LOGINหลังค่ำคืนที่เธอมอบความบริสุทธิ์ให้เขาไป ครอบครัวเขากลับทำร้ายเธอจนแทบไม่มีที่ยืน... ความโหดร้ายที่ตีเข้าแสกหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันจะเป็นแค่เพียงเรื่อง...เข้าใจผิดกัน...!! หรือแท้ที่จริงแล้วเขานั่นแหละที่เป็นคนบงการเบื้องหลังทุกอย่าง...!!
View Moreภาพของงานวันแต่งงานที่ดูจะแสนวิเศษ เรือนร่างบอบบางที่อยู่ในชุดสีขาวฟูฟ่องประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับยามต้องกับแสงอาทิตย์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกไม้ที่ถูกประดับประดาเต็มไปทั่วทั้งสนามหญ้าคละเคล้าเข้ากับเสียงแซ่ซ้องโห่ร้องแสดงความยินดีที่มาจากทั่วสารทิศ วงแขนกำยำที่ถูกยื่นมาเพื่อให้มือเรียวบางได้เกาะเกี่ยวจากผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขาที่เป็นดั่งแสงสว่างและมักจะทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ เต้นตูมตามอยู่เสมอ อีกทั้งรอยยิ้มละมุนที่มักจะระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลายามที่เขาอยู่เบื้องหน้าของคนรักในเวลานี้ช่างเป็นเสมือนน้ำหวานชโลมใจให้คนที่ได้เห็นมีเรี่ยวแรงที่จะมีชีวิตต่อไปบนโลกใบนี้
สองเท้าของคนทั้งสองที่กำลังเดินก้าวไปพร้อม ๆ กันเปรียบเสมือนดั่งการก้าวเท้าเข้าสู่การใช้ชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์ และทันทีที่สองร่างพากันมายืนยังด้านหน้าผู้ที่มาทำหน้าที่เป็นสักขีพยานในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ มือที่ประสานกันแน่นยามที่ทั้งสองหันมาเผชิญหน้ากันเพื่อเอื้อนเอ่ยคำสัตย์ว่าเราสองคนจะมีกันและกันทั้งยามทุกข์และยามสุขก็ได้ดังกังวานขึ้น
‘คุณจันทร์เจ้า ดำริวงศ์ตระกูล คุณจะรับคุณอาทิตย์ ต้นตระกูลรุ่งเรือง เป็นสามีหรือไม่และสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไปไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข’
‘...รับค่ะ...’ (^-^)
สิ้นเสียงกังวานถามริมฝีปากสีชมพูระเรื่อก็พลันเอ่ยตอบรับเสียงใส ก่อนจะมองไปยังผู้ชายเบื้องหน้าด้วยแววตาสุกสกาวอย่างตั้งใจรอฟังคำมั่นที่เป็นดั่งคำสัตย์เช่นเดียวกัน...
‘คุณอาทิตย์ ต้นตระกูลรุ่งเรือง คุณจะรับ คุณจันทร์เจ้า ดำริวงศ์ตระกูล เป็นภรรยาหรือไม่และสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไปไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข’
และเมื่อสิ้นเสียงของผู้ทำหน้าที่เป็นสักขีพยานที่ได้หันไปถามคำถามเดียวกันกับที่ถามหญิงสาวก่อนหน้านี้กับผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าบ่าว...รอยยิ้มที่ละมุนบนใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับนับตั้งแต่เริ่มงานก็พลันเปลี่ยนเป็นเหยียดแสยะที่มุมปากทันที ก่อนคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปจะเป็นเหมือนสายฟ้าสาดลงมายังกลางใจ
‘...หึ...ใครมันจะรับผู้หญิงแพศยามาเป็นเมียได้ลงคอ...!!’
เปรี้ยงงงงงง...
