LOGINวันถัดมา เสิ่นชูเดินทางไปเยี่ยมเด็ก ๆ ที่บ้านใหญ่ ประจวบเหมาะกับที่หลี่ลี่ก็อยู่ที่นั่นด้วย เธอนั่งอยู่ข้างรถเข็นเด็ก ในมือถือของเล่นชิ้นเล็กคอยหยอกล้อเด็กน้อยทั้งสอง“วันนี้ทำไมเธอถึงไม่ได้อยู่เฝ้ากู้ฉือจวินล่ะ?” เสิ่นชูรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างตอนนี้เธอกับกู้ฉือจวินกำลังหวานชื่นคลั่งรักกันสุด ๆ อยู่ในช่วงโปรโมชัน เรื่องแบบนี้ใคร ๆ ก็เข้าใจกันดียังไม่ทันที่หลี่ลี่จะทันได้เอ่ยปาก หลี่ม่านยวี่ที่นั่งจิบกาแฟอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “กู้ฉือจวินกลับเมืองเจียงเฉิงไปแล้ว ยัยเด็กคนนี้ไม่อยากอยู่คนเดียว ก็เลยแล่นมาหาแม่ถึงที่นี่ บอกว่าจะมาช่วยแม่เลี้ยงหลานน่ะสิ”แก้มของหลี่ลี่พลันขึ้นสีเลือดด้วยความเขินอาย เธอเบือนสายตาหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “หนูก็แค่มาเรียนรู้ไว้ก่อน สะสมประสบการณ์ไงล่ะคะ”“เธอคงไม่ได้ท้องแล้วหรอกนะ?” หลี่ม่านยวี่หันขวับไปมองเธอทันทีเธอสำลักน้ำลายพรวด “จะเป็นไปได้ยังไงคะ! คุณป้าคะ อย่าพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าสิคะ!”ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เธอจะท้องได้อย่างไรกัน?หลี่ม่านยวี่พยักหน้ารับ “งั้นก็ดีแล้ว เธอยังเด็ก แถมจังหวะเวลานี้ก็ยังไม่เหมาะกับการเ
กู้ฉือจวินช้อนสายตาขึ้นมองกู้โหยวโยวแวบหนึ่ง ก่อนวางแก้วชาลงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ถ้าเขาอยากจะเจอเธอ ก็ให้เขามาเยี่ยมที่คฤหาสน์ตระกูลกู้ อยู่ที่บ้านเราปลอดภัยกว่า แถมยังมีคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยสแกนให้อีกแรง”ผู้อาวุโสกู้พยักหน้ารับ “ความคิดนี้ไม่เลว ให้มาพบกันที่บ้านต่อหน้าผู้ใหญ่ ยังไงก็ดีกว่านัดเจอกันเองข้างนอก”หลีเจวียนเยว่และกู้ถิงต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าวิธีนี้เข้าท่า ในเมื่อเป็นคนที่ลูกสาวถูกตาต้องใจ พวกเขาจะยอมเจอหน้าสักครั้งก็ไม่เสียหายหลังจากกู้โหยวโยวกลับเข้าห้องนอน สิ่งแรกที่ทำคือเปิดคอมพิวเตอร์และทักหา Ryan บนแชตโซเชียลมีเดีย พร้อมกับบอกเล่าเรื่องการนัดพบให้เขาฟังด้วยความดีใจเธอเฝ้ารออยู่ครู่หนึ่ง ข้อความตอบกลับจากปลายทางอีกฝั่งของหน้าจอก็เด้งขึ้นมา【พ่อแม่ของเธอไม่รังเกียจเหรอ?】กู้โหยวโยวจ้องมองตัวอักษรบรรทัดนั้น ยิ้มกริ่มจนเก็บอาการร่าเริงไว้ไม่อยู่ นิ้วมือรัวพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว【พ่อแม่กับพี่ชายของฉันอนุมัติหมดแล้ว ให้นายเดินทางมาพบกันที่บ้านได้เลย พวกเขาบอกว่าแบบนี้ปลอดภัยกว่า แล้วก็ถือโอกาสทำความรู้จักกับนายอย่างเป็นทางการด้วย】ส่งข้อความบรรทัดน
