Войтиเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางพึ่งสูญเสียว่าที่คู่หมั้น เพราะถูกฆาตกรรมต้องมารับหน้าที่คุ้มครองพยานสาว ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญ หรือ พรหมลิขิต ทำให้เธอต้องวิ่งวนเข้ามาอยู่ในภาระหน้าที่ของเขาทุกครั้งไป เมื่อเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางที่พึ่งจะสูญเสียว่าที่คู่หมั้น เพราะถูกฆาตกรรมไปเมื่อเดือนก่อน ต้องมารับหน้าที่คุ้มครองพยานสาว ที่แอบหลงรักเขาจนยากเกินจะถอนใจเธอไม่เพียงแต่เป็นพยานที่อยู่ใกล้ๆ กับบริเวณจุดเกิดเหตุของคดีนี้ แต่เธอยังต้องมาเฉียดตายแทนเขาอีกด้วย ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญ หรือ พรหมลิขิตที่ทำให้เธอต้องวิ่งวนเข้ามาอยู่ในภาระหน้าที่ของเขา แทนที่จะได้ปิดคดีไปแบบสวยๆ เจ้าหล่อนก็ดั๊น! เผยพฤติกรรมชวนน่าสงสัย! ไม่รู้ว่างานนี้จะต้องคลี่คลายคดีของคนรักเก่า และยังต้องจัดการกับปมปัญหาหัวใจครั้งใหม่นี้ ไปด้วยอย่างไร
Узнайте большеลาพักร้อน
ข่าว! นายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ มาเฟียและพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ขัดขวางการจับกุมและต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จนเกิดวิสามัญไปเมื่อสองเดือนก่อน ยังคงเป็นข่าวดังระดับประเทศ โดยเฉพาะทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์ หรือ แม้แต่บนโลกสังคมออนไลน์
เสียงรายงานข่าวจากวิทยุ ถูกเปิดคลอเบาๆ รายงานว่า 'นายพลกฤษณ์ ธำรงศิริพิพัฒน์' ลูกชายของนายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด แต่ในสังคมยังคงตั้งข้อสังเกตและถกเถียงกันในวงกว้างว่าเหตุใดลูกชายแท้ๆ จึงไม่มีส่วนรู้เห็นซึ่งการกระทำความผิดของผู้เป็นพ่อ
ภายในห้องเช่าขนาดเล็กชั้นบนสุดของตึกแถวเก่าแก่ทรุดโทรมด้วยราคาไม่กี่พันบาท แต่บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย ห้องพักดูสะอาดสะอ้านเกินราคาค่างวดที่ต้องจ่าย สายลมโชยอ่อนจากนอกหน้าต่างกระทบชายผ้าม่านสีขาวโปร่งแสงทำให้อากาศภายในห้องไม่ร้อนอบอ้าว
ร่างบางระหงทรงผมเกล้ามวยสูง ปอยผมทั้งสองข้างถูกปล่อยสลวยลู่สายลมอ่อนๆ กระทบแก้มเนียนใสของผู้เป็นเจ้าของห้อง เดินถือถ้วยโกโก้ร้อนที่พึ่งชงมาสดๆ ร้อนๆ จากเคาน์เตอร์เครื่องดื่มขนาดย่อมภายในห้องส่งกลิ่นหอมกรุ่น ด้วยฝีมือการชงไม่แพ้บาริสต้าร้านดังจากแห่งไหนเลย
เอวบางคอดกิ่วเดินประคองถ้วยโกโก้อุ่นๆ อย่างระมัดระวัง มาวางลงบนโต๊ะทำงานด้านซ้ายของเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดวิทยุตัวจิ๋วรุ่นเก่ายุค 90 ที่อยู่ถัดจากเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ที่พึ่งจบการรายงานข่าวต้นชั่วโมงไปเมื่อครู่
“เอ๊ะ! รูปนี้...คุณยิ้มเหรอ” มือบอบบางเลื่อนเก้าอี้เข้ามาแล้วนั่งลงดูภาพถ่ายจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่พึ่งจะอัพโหลดมาไว้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหรูพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นภาพถ่ายในนั้น
“ไม่ได้เห็นคุณยิ้มแบบนี้ มาเป็นเดือนแล้วนะ” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นเป็นประกายหลังจากที่เห็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มในภาพ เรียวปากบางชมพูระเรื่อเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนดูภาพอื่นๆ ซึ่งเป็นภาพของชายหนุ่มคนเดียวกัน
ผู้ชายผิวขาว ใบหน้าเนียนใสคล้ายกับผู้หญิง ทว่าคิ้วหนาคมเข้มดูหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสันรับกับรูปหน้า โดยรวมแล้วอาจจะบอกได้ว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีถึงขั้นหล่อเหลาเอามากๆ เรียวปากชมพูอมส้มนิดๆ ราวกับถูกแต่งแต้มด้วยสีจากลิปสติก แต่เปล่า! ความสูง ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตร ทำให้เขาดูหุ่นดีราวกับนายแบบ แต่ทว่าไม่ใช่!
'ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา'
ปลายนิ้วเรียวเลื่อนดูภาพอื่นๆ เป็นภาพในลักษณะที่ไม่ใช่ภาพถ่ายใบหน้าตรง ซึ่งจริงๆ มันคือรูปที่เธอแอบถ่าย ถึงบางรูปจะดูเบลอๆ ไม่ค่อยชัด แต่ถ้าเทียบกับรัศมีความหล่อเหลาของบุคคลในภาพแล้วกลับชัดเจนมาก
เวนิตา แอบตามถ่ายรูปของผู้ชายคนนี้เป็นระยะเวลาเกือบๆ สามเดือน เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมถึงต้องตามเก็บภาพของผู้ชายคนนี้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่ดารา ถึงหน้าตาของเขาจะดูไม่ได้ด้อยไปกว่าบุคคลเหล่านั้น แต่ทุกครั้งที่ได้มองภาพจากรูปถ่ายของผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขากลับทำให้ 'หัวใจพองโต' ขึ้นมาได้ทุกครั้ง
“คุณช่วยกลับมายิ้มแบบในรูปนี้อีกเร็วๆ นะ ฉันจะรอค่ะ” มือบางกดเซฟรูปที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขา ก่อนจะถ่ายโอนมายังโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่พึ่งจะถอยมาใหม่แทนเครื่องเก่าที่ทำหายไป
โอนไฟล์ข้อมูลสำเร็จ!
มือบางขยับแว่นสายตาที่กรอบแว่นด้านซ้ายมีรอยร้าวบางๆ แต่ยังคงสภาพดีสวมใส่ได้ตามปกติ พลางกดดูที่ภาพถ่ายก่อนจัดแจงตั้งเป็นภาพหน้าจอมือถือ แล้วเพ่งดูรูปนั้นอย่างชื่นชมอีกครั้ง
ติ๊ด! เสียงข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ แจ้งเตือนข้อความที่ถูกส่งเข้ามา เธอละสายตาจากภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วกดเปิดอ่านข้อความ
“เว...บ่ายนี้ว่างไหม ช่วยมาทำโอทีแทนพี่หน่อย น้องหมาป่วยพี่ต้องพาไปหาหมอ ตั้งแต่เช้ายังถ่ายไม่ยอมหยุดเลย เดี๋ยวสิ้นเดือนพี่เลี้ยงข้าวตอบแทนนะ” 'พี่พลอย'
ใบหน้าเนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะที่เหลือบมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นเวลาสิบโมงครึ่ง
'ให้ตายสิ วันหยุดของเธอหลังจากที่ทำงานยาวมาเกือบๆ จะสองอาทิตย์ มันพังทลายไปหมดแล้ว เมื่อคำว่าโอทีมาจ่ออยู่ตรงหน้า'
มือบางละจากโทรศัพท์มือถือ รีบถอดแว่นแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวผืนหนาพอดีตัวตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อพาตัวเองไปให้ทันเวลาก่อนบ่ายโมงตรง
ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนกลาง กองบังคับการป้องกันและปราบปราม 'พันตำรวจเอก เศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์' ตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม ในชุดนอกเครื่องแบบ นั่งถือเอกสารสำคัญฉบับหนึ่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนหลังโต๊ะทำงานภายในห้อง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น