“เฮือก ~~ แฮ่กๆๆ ฝะ...ฝันร้ายอีกแล้วหรือเนี่ย”
ดวงตากลมใสเบิกโพลงพร้อมกับมือที่ถูกลงบนหน้าอกเบา ๆ หลังจากที่เสียงฟ้าร้องเหมือนกับวันนั้นได้ดังขึ้นจนปลุกฉันให้หลุดออกมาจากฝันร้ายได้ทันเวลา
“ละ...ลู...ก...ลูกกกกก”
“พ่อค่ะ หนูอยู่นี่ค่ะ”
ฉันรีบลุกขึ้นจากฟูกบางที่ถูกปูนอนอย่างง่าย ๆ ทันที พร้อมกับรีบตรงไปนั่งยังด้านข้างของเตียงเหล็กขนาด 3 ฟุตอันมีร่างของชายสูงวัยที่ครั้งหนึ่งเคยทั้งสง่างามและองอาจที่สุดในสายตาฉันนอนอยู่ เพียงแต่ว่าบัดนี้เขานั้นกลับทำได้เพียงแค่นอนนิ่ง ๆ อยู่บนที่นอนเท่านั้น
“ปะ...เป...น...อะ...รา...ย”
เสียงที่เอ่ยยานคางเหมือนต้องใช้พลังเป็นอย่างมากกว่าจะพูดแต่ละคำออกมาได้ เอ่ยถามฉันด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรค่ะคุณพ่อ หนูแค่ตกใจเสียงฟ้าร้องนิดหน่อยค่ะ”
ฉันที่กลั้นก้อนสะอื้นที่ตีตื้นมาที่ลำคอเอาไว้ ด้วยหัวใจในเวลานี้ที่บีบรัดเหลือเกิน
“อะ...โอ...มะ...มา...ย...เป...น...รา...ย...นา...พะ...พอ...ยู...นี”
น้ำเสียงที่พยายามเปล่งออกมาเพื่อปลอบโยนลูกสาวอย่างยากลำบากของคนเป็นพ่อ มันช่างบาดลึกเสียดแทงเข้าไปยังกลางใจคนฟังเหลือเกิน อีกทั้งแม้ว่าในห้องเช่าสี่เหลี่ยมขนาดเล็กจะมืดสนิท แต่ทว่า...ฉันกลับเห็นได้ชัดว่าตรงหางตาของคนตรงหน้านั้นกำลังมีน้ำใสเอ่อคลออยู่
“ค่ะพ่อ...ลูกรู้ค่ะ” (T-T)
มือบางที่ยังกอบกุมมือที่ไร้เรี่ยวแรงของคนบนที่นอนขึ้นมาแนบหน้าพร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ อย่างไม่ต้องการให้คนเป็นพ่อรับรู้
ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามายังกลางใจอีกครั้ง เพราะถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะตัวฉันทำใจยอมรับได้แล้วว่า ณ เวลานี้ชีวิตของเราสองพ่อลูกมันแย่มากแค่ไหนและเราต้องลำบากมากเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วทุกครั้งที่ความฝันเหมือนเฉกเช่นคืนนี้ปรากฏขึ้นหรือแม้ในวันที่ฝนตกจนเกิดเป็นเสียงฟ้าร้องแผดคำรามใส่หัวใจมันก็อดที่จะจมดิ่งไม่ได้แล้วพานคิดตัดพ้อชีวิตว่าทำไมเพราะเหตุผลกลใดชีวิตเราสองพ่อลูกถึงได้ดำเนินมาถึงจุดนี้...
