ANMELDENเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางพึ่งสูญเสียว่าที่คู่หมั้น เพราะถูกฆาตกรรมต้องมารับหน้าที่คุ้มครองพยานสาว ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญ หรือ พรหมลิขิต ทำให้เธอต้องวิ่งวนเข้ามาอยู่ในภาระหน้าที่ของเขาทุกครั้งไป เมื่อเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางที่พึ่งจะสูญเสียว่าที่คู่หมั้น เพราะถูกฆาตกรรมไปเมื่อเดือนก่อน ต้องมารับหน้าที่คุ้มครองพยานสาว ที่แอบหลงรักเขาจนยากเกินจะถอนใจเธอไม่เพียงแต่เป็นพยานที่อยู่ใกล้ๆ กับบริเวณจุดเกิดเหตุของคดีนี้ แต่เธอยังต้องมาเฉียดตายแทนเขาอีกด้วย ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญ หรือ พรหมลิขิตที่ทำให้เธอต้องวิ่งวนเข้ามาอยู่ในภาระหน้าที่ของเขา แทนที่จะได้ปิดคดีไปแบบสวยๆ เจ้าหล่อนก็ดั๊น! เผยพฤติกรรมชวนน่าสงสัย! ไม่รู้ว่างานนี้จะต้องคลี่คลายคดีของคนรักเก่า และยังต้องจัดการกับปมปัญหาหัวใจครั้งใหม่นี้ ไปด้วยอย่างไร
Mehr anzeigen"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า" เขาถามอย่างไม่เข้าใจ ปนความสงสัยอยู่เล็กน้อย แม้จะรู้สึกขัดจังหวะอยู่บ้าง แต่ร่างสูงก็ไม่มีท่าทีหงุดหงิดออกมาเลย ดูเหมือนว่าเขาจะงุนงงเสียมากกว่า เพราะสองสามวันมานี้ เวนิตาเองก็มีอาการแปลกๆ อย่างเห็นได้ชัดทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา "...ปละ เปล่าค่ะ แค่รู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหมือนจะอาเจียน" ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วทำท่าเทสกลิ่นปากของตัวเองต่อหน้าเธอ แต่ก็ไม่ได้ส่งกลิ่นรบกวนอย่างที่เขาสงสัย มือบางยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจากอารมณ์ที่ขำขันผู้เป็นสามี เพราะเธอไม่ได้คิดว่ากลิ่นปากของเขาจะทำลายจูบอันหวานชื่นเมื่อครู่นี้ไปได้อย่างแน่นอน “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะคะ คุณอย่ากังวลไปเลย” เธอย้ำ ร่างสูงผงกศีรษะเบาๆ พลางตั้งข้อสังเกตออกไปว่า "คุณคงจะตื่นเต้นที่จะได้กลับไปทำงาน หรือไม่ก็พักผ่อนน้อย ก็เลยทำให้รู้สึกเวียนหัว เดี๋ยวผมจะพาคุณเข้าไปข้างในแล้วกันนะ" พูดพร้อมกับตั้งท่าจะเข้ามาอุ้มทว่าเธอกลับถอยหนี "ไปข้างใน...ไปทำไมกันคะ" เวนิตาเอ่ยถามอย่างงุนงง พลางขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย "ก็เข้าไปพักในห้องไงครับ" ร่างสูงเดินเข้าไปจะช้อนเรือนร่างระหงที่ยืนอย
