LOGINในตอนนั้น ฐานัตถ์หันกลับมาเห็นร่างบางที่ยืนอยู่ก็รู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย สายตาคมกริบของเขาปราดมองมาที่เธอ หลังจากที่ผู้หมวดหน้าหวานเดินหายเข้าไปในห้องชุดอีกห้องซึ่งอยู่ติดกันกับห้องของเขาแล้ว ร่างสูงจึงเดินเข้ามาหาพลางขมวดคิ้วขึ้นเป็นพัลวัน สีหน้าแสดงออกถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด“เว…มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ” ฐานัตถ์บอกกับเธอ แต่เวนิตากลับพูดสวนขึ้นมาในทันใดว่า“รู้ได้ยังไงคะ ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่” เธอย้อนถาม ร่างสูงพยายามที่จะเอื้อมมือข้างหนึ่งขึ้นมา หวังเพื่อจะสัมผัสเข้าที่ไหล่มน แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักกลางครัน เมื่อได้ยินคำพูดที่ฟังดูเย็นชาที่สุด เท่าที่เขาเคยได้ยินมาจากปากเธอ“ออกไปให้พ้นนะ อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” ร่างระหงพูดโดยไม่มองหน้า ภายในใจรู้สึกเจ็บปวด จนแทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่ แต่สติสัมปชัญญะของเธอยังมีอยู่ครบถ้วน จึงพยายามฝืนยืนหยัดด้วยเรียวขาของตัวเองอย่างเข้มแข็ง ก่อนจะพูดออกไปอีกด้วยว่า“ฉันพึ่งรู้ว่าตัวเองไม่ควรมาที่นี่” เธอพูดขณะที่สายตาไม่ได้อยู่ที่คนตรงหน้า เรียวปากบางขบเม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างอดทนอดกลั้น กลัวว่าตัวเองจะแสดงความอ
เวนิตาตรงดิ่งมาที่ร้านคอฟฟี่คาเฟ่ หลังจากที่เธอส่งข้อความทางไลน์ไปหารินเพื่อนสนิทของเธอ เพื่อจะขอดูริสแบนด์ของรินอีกครั้ง แต่ปรากฎว่ารินไม่อ่านไลน์ และเธอก็ไม่สามารถติดต่อรินทางโทรศัพท์ได้เลย เธอรู้สึกร้อนใจ จนต้องขับรถตรงมาหาพี่แป้งเพื่อถามไถ่เรื่องของริน“เมื่อสองวันก่อน ยัยรินบอกว่าจะไปอบรม แต่รู้สึกว่าตั้งแต่เมื่อวานพี่ก็ติดต่อรินไม่ได้เลย” พี่แป้งบอกกับเวนิตา ทันทีที่เธอมาถึงร้าน“อะไรนะคะ! ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วเหรอคะ” เวนิตาถามย้ำสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด“ใช่จ้ะ อาจจะยุ่ง ๆ อยู่มั้ง หรือไม่ก็ไม่มีสัญญาณ” พี่แป้งบอกกับเธอด้วยสีหน้าและแววตาที่ดูเป็นปกติ แต่เวนิตากลับไม่ได้รู้สึกเลยว่า มันเป็นเรื่องปกติ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว รินจะไม่เคยขาดการติดต่อ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีการอัพเดทผ่านทางโซเชียลมีเดีย ไม่ช่องทางใดก็ช่องทางหนึ่ง แต่นี่กลับไม่มีเลย เวนิตาเริ่มรู้สึกกังวลใจ เพราะกลัวว่าสิ่งที่เธอคาดการณ์เอาไว้ทั้งหมด จะเป็นเรื่องจริง“ถ้ารินติดต่อมายังไง รบกวนพี่แป้งไลน์บอกเวหน่อยนะคะ” พูดจบ เวนิตาก็ลุกพรวดออกไปจากร้าน ส่วนแป้งได้แต่มองตามแผ่นหลังบางไปอย่างห่วงๆ ในใจก็เริ่มฉ
