Masuk“ไม่เป็นไรน่า ถ้าน้ำน่านเมาเดี๋ยวพักที่บ้านริมน้ำได้เลยคืนนี้พี่ยกให้” พิมลภัสพูดอย่างใจดีอย่างน้อยคืนนี้เธอก็มีเพื่อนดื่มทั้งที่ตอนแรกชวนนวพรรษแต่เขาไม่ได้รับปากเพราะต้องพูดคุยปรึกษาเรื่องหาเสียงต่อในวันพรุ่งนี้ที่จังหวัดพิษณุโลกดีที่เธอนัดน้องสาวคนสวยไว้ก่อน
“แล้วหนุ่มไฮโซของพี่บูลไปไหนแล้วล่ะคะ” วีรินทร์ถามถึงหนุ่มไฮโซของพี่สาวที่พูดถึงเมื่อวานและเธอไม่ได้สนใจแต่ได้ยินพ่อพูดถึงนวพรรษว่าเนื้อหอมมากมีสาวน้อยสาวใหญ่และประชาชนทั่วไปมาขอถ่ายรูปด้วยเยอะแยะไปหมด
“เขาสนใจแต่เรื่องการเมืองไม่ยุ่งเรื่องผู้หญิงจ้ะ ขนาดพี่บอกว่าแค่สนุกกันเขายังปฏิเสธเลย” พิมลลภัสพูดกับวีรินทร์อย่างไม่อายว่าเธอเสนอตัวให้นวพรรษแต่เขาไม่เอา
“เขาอาจมีแฟนแล้วก็ได้ค่ะ” วิรินทร์คิดว่านพรรษหน้าตาหล่อฐานะชาติตระกูลและการศึกษาดีเลิศขนาดนี้ไม่น่าจะโสด
“ก็เห็นข่าวว่าคบกับไฮโซลูกสาวเจ้าของสายการบินสยามแอร์ไลน์นะ แต่เขาบอกว่าไม่มีแฟนสงสัยเป็นแค่เพื่อนนอนกันเท่านั้นแหละมั้ง” พิมลภัสพูดอย่างรู้ดีว่าพวกไฮโซคนดังคบกันก็ไม่ได้แค่กินข้าวดูหนังแล้วกลับบ้านก็เหมือนกับเธอนี่แหละยิ่งคนที่เคยผ่านเมืองนอกมาก็ไม่ค่อยแคร์อะไรนอกจากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องมีใครสักคนอย่างจริงจังเพราะสมัยนี้ไม่มีใครถือสาเรื่องพรหมจรรย์
“แหม,พี่บูลขามันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้ค่ะ” เธอก็พอรู้เหมือนกันว่าคนดังไฮโซเขาคบกันเป็นเพื่อนแต่จะเป็นเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว เพื่อนนอน หรือเพื่อนแท้ก็แล้วแต่พวกเขาจะจัดว่าเป็นเพื่อนแบบไหน
“เรื่องนี้พี่คอนเฟิร์มจ้ะ เพราะวงในเขาบอกมาและเชื่อถือได้” ถึงเธอจะอยู่บ้านนอกแต่ก็มีเพื่อนที่กรุงเทพเหมือนกัน
“ยอมเลยค่ะ ขนาดน่านอยู่กรุงเทพยังไม่รู้จักเขาเลย” คนที่เอาแต่เรียนไม่ได้สนจเรื่องไฮโซ ดาราคนดังหรือข่าวซุบซิบยอมคนอายุเยอะกว่าและมีประสบการณ์โชกโชนพูดให้ฟัง
“นี่ๆ น้ำน่านอย่ามัวแต่คุยสิ เอ้า ชนแก้วหน่อย” พิมลภัสชนแก้วกับน้องสาวและกินอาหารเย็นที่สาวใช้เอามาเสิร์ฟและคุยกันเรื่องงานเรื่องเรียนและจิปาถะตามประสาที่ไม่ได้เจอกันนาน
น้ำน่านก็ดื่มไวน์ไปคุยไปจนติดลมเผลอดื่มไปหลายแก้วคุยกันอย่างออกรสไม่ถึงชั่วโมงร่างเล็กก็คอพับเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อัลลอยด์รู้สึกมึนตาลาย
“น่านไม่หวายแล้วค่าพี่บูลล..” เสียงหวานบอกพี่สาวแล้วยกมือโบกไปมาตาลายมองหน้าพิมลภัสที่มีสองสามสี่ห้าหน้าแล้วหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นมาใหม่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม
“อะไรกันน้ำน่าน ไวน์เพิ่งจะหมดไปขวดเดียวเองคออ่อนจริงๆน้องสาวชั้น” สาวสวยส่ายหน้าไปมามองน้องสาวขำๆเธอกำลังคุยสนุกแต่วีรินท์เมาซะแล้ว
“พี่บูลลทำมายมีหลายหน้าจังเลยค้า..”