“เข้ามาได้” เสียงเข้มทรงพลังกล่าว ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคนเดียวกับที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเวนิตาเดินเข้ามายืนตรงทำความเคารพผู้บังคับบัญชาพร้อมกล่าวคำทักทาย
“สวัสดีครับ ท่านผู้กำกับ” เสียงทุ้มเอ่ย
“นั่งก่อนสิผู้กอง” เศรษฐพงศ์กล่าวเสียงเรียบ
“ครับ” ผู้กองฐานัตถ์รับคำแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งยืดอกผายตรง ภายนอกที่แต่งกายด้วยเสื้อยืดคอวีสบายๆ สีขาวทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์สีเทา ด้านหน้ามีปอยผมบางๆ ยาวเลยติ่งหูปลิวกระทบแก้มใส หากมองเผินๆ แล้วไม่มีใครคิดว่า 'ฐานัตถ์' คือเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน
ทว่า...ด้วยทรงผมที่ยาวบระบ่า บุคลิก ท่าทาง และการแต่งตัว รวมถึงฝ่ามือเรียวๆ ที่คล้ายกับมือของสุภาพสตรี และยังมีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา หน้าออกไปทางศิลปินดารา หรือ นักร้องนักแสดงมากกว่า แต่ทว่าความจริงแล้วเขาคือ 'ร้อยตำรวจเอก ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา' เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม กรมตำรวจสืบสวนกลาง วัย 29 ปี สูง 185 เซนติเมตร ดูแล้วเหมาะที่จะเป็นพระเอกละครหลังข่าวเสียมากกว่าที่จะมาเป็นตำรวจ 'นอกจากเขาจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝีมือดีแล้ว ยังถนัดด้านการต่อสู้ และยิงปืนได้แม่นยำอีกด้วย'
“ไม่ทราบว่าผู้กำกับเรียกตัวผมมา มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นเรื่องคดี” ฐานัตถ์เริ่มซักถามผู้บังคับบัญชาออกไปอย่างไม่รีรอ ตามสไตล์ของคนที่ทุกเวลามีค่าไม่อยากให้สูญเปล่า เศรษฐพงศ์ส่ายหน้า แล้วรีบแย้ง
“ไม่ใช่เรื่องคดีหรอกผู้กอง แต่เป็นเรื่องของผู้กองนั่นแหละ”
“เรื่องของผม เรื่องอะไรเหรอครับ” ผู้กองฐานัตถ์ถามออกไปตรงๆ แววตาจับจ้องไปที่เรียวปากของคนกำลังจะตอบ
“ผมว่าปีสองปีมานี้ ผู้กองดูเครียดๆ ไปนะ ผมอยากให้ผู้กองหาเวลาไปพักผ่อนบ้าง” ฐานัตถ์ขมวดคิ้วให้กับคำพูดของเศรษฐพงศ์แล้วถามออกไปตรงๆ อีกครั้ง
“ผู้กำกับ ต้องการให้ผมทำอะไรครับ”
“นี่ใบลา! ผมเซ็นไว้ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว แค่ผู้กองเซ็นแล้วเอากลับมายื่น” ฐานัตถ์รับเอกสารฉบับนั้นมาจากมือของผู้บังคับบัญชา 'อนุมัติลาพักร้อน! '
“ผู้กำกับจะให้ผมลาพักร้อน เกือบสัปดาห์ ทั้งๆ ที่ผมมีคดีที่ต้องสะสางอยู่ในมือเหรอครับ” เจ้าตัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้บังคับบัญชา ท้วงออกไปอย่างทันควัน
“ผมทิ้งงานไปไม่ได้จริงๆ ถ้าหมดเรื่องแล้วผมขออนุญาตครับ พอดีมีงานต้องรีบกลับไปเคลียร์” ผู้กองฐานัตถ์วางเอกสารลงที่โต๊ะ แล้วลุกพรวดออกจากเก้าอี้ เศรษฐพงศ์รีบท้วงก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวก่อนสิผู้กอง ถ้าคุณเป็นห่วงเรื่องงานน่ะ ผมว่าคุณอย่ากังวลไปเลย เรื่องคดีผมโอนให้ผู้กองรฉัตรเป็นคนดูแลแทนแล้ว” คำพูดนี้ทำให้ผู้กองหนุ่มถึงกับชะงักงัน แล้วหันกลับไปมองหน้าเศรษฐพงศ์อย่างไม่เชื่อสายตา