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หมวดภัทรคิดว่าผู้หมวดนลินนั้น ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจติดต่อไปยัง ผู้กองฐานัตถ์ เพื่อให้ช่วยเหลือเรื่องที่พักของเธอ เพราะดูเหมือนว่าอดีตหัวหน้าทีมของเขา จะเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ส่วนชาร์ป หลังจากที่ได้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องนั้นไปแล้ว เขาไม่ได้สนใจข้อมูลที่อยู่ในนั้นแม้แต่นิดเดียว หลังจากที่สูญเสียน้องสาวอันเป็นที่รักของตัวเองไปอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มก็จัดการเผาทำลายโน้ตบุ๊กเครื่องนั้นทิ้งไปทันที รวมถึงประกาศกร้าวกับตัวเองว่า จะแก้แค้นหมวดนลิน และเจ้าหน้าที่ของหน่วยสืบสวนสอบสวนกลาง ที่ทำให้เจนต้องจบชีวิตลงแม้ว่าผู้กองฐานัตถ์จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเหล่านี้ แต่หมวดภัทรและผู้หมวดนลินก็ยังส่งข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไปบอกกับเจ้าตัวอยู่ดี โดยไม่มีใครแจ้งเรื่องนี้ ให้หัวหน้าทีมโดยตรงอย่างเวนิตารับทราบ จนกระทั่งในเช้าวันต่อมา เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเชื่อมโยงกัน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองเวนิตาเองด้วย หมวดภัทรจึงไม่ได้บอกเรื่องนี้แก่เธอทันทีที่เกิดเรื่อง โดยรอจนกระทั่งถึงเช้าทันทีที่เวนิตารับทราบเรื่องราว
ฝ่ามือขาวนวลควานหาปืนพกประจำตัวที่ซุกซ่อนอยู่ใกล้ๆ ตัว แล้วถือกระชับไว้ในมือเตรียมพร้อมกับการต้อนรับแขกผู้มาเยือน ทันใดนั้นเองดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับกระโจนเข้าใส่ร่างของใครบางคนที่บุกรุกเข้ามาภายในห้องของเธออย่างฉับพลันฝ่ามืออันหนักหน่วงของผู้หมวดหน้าหวานปราดลงที่ท้ายทอยของคนร้าย แต่เหมือนว่ามันจะรู้ตัว แล้วเอี้ยวตัวหลบ ก่อนจะหันมาชกสวนเข้าที่ลำตัวของผู้หมวดนลินจนเธอถลาล้มหงายหลังลงไปกับพื้น“โอ๊ะ!” หมวดนลินรีบลุกขึ้นยืนด้วยเรียวขาแข็งแรงของเธอเอง แล้วปรี่เข้าไปประจันหน้ากับคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในความมืด แม้ว่าแสงไฟที่สาดส่องมาจากนอกหน้าต่างจะมีไม่มากพอ แต่เธอก็จำได้ดีว่าคนร้ายคนนี้ คือ เจน ผู้ที่ถูกออกหมายจับในคดีจารกรรมข้อมูล รวมถึงเข้ามาบุกรุกคฤหาสน์สุดหรูของผู้กำกับเศรษฐพงศ์ เมื่อไม่นานมานี้“แกต้องการอะไร!!” หมวดนลินถามเสียงเข้ม เจนไม่ตอบแต่สายของเธอ เหลือบไปจ้องมองยังคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของผู้หมวดนลินแทนเมื่อไม่ได้รับคำตอบ ผู้หมวดหน้าหวานจึงไม่รอช้า เธอชักปืนขึ้นมาเล็งที่ร่างของเจน แต่อยู่ๆ ร่างทมึนสูงใหญ่ของชายอีกคนก็ปรี่เข้ามาล็อกคอของเธอเข้
ระหว่างนั้น เวนิตาคิดว่าตัวเธอ ควรจะส่งข้อมูลพวกนี้ไปยังอีเมลของตัวเอง และคนในทีม แต่ใครที่เธอสามารถไว้ใจได้ เพราะขนาดผู้กองรฉัตร ก็ยังเป็นคนร้ายซะเอง ‘มีทางเดียวที่เธอจะได้ข้อมูลพวกนี้ไปขยายผล นั่นก็คือ เธอต้องส่งข้อมูลเหล่านี้ไปให้กับทีม อาจเป็นจ่าเทพ หรือ ไม่ก็หมวดภัทร ซึ่งเธอคิดว่าสองคนนี้น่าจะเป็นคนที่ไว้วางใจได้มากที่สุด’ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ ทุกอย่างจะไม่เป็นใจสำหรับเธออีกแล้วทันทีที่แสงไฟภายในห้องสว่างไสวขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวบางของผู้หมวดนลินที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่บริเวณโต๊ะทำงานแห่งนั้น“หวังว่าคงจะไม่เห็นนะ” เวนิตาหมอบต่ำลงไปกว่าเดิม และโชคดีเหลือเกินที่มุมโต๊ะทั้งสีด้าน ถูกปูด้วยผ้าคลุมโต๊ะสีทึบขนาดยาวจรดพื้น ทำให้ผู้หมวดนลินไม่ทันได้สังเกตเห็น ร่างระหงจึงก้มหมอบต่ำลงกว่าเดิมไปจนแนบชิดติดพื้น แล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวเองนำแฟลชไดรฟ์ติดตัวมาด้วยเมื่อคิดได้แบบนั้น เวนิตาก็ตัดสินใจที่จะงัดหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องนั้นขึ้น เพื่อให้กลับมาใช้งานได้อย่างเก่า หลังจากที่ผู้หมวดนลินเดินดิ่งไปที่ห้องน้ำ แต่อยู่ๆ ร่างเพรียวบางของเธอก็เดินกลับเข้ามาภายในห้องอีก
