Masukวีรินทร์ พิชัยสงคราม หรือ น้ำน่าน สาวสวยใสน่ารักวัย20ปีเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังที่กรุงเทพเพื่อจะกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัวแล้วมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นทำให้เธอทำตามที่ฝันไม่ได้ และเธอก็ฟันฝ่าเหตุการณ์สุดแสนวิเศษในชีวิตนั้นมาได้และสุดท้ายเธอก็กลับไปเรียนเพื่อให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ นวพรรษ ภัทรกิจโภคิน หรือ จุล ลูกชายคนรองวัย28ปี เป็นทายาทของนักการเมืองชื่อดังและเป็นรองประธานบริษัทของครอบครัวแล้วลาออกเพื่อมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. เจริญรอยตามเท้าปู่และพ่อที่เป็นนักการเมืองมาตั้งแต่เขาจำความได้ ด้วยฐานะ ชื่อเสียง ชาติตระกูลและการศึกษา รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาจึงเป็นที่สนใจของสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วประเทศและเขาได้พลาดพลั้งเข้าห้องผิดและเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นกับชีวิตของเขาและเธอและเป็นเรื่องที่เขายินดีมากที่สุดในชีวิต
Lihat lebih banyak“น้ำน่าน” นวพรรษพุ่งไปหาคุณแม่มือใหม่ที่เตียงก่อนใครทำให้ทุกคนงงหนักว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้ตื่นเต้นขนาดนั้นวีรินทร์นอนพักสายตาบนเตียงคนไข้มีเจ้าหน้าที่เข็นเธอออกมาเมื่อคุณหมอเย็บแผลให้เสร็จแล้วเพื่อพาไปส่งที่ห้องพักฟื้นพอได้ยินเสียงห้าวดังขึ้นหญิงสาวก็ลืมตามองสบตากับนวพรรษและคิดว่าตัวเองฝันไปก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งแล้วลืมตามองก็ยังเห็นใบหน้าหล่อพ่อของลูกแฝด“คะ คุณมาได้ยังไง” เสียงหวานดังเบาๆในลำคอเมื่อเห็นพ่อของลูกยืนอยู่ข้างเตียง“ทำไมไม่บอกผมว่าท้อง” นวพรรษไม่ได้ตอบแม่ของลูกสาวเขาถามกลับเบาๆ“มีอะไรกันหรือเปล่าคุณจุล น้ำน่านไปคุยกันที่ห้องพักเถอะ” กำพลเดินมาหาลูกสาวและบอกสองหนุ่มสาวแล้วให้เจ้าหน้าที่พาลูกสาวไปส่งที่ห้องพักฟื้นญาติผู้ใหญ่ทุกคนเดินตามรถเข็นของวีรินทร์ไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปห้องพักวีไอพีที่คุณปู่ทวดจองไว้ให้หลานเหลนน้อยเมื่อถึงห้องพักเจ้าหน้าที่ก็ย้ายคนไข้ไปนอนบนเตียงก่อนจะออกไปจากห้องพักฟื้น“พ่อหนุ่มเป็นอะไรกับน้ำน่านหลานฉันล่ะ” ตาโพธิ์ถามส.ส.หนุ่มหล่อชื่อดังที่เกาะติดเตียงของหลานสาวจนถึงห้องพักเมื่อเจ้าหน้าที่เดินออกไปซึ่งทุกคนก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะใช่อย่างที่คิดหรือ
“น้ำน่านท้องและวันนี้เธอกำลังคลอดลูกครับ” นวพรรษพูดเสียงสั่นหัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บเขาทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งด่างพร้อยและยังทิ้งปัญหาให้เธอเผชิญหน้าคนเดียวและเขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอแล้วมั่นใจมากว่าเด็กน้อยเป็นลูกของเขาล้านเปอร์เซ็น“คลอดลูก..” สองคนสนิทพูดขึ้นพร้อมกันอย่างคาดไม่ถึงว่าวีรินทร์จะท้องครั้งสุดท้ายที่เจอวีรินทร์เจ้านายบอกว่าหญิงสาวไม่ได้ท้อง“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เรื่องนี้มันไม่จบแค่นี้แน่” ชายหนุ่มพูดขึงขังเขาไม่ปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปเหมือนครั้งแรกแน่นอน“คุณจุลจะทำยังไงต่อไปครับ” ชรินมองเจ้านายและคิดคำนวนช่วงที่นวพรรษมีความสัมพันธ์กับวีรินทร์เวลามันก็ประจวบเหมาะกันพอดีมันเป็นไปไม่ได้ที่หญิงสาวจะท้องกับคนอื่น“ถ้าเป็นพี่จะปล่อยลูกเมียไปมั้ยครับ”“ไม่/ไม่ครับ” สองคนสนิทตอบพร้อมกัน“ผมก็เหมือนกันครับ” ตอนนี้เขายังคิดอะไรไม่ออกว่าจะทำยังไงรู้แต่ว่าอยากเห็นหน้าลูกเมียมากที่สุดและอยากรู้เหตุผลว่าทำไมวีรินทร์ถึงไม่บอกเขาและตอนนี้เหมือนเขาถูกแกล้งเพราะรถขาเข้าเมืองติดยาวตรงข้ามทางรถไฟทำให้คนใจร้อนหงุดหงิด“คุณจุลใจเย็นๆก่อนนะครับ”นวพรรษพยักหน้าให้คนสนิทแล้วเงียบไปอย่างใช้ควา
“คุณจุลมาอุตรดิตถ์บ่อยมั้ยคะ” สิริยากรเกาะติดรัฐมนตรีหนุ่มหล่อตั้งแต่ลงจากเครื่องบินและขึ้นรถคันเดียวกัน“ผมเพิ่งมาครั้งที่สองครับ”“หวายคิดว่าจะให้คุณจุลเป็นไกด์พาเที่ยวสักหน่อยค่ะ เสียดายจริงๆ“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมจะบอกคุณบูลให้จัดไกด์พาคุณหวายไปเที่ยว” นวพพรษบอกลูกสาวท่านนายกและขยับตัวออกห่างเมื่อสิริยากรเอียงตัวมาเบียดเขา“คุณบูลเป็นใครคะ” ไฮโซสาวน้ำเสียงเปลี่ยนทันทีถามว่าคนชื่อบูลเป็นใครทำไมนวพรรษพูดถึงเหมือนสนิทกัน“คุณบูลเธอเป็นลูกสาวคุณลุงพุดและเป็นผู้บริหารโรงแรมใหญ่ที่สุดในจังหวัดด้วยครับ” นวพรรษไม่ชอบน้ำเสียงของสิริยากรถามเขาเลยแต่ไม่อยากมีปัญหาหากเธอก้าวก่ายล่วงล้ำเข้ามาในชีวิตของเขาเมื่อไหร่ก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน“คุณพุฒิพงษ์มีลูกสาวด้วยเหรอคะ” สิริยากรไม่รู้ว่าพุฒิพงษ์มีลูกสาวเธอสนใจแค่นวพรรษคนเดียวเท่านั้น“หากคุณหวายยังไม่รู้คือคุณลุงพุดมีลูกสาวหนึ่งคนลูกชายหนึ่งครับ” รัฐมนตรีหนุ่มบอกลูกสาวท่านนายกที่ไม่ทำการบ้านก่อนมางานเลี้ยงจึงบอกให้รู้จะได้ไม่ขายหน้าแล้วนวพรรษก็หยิบโทรศัพท์มาเช็คข่าวสารทั้งหลายในเช้าวันนี้เพื่อยุติการสนทนาและฟังพ่อแม่ของเขาคุยกันถึงความหลังเมื่อสมั
“เป็นอะไรน่าน” หนิงถามหลานสาวที่นั่งนิ่งไป“เปล่าค่ะน้าหนิง พอดีน่านคิดเพลินๆค่ะ” ว่าที่คุณแม่ตอบน้าสาวเบาๆ“น่านหิวหรือเปล่า”“ยังไม่หิวค่ะ น้าหนิงไปกินข้าก่อนเถอะค่ะ” เมื่อคืนเธอกินอาหารเยอะและมื้อล่าสุดตื่นมากินโจ้กตอนตีสองซึ่งพ่อไปซื้อมาให้แล้วหลับต่อ ตอนนี้ก็กินอะไรไม่ได้เพราะคุณหมอมาตรวจและให้งดน้ำงดอาหารหกชั่วโมงถึงแปดชั่วโมงแล้วตอนแปดนาฬิกาเธอจะต้องเข้าไปในห้องเตรียมตัวผ่าคลอดถามว่ากลัวมั้ยมันก็ต้องกลัวอยู่แล้วแต่เพื่อลูกรักทั้งสองทำให้เธอเข้มแข็ง“งั้นน้าไปกินข้าวกันก่อนนะ” หนิงบอกหลานสาวแล้วเดินออกไปกินอาหารเช้าวีรินทร์นอนบนเตียงมองทุกคนแล้วยิ้มในใจของหญิงสาวรู้สึกผิดต่อพ่อแม่และปู่ย่าตายายแต่เธอไม่ได้เสียใจที่ท้องในเมื่อพระเจ้าประทานสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตมาให้เธอก็จะรักและเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสองให้เป็นคนดีเป็นที่รักของทุกคนเวลา 09.00น. วีรินทร์ก็ถูกนำตัวไปเข้าไปในห้องผ่าตัดเจ้าหน้าที่พยาบาลก็ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อผิวหนังหน้าท้องและโกนขนบริเวณที่ใกล้กับจุดที่ผ่าตัดและใส่สายสวนปัสสวะแล้ววิสัญณีแพทย์ก็ฉีดยาเข้าตรงไขสันหลังของคุณแม่แล้วจะมีอาการชาไม่รู้สึกเจ็บตั้งแต่ช่วงเอวลงไ





