Masukเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางพึ่งสูญเสียว่าที่คู่หมั้น เพราะถูกฆาตกรรมต้องมารับหน้าที่คุ้มครองพยานสาว ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญ หรือ พรหมลิขิต ทำให้เธอต้องวิ่งวนเข้ามาอยู่ในภาระหน้าที่ของเขาทุกครั้งไป เมื่อเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางที่พึ่งจะสูญเสียว่าที่คู่หมั้น เพราะถูกฆาตกรรมไปเมื่อเดือนก่อน ต้องมารับหน้าที่คุ้มครองพยานสาว ที่แอบหลงรักเขาจนยากเกินจะถอนใจเธอไม่เพียงแต่เป็นพยานที่อยู่ใกล้ๆ กับบริเวณจุดเกิดเหตุของคดีนี้ แต่เธอยังต้องมาเฉียดตายแทนเขาอีกด้วย ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญ หรือ พรหมลิขิตที่ทำให้เธอต้องวิ่งวนเข้ามาอยู่ในภาระหน้าที่ของเขา แทนที่จะได้ปิดคดีไปแบบสวยๆ เจ้าหล่อนก็ดั๊น! เผยพฤติกรรมชวนน่าสงสัย! ไม่รู้ว่างานนี้จะต้องคลี่คลายคดีของคนรักเก่า และยังต้องจัดการกับปมปัญหาหัวใจครั้งใหม่นี้ ไปด้วยอย่างไร
Lihat lebih banyakลาพักร้อน
ข่าว! นายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ มาเฟียและพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ขัดขวางการจับกุมและต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จนเกิดวิสามัญไปเมื่อสองเดือนก่อน ยังคงเป็นข่าวดังระดับประเทศ โดยเฉพาะทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์ หรือ แม้แต่บนโลกสังคมออนไลน์
เสียงรายงานข่าวจากวิทยุ ถูกเปิดคลอเบาๆ รายงานว่า 'นายพลกฤษณ์ ธำรงศิริพิพัฒน์' ลูกชายของนายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด แต่ในสังคมยังคงตั้งข้อสังเกตและถกเถียงกันในวงกว้างว่าเหตุใดลูกชายแท้ๆ จึงไม่มีส่วนรู้เห็นซึ่งการกระทำความผิดของผู้เป็นพ่อ
ภายในห้องเช่าขนาดเล็กชั้นบนสุดของตึกแถวเก่าแก่ทรุดโทรมด้วยราคาไม่กี่พันบาท แต่บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย ห้องพักดูสะอาดสะอ้านเกินราคาค่างวดที่ต้องจ่าย สายลมโชยอ่อนจากนอกหน้าต่างกระทบชายผ้าม่านสีขาวโปร่งแสงทำให้อากาศภายในห้องไม่ร้อนอบอ้าว
ร่างบางระหงทรงผมเกล้ามวยสูง ปอยผมทั้งสองข้างถูกปล่อยสลวยลู่สายลมอ่อนๆ กระทบแก้มเนียนใสของผู้เป็นเจ้าของห้อง เดินถือถ้วยโกโก้ร้อนที่พึ่งชงมาสดๆ ร้อนๆ จากเคาน์เตอร์เครื่องดื่มขนาดย่อมภายในห้องส่งกลิ่นหอมกรุ่น ด้วยฝีมือการชงไม่แพ้บาริสต้าร้านดังจากแห่งไหนเลย
เอวบางคอดกิ่วเดินประคองถ้วยโกโก้อุ่นๆ อย่างระมัดระวัง มาวางลงบนโต๊ะทำงานด้านซ้ายของเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดวิทยุตัวจิ๋วรุ่นเก่ายุค 90 ที่อยู่ถัดจากเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ที่พึ่งจบการรายงานข่าวต้นชั่วโมงไปเมื่อครู่
“เอ๊ะ! รูปนี้...คุณยิ้มเหรอ” มือบอบบางเลื่อนเก้าอี้เข้ามาแล้วนั่งลงดูภาพถ่ายจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่พึ่งจะอัพโหลดมาไว้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหรูพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นภาพถ่ายในนั้น
“ไม่ได้เห็นคุณยิ้มแบบนี้ มาเป็นเดือนแล้วนะ” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นเป็นประกายหลังจากที่เห็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มในภาพ เรียวปากบางชมพูระเรื่อเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนดูภาพอื่นๆ ซึ่งเป็นภาพของชายหนุ่มคนเดียวกัน
ผู้ชายผิวขาว ใบหน้าเนียนใสคล้ายกับผู้หญิง ทว่าคิ้วหนาคมเข้มดูหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสันรับกับรูปหน้า โดยรวมแล้วอาจจะบอกได้ว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีถึงขั้นหล่อเหลาเอามากๆ เรียวปากชมพูอมส้มนิดๆ ราวกับถูกแต่งแต้มด้วยสีจากลิปสติก แต่เปล่า! ความสูง ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตร ทำให้เขาดูหุ่นดีราวกับนายแบบ แต่ทว่าไม่ใช่!
'ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา'
ปลายนิ้วเรียวเลื่อนดูภาพอื่นๆ เป็นภาพในลักษณะที่ไม่ใช่ภาพถ่ายใบหน้าตรง ซึ่งจริงๆ มันคือรูปที่เธอแอบถ่าย ถึงบางรูปจะดูเบลอๆ ไม่ค่อยชัด แต่ถ้าเทียบกับรัศมีความหล่อเหลาของบุคคลในภาพแล้วกลับชัดเจนมาก
เวนิตา แอบตามถ่ายรูปของผู้ชายคนนี้เป็นระยะเวลาเกือบๆ สามเดือน เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมถึงต้องตามเก็บภาพของผู้ชายคนนี้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่ดารา ถึงหน้าตาของเขาจะดูไม่ได้ด้อยไปกว่าบุคคลเหล่านั้น แต่ทุกครั้งที่ได้มองภาพจากรูปถ่ายของผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขากลับทำให้ 'หัวใจพองโต' ขึ้นมาได้ทุกครั้ง
“คุณช่วยกลับมายิ้มแบบในรูปนี้อีกเร็วๆ นะ ฉันจะรอค่ะ” มือบางกดเซฟรูปที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขา ก่อนจะถ่ายโอนมายังโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่พึ่งจะถอยมาใหม่แทนเครื่องเก่าที่ทำหายไป
โอนไฟล์ข้อมูลสำเร็จ!
มือบางขยับแว่นสายตาที่กรอบแว่นด้านซ้ายมีรอยร้าวบางๆ แต่ยังคงสภาพดีสวมใส่ได้ตามปกติ พลางกดดูที่ภาพถ่ายก่อนจัดแจงตั้งเป็นภาพหน้าจอมือถือ แล้วเพ่งดูรูปนั้นอย่างชื่นชมอีกครั้ง
ติ๊ด! เสียงข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ แจ้งเตือนข้อความที่ถูกส่งเข้ามา เธอละสายตาจากภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วกดเปิดอ่านข้อความ
“เว...บ่ายนี้ว่างไหม ช่วยมาทำโอทีแทนพี่หน่อย น้องหมาป่วยพี่ต้องพาไปหาหมอ ตั้งแต่เช้ายังถ่ายไม่ยอมหยุดเลย เดี๋ยวสิ้นเดือนพี่เลี้ยงข้าวตอบแทนนะ” 'พี่พลอย'
ใบหน้าเนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะที่เหลือบมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นเวลาสิบโมงครึ่ง
'ให้ตายสิ วันหยุดของเธอหลังจากที่ทำงานยาวมาเกือบๆ จะสองอาทิตย์ มันพังทลายไปหมดแล้ว เมื่อคำว่าโอทีมาจ่ออยู่ตรงหน้า'
มือบางละจากโทรศัพท์มือถือ รีบถอดแว่นแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวผืนหนาพอดีตัวตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อพาตัวเองไปให้ทันเวลาก่อนบ่ายโมงตรง
ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนกลาง กองบังคับการป้องกันและปราบปราม 'พันตำรวจเอก เศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์' ตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม ในชุดนอกเครื่องแบบ นั่งถือเอกสารสำคัญฉบับหนึ่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนหลังโต๊ะทำงานภายในห้อง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น
“เข้ามาได้” เสียงเข้มทรงพลังกล่าว ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคนเดียวกับที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเวนิตาเดินเข้ามายืนตรงทำความเคารพผู้บังคับบัญชาพร้อมกล่าวคำทักทาย
“สวัสดีครับ ท่านผู้กำกับ” เสียงทุ้มเอ่ย
“นั่งก่อนสิผู้กอง” เศรษฐพงศ์กล่าวเสียงเรียบ