“ทำไมล่ะคะ” เรือนร่างบางในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่คลายอ้อมแขนแกร่งของสามีออกแบบหลวมๆ ก่อนจะหันกลับมายืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มผู้เป็นหนึ่งเดียวของเธอด้วยสายตาที่ยวนเย้า นัยน์ตาคมกริบมองเรือนร่างระหงในชุดว่ายน้ำที่แลเห็นส่วนสัดชัดเจนแบบเต็มตาชวนให้น้ำลายสอ“อันที่จริง… ผมไม่อยากให้คุณกลับไม่เสี่ยงกับงานแบบนั้นอีกแล้ว ผมอยากให้คุณอยู่เป็นแม่ศรีเรือนคอยดูแลผมที่บ้านมากกว่า” ฝ่ามือแกร่งโอบรั้งเอวบางคอดกิ้วเข้ามาแนบชิด พลางยื่นปลายจมูกโด่งเข้าไปหาซอกคอระหง“อื้อ...แม่ศรีเรือนอะไรกันคะ อาหารก็ทำไม่ได้ กับข้าวก็ทำไม่เป็น ฉันว่า…ฉันกลับไปทำงานที่หน่วยยังจะมีประโยชน์ซะกว่า” เธอว่า พลางอมยิ้มออกมาอย่างขวยเขิน“ถึงคุณจะไม่เก่งเรื่องพวกนี้ แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรักคุณน้อยลงเลยนะเวจ๋า” ผู้กองหนุ่มบอกกับภรรยาสาวคนสวยของตัวเองพร้อมกับหอมเข้าที่ซอกคอขาว ก่อนจะสบตาเธอราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังออดอ้อนขอบางสิ่งบางอย่างจากเธอ“ผู้กอง” เธอเอ่ยชื่อของเขาออกมาเบาๆ อย่างซาบซึ้ง ผู้กองหนุ่มยิ้มให้อย่างพอใจแล้วประคองไหล่ทั้งสองข้างของเธอ พร้อมกับสบตาภรรยาของเขาอย่างเปิดเผย“ผมรักคุณนะเว ที่ผ่านมา ผมอาจจะไม่ค่อยได้พูดคำน
สองสัปดาห์หลังจากนั้น งานแต่งงานของเวนิตา วรนิพิฐ และร้อยตำรวจเอกฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่ ริมหาดส่วนตัวของบ้านศิริโชติธาดา โดยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่นทั้งคุณป้าสมร คุณหญิงรุจี ท่านปริพัตร คุณหญิงอรลีฬห์ รามิล ป้าสายหยุด แม่น้อม นายเข้ม รวมไปถึงเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการป้องกันและปราบปราม หน่วยงานต้นสังกัดของผู้กองฐานัตถ์ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่คนสนิทอย่างหมวดภัทร หมวดนลิน จ่าเทพ หมู่จิน และผู้กำกับการเศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์ รวมทั้งสาวๆ จากร้านคอฟฟี่ คาเฟ่ อย่างริน พี่แป้งและพี่พลอยมาร่วมแสดงความยินดีแก่ทั้งคู่ด้วยเช่นกัน"ยังไงก็กลับไปคิดดูดีๆ ก่อนนะผู้กองวีนัส ผมรอได้" ผู้กำกับเศรษฐพงศ์กล่าวกับเจ้าสาวที่คล้องแขนเจ้าบ่าวซึ่งเป็นลูกทีมคนสนิทของเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจางๆ หลังจากที่รู้ว่าจดหมายลาออกของตัวเองยังไม่ถูกอนุมัติ และเธอยังดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์หากแต่ว่าตอนนี้ ได้มีหนังสือเรียกตัวเธอเพื่อย้ายไปประจำหน่วยงานป้องกันและปราบปรามแทน หลังจากที่เศรษฐพงศ์ทำหนัง