“พี่จะโดนอาดินกับอาโสภีว่ามั้ยเนี่ย เดี๋ยวพี่พาไปนอนนะ” พิมลภัสโทรเรียกสาวใช้ชาวลาวมาช่วยพาน้องสาวไปนอนที่บ้านพักของเธอ
“น้ำน่านไหวมั้ย”
“หวายค่า..”
“แน่ะ,ยังจะอวดเก่งอีกนะเรา” คนคอแข็งว่าน้องสาวอย่างขำๆเพราะเธอมีแต่น้องชายพอเพื่อนรุ่นน้องของพ่อบ้านใกล้กันมีลูกสาวเธอก็ชอบมาเล่นกับน้องจึงรักและผูกพันกันเหมือนพี่น้องกันส่วนน้องชายของเธอก็แอบชอบวีรินทร์แบบหญิงชายแต่ไม่กล้าแสดงออกเพราะหญิงสาวบอกว่ายังไม่คิดจะมีแฟน
“ม่าย ม่าย น่านไม่ด้ายอวดเก่งน้าค้า พี่บูลลต้องแกล้งน่านแน่แน้..เอิ้ก อึกกๆๆ..”
“เฮ้ย,น้ำน่านอย่าเพิ่งอ้วกนะน้องรัก จิ๋วเร็วๆสิ” พิมลภัสเร่งสาวใช้ให้ช่วยกันหิ้วปีกน้องสาวเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะปล่อยร่างอรชรนั่งลงบนโถชักโครกแล้วเอาถังขยะมารองอ้วกของวีรินทร์
“โอ้กกๆๆ แหวะๆๆ..”
วีรินโก่งคออาจียนเอาอาหารและไวน์รสดีของพี่สาวคนสวยออกไปจนหมดไส้หมดพุงเปรอะเปื้อนชุดของตัวเองแล้วตัวอ่อนพิงพิมลภัสไว้อย่างหมดแรง
“ตายๆน้ำน่านเอ้ย พี่ไม่รู้ว่าเราคออ่อนขนาดนี้” สาวสวยไม่คิดว่าน้องสาวจะคออ่อนขนาดนี้ปกติก็เห็นดื่มนะแต่ไม่มากเท่าวันนี้เพราะขวดที่สองกำลังลงไปครึ่งขวดและเธอดื่มเยอะกว่าวีรินทร์เสียอีก
“โอ้ย,เวียนหัวจางเลยค่าพี่บูล...” คนเมาพูดเสียงยานคางวิงเวียนศีรษะจนมือไม้อ่อนแรงยกไม่ขึ้นแต่รู้ตัวทุกอย่างที่พี่สาวช่วยดูแล
“จะทำยังไงกันดีคะคุณบูล”
“ก็พาน้ำน่านไปนอนที่เตียงแล้วเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แล้วปล่อยให้นอนจนกว่าจะสร่างน่าจะพรุ่งนี้เช้าโน่นแหละ” คนเป็นนายบอกสาวใช้แล้วพยุงวีรินทร์ไปที่เตียงก่อนจะถอดเสื้อกางเกงออกเหลือแต่ชุดชั้นในแล้วช่วยกันเช็ดหน้าเช็ดตัวให้คนเมา
“อื้อ มันเย็นจางเลยค่า น่านหนาว..”