“ครับ” ผู้กองฐานัตถ์รับคำแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งยืดอกผายตรง ภายนอกที่แต่งกายด้วยเสื้อยืดคอวีสบายๆ สีขาวทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์สีเทา ด้านหน้ามีปอยผมบางๆ ยาวเลยติ่งหูปลิวกระทบแก้มใส หากมองเผินๆ แล้วไม่มีใครคิดว่า 'ฐานัตถ์' คือเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน
ทว่า...ด้วยทรงผมที่ยาวบระบ่า บุคลิก ท่าทาง และการแต่งตัว รวมถึงฝ่ามือเรียวๆ ที่คล้ายกับมือของสุภาพสตรี และยังมีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา หน้าออกไปทางศิลปินดารา หรือ นักร้องนักแสดงมากกว่า แต่ทว่าความจริงแล้วเขาคือ 'ร้อยตำรวจเอก ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา' เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม กรมตำรวจสืบสวนกลาง วัย 29 ปี สูง 185 เซนติเมตร ดูแล้วเหมาะที่จะเป็นพระเอกละครหลังข่าวเสียมากกว่าที่จะมาเป็นตำรวจ 'นอกจากเขาจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝีมือดีแล้ว ยังถนัดด้านการต่อสู้ และยิงปืนได้แม่นยำอีกด้วย'
“ไม่ทราบว่าผู้กำกับเรียกตัวผมมา มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นเรื่องคดี” ฐานัตถ์เริ่มซักถามผู้บังคับบัญชาออกไปอย่างไม่รีรอ ตามสไตล์ของคนที่ทุกเวลามีค่าไม่อยากให้สูญเปล่า เศรษฐพงศ์ส่ายหน้า แล้วรีบแย้ง
“ไม่ใช่เรื่องคดีหรอกผู้กอง แต่เป็นเรื่องของผู้กองนั่นแหละ”
“เรื่องของผม เรื่องอะไรเหรอครับ” ผู้กองฐานัตถ์ถามออกไปตรงๆ แววตาจับจ้องไปที่เรียวปากของคนกำลังจะตอบ
“ผมว่าปีสองปีมานี้ ผู้กองดูเครียดๆ ไปนะ ผมอยากให้ผู้กองหาเวลาไปพักผ่อนบ้าง” ฐานัตถ์ขมวดคิ้วให้กับคำพูดของเศรษฐพงศ์แล้วถามออกไปตรงๆ อีกครั้ง
“ผู้กำกับ ต้องการให้ผมทำอะไรครับ”
“นี่ใบลา! ผมเซ็นไว้ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว แค่ผู้กองเซ็นแล้วเอากลับมายื่น” ฐานัตถ์รับเอกสารฉบับนั้นมาจากมือของผู้บังคับบัญชา 'อนุมัติลาพักร้อน! '
“ผู้กำกับจะให้ผมลาพักร้อน เกือบสัปดาห์ ทั้งๆ ที่ผมมีคดีที่ต้องสะสางอยู่ในมือเหรอครับ” เจ้าตัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้บังคับบัญชา ท้วงออกไปอย่างทันควัน
“ผมทิ้งงานไปไม่ได้จริงๆ ถ้าหมดเรื่องแล้วผมขออนุญาตครับ พอดีมีงานต้องรีบกลับไปเคลียร์” ผู้กองฐานัตถ์วางเอกสารลงที่โต๊ะ แล้วลุกพรวดออกจากเก้าอี้ เศรษฐพงศ์รีบท้วงก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวก่อนสิผู้กอง ถ้าคุณเป็นห่วงเรื่องงานน่ะ ผมว่าคุณอย่ากังวลไปเลย เรื่องคดีผมโอนให้ผู้กองรฉัตรเป็นคนดูแลแทนแล้ว” คำพูดนี้ทำให้ผู้กองหนุ่มถึงกับชะงักงัน แล้วหันกลับไปมองหน้าเศรษฐพงศ์อย่างไม่เชื่อสายตา
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า" เขาถามอย่างไม่เข้าใจ ปนความสงสัยอยู่เล็กน้อย แม้จะรู้สึกขัดจังหวะอยู่บ้าง แต่ร่างสูงก็ไม่มีท่าทีหงุดหงิดออกมาเลย ดูเหมือนว่าเขาจะงุนงงเสียมากกว่า เพราะสองสามวันมานี้ เวนิตาเองก็มีอาการแปลกๆ อย่างเห็นได้ชัดทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา "...ปละ เปล่าค่ะ แค่รู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหมือนจะอาเจียน" ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วทำท่าเทสกลิ่นปากของตัวเองต่อหน้าเธอ แต่ก็ไม่ได้ส่งกลิ่นรบกวนอย่างที่เขาสงสัย มือบางยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจากอารมณ์ที่ขำขันผู้เป็นสามี เพราะเธอไม่ได้คิดว่ากลิ่นปากของเขาจะทำลายจูบอันหวานชื่นเมื่อครู่นี้ไปได้อย่างแน่นอน “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะคะ คุณอย่ากังวลไปเลย” เธอย้ำ ร่างสูงผงกศีรษะเบาๆ พลางตั้งข้อสังเกตออกไปว่า "คุณคงจะตื่นเต้นที่จะได้กลับไปทำงาน หรือไม่ก็พักผ่อนน้อย ก็เลยทำให้รู้สึกเวียนหัว เดี๋ยวผมจะพาคุณเข้าไปข้างในแล้วกันนะ" พูดพร้อมกับตั้งท่าจะเข้ามาอุ้มทว่าเธอกลับถอยหนี "ไปข้างใน...ไปทำไมกันคะ" เวนิตาเอ่ยถามอย่างงุนงง พลางขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย "ก็เข้าไปพักในห้องไงครับ" ร่างสูงเดินเข้าไปจะช้อนเรือนร่างระหงที่ยืนอย
“ทำไมล่ะคะ” เรือนร่างบางในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่คลายอ้อมแขนแกร่งของสามีออกแบบหลวมๆ ก่อนจะหันกลับมายืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มผู้เป็นหนึ่งเดียวของเธอด้วยสายตาที่ยวนเย้า นัยน์ตาคมกริบมองเรือนร่างระหงในชุดว่ายน้ำที่แลเห็นส่วนสัดชัดเจนแบบเต็มตาชวนให้น้ำลายสอ“อันที่จริง… ผมไม่อยากให้คุณกลับไม่เสี่ยงกับงานแบบนั้นอีกแล้ว ผมอยากให้คุณอยู่เป็นแม่ศรีเรือนคอยดูแลผมที่บ้านมากกว่า” ฝ่ามือแกร่งโอบรั้งเอวบางคอดกิ้วเข้ามาแนบชิด พลางยื่นปลายจมูกโด่งเข้าไปหาซอกคอระหง“อื้อ...แม่ศรีเรือนอะไรกันคะ อาหารก็ทำไม่ได้ กับข้าวก็ทำไม่เป็น ฉันว่า…ฉันกลับไปทำงานที่หน่วยยังจะมีประโยชน์ซะกว่า” เธอว่า พลางอมยิ้มออกมาอย่างขวยเขิน“ถึงคุณจะไม่เก่งเรื่องพวกนี้ แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรักคุณน้อยลงเลยนะเวจ๋า” ผู้กองหนุ่มบอกกับภรรยาสาวคนสวยของตัวเองพร้อมกับหอมเข้าที่ซอกคอขาว ก่อนจะสบตาเธอราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังออดอ้อนขอบางสิ่งบางอย่างจากเธอ“ผู้กอง” เธอเอ่ยชื่อของเขาออกมาเบาๆ อย่างซาบซึ้ง ผู้กองหนุ่มยิ้มให้อย่างพอใจแล้วประคองไหล่ทั้งสองข้างของเธอ พร้อมกับสบตาภรรยาของเขาอย่างเปิดเผย“ผมรักคุณนะเว ที่ผ่านมา ผมอาจจะไม่ค่อยได้พูดคำน
สองสัปดาห์หลังจากนั้น งานแต่งงานของเวนิตา วรนิพิฐ และร้อยตำรวจเอกฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่ ริมหาดส่วนตัวของบ้านศิริโชติธาดา โดยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่นทั้งคุณป้าสมร คุณหญิงรุจี ท่านปริพัตร คุณหญิงอรลีฬห์ รามิล ป้าสายหยุด แม่น้อม นายเข้ม รวมไปถึงเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการป้องกันและปราบปราม หน่วยงานต้นสังกัดของผู้กองฐานัตถ์ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่คนสนิทอย่างหมวดภัทร หมวดนลิน จ่าเทพ หมู่จิน และผู้กำกับการเศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์ รวมทั้งสาวๆ จากร้านคอฟฟี่ คาเฟ่ อย่างริน พี่แป้งและพี่พลอยมาร่วมแสดงความยินดีแก่ทั้งคู่ด้วยเช่นกัน"ยังไงก็กลับไปคิดดูดีๆ ก่อนนะผู้กองวีนัส ผมรอได้" ผู้กำกับเศรษฐพงศ์กล่าวกับเจ้าสาวที่คล้องแขนเจ้าบ่าวซึ่งเป็นลูกทีมคนสนิทของเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจางๆ หลังจากที่รู้ว่าจดหมายลาออกของตัวเองยังไม่ถูกอนุมัติ และเธอยังดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์หากแต่ว่าตอนนี้ ได้มีหนังสือเรียกตัวเธอเพื่อย้ายไปประจำหน่วยงานป้องกันและปราบปรามแทน หลังจากที่เศรษฐพงศ์ทำหนัง