จากนั้น...“จุ๊บ...จะอาบน้ำใช่ไหมคะ จุ๊บ...มาเดี๋ยวเฮียช่วยถอดนะ”“แต่ว่า...ชุดมัน”ในจังหวะที่ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยค สิ่งที่ฉันไม่อยากให้เกิดก็พลันเกิดขึ้นแคว่ก ~~“เฮีย...ฉะ...ฉีกเลยหรอคะ” (OoO)“ค่ะ...เฮียไม่ไหวแล้วเกะกะเกิน...”“ตะ...แต่มันแพงมากนะคะ” (O_O)“ช่างมัน...บังอาจขวางทางรักผัวเมีย”และในจังหวะที่ฉันกำลังจะต่อปากต่อคำเขาออกไปอีกครั้งด้วยนึกเสียดายเพราะตนเองนั้นเคยผ่านความลำบากมาก่อน ริมฝีปากอบอุ่นก็กดจูบลงมายังริมฝีปากนุ่มนิ่มเพื่อหยุดเสียงต่อต้านที่อาจจะทำให้บรรยากาศแสนโรแมนติกในค่ำคืนนี้หมดไป...จุ๊บ ~~“อื้ออออ ~~”“เฮียรักลูกจันมากนะคะ...รักมากที่สุดและจะรักไปตลอดชีวิต”คำพูดหวานที่มาพร้
“ว่าแต่ลูกจันหิวหรือยังค่ะอาหารน่าจะเตรียมเรียบร้อยแล้วเราไปกินกันดีไหม”ก่อนที่คนตัวโตจะเปลี่ยนทั้งทีท่าและประเด็นแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงละมุนอีกครั้งพร้อมกับทำหน้าพยักพเยิดไปทางห้องอาหารส่วนตัว“เฮียหิวแล้วหรอคะ ถ้าหิวก่อนก็ไปทานก่อนได้เลย เดี๋ยวลูกจันขอคุยกับพวกพี่ ๆ ต่ออีกสักหน่อย”และในขณะที่ฉันกำลังหันหน้าไปเพื่อพูดคุยกับพวกพี่ ๆ ที่โรงแรมที่ฉันเคยทำงานด้วยอีกครั้งจู่ ๆ สีหน้าที่พลันซีดเผือดพร้อมกับหน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนกับดูกระอักกระอ่วนใจก็ทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้จำต้องเอ่ยถามออกไป...“เป็นอะไรกันหรือเปล่าคะทำไมหน้าเสียแบบนั้น...??” (o_O)?“อ่ะ...มะ...ไม่มีอะไรจ๊ะเจ๊แค่หิวนะว่าจะไปเดินดูอะไรกินสักหน่อย ปะ...ไปกันมะลิไปช่วยเจ๊เลือกของกินหน่อย” (O_O )”“อะ...เอ่อ...ปะ...ไปซิเจ๊ฉันก็หิวพอดีเลย” “( O_O)จากนั้นทั้งเจ๊ชายนี่กับพี่มะลิก็รีบกุลีกุจอเด
ก่อนที่ภาพบรรยากาศเบื้องหน้าที่มีทั้งแสงไฟ แสงแฟลช เจิดจ้าเสียจนแสบตาไปหมด จะถูกคละเคล้าไปด้วยเสียงแซ่ซ้องโห่ร้องแสดงถึงความยินดีที่มีให้เราทั้งคู่จนฉันไม่รู้เลยว่าเสียงนั้นเป็นของแขกเหรื่อคนไหนบ้างแต่ไม่ว่าเสียงเหล่านั้นจะเซ็งแซ่ทำหูอื้อมากแค่ไหน แต่คงมีไม่กี่คนเท่านั้นที่ฉันเลือกจะเก็บเอาคำอวยพรของพวกเขาเอาไว้เป็นดั่งของแสนล้ำค่า นั่นก็เพราะว่าคนเหล่านั้นคือคนที่ดีกับฉันในวันที่ฉันลำบากที่สุด...ในพิธีรดน้ำสังข์ ~~“พ่อฝากลูกจันด้วยนะทิศถ้าวันไหนไม่รักลูกพ่อแล้วก็แค่พาเขากลับมาคืนพ่อนะลูก” (^-^)คำพูดชัดถ้อยชัดคำที่ออกจากปากพ่อของฉันยามที่ท่านรดน้ำสังข์ลงมือที่พนมอยู่ของผู้ชายที่นั่งด้านข้างฉันตอนนี้เพื่อฝากฝังคนที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของท่าน ส่วนคนด้านข้างฉันที่เขาเองก็ต่างหนักแน่นในคำพูดไม่แพ้กันก็ได้เอ่ยปากคำมั่นพร้อมกับส่งรอยยิ้มจริงใจกลับคืนไปให้พ่อของฉัน“มันจะไม่มีวันนั้นครับพ่อ...ผมให้สัญญาด้วยชีวิตของผมเลยครับ” (^-
