LOGIN“เมื่อคืนอาจารย์ก็นอนกับมาร์ไปหลายครั้งแล้ว” “เมื่อคืนก็ส่วนเมื่อคืน ตอนนี้ก็ส่วนของตอนนี้ น้องลิตาหนีออกจากบ้านใช่ไหม เหตุผลที่คุณแจ่มตามเธอกลับบ้าน” “อาจารย์แอบใช้มือถือมาร์เหรอคะ” “แล้วจะทำไม ไม่อยากแต่ง ทำไมไม่บอกดีๆ ฉันจะได้เลิกจัดงานให้สิ้นเปลืองเงิน แล้วเปลี่ยนเป็นส่งทนายมาฟ้องร้องเรียกเงินยี่สิบล้านคืน คิดค่าเสียเวลาเป็นอะไรดี ขอเธอจากพ่อเลี้ยงมานอนกกสักสองปีแทนดอกเบี้ยดีไหม พ่อเลี้ยงน่าจะเต็มใจ เพราะแต่ไหนแต่ไรเขาก็เกลียดเธอ” “มาร์ไปเกี่ยวอะไรด้วย ใครติดหนี้ก็ไปทวงกับคนนั้นสิ ไปฉุดเธอมาขังไว้ที่นี่ แล้วทำกับเธอ... เหมือนที่ทำกับมาร์ อาจารย์จะได้ครางชื่อถูกคนสักที” “ไม่ได้หรอก กับน้องลิตาฉันต้องถนอม แต่กับเธอไม่จำเป็น” แทนคุณผละออกจากมาลินีไปหยิบเงินสองพันมายัดใส่มือเธอ “เก็บไว้ใช้ ถ้าว่าง่าย เอาเสร็จฉันจะให้เพิ่ม” “อาจารย์ดูถูกมาร์” “ฉันไม่เคยดูเธอผิดหรอกนะมาร์”
View More‘คุณหนูของแกหนีออกจากบ้าน ป่านนี้ไปถึงไหนแล้วไม่รู้ เรียนเสร็จกี่โมงแกรีบกลับบ้านเลยนะ ฉันจะให้แกไปตามคุณหนูกลับมา’
‘ได้ค่ะ อีกสิบนาทีเลิกเรียน เก็บของเสร็จมาร์จะรีบกลับนะคะ’
อากาศยามเย็นค่อนข้างขมุกขมัว สายลมแรงพัดเอาใบไม้ใบหญ้าและเศษฝุ่นจากบนถนนมาทางเธอ ใบหน้าสวยหวานใต้หมวกกันน็อกทรงครึ่งหัวแหงนมองท้องฟ้า กังวลว่าเมฆฝนที่ตั้งเค้าจะปล่อยหยดน้ำมาเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง สองมือเล็กกำรอบแฮนด์มอเตอร์ไซค์ให้แน่นขึ้น บิดรถผ่านทัศนวิสัยแย่มุ่งตรงไปยังรีสอร์ตม่อนแลดาว
กว่ายี่สิบเอ็ดปี ที่มาลินีอาศัยห้องเก็บของเล็กๆ ในร้านอาหารกลางรีสอร์ตเป็นที่ซุกหัวนอน เธอเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีญาติ จะกิน จะนอน หรือจะป่วยก็ไม่เคยมีใครสนใจเธอ ทุกคนจะคุยกับเธอเฉพาะเวลาเรียกใช้งาน นอกเหนือจากนั้นมาลินีไม่เคยเป็นที่ต้องการของใคร
ตั้งแต่จำความได้มาลินีก็ถูกเกลียด และถูกคนรอบข้างเรียกว่า ‘ลูกชู้’ มาตลอด ตอนยังเป็นเด็กเธอไม่เข้าใจความหมาย จนเริ่มโตถึงรู้ว่าเป็นคำเรียกที่น่าเกลียด คนแก่บางคนแก่แล้วแก่เลย ฝังใจเกลียดเธอมากว่ายี่สิบปีทั้งที่เธอไม่เคยทำร้ายใคร
คนที่ทำ คือแม่ของเธอต่างหาก
ยี่สิบกว่าปีก่อน แม่เธอย้ายมาอยู่กับคุณธงไทย พ่อหม้ายเนื้อหอมเจ้าของรีสอร์ตม่อนแลดาว แม่เธอชื่อ ‘มาริสา’ เป็นคนสวยมาจากกรุงเทพฯ หน้าตางดงาม ผิวพรรณเนียนลออ สวยมากถึงขั้นที่คุณธงไทยหวงไม่ยอมให้ออกจากบ้าน ทั้งสองรักกัน หลายเดือนต่อจากนั้นแม่ก็ตั้งท้องเธอ
คุณธงไทยดีใจมากที่จะมีลูกสาวอีกคนมาเล่นเป็นเพื่อน ‘ลลิตา’ ลูกสาวคนแรกที่เกิดจากภรรยาผู้ล่วงลับ ประคบประหงมเมียรักสุดชีวิต เมียอยากได้อะไรหามาประเคนให้หมด จะอาหารการกินหรือแก้วแหวนเงินทองคุณธงไทยหามากองแทบเท้าเมีย
หลายเดือนต่อมา ภรรยาคนสวยให้กำเนิดลูกสาว ให้ชื่อ ‘มาลินี’
ทารกหน้าตาน่ารักน่าชัง ผิวพรรณนวลเนียนดุจปุยนุ่น ดวงตากลมโต ถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่ พ่อเลี้ยงธงไทยรักเมียรักลูกมากจนสาวๆ ในเขตตำบลนี้อิจฉาในบุญวาสนาของแม่เธอ
แต่น่าเสียดาย ที่มาลินียังแบเบาะเกินกว่าจะจำความได้ จึงหมดสิทธิ์ที่จะจดจำความอบอุ่นในช่วงเวลาที่ได้อยู่ในอ้อมแขนแม่ เพราะไม่กี่เดือนต่อจากนั้นก็โป๊ะแตก ว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของคุณธงไทย
ผลตรวจ DNA ไม่เคยโกหกใคร
ใช่หรือไม่ใช่ มันถูกระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
มาลินีไม่รู้ ว่าหลังจากนั้นแม่พยายามทำเพื่อเธอบ้างหรือเปล่า ได้ขอโอกาสตรวจ DNA ซ้ำ เพราะมั่นใจว่าผลตรวจผิดพลาดบ้างไหม ได้ขอโทษคุณธงไทยไหมในกรณีที่แม่นอกกายนอกใจจริง
และสุดท้าย แม่ได้พยายามที่จะพาเธอไปอยู่ด้วยหรือเปล่า
ถ้าตอนนั้นยังไม่พร้อม แม่ได้บอกคนรอบข้างไหมว่าสักวันจะกลับมารับเธอ ได้พูดไว้หรือเปล่า ทำไมถึงทิ้งเธอไว้ แล้วไม่กลับมาเหยียบม่อนแลดาวอีกเลย
ผ่านมายี่สิบกว่าปีที่เธออยู่ตรงนี้ ยังใช้ชื่อเดิมที่แม่ตั้งให้ ถูกไล่ ถูกเกลียดก็ไม่ยอมไป หน้าด้านหน้าทนเป็นกาฝากเกาะกินเศษอาหาร จนตอนนี้สภาพจิตใจของเธอพัง ใกล้จะแบกรับความเกลียดชังจากคนรอบข้างไม่ไหว
เหลือเวลาอีกแค่เทอมเดียว เธอจะเรียนจบปริญญาตรี ถ้าทำโพรเจ็กต์จบผ่าน เธอก็จะมีวุฒิการศึกษาประดับกาย ถึงตอนนั้น อาจจะถึงแก่เวลาแล้วที่เธอควรจะเก็บข้าวของออกจากม่อนแลดาว
ทำตัวเลียนแบบแม่...
คือการไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกตลอดชีวิต
“ว้าย!”
โครม!
มาลินีมัวแต่เหม่อ ล้อหน้ามอเตอร์ไซค์เหยียบเข้ากับท่อนไม้ที่หล่นจากรถกระบะขนฟืน พามอเตอร์ไซค์คันเก่าเอียงซิกแซกซ้ายขวา ก่อนจะพาทั้งคนทั้งรถล้มลงไปนอนเจ็บกลางถนน กระโปรงนักศึกษายาวคลุมเข่าตลบขึ้นมาเห็นไปถึงกางเกงซับใน
“โอ๊ย” เธอนอนคว่ำหน้าบนถนนร้องโอดครวญ
ถูกความหนักของมอเตอร์ไซค์ทับจากโคนขาลงไปถึงปลายเท้า เหลียวมองตามท้ายกระบะขนฟืนคันนั้นอยากให้กลับมาช่วย
แต่เวรกรรม รถกระบะลับโค้งถนนไปแล้ว อาจจะไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่ามีคนนอนเจ็บอยู่ตรงนี้
เคราะห์ดีที่มีคนใจดีหยุดรถยนต์มาช่วยยกมอเตอร์ไซค์ขึ้นตั้ง ให้มาลินีได้หายใจหายคอคล่องขึ้นว่าถึงจะเจ็บตัวแต่อย่างน้อยก็ยังไม่ตาย
“ปลอดภัยไหม”
เธอกำลังจะขอบคุณ แต่เผลอสบสายตาชายคนนั้นก่อนริมฝีปากอิ่มจึงปิดเงียบ
มาลินียังนั่งอยู่ที่เดิม หน้าเธอถอดสี เพราะเจ็บจนถึงขั้นน้ำตาไหล หันไปมองรถยุโรปติดแผ่นป้ายประมูลที่จอดชิดขอบถนน ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดที่ใบหน้าคมของ ‘แทนคุณ’
เขาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ
เป็นทายาทคนโตของไร่ภูวรา
และเร็วๆ นี้
เขาจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นสามีของ ‘ลลิตา’ ลูกสาวเจ้าของรีสอร์ตม่อนแลดาว
หรืออีกสถานะก็คือเจ้านายของเธอ
“เจ็บมากไหม”
ห่วงใยจนมือไม้สั่น ทว่าหญิงสาวในชุดนักศึกษากลับปิดปากเงียบ วูบหนึ่งแทนคุณโมโห เขาลืมตัวตะคอกใส่เธอเสียงดัง
“เอาปากลงถนนแทนแขนกับขาเหรอมาร์ ผู้ใหญ่ถามทำไมไม่ตอบ!”
“เจ็บค่ะ”
มาลินีเผลอมองค้อนคนใจร้าย เสียงตะคอกจากแทนคุณทำให้เธอตกใจและน้อยใจในเวลาเดียวกัน
ไออุ่นจากกายแกร่งแม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้น แต่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเธอนอนเปลือยกายกอดกับเขาบนเตียง ในพื้นที่เล็กๆ ที่เขาอนุญาตให้อยู่ เธออาจจะปล่อยให้เขาเข้าใกล้นานกว่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขากำลังจะแต่งงาน และเธอไม่อยากจะได้ชื่อว่าเป็น ‘ชู้’ กับสามีคนอื่น
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”





