ขาวกว่าคนเป็นพ่อแม่ ทว่าตอนแรกที่เจอเธ
หมับ~"ใครวะ" ผู้ชายที่เดินตามเด็กสาวถามลั่นพร้อมกับหันไปมองว่าใครกันที่มากดไหล่เขาให้หยุดเดิน"มึงเป็นใคร" เขาถามแล้วสะบัดมือที่ไหล่ออก"จะอยากรู้ไปทำไม" คริสตอบกลับเสียงเรียบ"แม่งเหยื่อหลุดไปจนได้" ชายอีกคนสบถออกมาอย่างหัวเสีย อุตส่าห์ได้เจอเหยื่อชั้นดีกลับต้องมาพลาดท่าเพราะไอ้หนุ่มหน้าหล่อคนนี้เมื่อเขาเห็นว่าเธอเดินห่างออกไป คริสจึงเบี่ยงตัวหลบชายสองคนแล้วรีบเดินตามเด็กสาวให้ทันความเป็นอยู่ที่นี่มันไม่ปลอดภัยเลยสักนิด แล้วเธอยังกล้าปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขาอีกเดินไปไม่ไกลนัก คริสเห็นว่าเธอเดินเข้าไปในบ้านก็เริ่มได้ยินเสียงโวยวายจากในบ้าน คริสจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ อีกหน่อยเพื่อที่จะแอบฟัง"มาแล้วเหรอนังตัวดี" สายเดินเข้ามากระชากตัวลูกสาว"แม่~เปียเจ็บนะ""เอาเงินมา เงินอยู่ไหน" ภพพ่อของเธอตวาดถาม แล้วแบมือขอเงินจากลูกด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด"พ่อจ๋า วันนี้งดเล่นการพนันสักวันเถอะนะ"เพี๊ยะ~"มึงเป็นลูกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกูไอ้เปีย กูจะเอาเงินนี้ไปทำอะไรมันก็เรื่องของกู"เพี๊ย~"ถ้าพ่อกับแม่เลิกเล่นการพนันเราอาจจะมีเงินเก็บมากกว่านี้ก็ได้นะ แล้วเปียก็จะได้เรียนหนังสือด้วย""แหม~อยากเป็นคน
ตอนที่ 11ไปอยู่บ้านฉันเปียจะบอกคุณหมออย่างไรว่าบ้านของเธอเป็นสลัม ก็เธออายนี่น่า แล้วคุณหมอเองก็ดูตั้งใจมากๆ ที่จะพาเธอออกจากชีวิตเซ็งเคร็งนี้ แต่คุณหมอรู้เรื่องของเธอดีแล้วอย่างนั้นเหรอถึงได้ชักชวนเธอไปอยู่ที่บ้าน อยากจะถามเหลือเกินว่าช่วยเธอไปทำไม ใจดีกับเธอทำไม แล้วกับการที่คุณหมอดีกับเธอแบบนี้มันทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเอง หวังสูงเกินเอื้อม คุณหมอทั้งหล่อ รวย แล้วยังใจดีกับเธออีก ทั้งที่เราสองคนไม่เคยได้ทำความรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ"บ้านเธออยู่ที่ไหน" คริสถามในขณะที่รถยนต์คันหรูกำลังเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถชั้นวีไอพี"อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลหรอกค่ะ""อืม งั้นก็บอกทางฉัน"ผ่านไปสิบห้านาที เด็กสาวเอ่ยปากบอกให้คุณหมอจอดรถที่ข้างทาง "ไหนบ้านเธอ ถึงแล้วเหรอ" คริสกวาดสายตามองไปยังนอกรถก็เห็นเพียงตัวคลองและมีทางเดินแคบๆ ให้เดินเข้าไปกับแสงไฟสลัวๆ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัย อย่าบอกนะว่าบ้านเธออยู่ในนั้น"บ้านเปียเดินเข้าไปในนั้นค่ะ" เธอยกนิ้วชี้บอก และเป็นที่ที่คริสเข้าใจถูกแต่แรก"จะให้ฉันจอดรถตรงนี้คงไม่ได้ แถวนี้มีที่จอดรถให้จอดไหม""มีซอยข้างหน้าขับไปอีกหน่อยค่ะ""อืม บอกฉัน"รถยนต์
ตอนที่ 10ลาพ่อแม่คริสมองคู่สองผัวเมียด้วยสายตาแข็งกร้าวก่อนจะเดินไปขึ้นรถยังฝั่งคนขับทว่าภพกับสายก็ได้เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้ามองผู้ชายที่มาช่วยลูกสาวไว้ เมื่อชำเลืองเห็นว่ารถคันหรูได้แล่นออกไป"ไอผู้ชายหน้าหล่อคนนั้น รู้จักกับไอเปียด้วยเหรอวะ ท่าทางจะรวยมาก ดูขับรถสิ" สายถามภพที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน"ก็เห็นเหมือนกับมึงนั่นแหละ" ภพตอบกลับแต่สายตายังคงชะเง้อมองรถคันหรูที่ขับไปจนไกลแล้ว"อีอ้วนผู้ชายเมื่อกี้ใคร" ภพหันมาถามป้าพรที่กำลังเก็บกระทะที่เธอเขวี้ยงใส่ตัวกาลกิณีที่ยืนกันอยู่สองคน"ก็ผู้ชายไงถามแปลก""วอนนักนะมึง กูถามดีๆ" ภพทำท่าง้างมือจะตบแต่ป้าพรกลับยกกระทะขึ้นพร้อมฟาดกลับ เอาสิตบมาตบกลับไม่โกงสายสะกิดภพเพราะไม่อยากให้มีเรื่องตรงนี้ "อย่ามีเรื่องเลย กลับกันเถอะ ส่วนเรื่องไอเปีย...