“ที่นี่เป็นบ้านพักตากอากาศของผมเองหรือจะเรียกให้ถูกก็คือมันเป็นเรือนหอของเราสองคนมากกว่า เพราะคุณป้าของผมบอกว่า...มันเป็นที่เอาไว้ใช้ปั๊มหลาน! ผมว่าเรามาปั๊มหลานให้ท่านสักสามสี่คนกันก่อนเถอะนะ เรื่องอื่นค่อยกว่าทีหลัง” ว่าจบก็ดันแผ่นหลังบางของเธอให้พิงไปกับโซฟาตัวยาวขนาดพอเหมาะพอเจาะที่จะทำเรื่องอย่างว่า...“คุณ!!” เวนิตาอ้าปากค้างด้วยสีหน้าและแววตาที่ตื่นเต้นตกใจ“เอาน่า…พักร้อนของผมมันเหลือไม่กี่วันเองนะ เรามาใช้ให้คุ้มค่ากันจะดีกว่า อยากได้ผู้กองตัวน้อยๆ มาเพิ่มกันสักกี่คนดี ผู้กองหญิงสักสอง แล้วก็ผู้กองชายอีกสักสามเลยดีไหม”“ผู้กอง! แต่ว่าตอนนี้ ฉันไม่ได้เป็นผู้กองแล้วนะคะ” เวนิตาแย้ง เขากลั้นหัวเราะเบาๆ แล้วระบายยิ้มออกมาแทน ก่อนจะค่อยๆ วางแผ่นหลังบอบบางของเธอลงไปนอนราบบนโซฟาเนื้อนุ่ม แล้วสัมผัสจูบอันแสนอ่อนโยนลงบนเรียวปากบางเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะสอดแทรกฝ่ามือใหญ่เข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวตัวเก่งของเธอเพื่อปลดเปลื้องบราเซียร์ตัวจิ๋วออกจากการรัดรึงของหน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนเร้นความใหญ่โตภายใต้ร่มผ้า“ถ้าลูกคนแรกของเราเป็นผู้หญิง เขาจะต้องสวย อ่อนโยน และเข้มแข็งเหมือนคุณ
“เอ่อ...ขอโทษแทนน้องสาวฉันด้วยนะคะ” หญิงสาวอีกคนที่มาด้วยหันไปบอกกับฐานัตถ์ที่เข้าไปพยุงร่างของผู้หมวดนลินให้ลุกขึ้น“พวกคุณมากกว่าที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ” นลินหันไปต่อว่ากับเจ้าหล่อน และแน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่พอใจเอามากๆ และไม่มีทางยอมง่ายๆ“แล้วจะเอายังไง นี่เธอเดินมาชนพวกฉันก่อนนะ” หญิงสาวคนเดิมหันม
“หรือว่า… คนพวกนี้! จะเป็นคนของรฉัตร!” เวนิตาพึมพำเบาๆ หลังจากที่พยายามใช้ความคิดกับเหตุการณ์และปะติดปะต่อเรื่องราวอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาด้วยตัวเองอยู่พักใหญ่ แต่คำพูดของคนกลุ่มนั้นก็เป็นเสมือนคำเฉลยให้เธอไม่ต้องเสียเวลาที่จะคาดเดาอะไรอีกต่อไป“สรุปแล้วพวกเราจะต้องกลับไปที่คฤหาสน์หลังนั้นอีกหรือเปล่า”
“คุณ!!!” เวนิตาร้องทักเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นผู้กองฐานัตถ์ในชุดนอกเครื่องแบบอยู่ตรงหน้าของเธอ ร่างบางลุกขึ้นโดยมีมือแข็งแกร่งของเขาคอยช่วยพยุง“โอ๊ะ!!” จู่ๆ เธอก็รู้สึกเจ็บแปล็บๆ เหมือนแผลที่บริเวณชายโครงมันจะปริตอนที่ถูกเหวี่ยงลงไปที่พื้นถนน เธอยกมือขึ้นกุมที่บริเวณหน้าท้องแล้วรีบเดินออกไปจากเหตุกา
“เอ่อ...จริง ๆ แล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรพิเศษหรอกครับ ผมแค่อยากทำความรู้จักคุณให้มากขึ้นก็เท่านั้นเอง ว่าแต่คุณไม่ได้มีธุระที่ไหนใช่ไหม” เขาถาม เธอส่ายหน้าไปมาพลางตอบ“ไม่ค่ะ ฉันรอยัยรินเลิกงาน” เขาจ้องมองเรียวปากสวยพูดจนจบก่อนจะเหลือบมองเวลาที่ข้อมือหนา แล้วบอกออกไปว่า“ดูเหมือนว่าจะอีกเกือบ ๆ สอง