“เวรกรรมของพี่จริงๆนะน้ำน่าน ไม่น่าชวนเรามาดื่มเลยจริงๆๆ..” พิมลภัสพูดขำๆ
“วายของพี่บูลอร่อยม้ากมากค่าา”
“จ้าแม่คุณ นอนไปเลยจ้ะเดี๋ยวพี่ไปบอกอาหินกับอาโสภีเองว่าเรานอนที่บ้านพี่ จิ๋วอยู่เป็นเพื่อนน้ำน่านก่อนนะ ถ้าไม่อาเจียนก็กลับไปนอนได้เลย” พิมลภัสบอกน้องสาวและสาวใช้ก่อนจะจัดห่มผ้าให้ให้น้องสาวแล้วเดินลงไปจากบ้านพักเพื่อไปบอกพ่อแม่ของวีรินท์
พิมลภัสเดินไปที่โต้ะอาหารที่จัดหลังบ้านห่างจากบ้านพักของเธอพอสมควรและสว่างไสวไปทั่วบริเวรบ้านและปลอดภัยเพราะมีรั้วรอบขอบชิด
“อาหินคะคืนนี้น้ำน่านนอนที่บ้านของบูลนะคะ พอดีน้องเมาค่ะ”
“ได้สิน้องบูล งั้นเดี๋ยวอากับอาโสภีก็กลับเลยละกัน” กำพลรู้ว่าลูกสาวจะค้างกับพิมลภัสก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้ว่าที่นี่ปลอดภัยจึงเดินไปบอกเจ้าภาพ “พี่พุดครับผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“ตามสบายหิน ขอบใจมากนะที่มาช่วยพี่” พุฒิพงษ์ขอบใจรุ่นน้องที่มาช่วยเขาหาเสียง
“ผมต้องมาช่วยพี่ชายสิครับ ผมขอตัวกลับก่นนะครับคุณทัช คุณจุล สวัสดีครับ” กำพลยกมือไหว้ทุกคนเพราะสองวันที่ผ่านมาออกหาเสียงด้วยกันจึงทำให้รู้จักกันหมด
“สวัสดีครับคุณหิน ไว้คราวหน้าเราคงได้เจอกันอีกนะครับ”เตชทัชลุกขึ้นจับมือกับเพื่อนรุ่นน้องของพุฒิพงษ์ที่มาช่วยหาเสียงและชอบอัธยาศัย
เมื่อกำพลกลับบ้านพวกที่เหลือก็คุยกันเรื่องหาเสียงที่พิษณุโลกในวันพรุ่งนี้เพราะพวกเขาจะเดินทางออกสายหน่อยแล้วแวะหาเสียงที่อำเภอวัดโบถส์ก่อนจะเข้าไปหาเสียงในอำเภอเมือง
“คุณจุลดื่มอะไรคะนั่น” พิมลภัสนั่งลงข้างนวพรรษมองแก้วเล็กของเขาสลับมองใบหน้าหล่อแดงซ่านอย่างสงสัย
“พอดีลุงพุดให้ผมลองดื่มเหล้าต้มน่ะ” ชายหนุ่มพูดเรียบๆ
“เหล้าต้มเหรอ มันแรงนะนั่นบูลว่าคุณจุลดื่มไวน์ดีกว่าค่ะเดี๋ยวบูลไปหยิบมาให้” พิมลภัสเสนอเพราะหนุ่มไฮโซดื่มเหล้าเถื่อนมันเข้ากันซะที่ไหนล่ะ พ่อของเธอก็กระไรเอาเหล้าเถื่อนมาให้เขาดื่มและเรียกซะดิบดีว่าเหล้าต้มและไม่ต้องสงสัยเลยว่ามาจากไหนก็ตาโพธิ์ของวีรินทร์นั่นเอง
“ก็แรงบาดคอเหมือนกับเตกีลาเลยทีเดียว” นวพรรษตอบสาวสวยที่เขาคิดว่าจะมากินข้าวด้วยแต่เขาเพิ่งเห็น
“บูลว่าคุณจุลกับคนสนิทไปดื่มที่ริมน้ำดีกว่าค่ะ เดี๋ยวบูลจัดเครื่องดื่มไปให้จะได้ไม่มีใครว่า” พิมลภัสกระซิบหนุ่มหล่อซึ่งเธอคิดว่าเขาก็ขาดื่มเช่นกัน “ อ้อ,ไม่ต้องกลัวบูลจะมอมนะคะ”
นวพรรษมองตามหลังลูกสาวเจ้าของบ้านแล้วส่ายหน้าไปมาถามว่าเขากลับพิมลภัสมั้ยคือไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากมีปัญหามากกว่าในเมื่อผู้ใหญ่คุยเรื่องความเก่าความหลังกันเขาคิดว่าไปนั่งดื่มที่ริมน้ำก็ไม่เลวเหมือนกันยังไงก็มีคนของเขาอยู่ด้วย