ไว้ค่อยว่ากัน" สายเริ่มอายสายตาคนที่เดินผ่านไปมา"รอดตัวไปนะมึง" ภพชี้หน้าป้าพรแล้วเดินกลับไปพร้อมกับสาย"ไปเสียได้ก็ดี" ป้าพรส่ายหัวให้กับคู่รักนักการพนันสองคนนี้ "เปียยังโชคดีนะลูกที่ได้คุณหมอมาช่วย" เปียเธอชอบคนไม่ผิดจริงๆ หวังว่าหลังจากนี้เธอจะเจอแต่เรื่องดีๆ กับเขาสักทีแล้วก็อยากให้เธอสมหวังกับคนที่เ
ตกเย็น สองผัวเมียภพกับสายพ่อแม่ของเปียก็มายืนดักรออยู่หน้าร้านป้าพรตามที่ลั่นวาจาไว้กับลูกสาวโครม~"ไปให้พ้นๆ จากร้านฉัน" ป้าพรโยนกระทะเขวี้ยงใส่สองผัวเมียที่ยืนชะเง้อมองอยู่หน้าร้านแล้วตะโกนด่าลั่น"เกิดเขวี้ยงโดนหัวแตกไงทำไง ฉันเรียกค่าทำแผลนะเว้ย" สายตะโกนบอกป้าพรที่ยืนในร้าน "แล้วไอเปียมันอยู่ไหน" ภพถามหาลูกสาวเพราะมองเข้าไปในร้านก็ไม่เห็น"เปียอยู่นี่จ่ะ" เปียเดินออกจากหลังร้าน เธอกำลังทำความสะอาดร้านให้กับป้าพร แต่พอได้ยินเสียงพ่อกับแม่เธอก็รีบเดินออกมา"นี่เงินจ่ะ" เปียยื่นเงินให้พ่อกับแม่โดยที่ไม่ต้องรอให้ภพกับสายท้วงหมับ~"เปีย อย่าไปให้เลย" ป้าพรแย่งเงินกลับคืน เธอทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นเด็กคนนี้ทำงานงกๆ เพื่อนำเงินให้พ่อกับแม่ของเธอไปเล่นการพนัน"อ่าว อีอ้วนมีสิทธิ์อะไรมาแย่งเงินไป นั่นมันเงินกูนะเว้ย""เงินไอเปียมัน และนี่ก็ค่าแรงของกูที่ให้กับเปียมันไว้ แต่มึงสองคนกลับเอาไปเล่นการพนัน""ไอเปีย นี้มึงฟ้องไออ้วนนี่เหรอวะ" ภพตะคอกใส่หน้าลูกสาวแล้วชี้หน้าคาดโทษเปียได้แต่ยืนนิ่งเนื้อตัวสั่นเทารีบเดินไปหลบอยู่หลังป้าพร"เป็นพ่อเป็นแม่แท้ๆ แต่กลับไม่เป็นที่พึ่งให้กับลูก เปียมัน
ตอนที่ 9ก็พาไปให้พ้นช่วงเช้าของวันต่อมา รถยนต์คันหรูสีดำป้ายทะเบียนประมูลขับเลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาล ทว่าคริสกลับไม่เลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถ แต่กลับขับตรงไปยังด้านหลังของโรงพยาบาลแล้วเลี้ยวซ้ายชะลอขับเคลื่อนรถไปช้าๆ เพื่อไปยังร้านป้าพรตามสั่งร้านที่อยู่ติดกับทางเดินฟุตบาทเมื่อคืนเด็กสาวทำเอาเขานอนไม่หลับเพราะวายุเพื่อนสนิทของเขาที่โทรมาพูดถึงเด็กคนนั้นให้ฟังเมื่อวาน สมองเขามันก็ดันจำฝังใจอยู่กับคำว่าข่มขู่ เช้าวันนี้เขาเลยต้องมาหาคำตอบเพื่อที่จะได้เลิกนึกถึงเธอสักทีก็ดูเหมือนว่าแกจะสนใจเด็กคนนี้ ฉันก็เลยโทรมา..."ฉันเนี่ยนะ สนใจเด็ก" ปากหน้ายิ้มหยัน ส่ายหัวไปมา เพื่อนของเขามันคิดได้ยังไงว่าเขาสนใจเธอ มันเป็นไปไม่ได้ก็...แล้วที่เขาขับรถมาถึงหน้าร้านนี่ล่ะ มันเพราะต้องการแค่หาคำตอบที่มันรกอยู่ในสมองหรือว่าเขาคิดอะไรกับเด็กสาวคนนั้นกันแน่ คิ้วเรียวหนาขมวดเข้าหากันอย่างนึกสงสัยกับความสับสนของตัวเองรถยนต์สีดำคันหรูป้ายทะเบียนประมูลจอดเทียบฟุตบาทข้างทาง คริสนั่งมองร้านที่เด็กสาวทำงานอยู่ในรถ"ร้านยังไม่เปิด?" ปากหนาเอ่ยพึมพำบนรถ คริสเห็นว่าร้านปิดอยู่แล้วป้ายชื่อด้านบนก็ชื่อร้านเดียว







