ログイン“งั้นไปกันเลยนะ วันนี้น้องบูลจะไปช่วยหาเสียงด้วยยังไงลุงฝากจุลช่วยดูแลน้องด้วยนะ” พุฒิพงษ์บอกหลานชายที่ไม่ได้มีท่าทีอะไรกับลูกสาวของเขาแต่ในเมื่อพิมลภัสดึงดันจะไปด้วยเขาก็ไม่รู้จะห้ามยังไงต้อให้ลูกสาวเจอด้วยตัวเองสำหรับเขาทำใจไว้แล้วขอแค่อย่าทำให้เป็นข่าวฉาวโฉ่ก็พอ
“ครับคุณลุงพุด” นวพรรษรักปากเพื่อนของพ่อตามมารยาทเพราะพิมลภัสขึ้นรถคันเดียวกับเขาซึ่งทำให้ทุกคนคิดว่าสองครอบครัวอาจจะเป็นทองแผ่นเดียวกันเพราะเพื่อนสนิทกัน
“เอ้ะ,มันยังไงแล้วคุณทัช คุณพุด หรือจะมีข่าวดีเร็วๆนี้หรือเปล่าเนี่ย” กรรมการบริหารพรรคแซวหัวหน้าพรรคกับผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขตหนึ่งอุตรดิตถ์และยังเป็นเพื่อนสนิทกัน
“ผมก็แล้วแต่ลูกครับจะรักใครชอบใครก็เรื่องของเขาขอแค่เป็นคนดีก็พอครับ” เตชทัชพูดยิ้มๆเขารู้ว่าลูกชายรู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร
“เด็กสมัยนี้เราเลี้ยงได้แต่ตัวพวกเขามีความคิดเป็นของตัวเองเราจะสอนจะห้ามก็ไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้เขาได้สัมผัสชีวิตจริงด้วยตัวของเขาเอง ผมไม่บังคับกะเกณฑ์ลูกพวกเขาจะรักใครชอบใครก็ต้องให้เขาเลือกเองครับ” พุฒิพงษ์พูดขึ้นเขาไม่ได้คิดอะไรเพราะรู้จักนิสัยของลูกสาวความจริงน่าจะเกิดมาเป็นผู้ชายมากกว่าและเขาไม่ได้เจ้าชู้เหมือนลูกสาวเมื่อคบกับพรสุดาและรักกันพอเรียนจบก็แต่งงานกันเขาก็ไม่เคยนอกใจภรรยาเลยแต่ผิดกับลูกสาวที่ควงหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่คบกันไม่นานก็เลิกและเป็นแบบนี้ตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอกแต่เรื่องงานไม่เคยทำให้เขาผิดหวังจึงทำใจยอมรับกับสิ่งที่ลูกสาวเป็น
“คุณจุลมีแฟนหรือยังคะ” พิมลภัสถามหนุ่มหล่อตรงๆเท่าที่เห็นข่าวเขาคบกับไฮโซสาวคนดังแม้จะบอกว่าเป็นเพื่อนกันแต่เธอรู้ว่าเพื่อนนอนกันมากกว่า
“ยังครับ,หากประชาชนให้การสนับสนุนผมเป็นส.ส.นั่นหมายความว่าผมมีภาระมากมายที่ต้องทำไม่มีเวลาจะมาคิดเรื่องนี้และไม่มีเวลาให้ใคร อีกอย่างผมยังไม่พร้อมจะมีครอบครัวครับ” นวพรรษตอบสาวสวยเนื้อหอมคนดังของจังหวัด
“บูลก็คิดเหมือนคุณจุลค่ะ ชีวิตยังมีอะไรสนุกๆให้ทำมากมายจะรีบร้อนแต่งงานไปทำไมจริงมั้ยคะ” สาวสวยช้อนสายตามองหนุ่มหล่อแล้วยิ้มหวานเชิญชวนชายหนุ่มอย่างโจ่งแจ้ง
“ผมไม่มีเวลาว่างมากพอจะเล่นสนุกหรอกครับ สำหรับผมถ้าไม่ก็คือไม่เรื่องบางอย่างมันก็มีข้อยกเว้นครับ” ชายหนุ่มตอบเป็นนัยๆให้สาวสวยคิดเองและเธอก็ไม่ได้โง่ถึงจะฟังไม่ออกว่านวพรรษหมายถึงอะไร