“ที่นี่เป็นบ้านพักตากอากาศของผมเองหรือจะเรียกให้ถูกก็คือมันเป็นเรือนหอของเราสองคนมากกว่า เพราะคุณป้าของผมบอกว่า...มันเป็นที่เอาไว้ใช้ปั๊มหลาน! ผมว่าเรามาปั๊มหลานให้ท่านสักสามสี่คนกันก่อนเถอะนะ เรื่องอื่นค่อยกว่าทีหลัง” ว่าจบก็ดันแผ่นหลังบางของเธอให้พิงไปกับโซฟาตัวยาวขนาดพอเหมาะพอเจาะที่จะทำเรื่องอย่างว่า...“คุณ!!” เวนิตาอ้าปากค้างด้วยสีหน้าและแววตาที่ตื่นเต้นตกใจ“เอาน่า…พักร้อนของผมมันเหลือไม่กี่วันเองนะ เรามาใช้ให้คุ้มค่ากันจะดีกว่า อยากได้ผู้กองตัวน้อยๆ มาเพิ่มกันสักกี่คนดี ผู้กองหญิงสักสอง แล้วก็ผู้กองชายอีกสักสามเลยดีไหม”“ผู้กอง! แต่ว่าตอนนี้ ฉันไม่ได้เป็นผู้กองแล้วนะคะ” เวนิตาแย้ง เขากลั้นหัวเราะเบาๆ แล้วระบายยิ้มออกมาแทน ก่อนจะค่อยๆ วางแผ่นหลังบอบบางของเธอลงไปนอนราบบนโซฟาเนื้อนุ่ม แล้วสัมผัสจูบอันแสนอ่อนโยนลงบนเรียวปากบางเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะสอดแทรกฝ่ามือใหญ่เข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวตัวเก่งของเธอเพื่อปลดเปลื้องบราเซียร์ตัวจิ๋วออกจากการรัดรึงของหน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนเร้นความใหญ่โตภายใต้ร่มผ้า“ถ้าลูกคนแรกของเราเป็นผู้หญิง เขาจะต้องสวย อ่อนโยน และเข้มแข็งเหมือนคุณ
ท่อนแขนอันแข็งแกร่งของฐานัตถ์จัดแจงวางเรือนร่างบอบบางที่ปราศจากเครื่องนุ่มห่มปิดบังร่างกายลงบนเตียงนอนหนานุ่มขนาดใหญ่ภายใต้แสงแห่งดาวที่พร่างพราวอย่างอ่อนโยน สายตาคมของเขาเป็นประกายลุกโชนดุจแสงไฟสีเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้มอดไหม้เป็นจุณในพริบตา แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่เขาและเธอก็ยังไม่
“เอ่อ...ขอโทษแทนน้องสาวฉันด้วยนะคะ” หญิงสาวอีกคนที่มาด้วยหันไปบอกกับฐานัตถ์ที่เข้าไปพยุงร่างของผู้หมวดนลินให้ลุกขึ้น“พวกคุณมากกว่าที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ” นลินหันไปต่อว่ากับเจ้าหล่อน และแน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่พอใจเอามากๆ และไม่มีทางยอมง่ายๆ“แล้วจะเอายังไง นี่เธอเดินมาชนพวกฉันก่อนนะ” หญิงสาวคนเดิมหันม
“หรือว่า… คนพวกนี้! จะเป็นคนของรฉัตร!” เวนิตาพึมพำเบาๆ หลังจากที่พยายามใช้ความคิดกับเหตุการณ์และปะติดปะต่อเรื่องราวอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาด้วยตัวเองอยู่พักใหญ่ แต่คำพูดของคนกลุ่มนั้นก็เป็นเสมือนคำเฉลยให้เธอไม่ต้องเสียเวลาที่จะคาดเดาอะไรอีกต่อไป“สรุปแล้วพวกเราจะต้องกลับไปที่คฤหาสน์หลังนั้นอีกหรือเปล่า”
แม้จะรู้ว่าทุกอย่างจะป้องกันได้ไม่ 100% ก็ตาม เธออ่านมันซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายว่าเธอควรจะกินหรือไม่แล้วจากนั้น ร่างบางก็เดินกลับออกมาจากห้องน้ำ เห็นผู้หมวดนลินเดินสวนมาพอดีจึงเอ่ยถามเธอไปว่า“เอ่อขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าหมวดนลินเห็นผู้กองฐานัตถ์หรือคนอื่นๆ บ้างไหมคะ” เวนิต