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ตามสบายจุล” เจ้าของบ้านตอบชายหนุ่มแล้วทุกคนก็คุยกันต่อมีเหล้าต้มมาให้ชิมกันเล่นๆซึ่งทุกคนก็พร้อมจะลองปกติก็ดื่มแต่ไวน์รสเลิศและวิสกี้ชั้นดีจึงลองของดีบ้านๆดูบ้าง
“ไม่เยอะเนาะ คราวก่อนหมดไปห้าหมื่นกว่าเอง” พรรษชลพูดกระเซ้าว่าที่ป้าของหลานแฝดยิ้มๆทำให้เมฆากับนวพรหันมามองหน้ากัน“งั้นไม่ธรรมดาแล้วล่ะค่ะ แล้วเราจะซื้ออะไรกันดีคะพี่เจ็ท” คนได้เป็นคุณอาโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็คิดไม่ออกว่าจะซื้อของอะไรรับขวัญหลาน“เราซื้อรถตู้ดีมั้ยครับพี่เจ็ท เพราะข้าวของเครื่องใช้คงมีเยอะแล้ว” เมฆาเสนอเขาคิดว่าข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อนคงมีหมดแล้ว“เออจริงสิ นายจุลมันเพิ่งรู้ว่ามีลูกไม่ทันตั้งตัวงั้นเราไปดูรถกันดีกว่าจะได้ให้เขาแต่งให้พร้อมสำหรับหลานแฝด”“พี่เจ็ทแล้วหลานสาวเราชื่ออะไรคะ”“แฝดพี่ชื่อเด็กหญิงสายน้ำ ชื่อเล่นน้องน้ำฟ้า แฝดน้องน้องชื่อเด็กหญิงสายธาราชื่อเล่นน้องน้ำปิง แม่ชื่อน้ำน่าน” พรรษชลตอบน้องสาว“เพราะมากค่ะ แม่น้ำมาสองสายแล้วเหลืออีกสองสายก็ครบแม่น้ำสี่สายแล้วนะคะ” นวพรพูดยิ้มๆ“เดี๋ยวนายจุลมันก็ทำครบทั้งสี่สายเองแหละครับน้องจุ๊บ” เมฆาพูดยิ้มๆ“ดีไม่ดีมีน้ำเจ้าพระยาสายที่ห้าอีกนะน้องรัก หึๆๆ..” พรรษชลพูดเสริมแล้วขำหากน้องชายของเขาแต่งงานกับวีรินทร์จริงก็ต้องน้ำยมน้ำวังและน้ำเจ้าพระยาแน่ๆมาริดามองพรรษชล เมฆา นวพรคุยกันแล้วก็ไม่ห่วงเพื่อนเพราะทุกคนไม่ไ
“น้องมายด์จะดื่มอะไรครับ เดี๋ยวรอจุ๊บกับนายเมฆก่อนพอดีพี่นัดสองคนนั้นไว้แต่พอรู้เรื่องหลานก็ตื่นเต้นจนลืมนัดรีบมาซื้อของรับขวัญหลานก่อน” พอได้ยินคำตอบทำเอาลุงเขาตื่นเต้นเรื่องมีหลานก็ใช่แต่ที่หนักกว่านั้นคือวางแผนเจอคนตรงหน้านี่แหละสองหนุ่มสาวคุยถึงหลานสาวทั้งสองและมาริดาก็เอารูปหลานแฝดที่วีรินทร์ส่งมาให้เธอดูและเธอก็เอาให้พรรษชลหรือลุงของหลานแฝดดูว่าหลานน้อยน่ารักน่าชังขนาดไหนเมฆากับนวพรลงจากรถก็เดินเข้าไปในห้างรริเวอร์เซ็นเตอร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วโทรหาพี่ชายพอรู้ว่าอยู่ร้านกาแฟก็เดินไปตรงไปทันทีด้วยความอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องงานของเธอ“น้องจุ๊บจะรีบไปไหนครับยังไงพี่เจ็ทก็ไม่หนีไปไหนหรอกครับ” เมฆาบอกน้องสาวเพื่อนและในอนาคตอาจจะเป็นเจ้านายของเขาหากนวพรรษเอาจริงทางการเมืองแม้จะชอบหญิงสาวแต่เขาขอเก็บไว้ในใจและไม่คิดจะบอกใครเพราะฐานะที่แตกต่างกันมาก“ก็ไหนพี่เมฆบอกว่าคุยงานเสร็จจะรีบกลับบริษัทไม่ใช่เหรอคะ” นวพรถามเจ้านายหนุ่มหล่อก็เขาเป็นคนพูดเองแท้ๆ“ไม่เป็นไรหรอกครับแค่วันเดียว พี่อนุโลมให้” คนที่จริงจังกับงานมาตลอดตอบผู้หญิงในดวงใจของเขาที่เก็บไว้ลึกสุดใจไม่สามารถบ