“คุณจุลดูจริงจังมากเลยนะคะ ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นบูลก็เป็นคนสนุกๆไม่ก็คือไม่ค่ะ” พิมลภัสเป็นคนตรงไปตรงมาหากผู้ชายไม่สนเธอก็ไม่แคร์เช่นกันยังมีผู้ชายอีกมากมายที่อยากรู้จักเธอ
“คุณบูลพูดตรงดีนะ”
“ก็ไม่รู้ว่าจะเฟคไปทำไมนี่คะ ชีวิตก็เป็นของเราจะทำยังไงก็ได้แค่มีความสุขก็พออย่าไปคิดอะไรให้มันยุ่งยากค่ะ ขนาดพ่อแม่ของบูลท่านยังทำใจเลยค่ะ” พิมลภัสเริ่มพูดคุยกับนวพรรษมากขึ้นเธอไม่จำเป็นต้องมานั่งกระมิดกระเมี้ยนสร้างภาพเพราะตัวตนของเธอเป็นแบบนี้
“ผมเพิ่งเจอผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองคนแรกนะครับ” นวพรรษพูดยิ้มๆเพราะพิมลภัสพูดเหมือนเพื่อนของเขาที่เคยพูดแบบนี้
“อย่ามาพูดเลยค่ะ คุณจุลก็ไม่ชอบบูลอยู่ดี” สาวสวยมองค้อนไฮโซหนุ่มที่ส่งยิ้มให้เธอ
“อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนกันได้นี่ครับ” นวพรรษพูดจบก็ยื่นมือไปหาสาวสวย
“เพื่อนก็เพื่อนค่ะ” พิมลภัสยิ้มให้ชายหนุ่มแล้วจับมือกัน
ทั้งสองก็คุยกันถึงเรื่องหาเสียงซึ่งวันนี้เธออาจจะช่วยแค่ครึ่งวันแล้วจะแวะดูงานที่รีสอร์ทในเมื่อนวพรรษไม่สนใจก็ไม่รู้จะฝืนไปทำไมเธอไม่ชอบเอาชนะใครยกเว้นตัวเอง
เวลา 17.30น.
ทุกคนที่ไปช่วยผู้สมัครลงรับเลือกตั้งส.ส.เขตสองหาเสียงก็กลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ของพุฒิพงษ์ซึ่งวันนี้โสภีมาช่วยพรสุดาจัดเตรียมอาหารเลี้ยงทุกคนซึ่งสั่งมาจากร้านอาหารที่ลูกชายดูแลยกเว้นเครื่องดื่มซึ่งทุกคนเข้าใจเพราะไม่สามารถจัดเลี้ยงได้จนกว่าจะจบการเลือกตั้ง
“นั่งพักก่อนเถอะโสภี” พรสุดาบอกรุ่นน้องที่มาช่วยงานเธอ
“ไม่เป็นไรจ้ะพี่สุดา งานง่ายๆสบายกว่างานที่ร้านอีกค่ะ” โสภีคุยกับพรสุดาทั้งสองบ้านสนิทสนมกันดีผิดกับภัคจิราที่รู้ว่าพรสุดาสนิทกับโสภีก็พานไม่คบกับพรสุดาแต่ก็ไม่มีใครเดือดร้อน
“แล้วนี่น้ำน่านกลับมาบ้านกี่วันล่ะ”
“มหาลัยหยุดสี่วันจะกลับวันจันทร์สายๆน่ะพี่ ช่วงนี้ใกล้สอบก็เรียนหนักหน่อยเลยไม่ค่อยได้กลับบ้าน เห็นว่าเย็นนี้น้องบูลชวนมากินข้าวด้วยนี่จ้ะ” คนเป็นแม่พูดถึงลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“น้ำน่านเรียนเก่งยังไงก็สอบได้อยู่แล้วจ้ะ พูดถึงยัยบูลแล้วพี่ปวดหัวจริงๆรู้อย่างนี้ไม่ส่งไปเรียนเมืองนอกก็ดีหรอก” พรสุดาพูดถึงลูกสาวแต่ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อเป็นความผิดของเธอกับสามีที่ส่งลูกสาวไปอยู่กับญาติที่อังกฤษเพื่อเรียนต่อตั้งแต่อายุสิบห้ากลายเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากเกินไป
