LOGINหลี่ลี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เส้นผมยังมีหยดน้ำเกาะพราว เธอค่อย ๆ ผลักประตูห้องน้ำเปิดออกอย่างระมัดระวัง โผล่ศีรษะออกมาสำรวจซ้ายขวาก่อน เมื่อแน่ใจว่าทางเดินสะดวกไร้ผู้คน จึงรีบคว้าผ้าอนามัยซุกเข้าอ้อมอก แล้วเดินย่องเบาราวกับลูกกวางตื่นตระหนกแอบกลับเข้าห้องนอนไปขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาคุ้ยหาในกระเป๋าเดินทางด้วยความลนลาน ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า...กู้ฉือจวินที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จเดินกลับเข้ามาพอดีวินาทีที่สบตากัน หลี่ลี่ตกใจจนขาอ่อนแรง ทรุดตัวลงนั่งแปะตรงขอบเตียง “นะ นายเดินไม่มีเสียงได้ยังไงเล่า!”เธอเอ่ยกล่าวหาเขาด้วยน้ำเสียงติด ๆ ขัด ๆ ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม สายตากลับมองตรงไปยังหน้าท้องของเธอนิ่ง “ยังปวดอยู่อีกไหม?”“หายปวดตั้งนานแล้ว...” หลี่ลี่รู้สึกร้อนผ่าวที่สองข้างแก้ม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอความร้อนจากห้องน้ำยังระเหยไม่หมด หรือเพราะสาเหตุอื่นกันแน่ ร่างกายถึงได้รุม ๆ ร้อน ๆ ไปหมดกู้ฉือจวินก้าวมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ใช้สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำจากมุมที่สูงกว่า “ตอนที่กระโจนเข้าใส่ผมวันนั้น ไม่เห็นคุณจะเขินแบบนี้เลยสักนิด”คำพูดนี้ท
เมื่อพี่หั่วจัดการธุระเสร็จก็กลับมาหาเถ้าแก่จง เพื่อมารายงานว่าได้ทำตามคำสั่ง ใส่ร้ายเรื่องการพังโถงพิธีศพให้ไปตกอยู่ที่หยุนซานและฮั่วซื่อเรียบร้อยเถ้าแก่จงยืนอยู่หน้าองค์เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ในมือถือธูปสามดอกกราบไหว้ ควันธูปสีเทาลอยละลิ่วขึ้นเบื้องบน เขาหลับตาลงเนิ่นนาน การกระทำเชื่องช้าและเคร่งขรึม ราวกับกำลังกระซิบกระซาบต่อหน้าเทพจริง ๆ รอจนกระทั่งปักธูปลงในกระถาง เขาถึงค่อย ๆ เอ่ยปากขึ้น “ผู้อำนวยการหม่าเพิ่งโทรมาบอกว่า ผู้นำตระกูลฮั่วมาที่อำเภอหลีเซี่ยนด้วยตัวเอง ความหมายของเขาคือ ในเมื่อคนมาแล้ว ก็ต้องเก็บไว้ที่นี่ตลอดกาล”พี่หั่วได้ยินดังนั้นก็ชะงักงัน สีหน้าอดที่จะตึงเครียดขึ้นมาไม่ได้ “คำพูดนี้หมายความว่าบีบให้พวกเราจัดการเขางั้นเหรอ? แบบนี้มัน...” เขาก้าวไปข้างหน้าแล้วกระซิบข้างหูเถ้าแก่จง “เฮียจง ผมไม่ไว้ใจคนอย่างหม่าอี้เลย หม่าอี้กำลังบีบให้พวกเราไปทำเรื่องฆ่าคนนะ การฆ่าคนมันโทษหนักแค่ไหนกันล่ะ? ถ้าพวกเราเข้าไปเกี่ยวด้วยจริง ๆ ต่อไปก็จะมีจุดอ่อนถึงตายที่ถูกเขาคุมเอาไว้ในมือ! ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขา เขาไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่!”สายตาของเถ้าแก่จงตกลงบนตัวพี่หั่ว อยู่ ๆ ก็
