Masuk"มึงไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้มันอันตรายแค่ไหน กูก็ผู้ชายนะ... แถมยังเป็นไอ้ขี้คุกที่ไม่ได้เจอผู้หญิงมา 5 ปี มึงอยากจะโดนกูปล้ำตายคาบ้านหรืออย่างไง?"
Lihat lebih banyakเสียงไซเรนจากรถตำรวจดังสนั่นหวั่นไหวอยู่หน้าบ้านของชายหนุ่มร่างยักษ์ ท่ามกลางวงล้อมของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด
เดฟ ชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์ อายุ 25 ปี ถูกกดลงกับพื้นดินที่แฉะชื้น เข่าหนาของตำรวจนายหนึ่งกดลงบนแผ่นหลังของเขา ขณะที่ข้อมือถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือเหล็ก
ห่างออกไปไม่กี่เมตรมีเสี่ยแก่ๆ หนึ่งคนยืนหลบอยู่หลังแนวรถตำรวจพร้อมแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ในมือของเสี่ยคือเงินปึกใหญ่ที่เพิ่งยัดใส่มือลูกน้องคนสนิทที่เป็นคนโยน ของกลาง ล็อตใหญ่ใส่ใต้ถุนบ้านของเดฟเพียงเสี้ยววินาทีก่อนตำรวจจะเข้าถึงตัว
"กูไม่ได้ทำ! ของพวกนี้ไม่ใช่ของกู!"
เดฟตะโกนลั่นจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปน เขาพยายามขัดขืนเพื่อจะพุ่งไปหาชายที่เขานับถือเป็นเจ้านายมาตลอด
"เสี่ยช่วยผมด้วย! เสี่ยก็รู้ว่าผมไม่เคยยุ่งกับของพวกนี้!"
เสี่ยชัยแสร้งทำสีหน้าเศร้าสลดส่ายหัวไปมา
"เสียใจด้วยนะเดฟ... กูอุตส่าห์ไว้ใจให้มึงทำงานสุจริต แต่มึงกลับโลภมากแอบเดินยาในเขตของกู มึงทำตัวเองแท้ๆ"
คำพูดถากถางนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เดฟเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่าเขาถูกใส่ร้ายเพื่อเป็นแพะรับบาปแทนผลประโยชน์มหาศาลของเจ้าพ่อท้องถิ่น
สายตาของเขามองผ่านฝูงชนที่ยืนมุงดูอยู่ไกลๆ และไปหยุดอยู่ที่ยายของเขาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
หยาดน้ำใสๆ เริ่มคลอเบ้าเมื่อเห็นหลานชายเพียงคนเดียวถูกลากตัวขึ้นรถไปในฐานะ นักโทษคดียาเสพติด
"เดฟลูก เดฟไม่ได้ทำใช่ไหมลูก"
เสียงยายของเขา ตะโกนเรียกตามรถที่กำลังเคลื่อนตัวออกไป
"ยายรอผมนะ…ผมไม่ได้ทำ"
เดฟมองลอดผ่านลูกกรงรถตำรวจ ความแค้นฝังลึกจ้องมองไปยังยายของเขาเป็นครั้งสุดท้าย
เขาไม่เหลือคำพูดใดที่จะอธิบาย เพราะตราบาปสีดำสนิทได้ถูกประทับลงบนหน้าผากของเขาไปเสียแล้ว
เสียงประตูลูกกรงเหล็กดัง ปัง!
ที่หน้าเรือนจำจังหวัด เป็นสัญญาณว่าชีวิตของเดฟได้จบสิ้นลงตั้งแต่วันนั้น... ทิ้งไว้เพียงคำสัญญาในใจที่เขาจะกลับมาคิดบัญชีแค้น
มีเพียง ยายเข็ม และ ยายของเดฟ สองหญิงชราที่สนิทสนมกันปานพี่น้องที่รู้ซึ้งถึงความอยุติธรรมนี้
ยายของเดฟตรอมใจจนล้มป่วย ร้องไห้ปานจะขาดใจเมื่อรู้ว่าหลานชายคนเดียวต้องกลายเป็นแพะรับบาป
"ไอ้เดฟมันคนดี ยายเข็ม... มันไม่มีวันทำเรื่องชั่วๆ แบบนั้น มันโดนไอ้เสี่ยชั่วนั้นใส่ร้าย!"