ทว่าลูกชายของตนมีนิสัยใจคออย่างไร เขาย่อมรู้ดี“คุณหนูหลี่อายุห่างจากน้องสาวแกไม่เท่าไร ในเมื่อเธอเป็นทั้งเพื่อนและว่าที่พี่สะใภ้ในอนาคตของน้องแก ก็ให้น้องแกไปคลุกคลีกับเธอไว้ จะได้รู้จักเพื่อนวัยเดียวกันเพิ่มขึ้นมาบ้าง”เขาไม่ได้คาดหวังให้ลูกสาวต้องสร้างเครือข่ายคอนเนกชันยิ่งใหญ่อะไร เพียงแค่ได้รู้จักเพื่อนวัยใกล้เคียงกันไว้บ้าง ย่อมส่งผลดีต่ออนาคตวันข้างหน้าของเธอกู้ฉือจวินจิบชาคำหนึ่ง ก่อนจะปรายสายตาขึ้นมองเล็กน้อย “พ่ออยากจะถางทางให้โหยวโยว ทำไมไม่ใช้คอนเนกชันของคุณพ่อเองล่ะครับ?”“คอนเนกชันของฉันมีแต่พวกตาแก่ จะไปช่วยเหลือน้องสาวแกได้ยังไง? วันข้างหน้ายังไงซะก็เป็นยุคของพวกแกคนรุ่นใหม่ไม่ใช่หรือไง?” กู้ถิงเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “ฉันยอมแบกหน้าไปช่วยแกจัดการเรื่องตระกูลนี แล้วอย่างไร ตอนนี้แค่ช่วยเหลือน้องสาวตัวเองหน่อย แกก็ไม่อยากทำแล้วเหรอ?”“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าไม่อยากทำ”“คืนนี้ก็จำไว้ว่ารีบกลับบ้านเร็วหน่อยแล้วกัน”กู้ถิงไม่เอ่ยสิ่งใดต่ออีก เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปครั้นเดินพ้นประตูออกมา กู้ถิงกลับรู้สึกว่าหน้าแก่ ๆ ของตนเองเริ่มจะชาอยู่น้อย ๆ ความจริงแล้วในฐานะพ่อ
เสิ่นชูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอรู้ซึ้งดีว่าต่อให้อีกฝ่ายจะได้ความทรงจำในอดีตคืนมา ก็ไม่น่าจะเอ่ยถึงคนผู้นั้นซูซิ่นเฉิงเกือบจะต้องสังเวยชีวิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถมยังสูญเสียความทรงจำ สองสามีภรรยาตระกูลซูยิ่งไม่มีทางเอ่ยถึงเรื่องนี้ต่อหน้าเธอเป็นอันขาด ดังนั้น น่าจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น จนไปกระตุ้นเศษเสี้ยวความทรงจำส่วนนี้เข้า“เธอไปเจอเรื่องอะไรเข้าหรือเปล่า ถึงได้ฝันเห็นเรื่องพวกนี้?”เมื่อเผชิญกับคำถามของเสิ่นชู ซูซิ่นเฉิงชะงักไปชั่วครู่ เปลือกตาหลุบต่ำ ยามนี้เธอไม่มีความทรงจำ จึงไม่รู้ว่าในอดีตตนเองเคยเผชิญกับสิ่งใดมาบ้าง ทว่าเธอรู้ดีว่าบาดแผลบนไหล่ของตนคือแผลถูกยิงพ่อแม่บอกว่าเธอถูกลักพาตัวไปแม้กระทั่งพ่อแม่ก็ยังไม่รู้ว่าเธอถูกพาตัวไปที่ใด รู้เพียงแต่ว่าเธอต้องทนทุกข์ทรมานมาอย่างแสนสาหัส“คุณเสิ่นคะ พูดตามตรงเลยนะ ช่วงนี้ฉันมักจะได้รับข้อความประหลาด ๆ อยู่เรื่อย ไม่รู้เลยว่าเป็นใครส่งมา คนคนนั้นบอกว่ารู้จักฉัน แล้วก็รู้เรื่องในอดีตของฉันด้วย เรื่องนี้ฉันไม่ได้บอกพ่อแม่ เพราะกลัวพวกท่านจะกังวลน่ะค่ะ”“ข้อความเหรอ?” เสิ่นชูชะงักไปเล็กน้อย “สะดวกแคปหน้าจอส่งมาให้