“ขอให้เขาเป็นคนดีก็พอค่ะพี่สุดา” โสภีพูดให้กำลังใจพรสุดาสำหรับเธอขอแค่ลูกเป็นคนดีเพราะไม่มีใครรู้อนาคตล่วงหน้าว่าจะเป็นยังไงจึงสอนลูกมาตลอดว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุดและเป็นคนดีก็พอแล้ว
“พี่ก็คิดอย่างนั้นแหละโสภี”
จากนั้นทั้งสองก็เดินดูความเรียบร้อยแล้วรถตู้รถกะบะที่ออกไปหาเสียงตั้งแต่เช้าก็แล่นเข้ามาจอดในบ้านทุกคนก็ลงจากรถมานั่งพักดื่มน้ำเย็นที่เจ้าของบ้านเตรียมไว้ต้อนรับ
“ฉันไปอาบน้ำก่อนนะพุด”
“ตามสบายเพื่อน ดูท่าว่าคืนนี้นายจะนอนหลับสบายแน่” พุฒิพงษ์แซวเพื่อนเพราะวันนี้เดินกันทั้งวัน
“ฉันไหวอยู่แล้วน่าเพื่อน ต่อให้เดินอีกทั้งวันฉันสบายมาก” เตชทัชเบ่งกล้ามให้เพื่อนดูแล้วหัวเราะทำให้ทุกคนหัวเราะตาม
“เชิญทุกคนอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นก่อนแล้วเชิญมารับประทานอาหารเย็นด้วยกันนะคะ” พรสุดาพูดกับทุกคนที่เหนื่อยมากันทั้งวัน
ทุกคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำรวมถึงนวพรรษก็เดินไปที่บ้านพักริมน้ำแต่ยังมีอีกหลังอยู่ริมน้ำบรรยากาศดีและหลังที่เขาพักก็ดีเหมือนกันเป็นส่วนตัวจัดวางได้อย่างเหมาะเจาะและบรรยากาศตอนเช้าดีมานอนหลับสบายส่วนคนของเขาพักหลังถัดขึ้นไปและพ่อของเขากับคนสนิทและกรรมการบริหารพรรคก็พักหลังถัดกันไปตามแนวยาวไปถึงริมรั้วหน้าบ้าน
“พี่เทนกับพี่ซอไปอาบน้ำก่อนเถอะครับ ผมขอชื่นชมบรรยากาศก่อนแล้วค่อยอาบบน้ำ” นวพรรษบอกคนสนิทก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพักแล้วหยิบเบียร์ในตู้เย็นมาหนึ่งขวดใหญ่แล้วเดินไปนั่งจิบเบียร์ที่โต้ะอัลอยด์มองบรรยากาศยามเย็นโพล้เพล้พระอาทิตย์กำลังลับยอดไม้ซึ่งหาดูที่กรุงเทพไม่ได้ ร่างสูงดื่มด่ำกับธรรมชาติจนเบียร์หมดขวดก่อนจะลุกไปอาบน้ำเพราะเริ่มหิว
วีรินทร์อาบน้ำเสร็จก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปก่อนพ่อเพราะแม่อยู่ที่บ้านลุงพุดและพิมลภัสก็โทรมาตามกลัวว่าเธอจะบิดพริ้วไม่ไปดื่มด้วย
“สวัสดีค่ะป้าสุดา”
“สวัสดีจ้ะน้ำน่านพี่บูลเขารออยู่ริมแม่น้ำแน่ะลูก” พรสุดาบอกหลานสาวเพราะลูกสาวให้คนจัดโต้ะอาหารที่ริมน้ำไม่รวมกับผู้ใหญ่
“งั้นน่านไปหาพี่บูลก่อนนะคะป้าสุดา แม่” วีรินทร์บอกแม่และป้าก่อนจะเดินอ้อมไปหาพิมลภัสที่นั่งดื่มอยู่คนเดียว
“มาเลยน้ำน่านพี่รอเธออยู่ตั้งนานแน่ะ”
“แหม,พี่บูลเพิ่งโทรหาน่านไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลยนะคะ” ร่างเล็กนั่งตรงข้ามพี่สาวข้างบ้านเธอไม่ได้สนใจว่าใครจะว่าพิมลภัสยังไงแต่พิมลภัสที่เธอรู้จักเป็นพี่สาวใจดีและดีกับเธอมาตั้งแต่เด็กแม้จะห่างกันตอนไปเรียนต่อที่อังกฤษแต่พอกลับมาก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม
“ก็พี่นั่งคนเดียวมันเหงานี่” คนเหงาบ่นกับน้องสาวเพราะช่วงนี้ทำอะไรมากไม่ได้เพราะพ่อถูกจับตาจากฝ่ายตรงข้ามจึงอยู่เงียบๆไม่อยากให้พ่อมีปัญหาจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้ง
“อย่างพี่บูลมีเหงาด้วยเหรอคะ”
“น้ำน่านก็เห็นอยู่ว่าช่วงนี้พี่ไปไหนไม่ได้จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จก็เซ็งเลยสิ ดื่มเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะจ้ะ” พิมลภัสบอกน้องสาวแล้วเทไวน์ใส่แก้วให้ก่อนจะโทรบอกให้สาวใช้เอาอาหารมาเสิร์ฟ
“น่านดื่มเยอะไม่ได้นะคะ” คนเคยเมาบอกพี่สาวข้างบ้านแม้จะรู้ว่าดื่มที่นี่ได้และปลอดภัยที่สุดก็ตามแต่อาการเมาค้างมันน่ากลัวกว่า
“ขามากับขากลับต่างกันลิบลับเลยนะครับพี่เจ็ท” นักร้องหนุ่มหล่อมองไปทางกระจกหลังที่น้องโจ น้องจ้าวน้องมอสนอนหลับมีเมฆากับคนสนิทของเขานั่งด้วย“เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ กินนอนเล่นเที่ยวเอาไว้นายมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้เองแหละ” พรรษชลตอบนักร้องหนุ่มที่เฝ้ามองน้องสาวคนเล็กของตระกูลมาตั้งแต่งานแต่งงานของยุวันดากับพัทธณเดชแต่ไปไม่ถึงไหนเพราะนักร้องหนุ่มเนื้อหอมเกินไป“คงอีกนานครับ” โป้งพูดเนือยๆมองตรงถนนเพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้เสียโอกาสเมื่อเจอคนที่ใช่“เอาน่าคนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่นายจะแก้ไขยังไงก็เห็นนายเทมส์เป็นตัวอย่างแล้วนี่นา พี่เอาใจช่วย” พรรษชลพูดอย่างเข้าใจเพราะเขาผ่านมาก่อนกว่าภรรยาจะเชื่อใจและไว้ใจก็ใช้เวลหลายปีละมันคุ้มค่ามากกับเวลาที่รอคอย“ขอบคุณครับพี่เจ็ท” โป้งขอบคุณพ่อลูกสามที่ประวัติในอดียาวเป็นหางว่าว“นายต้องเชื่อคนมีประสบการณ์มาก่อนนะโป้ง หึๆๆ..” เมฆาพูดแล้วหัวเราะในลำคออย่างขำๆ“เอ่อ ไอ้พ่อคนดี ใครจะเหมือนแกล่ะเห็นเงียบแม่งฟาดเรียบ ดีนะที่ยัยจุ๊บไม่รู้ไม่งั้นแกแย่แน่ๆ” พรรษชลว่าน้องเขยอย่างหมั่นไส้ที่วางตัวดีมาตลอดไม่เหมือนเขากับน้องชายรถออฟโรดขับตามกันก
“พ่อว่าเราค่อยเล่นกันตอนเย็นดีมั้ยครับ เดี๋ยวลูกๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกินข้าวเช้ากันแล้วพ่อจะพาไปเที่ยวดูพี่เสือพี่สิงโตที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวดีมั้ยครับ” นวพรรษบอกลูกๆ“โอเคค่า/ ดีคร้าบ/ค้าบ..” เด็กๆต่างก็เห็นด้วยเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำทะเลแต่ไปดูพี่เสือพี่สิงโตก่อนดีกว่าส่วนคนเล็กสุดได้ยินพี่ชายทั้งสองก็คร้าบก็พูดตามเอาพ่อจุลปวดหัวจิ้ดเลยทีเดียว“พี่น้ำยมพี่น้ำวังเป็นผู้ชายต้องพูดครับ น้องน้ำเจ้าพระยาเป็นผู้หญิงต้องพูดว่า ค่ะ” คนเป็นพ่อสอนลูกสาวคนเล็กที่ชอบเลียนแบบพี่สาวพี่ชายพูดและจะพูดแต่คำท้าย“ค่า”“ดีมากลูกรัก งั้นเราไปอาบน้ำกันดีมั้ย” ถึงจะนอนดึกดื่นแค่ไหนหากเป็นเรื่องของลูกๆคุณพ่อลูกดกก็ดูแลลูกๆได้เป็นอย่างดี“ค่ะพ่อจุล/ครับพ่อจุล/ จูง..”