“ตอนนี้น้องน้ำฟ้ากับน้องน้ำปิงแข็งแรงดีแล้วคุณหมอก็ให้แม่ดูแลเองค่ะ” วีรินทร์มองลูกสาวที่กินนมอิ่มแล้วนอนหลับอย่างมีความสุข“แล้วชื่อจริงของลูกล่ะน้ำน่านตั้งชื่อไว้หรือยังครับ” เขาไม่แปลกใจว่าทำไมวีรินทร์ถึงตั้งชื่อลูกสาวว่าน้ำฟ้ากับน้ำปิงเพราะแม่ก็เป็นแม่น้ำสายหนึ่งจะให้ลูกสาวชื่อน้ำยมกับน้ำวังคงไม่เหมาะถ้าเป็นลูกชายว่าไปอย่าง งั้นเขาต้องมีลูกให้ครบแม่น้ำทั้งสี่สายเลยสิ คุณพ่อลูกสองคิดยิ้มๆกับแผนการในใจของตัวเองทั้งที่ยังจัดการเรื่องของตัวเองไม่เรียบร้อยเลย“ปู่ย่าตายายตั้งให้แล้วค่ะ น้องน้ำฟ้าชื่อสายน้ำ น้องน้ำปิงชื่อสายธารา..” วีรินทร์พูดคุยกับพ่อของลูกตามปกติเพราะเธอทำใจได้นานแล้วจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะเธอเป็นฝ่ายเลือกไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาเองตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วก็อยู่ที่นวพรรษกับครอบครัวของเขารับข้อเสนอของเธอหรือเปล่าหากพวกเขาไม่ตกลงเธอก็พร้อมจะสู้เพื่อลูก“สายน้ำ สายธารา ชื่อลูกสาวพ่อจุลเพราะมากครับ” นวพรรษมองลูกสาวแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเอาไปอวดลุงป้าน้าอาน้องๆและเพื่อนที่กรุงเทพและไม่ยอมลุกไปไหนจนกระทั่งปู่ย่ามาเยี่ยมหลานสาวคนเป็นพ่อก็บอกปู
“ผมมีธุระครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาไม่มีเวลาจะสนใจผู้หญิงคนอื่นเพราะเมียเพิ่งคลอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล“เดี๋ยวสิคะคุณจุล หวานขอไปด้วยคนได้มั้ยคะพอดีหวายไม่รู้จักใครอยู่ไปก็ไม่มีเพื่อนคุยค่ะ” เธอรู้จักแค่นวพรรษกับพ่อแม่ของเขาและพิมลภัสและพ่อแม่น้องชายของเธอเท่านั้นส่วนคนในพรรคเธอไม่รู้จักเพราะเธอตามนวพรรษมาไม่ได้มาเพื่อทำความรู้จักกับทุกคน“ท่านรัฐมนตรีครับขอถ่ายรูปด้วยครับ” นักข่าวหนุ่มเดินเข้ามาของถ่ายรูปรัฐมนตรีหนุ่มรูปหล่อกับลูกสาวท่านนายก“เอ่อ..” นวพรรษกำลังจะปฏิเสธ“ได้เลยค่ะคุณนักข่าว” สิริยากรเดินไปเกาะแขนส.ส.หนุ่มหล่อแล้วฉีกยิ้มเกือบถึงใบหูเอียงหน้าไปจะซบไหล่ของเขา“คุณหวาย” นวพรรษผลักลูกสาวท่านนายกออกอย่างลืมตัวเพราะเขาไม่อยากเป็นข่าวกับเธอและหลีกเลี่ยงมาตลอดหากข่าวนี้แพร่ออกไปฝ่ายค้านก็จะเอามาเล่นงานเขาว่าได้เป็นรัฐมนตรีเพราะคบกับลูกสาวท่านนายก ทั้งที่พวกเขาแค่เจอกันตามงานทักทายกันเล็กน้อยก็ยังเป็นข่าวซึ่งเขาก็ตอบไม่ตามความจริงว่าแค่รู้จักกันเจอกันตามงานเลี้ยงไม่ได้สนิทกัน “คุณจุลยิ้มหน่อยสิคะ” สิริยากรไม่รู้สึกรู้สาทั้งที่ถูกชายหนุ่มผลักออกกลับเงยหน้าโปรยยิ้มให