ยายของเดฟกระซิบกับยายเข็มด้วยเสียงแหบพร่าก่อนจะสิ้นลมในเวลาต่อมา
"ข้ารู้…เจ้าเดฟมันเป็นคนดี ฮึก…"
ตลอด 5 ปี เดฟขังตัวเองไว้กับความแค้นและตราบาปในคุก เขาเสียใจมากที่ต้องมารู้ว่ายายของตัวเองตรอมใจตายเพราะเขา
งานศพก็ยังไปไม่ได้ ตัดขาดทุกการติดต่อกับโลกภายนอกทุกอย่างตั้งแต่นั้นมา……
*
*
*
*
พูดคุยกับคุณนักอ่าน
แค่เริ่มเรื่องมาก็ปวดใจแล้ว เห้ออออ…
บักพระเอกฉันมันน่าสงสารแท้
ฝากเอ็นดูไรท์คนนี้ด้วยนะคะ
ถ้าอ่านถูกจริตแล้วฝากเพิ่มเข้าชั้นด้วยน้าาา เพราะตอนต่อๆ ไป บักเดฟมัน Hotttt ม๊ากกกกกกกก
อย่าลืมคอมเมนท์ แค่สติ๊กเกอร์คนละดวงก็ได้น้า แล้วกดใจด้วยยยย
1 ปีหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ป่าห้วยเสือหมอบ บาดแผลทางกายของเขาได้จางหายเหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นแขนซ้าย เดฟตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะไม่ย้ายเข้าสู่กรุงเทพฯ ตามคำชวนครั้งแรกของอิงฟ้า เขาค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้กลิ่นดิน กลิ่นสาบควาย และการเห็นรวงข้าวสีทองในบ้านเกิด ส่วน อิงฟ้า เมื่อเธอเห็นความมุ่งมั่นของชายหนุ่ม จึงตัดสินใจกลับมาใช้ความรู้ที่ติดตัวมา พัฒนาที่ดินดั้งเดิมของยายเข็มให้กลายเป็น ฟาร์มสเตย์ & คาเฟ่ โดยปล่อยให้คาเฟ่สาขาทั่วกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้การดูแลของแม่เธอที่เริ่มสนุกกับการบริหารธุรกิจบรรยากาศยามเย็นที่บ้านนอกแสงอาทิตย์สีส้มทองกระจายไปทั่วท้องทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของรวงข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยวลอยละล่องมาปะทะจมูก ตัวคาเฟ่ไม้ดีไซน์ทันสมัยแต่กลมกลืนกับธรรมชาติถูกเติมเต็มด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาสัมผัสความสงบเดฟในวันนี้ดูภูมิฐานขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เขาไม่ได้อยู่ในชุดมอมแมมเหมือนวันวาน แต่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาคลุมทับด้วยสูทลำลองสีน้ำตาลอ่อน กางเกงสแล็คเข้ารูปดูดีจนจ่อยที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ยังอดแซวไม่ได้ "พี่เดฟวันนี้หล่อเป็นพิเศษ
หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ที่เสียงเครื่องช่วยหายใจกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของอิงฟ้า ห้องพักฟื้นพิเศษในโรงพยาบาลที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้งของความคิดและความกังวลที่ถมทับอยู่บนบ่าเล็กๆ ของหญิงสาวอิงฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือของเธอกุมมือหยาบกร้านจากการทำงานหนักของ เดฟ ไว้แน่น ตอนนี้มือคู่นั้นกลับดูซูบซีดไร้เรี่ยวแรง ผิวหนังของเขาเริ่มกลับมามีเลือดฝาดบ้างเล็กน้อยหลังจากได้รับเลือดทดแทน แต่ดวงตาคมเข้มกลับยังคงปิดสนิท"พี่เดฟ... หนึ่งอาทิตย์แล้วนะที่พี่หลับไปแบบนี้ รีบตื่นขึ้นมาได้แล้ว" คนตัวเล็กกระซิบแผ่วเบาพลางใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นลูบไล้ไปตามแขนที่ไม่ได้ถูกพันแผล "พี่หายดีเราจะได้ไปอยู่กรุงเทพฯ กันไง แต่ถ้าพี่ดื้อไม่ไปอิงก็จะมาอยู่นี่ถาวรเลย"หยดน้ำตาของเธอหยดร่วงลงบนหลังมือของชายหนุ่ม อิงฟ้ารีบปาดมันออก เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น เพราะกลัวว่าถ้าเขาได้ยินเสียงเธอร้องไห้ แล้วจะคิดมากแก๊ก... เสียงประตูห้องพักฟื้นเปิดออกเบาๆ ยายเข็ม เดินถือปิ่นโตเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจ ใบหน้าของหญิงชราดูอิดโรยแต่ยังคงพยายามส่งยิ้มให้หลานสาว"อิงลูก... กินข้าวหน่อยไหม