ท่อนแขนอันแข็งแกร่งของฐานัตถ์จัดแจงวางเรือนร่างบอบบางที่ปราศจากเครื่องนุ่มห่มปิดบังร่างกายลงบนเตียงนอนหนานุ่มขนาดใหญ่ภายใต้แสงแห่งดาวที่พร่างพราวอย่างอ่อนโยน สายตาคมของเขาเป็นประกายลุกโชนดุจแสงไฟสีเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้มอดไหม้เป็นจุณในพริบตา แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่เขาและเธอก็ยังไม่คุ้นชินจนคลายความกังวล และความกดดันเมื่อเรือนร่างเปลือยเปล่าอยู่เบื้องหน้าซึ่งกันและกัน ความตื่นเต้น และความกดดันจึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มีเพียงลมหายใจอุ่น ๆ ส่งผ่านกันอย่างแผ่วเบา และเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังโครมครามอยู่นับครั้งไม่ถ้วนหยาดเหงื่อที่พรั่งพรูออกมาเป็นเม็ดพราวอยู่ทั่วร่างกายของทั้งคู่ทำให้รับรู้ได้ถึงความร้อนระอุ ที่แผ่ซ่านไปทั่วตัว แม้อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศจะเย็นลงแค่ไหนก็ตาม แต่ภายในร่างกายกลับกำลังแผดเผาจนมอดไหม้“คุณโอเคใช่ไหม แค่คุณพูดว่าไม่ ผมจะหยุดทันที” เสียงทุ้มนุ่มไพเราะเอ่ยปากบอกกับเธอ“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ฉันโอเค คุณทำ...อย่างที่คุณอยากจะทำเถอะนะคะ” เธอตอบเสียงแผ่วเบาไม่รู้ว่าพูดแบบนี้ มันจะดีกว่าการบอกไปตรง ๆ ว่าเธอเองก็ปรารถนาในสิ่งที่เขากำลังจะหยิบยื่น
“คุณรู้อะไรไหม ว่าคุณทำให้ผมแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว อยู่ต่อกับผมที่นี่เถอะนะเว” เสียงนุ่มไพเราะของชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคมคาย กำลังกล่าวกับเธอตรงหน้า เวนิตาได้แต่จ้องหน้าเขา และมันยากเย็นนักที่เธอจะปฏิเสธช่วงเวลานี้ได้“ทำไมคะ ทำไมคุณถึงอยากให้ฉันอยู่กับคุณนัก…ทั้ง ๆ ที่ สถานะของเราไม่ได้ชัดเจนเลย คุณทำเหมือนกับว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่ยอมนอนกับคุณ...แค่นั้น” เธอพูด พลางน้ำตาคลอเบ้า เขาส่ายหน้าไปมาอย่างปฏิเสธพร้อมขยับตัวเข้าไปใกล้ ๆ เรือนร่างบางของคนที่อยู่ตรงหน้า“คุณไม่รู้จริง ๆ เหรอ ว่าผมรู้สึกกับคุณยังไงหืม...มองตาผมสิเว แล้วอย่าดูถูกตัวเองแบบนี้อีก ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงแบบนั้นเลย มองตาผมแล้วบอกผมสิว่าคุณไม่รู้จริง ๆ ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณกันแน่” เสียงทุ้มนุ่มอันแสนไพเราะของเขาเอ่ยก้องอยู่ในโสตประสาทหูของเธอ เวนิตาได้แต่นั่งนิ่งและสับสน เขาจ้องมองดวงตาคู่สวยของเธออย่างชัดเจน หวังเพื่อให้เธอได้เห็นตัวเองอยู่ในแววตาคู่นี้ของเขาบ้างก็เท่านั้น“ในนี้มีแต่คุณอยู่เต็มไปหมด แค่คุณคนเดียวเท่านั้น คุณไม่เห็นบ้างเลยหรือไง ผมหลงใหลคุณเหลือเกิน ผมไม่อยากจะทำอะไรมากไปกว่าจูบคุณอีกแล้ว” ชายห