นวพรรษมองลูกน้อยทั้งสองในอ้อมแขนหัวใจอุ่นซ่านเมื่อได้อุ้มชูเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขามั่นใจว่าสองแฝดสาวตัวจ้อยเป็นลูกของเขาล้านเปอร์เซ็นต์ทำให้เขามีความสุขมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้และยังมีลูกสาวพร้อมกันถึงสองคนทำให้คุณพ่อมือใหม่โอบกอดร่างเล็กทั้งสองด้วยความหวงแหนจนสองขอบตาร้อนผ่าว“บูลถ่ายรูปให้นะคะ” พิมลภัส์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปนวพรรษอุ้มลูกแฝดไว้สองข้างและวีรินทร์นอนอยู่บนเตียงด้านหลังรัวๆหลายรูปจนพอใจ “น่ารักมาเลยน้องแฝดหลานป้าบูล” พิมลภัสมองหลานสาวตัวจ้อยในอ้อมแขนพ่อแล้วยิ้ม“คุณพยาบาลพาหลานบูลไปนอนเถอะค่ะ” พิมลภัสเห็นพ่อของหลานตาแดงๆจึงบอกให้พยาบาลพาหลานสาวไปนอน“อิ่มแล้วหลับสบายเลยนะคะสาวน้อย ตอนกลางคืนน้องอาจจะหิวบ่อยคุณแม่อาจจะไม่ได้นอนเหนื่อยหน่อยนะคะ” คุณพยาบาลพูดกับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องรับมือกับสองแฝดที่ตื่นพร้อมกันหิวพร้อมกันและต่อไปก็จะทำอะไรพร้อมกันทำให้พ่อแม่เหนื่อยเพิ่มเป็นสองเท่าเลยทีเดียวก่อนจะเข็นเตียงน้องแฝดกลับไปที่ห้องเด็กอ่อน“ลูกของผมน่ารักมากเลย” นวพรรษมองตามลูกสาวทั้งสองแล้วยิ้มทั้งน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะเช็ดน้ำตาอย่างเขินๆ
“ค่ะ” คุณแม่มือใหม่ตอบเบาๆมันเจ็บมากกว่าตอนบ่ายอีกอาจเป็นเพราะยาหมดฤทธิ์แต่เธอทนได้ยิ่งได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านของลูกน้อยทั้งสองความเจ็บมันก็หายแล้ว“เราแต่งงานกันนะครับน้ำน่าน” นวพรรษขอแม่ของลูกแต่งงานตามที่เขาคิดไว้ว่าต้องแต่งงานกันเพื่อจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์ซึ่งมีพยานรักของเขาทั้งสองนอนหลับเป็นใจอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อแม่วีรินทร์ถึงกับอึ้งไปเงยหน้ามองพ่อของลูกไม่คิดว่านวพรรษจะขอเธอแต่งงานซึ่งครั้งหนึ่งเขาก็ยอมรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอและเธอปฏิเสธไปแล้วนี่เขาขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อลูก“คุณจุลขอแต่งงานกับฉันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอคะ”“มันไม่ง่ายนะน้ำน่านที่จะขอแต่งงานกับใครสักคน ครั้งหนึ่งผมทำผิดกับผู้หญิงคนหนึ่งและยอมแต่งงานกับเธอเพื่อรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เธอปฏิเสธ และครั้งนี้ผมก็ขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อครอบครัวไม่ใช่แค่เพื่อลูกแต่ผมพร้อมจะสร้างครอบครัวกับคุณถึงเราจะเริ่มต้นกันไม่ดีผมก็พร้อมจะรับผิดชอบและผมคิดว่ามันไม่ยากที่เราสองคนจะเปิดใจให้กันเพื่อลูกๆและครอบครัวของเราครับ” เขาเปิดใจให้แม่ของลูกแล้วก็เหลือแต่วีรินทร์จะยอมเปิดใจให้เขาหรือเปล่าเท่านั้น“