“เป็นเธอจริง ๆ ด้วยสินะ รฉัตร” เวนิตาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบากริบ ก่อนจะกดเปิดเอกสารอีกฉบับหนึ่ง โดยใช้พาสเวิร์ด หรือ รหัสผ่านตัวเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าไฟล์ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้เป็นข้อมูลเส้นทางการเงินของ ร้อยตำรวจเอกหญิง รฉัตร เลิศวิริยะอนันต์ โดยมีข้อมูลบ่งบอกถึงการเงินทั้งหมด ที่เธอได้รับจากนายชัยชนะอย่างละเอียดครบถ้วน“นี่คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เรืองลดา ถูกฆ่าปิดปาก ที่แท้คุณก็ได้หลักฐานพวกนี้มาหมดแล้วนี่เอง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะเลือดเย็นขนาดนี้ รฉัตร!” เวนิตาทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมไปถึงหลักฐานที่ปรากฎอยู่ต่อหน้าของเธอตรงนี้ติ๊ด !ก่อนที่ข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์จะสั่นเตือน ทำให้ร่างเล็กต้องละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดอ่านเป็นข้อความของจ่าเทพ ที่พึ่งจะส่งเข้ามาเมื่อครู่ ‘ผู้กองได้สิ่งที่ต้องการแล้วหรือยังครับ หมวดนลินกำลังกลับเข้าไปที่คอนโด รีบออกมาด่วน’“แย่แล้ว! หมวดนลินกำลังมาที่นี่” เวนิตาพึมพำออกมาเบาๆ เพราะคิดว่าจ่าเทพ น่าจะถ่วงเวลาไว้ได้นานกว่านี้ แต่ทำยังไงได้ เวลาแบบนี้หมวดนลิน คงไม่มีกระจิตกระใจที่อยากจะสังสรร
“นี่คุณจะทำอะไรคะ!” เวนิตาร้องลั่น แพขนตางามกะพริบขึ้นลงถี่ๆ ขณะที่หันไปเห็นแขกเหรื่อที่เริ่มจะทยอยกันออกมาจากงานบ้างแล้วสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่เธอ และเขา เวนิตาที่ตอนนี้หน้าเริ่มแดงก่ำ จนเธอต้องรีบหันไปหลบอยู่ที่อกแกร่งของเขา เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า“ผมก็จะอุ้ม
ร่างบอบบางที่ถูกแทงเข้าด้วยปลายมีดอันคมกริบ เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อยๆ ลุกขึ้นโดยใช้มืออีกข้างหนึ่งช่วยกดที่แผลเพื่อห้ามไม่ให้เลือดไหลซึมออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะก้มลงหยิบมีดที่ตกอยู่ภายในห้องนอนของตน แล้วเดินไปที่ระเบียงอย่างยากลำบาก เพราะอาการปวดบวมที่ข้อเท้ายังคงไม่ทุเลา
“นี่คุณยังมีเวลามาห่วงผมอีกเหรอ ผมสิ...ที่จะต้องถามคุณ เวนิตา... คุณเป็นยังไงบ้าง” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สุภาพและอ่อนโยน“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ฉันสบายดี คุณก็เห็นแล้วนี่คะ” เธอตอบ มือแกร่งค่อยๆ ลดมือของเขาลงมากุมมือบางนุ่มที่วางราบอยู่บนเตียง“ผมขอโทษ ที
ร่างบอบบางของเวนิตา เดินข้อเท้ากะเผลกออกมาจากห้อง หลังจากที่ล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่คนตัวสูงยืนพิงกำแพงรอเธออยู่ที่หน้าห้องนอน ดวงตาเรียวคมกริบของผู้กองฐานัตถ์ หันกลับมามองเวนิตาที่ยืนอยู่ตรงหน้า“คุณ!” เวนิตาเอ่ยทัก ทันทีที่เขาจะหันมาหา พลางเหลื