รอจนกระทั่งฮั่วจินเฉินวางสาย เสิ่นชูเห็นสีหน้าเขาดูไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถามขึ้น “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”“ฮั่วเจินเจินตั้งครรภ์”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นชูพลันประหลาดใจ “ตั้งครรภ์ในคุกเนี่ยนะ?”ฮั่วเจินเจินเข้าคุกมาได้หนึ่งปีแล้ว การบอกว่าตั้งครรภ์ระหว่างรับโทษย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แทบไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะเรือนจำไม่มีทางให้ผู้รับโทษชายและหญิงได้สัมผัสใกล้ชิดกันตามลำพังเป็นอันขาด...ฮั่วจินเฉินเองก็คล้ายจะสัมผัสได้ว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา จึงส่งข้อความหาหวังน่า กำชับให้เธอสืบเรื่องการตั้งครรภ์ของฮั่วเจินเจินเป็นการลับสองวันให้หลัง หวังน่าสืบความเคลื่อนไหวและสถานการณ์ของฮั่วเจินเจินในเรือนจำได้ ความจริงทั้งหมดกำลังถูกรายงานต่อฮั่วจินเฉินภายในห้องทำงานฮั่วจินเฉินรับฟังคำบอกเล่าของเธอ ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะ สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน “ทางเรือนจำว่ายังไงบ้าง?”“ทางเรือนจำยอมรับว่าเป็นความหละหลวมค่ะ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในกะวันเกิดเหตุถูกสั่งพักงานเพื่อสอบสวนทั้งหมดแล้วค่ะ” แววตาของหวังน่าสั่นไหวเล็กน้อย “นอกจากนี้ ในช่วงหนึ่งปีที่อยู่ในคุก คุณหนูฮั่วโดนรังแ
ยามอยู่ด้วยกันตามลำพัง หากเขาไม่ตระกองกอดเธอไว้ ก็มักจะพรมจูบไม่ห่าง ราวกับต้องการชดเชยความหวานซึ้งที่เคยคลาดกันไปในอดีตให้สิ้นเมื่อก่อนเธออาจยังไม่คุ้นชินกับการแสดงความรักอันเปิดเผยและเร่าร้อนของเขาเท่าใดนัก แต่มาบัดนี้กลับกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว ส่วนเขานั้นกลับยังคงหลงใหลไม่รู้เบื่อ นัยน์ตาคู่ที่ยามปกติส่องประกายเด็ดขาดเฉียบคมในโลกธุรกิจ ยามนี้กลับสะท้อนเพียงภาพเธอแต่เพียงผู้เดียว ทั้งลึกล้ำและมั่นคงเสิ่นชูปล่อยให้เขาซบหน้าลงกับลาดไหล่และซอกคอของเธอ ฝ่ามือเรียวค่อย ๆ สอดประสานนิ้วมือลูบเส้นผมสั้นของเขาอย่างอ่อนโยน “เหนื่อยไหมคะ?”ฮั่วจินเฉินไม่ได้ตอบในทันที เพียงแต่กระชับอ้อมแขนที่โอบเอวเธอไว้ให้แน่นยิ่งขึ้น ก่อนจะส่งเสียงอู้อี้ตอบกลับมา “อืม... นิดหน่อย”ขณะนั้นเอง ผู้ช่วยชายก็ถือข้าวกล่องที่อุ่นร้อนแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูประตูไม่ได้ปิดสนิท จากด้านนอกจึงสามารถมองเห็นภาพบรรยากาศภายในห้องได้อย่างชัดเจน และในยามนี้ ผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งฮั่วซื่อ ประธานฮั่วผู้ไม่เคยยอมลงให้ใครในโต๊ะเจรจา ทั้งยังทำงานเด็ดขาดว่องไว กลับว่าง่ายราวกับแมวน้อยต่อหน้าผู้เป็นภรรยา!ภาพเช่นนี