“ฮ่าๆๆ/คิกกๆๆ..” นวพรรษกับลูกๆหัวเราะพร้อมกันเมื่อคนเล็กสุดพูดตามพี่ๆและพูดไม่ชัด“บ้านนี้เสียงดังอะไรกัน” เมฆาอุ้มน้องจิ๋วเดินมาหน้าเต็นท์แล้วน้องโจกับน้องจ้าวก็ช่วยกันเปิดเต็นท์มองลุงจุลกับพี่น้องที่หัวเราะกันเสียงดัง“พวกเราขำน้องน้ำเจ้าพระยาค่ะคุณอาเมฆ น้องโจ น้องจ้าวเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะ” น้องน้ำฟ้าบอกน้องๆทั้งสอง“จริงเหรอค่
“หมดแรงกันเลยเหรอครับพี่” นักร้องหนุ่มถามรุ่นพี่ทั้งหลายขำๆ“นานๆได้วิ่งขนาดนี้ทำเอาขาอ่อนไปเหมือนกันแหละ” นวพรรษตอบหนุ่มรุ่นน้องที่แสดงออกว่าชอบน้องสาวของเขาแต่ดันมีข่าวรักสามเส้ากับดารานักร้องสาวแบบนี้ใครจะไปอยากได้มาเป็นน้องเขยล่ะ“แกถนัดแต่ออกกำลังกายในร่มน่ะสิ” พีรวัสล้อเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก็เพราะเล่นแต่กีฬาในร่มถึงทำให้มีลูกดกกว่าใคร“หรือแกไม่ชอบวะ”“แกก็ถามมาได้ใครจะไม่ชอบล่ะ เป็นกิจกรรมโปรดของฉันเลยเพื่อน” พีรวัสตอบทันควันเขาคิดว่าผู้ชายทุกคนต้องชอบเหมือนกันหมด“นึกว่าแกจะปฏิเสธ” จิรายุพูดขึ้นเพราะเขาก็ชอบออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลางแจ้งแบบนี้“พี่มิ้งล่ะครับ ชอบกีฬาแบบไหน” ภาสกรถามเพื่อนพี่ชายแล้วยิ้มเขาไม่ได้มองว่าเมทิราเป้นผู้หญิงเพราะหน้าตาท่าทางร่างกายของเธอเหมือผู้ชายเจ้าสำอางมากกว่าแล้วหล่อกว่าพระเอกดังที่นั่งข้างเขาอีก“พี่ได้หมดทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้งมันก็ท้าทายตื่นเต้นดี” เมทิรพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก“พูดได้ดีมาไอ้แมน สมกับเป็นคาสโนว่าตัวพ่อเลยเพื่อน” พีรวัสชมเพื่อนกึ่งหมั่นไส้และต้องยอมรับว่าเมทิรานั้นเนื้อหอมกับเพศเดียวกันและขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มีสาวๆมากมายสุดท้ายก็มี
“ขอบใจมานะนายใบ” เตชทัชขอบใจนายใบคนดูแลบ้านที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูกก็ยังอยู่ช่วยดูแลบ้านเป็นอย่างดี“พ่อจะไปดูหลังบ้านสักหน่อย” ปู่มิตรบอกลูกหลานแล้วเดินไปพร้อมกับวิเชียรและทุกคนก็เดินตามไปด้วย“เด็กสนุกกันใหญ่เลยนะคะคุณพ่อดูสิ” เยาวเรศพูดกับพ่อแล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างพ่อที่นั่งบนม้านั่งอัลลอยด์สีขาว“พวกลูกตอนเด็กๆก็แบบนี้แหละเล่นน้ำกันไม่ยอมขึ้นจนแม่ของพวกลูกต้องขู่ว่าถ้าไม่ฟังจะไม่พามาเที่ยวทะเลอีกนั่นแหละถึงได้ยอมขึ้นจากน้ำ” ปูมิตรพูดถึงความหลังยิ้มๆ“ใช่ค่ะคุณพ่อ ตองจำได้ตนนั้นเราไปปราณฯกันแล้วเล่นน้ำจนตองไม่สบายถูกคุณแม่ทำโทษไม่พามาเที่ยวทะเลกันเป็นปีเลยค่ะ” อภิสรก็จำได้ว่าตอนนั้นเธอน่าจะหกเจ็ดขวบได้“เห็นหลานๆแล้วพวกเราก็แก่กันเยอะเลยเนาะพี่เยาว์” เตชทัชพูดอย่างขำๆในอ้อมแขนมีน้องมดที่ชี้มือชี้ไม้ไปหาพี่ๆ“อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจะไปสนใจทำไมจริงมั้ยเดียร์ ตอง” เยาวเรศตอบน้องชายแล้วหันไปพูดกับน้องสะใภ้“แน่นอนค่ะพี่เยาว์” ปิยมาศตอบพี่สาวของสามีแล้วยิ้มๆ“งั้นเราไปหาพี่ๆดีกว่านะลูก” เตชทัชบอกน้องมดแล้วพาหลานสาวเดินลงไปดูหลานๆเพราะลูกชายลูกสะใภ้ลูกเขยช่วยกันขนของเข้าบ้า
“งั้นนอนรอพี่จุลเลยครับลูก” นวพรรษลุกขึ้นเดินไปเลือกหนังสือนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูแล้วกลับมาที่เตียงมีลูกๆทั้งสี่และภรรยานอนรอฟังเขาเล่านิทานให้ฟังเสียงห้าวดังกังวานดุดันเป็นราชสีห์แล้วเปลี่ยนเสียงสองเป็นหนูน้อยควบคุมระดับเสียงสูงเสียงต่ำเพื่อเรียกร้องให้ลูกๆสนใจผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่องสองแฝดและน้องชายทั้งสองก็ตาหรี่ปรือฝืนตัวเองเพื่อจะฟังนิทานให้จบแต่ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับไปตามๆกันรวมถึงแม่ของลูกที่หลับไปก่อนลูกๆทั้งสี่“ฝันดีครับลูกหมูน้อยของพ่อจุล” นวพรรษก้มลงหอมแก้มลูกๆทุกคนก่อนจะจูบกลีบปากอิ่มแม่ของลูกเบาๆ“ฮืม..ลูกหลับแล้วเหรอคะ” วีรินทร์งัวเงียมองสามีและลูกที่นอนกลางเตียงส่วนเธอกับสามีต้องนอนประกบไว้ทั้งสองฝั่ง“เรียบร้อยแล้วครับที่รัก”“ฝันดีค่ะพี่จุล ฮืมม..” วีรินทร์บอกฝันดีสามีเบาๆแล้วถูกปิดกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนหวานกระหวัดปลายลิ้นหยอกเย้าลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่มก่อนจะถอนออกไม่งั้นได้อุ้มแม่ของลูกไปบอกรักแน่“หืมม...ฝันดีครับที่รัก” นวพรรษถอนจูบออกมองสบตากับภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจก่อนจะไปนอนฝั่งของตัวเองมองดูผลผลิตฝีมือของตัวเองอย่างภูมิใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ต้องขอบคุณพิมลภัสท