"ผมชอบคุณนะวีนัส ชอบคุณมากที่สุด ชอบกว่าดวงดาวที่ผมพูดถึงซะอีก" ไม่พูดเปล่า ใบหน้าเรียวหล่อเหลาค่อย ๆ โน้มลงจรดปลายจมูกโด่งสันคมลงบนศีรษะน้อย ๆ ของเธออย่างนุ่มนวล และแผ่วเบาโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว และยังคงหลับสนิทก่อนที่ร่างสูงของฐานัตถ์จะลุกพรวดขึ้นจากเตียงนอนพร้อมกับสไลด์โทรศัพท์มือถือกดเบอร์โทรออกไปยังลูกทีมคนสนิท“หมู่ นี่ผมเองนะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายปลายสาย“ครับหัวหน้า” เสียงของหมู่จินกล่าวตอบรับ“คืนนี้ผมอยากให้เวนิตาค้างกับผมที่นี่” เขาบอกถึงความต้องการของตัวเองกับหมู่จิน ลูกน้องคนสนิท ในขณะที่อีกฝ่ายก็เห็นด้วยจึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย“ผมเองก็คิดว่าผู้กองวีนัสควรจะอยู่กับหัวหน้า เพราะว่าตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ถ้าจะกลับมาที่เซฟเฮ้าส์ผมกลัวว่าจะเกิดอันตราย ให้ผู้กองอยู่กับหัวหน้าดีแล้วครับ"“ขอบใจมากนะหมู่ที่เข้าใจผม”“ยินดีครับหัวหน้า เรื่องนี้จะมีแค่หัวหน้า ผม จ่าเทพ และหมวดภัทรเท่านั้นที่รู้ครับ”“ขอบใจหมู่” พูดจบมือแกร่งก็กดวางสายไป แล้วเดินกลับมาหาร่างเล็กที่นอนหลับอยู่ เขานั่งลงบนเตียงนอนข้างตัวเธอ แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสกับปอยผมเส้นเล็กที่นุ่มสลวยอย่างหลงเสน่ห์ใบหน้าเรียวค่อย ๆ โน
"ฉันชอบดาวพลูโตค่ะ ถึงจะโคจรอยู่ห่างไกลจากโลกของเรา และแม้จะอยู่ไกลกว่าที่สายตาของเราจะมองเห็น แต่ว่า...ฉันก็ยังหวังว่าโลก จะมองเห็น ดาวพลูโตดวงนั้นบ้าง สักครั้งก็ยังดี" เธอตอบ'เหมือนกับฉัน ที่อยากให้คุณ ได้รู้ว่า ฉันต้องการให้คุณเห็นฉันในสายตาบ้างก็เท่านั้นเอง'เธอคิดหลังจากที่ตอบคำถามออกไป แล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้สังเกตเห็น"ถึงจะอยู่ไกลจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สำคัญนะ คุณรู้อะไรไหม ว่าดาวทุกดวงมีคุณค่า และความสำคัญในตัวของมันเอง หากขาดดาวดวงไหนไป จักรวาล และเอกภพ ก็อาจจะไม่ได้สวยงามอย่างที่เราเห็นอยู่ก็ได้นะ" ใบหน้าเรียวหล่อเหลาหันกลับมาพร้อมกับสายตาที่อบอุ่นและเป็นประกาย"ก็จริงของคุณนะคะ จักรวาลจะสวยงามได้ ก็เพราะมีดาวดวงน้อยใหญ่รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ รายล้อมกันนับล้าน ๆ ดวงอยู่ท่ามกลางกาแลกซี่ใหญ่ ๆ ไม่ใช่แค่ดาวดวงใดดวงเดียว" เธอตอบอย่างเห็นด้วย แต่ที่เธอพูดถึง คือ 'เธอ เปรียบเขาเป็นเสมือนโลก และเธอที่เป็นเพียงดาวพลูโต ที่โคจรอยู่ห่างไกลจากเขานับปีแสงต่างหาก'สายตาคมคายหันกลับไปมองที่ดวงดาวบนฝ้าเพดานห้องที่เรื