การค้นหาครั้งสุดท้ายกลางดึกแสงไฟสปอร์ตไลท์หลายสิบดวงสาดส่องไปทางซอกหินที่เจ้าบราวน์พยายามจะมุ่งหน้าไป ทีมค้นหาต้องใช้มีดพร้าฟันเถาวัลย์ที่รกและยังต้องปีนป่ายขึ้นไปบนโขดหินที่ลื่นแฉะจากฝนเมื่อวันก่อนอีก"ตรงนั้น! ในซอกนั้นมีช่องว่าง!" จ่อยที่วิ่งตามสุนัขตำรวจไปติดๆ ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ แสงไฟฉายสาดไปเจอรูเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังเถาวัลย์หนา ซึ่งหากไม่สังเกตดีๆ จะไม่มีทางเห็นเลยเจ้าบราวน์มุดเข้าไปทันทีพร้อมเสียงขู่คำรามในลำคอที่บอกถึงความตื่นเต้น ทีมกู้ภัยรีบมุดตามเข้าไปในถ้ำที่คับแคบและมีแต่ความอับชื้น กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นคาวเลือดที่เน่าเสียที่ชวนคลื่นไส้"สาดไฟไปทางขวาสิ! นั่นมัน...!"ท่ามกลางแสงไฟที่ตัดผ่านความมืด ทุกคนถึงกับชะงัก ร่างหนาของเดฟนอนสงบนิ่งอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงผนังถ้ำ สภาพของเขาดูไม่ได้เลย เสื้อยืดที่ขาดรุ่งริ่งเปื้อนไปด้วยเลือดและหนอง ใบหน้าซูบตอบและซีดเผือดจนเป็นสีเทา"พี่เดฟ!!!" จ่อยถลาเข้าไปหาคนแรก แต่นายกู้ภัยดึงตัวไว้ "ใจเย็นน้อง! อย่าเพิ่งขยับตัวเขา!"กู้ภัยรีบเอานิ้วแตะที่ข้างลำคอที่มันเย็น ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนหยุดนิ่ง พ่อวัดที่ตามเข้ามาถึงกับกลั
บรรยากาศที่ศูนย์อำนวยการชั่วคราวริมชายป่าเริ่มปกคลุมไปด้วยความหดหู่และสิ้นหวัง แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าในวันที่สองเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะจบไปอีกหนึ่งวัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายนายเดินกลับออกมาจากแนวป่าด้วยสภาพอิดโรย บางคนถึงกับถอดหมวกออกแล้วส่ายหน้าช้าๆ เป็นสัญญาณที่รู้กันว่า โอกาสรอดแทบเป็นศูนย์"ผู้กองครับ ผมว่าเราต้องประเมินสถานการณ์ใหม่" หัวหน้าชุดกู้ภัยเดินเข้ามาพูดด้วยเสียงหม่นลง"หายไปสองวันเต็มๆ กับแผลถูกยิงที่เสียเลือดมากขนาดนั้น ไหนจะเรื่องการขาดน้ำและติดเชื้อในป่าที่ชื้นแบบนี้... ในทางทฤษฎี ร่างกายมนุษย์ไม่น่าจะทนไหวแล้วครับ"คำพูดนั้นไม่ได้เบาพอที่จะรอดพ้นหูของอิงฟ้า เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เริ่มเก็บอุปกรณ์"หมายความว่ายังไงคะ... พวกคุณจะหยุดหาเหรอ?" "ไม่ใช่จะหยุดครับคุณอิงฟ้า แต่เราอาจจะต้องเปลี่ยนจากชุดค้นหาผู้ประสบภัย เป็นการค้นหา... ร่างผู้เสียชีวิตแทนในวันพรุ่งนี้" ผู้กองตอบด้วยความลำบากใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจแต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงตรงหน้าพวกลูกน้องเสี่ยชัยที่ถูกจับได้บางส่วนต่างก็ให้การตรงกันว่าเห็นเดฟถูกยิงเข้า
![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





Ulasan-ulasan