“ใครคิดกันเนี่ยไม่ได้ค่ะ เยาว์ต้องตบรางวัลหลานๆหน่อยแล้วค่ะ” เยาวเรศพูดขึ้นเพราะหลานๆน่ารักกันเหลือเกิน“จริงค่ะพี่เยาว์ ตองร่วมด้วยค่ะ”“แล้วจะขาดผมได้ยังไงครับ” เตชทัชพูดขึ้นแล้วทั้งสามพี่น้องภัทรกิจโภคินก็ตรงไปหน้าเวทีหยิบดอกกุหลาบที่ประดับเป็นพุ่มสวยงามคนละสีเพื่อเด็กๆจะได้ไปรับรางวัลถูกเมื่อเพลงจบก็ได้รับเสียงปรบมือดังลั่นทำให้เด็กๆยิ้มชอบใจก่อนจะไปรับดอกไม้จากคุณปู่คุณย่าที่นำมามอบให้เป็นรางวัล“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอพูดอะไรกับหลานๆสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะได้รับชมมินิคอนเสิร์ตของคุณโป้ง หลานๆของปู่ฟังทางนี้ลูก ดอกกุหลาบที่พวกหนูได้รับวันนี้เป็นรางวัลที่ปู่ย่าทุกคนมอบให้พรุ่งนี้เอาไปรับรางวัลดอกละหนึ่งหมื่นบาทที่ปู่ๆย่าๆนะลูก สีแดงไปรับที่ปู่กับคุณย่าเดียร์ สีเหลืองไปรับที่คุณย่าเยาว์กับคุณปู่ไก่ สีขาวไปรับรางวัลที่คุณย่าตองกับคุณปู่เซ็นต์เก็บไว้ให้ดีนะลูก” เตชทัชพูดจบเสียงปรมมือดังขึ้นแล้วญาติๆแขกบางคนก็มอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆเป็นที่สนุกสนานเมื่อเตชทัชและเด็กๆลงจากเวทีก็เป็นหน้าที่ของนักร้องหนุ่มกับเพื่อนที่ร้องเพลงให้ทุกคนได้ขยับแข้งขยับขากันอย่าสนุกส่วนเด็ๆก็หอบดอกกุหลาบข
“น้องมายด์จะดื่มอะไรครับ เดี๋ยวรอจุ๊บกับนายเมฆก่อนพอดีพี่นัดสองคนนั้นไว้แต่พอรู้เรื่องหลานก็ตื่นเต้นจนลืมนัดรีบมาซื้อของรับขวัญหลานก่อน” พอได้ยินคำตอบทำเอาลุงเขาตื่นเต้นเรื่องมีหลานก็ใช่แต่ที่หนักกว่านั้นคือวางแผนเจอคนตรงหน้านี่แหละสองหนุ่มสาวคุยถึงหลานสาวทั้งสองและมาริดาก็เอารูปหลานแฝดที่วีรินทร์
“ตอนนี้น้องน้ำฟ้ากับน้องน้ำปิงแข็งแรงดีแล้วคุณหมอก็ให้แม่ดูแลเองค่ะ” วีรินทร์มองลูกสาวที่กินนมอิ่มแล้วนอนหลับอย่างมีความสุข“แล้วชื่อจริงของลูกล่ะน้ำน่านตั้งชื่อไว้หรือยังครับ” เขาไม่แปลกใจว่าทำไมวีรินทร์ถึงตั้งชื่อลูกสาวว่าน้ำฟ้ากับน้ำปิงเพราะแม่ก็เป็นแม่น้ำสายหนึ่งจะให้ลูกสาวชื่อน้ำยมกับน้ำวังคงไ
“ผมมีธุระครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาไม่มีเวลาจะสนใจผู้หญิงคนอื่นเพราะเมียเพิ่งคลอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล“เดี๋ยวสิคะคุณจุล หวานขอไปด้วยคนได้มั้ยคะพอดีหวายไม่รู้จักใครอยู่ไปก็ไม่มีเพื่อนคุยค่ะ” เธอรู้จักแค่นวพรรษกับพ่อแม่ของเขาและพิมลภัสและพ่อแม่น้องชายของเธอเท่านั้นส่วนคนในพรรคเธอไม่รู้จัก
“ค่ะ” คุณแม่มือใหม่ตอบเบาๆมันเจ็บมากกว่าตอนบ่ายอีกอาจเป็นเพราะยาหมดฤทธิ์แต่เธอทนได้ยิ่งได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านของลูกน้อยทั้งสองความเจ็บมันก็หายแล้ว“เราแต่งงานกันนะครับน้ำน่าน” นวพรรษขอแม่ของลูกแต่งงานตามที่เขาคิดไว้ว่าต้องแต่งงานกันเพื่อจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์ซึ่งมีพยานรักของเขา



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