“ออกกันไปให้หมดถ้าไม่เรียกหน้าไหนก็อย่าได้สะเออะเข้ามา...!!”สิ้นเสียงตะโกนลั่นผู้คนมากมายที่ยืนประสานงานอยู่ตรงนั้นก็ต่างกรูออกกันไปทันที“เฮีย!! ไปไล่เขาทำไมล่ะคะ แล้วใครจะคอยบอกคิวงานแต่งเราล่ะ”ฉันอดบ่นให้เขาไม่ได้ เขาที่มักเอาแต่ใจและชอบทำให้คนหวาดกลัวไปหมด“ช่างมันซิ เฮียจะใช้เวลาอยู่กับเมียเฮียใครจะทำไม”แต่คนตัวโตที่ยังแสดงสีหน้าไม่ยี่หระอะไรแถมยังตอบกลับแบบโนสนโนแคร์อีกด้วย“แต่เฮียทิศมันจะเสียฤกษ์เอานะคะ”ส่วนฉันที่อดกังวลถึงสิ่งสำคัญไม่ได้ก็อดไม่ได้ที่จะท้วงติงออกไป“เสียฤกษ์แล้วไงเฮียไม่แคร์อยู่แล้ว เพราะฤกษ์มงคลของเฮียคือทุกเวลาที่มีลูกจัน...”สิ้นคำตอบของคนตัวโตที่พูดกับฉันและด้วยประโยคนั้นก็ทำให้ฉันถึงกับอึ้งอ้าปากค้างทันที“ฮะ...เฮีย...”
จ๊วบ...แผล็บ ~~ลิ้นสากที่ตวัดเลียจนเกิดเป็นเสียงสยิวก่อนจะเร่งเรียวลิ้นระรัวลงเล่นกับเม็ดบัว อีกทั้งยังกดจูบดูดดึงจนเจ้าของสองเต้าอวบถึงกับร้องครางกระเส่าแอ่นอกรับการปรนเปรอที่ลึก ๆ แล้วเธอเองก็โหยหาจากเขาเหมือนกัน“อ๊ะ...อื้อ...เสีย.
น้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากคำพูดนั้นถูกพูดกระซิบอยู่ที่ข้างกกหูขาว และถึงแม้ว่าฉันจะไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งที่ตอนนี้เขาก็กำลังอ่อนโยนกับฉันอยู่...แต่ทำไมกันเขาถึงยังได้...ริมฝีปากบางพลันปิดแน่นลงทันทีอย่างไม่ต้องการให้มีเสียงใดเล็ดลอดออกไปอีก และม
กระทั่งเมื่อพายุสวาทระหว่างฉันกับคุณอาทิตย์ได้สงบลงแล้ว ฉันที่ยังคงเป็นห่วงถึงความปลอดภัยของพ่อตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามคนด้านข้างที่กำลังนอนหอบเอาอากาศเข้าหายใจออกไปอีกครั้ง“คะ...คุณอาทิตย์ค่ะ พะ...พ่อของฉันท่านเป็นยังไงบ้างคะ คุณทำอะไรกับท่านหรือเ
ความคิดที่นาน ๆ ทีจะโผล่ขึ้นมาเพื่อหาทางลงให้กับความรู้สึกของตัวเอง แต่ช่างน่าขันที่ไม่ว่ายังไงถึงตัวเขาจะคิดหาเหตุผลมากเพียงใดก็ตาม...สุดท้ายแล้วความเป็นจริงที่ยังต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้...มันก็ยังคงเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสอยู่ดี...“ฮึก...ลูกจัน...ทำไมถึงทำกับ