“คุณหมายความว่าไงกัน?” เสิ่นชูวางเท้าลงแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้เขา “คิดว่าฉันอยากกินเองเหรอ ลูกแฝดสองคนนี้ต่างหาก!”ฮั่วจินเฉินอดหัวเราะไม่ได้ “ครับ งั้นผมก็กลัวว่าเด็ก ๆ จะหิวท้องร้องรบกวนคุณแย่น่ะสิ”“คุณไปหยิบน้ำมันหอมระเหยมาให้ฉันหน่อย ฉันไม่อยากขยับตัวแล้ว”เธอใช้วิธีออกคำสั่งกับเขาฮั่วจินเฉินพยักหน้า ลุกขึ้นไปรื้อหาขวดน้ำมันหอมระเหยอย่างคล่องแคล่วแม่บ้านเดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยถาม “คุณผู้ชาย หาน้ำมันหอมระเหยของคุณผู้หญิงอยู่เหรอคะ? ให้ป้าช่วยหาไหมคะ?”“ไม่เป็นไรครับ ใช่ขวดพวกนี้หรือเปล่า?” เขาตั้งใจเปิดกล่องออกเพื่อความมั่นใจกับแม่บ้านแม่บ้านพยักหน้า “ใช่ค่ะ” พลางยิ้มเอ่ยว่า “ไม่นึกเลยว่าคุณผู้ชายจะรู้สรรพคุณของน้ำมันพวกนี้ด้วย!”ฮั่วจินเฉินยิ้มจาง “รู้สิ”อันที่จริงช่วงแรกเขาไม่รู้เรื่องเลย แต่ภายหลังได้ไปปรึกษาแม่ของตน น้ำมันหอมระเหยเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสตรีมีครรภ์อย่างมาก อย่างแฟรงก์อินเซนส์และเกรปฟรุ๊ตช่วยบำรุงผิวพรรณรวมถึงปรับอารมณ์ในช่วงตั้งครรภ์ ส่วนโรสฮิปออยล์ช่วยลดเลือนริ้วรอยเขานึกถึงว่าเสิ่นชูเป็นคนรักสวยรักงาม เมื่อตั้งครรภ์นอกจากจะต้องทนทุกข์ทรมานจากการให้กำเน
หวังน่าเดินไปหยุดอยู่ข้างกายไต้ควาน พร้อมกับยื่นเอกสารส่งให้เขาด้วยมือทั้งสองข้าง “ประธานไต้ค่ะ ประธานฮั่วจะเดินทางไปอำเภอหลีเซี่ยนด้วยตัวเอง เนื่องจากเรื่องนี้พัวพันถึงคดีสินค้าปลอม ซากเดนพรรคพวกของผู้จัดการเฉินยังกวาดล้างไม่หมด อีกทั้งประธานฮั่วยังสืบทราบมาว่าคนร้ายกบดานอยู่ที่อำเภอหลีเซี่ยน เพื่อความปลอดภัย เอกสารลับฉบับนี้จึงมีเพียงคุณเท่านั้นที่เปิดดูได้ค่ะ”ไต้ควานชะงักไปเล็กน้อย เขารับเอกสารในมือเธอมา กวาดสายตามองทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะโดยยังไม่ได้รีบเปิดอ่านเมื่อคนอื่น ๆ ได้ยินเช่นนั้น ต่างก็พากันตกตะลึง เสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ขึ้นมาอีกครั้ง“อะไรนะ? ผู้จัดการเฉินยังมีพรรคพวกหลงเหลืออยู่อีกงั้นเหรอ?”“ประธานฮั่วถึงกับเดินทางไปอำเภอหลีเซี่ยนด้วยตัวเอง ดูท่าเขาคงจะสืบทราบเบื้องลึกเบื้องอะไรมานานแล้ว แต่ทำไมเขาถึงไม่ยอมบอกพวกเราล่ะ?”“ที่ประธานฮั่วไม่ยอมบอกพวกเรา หรือจะเป็นเพราะว่า... เขาไม่ไว้วางใจพวกเรา!”ทุกคนต่างหันมองหน้ากันด้วยสีหน้าแววตาที่แตกต่างกันออกไป หวังน่าที่ยืนอยู่ด้านข้างมีสีหน้าสงบเรียบเฉย แต่กลับกวาดสายตาเก็บอาการตอบสนองของทุกคนเอาไว้ได้ทั้งหมด
อีกฝ่ายตกอยู่ในภวังค์เหม่อลอย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่หลี่ลี่กุมมือเธอไว้ “คุณวางใจได้เลยค่ะ พวกเราจะต้องช่วยลูกชายของคุณออกมาให้ได้แน่นอน!”พอได้ยินคำนี้ พยาบาลก็พยักหน้ารับ ทำได้เพียงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่พวกเขาเมื่อออกจากบ้านของพยาบาลและกลับเข้ามาในรถ ขณะที่กู้ฉือจวินกำลังคาดเข็มขัดนิรภัย เขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้หลี่ลี่มองด้วยความสงสัย เอ่ยถามขึ้น “นายหัวเราะอะไรเนี่ย?”“หัวเราะคุณนั่นแหละ” กู้ฉือจวินสบตากับแววตาที่ฉายแววฉงนและมีความไร้เดียงสาของเธออย่างจนใจ “คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกชายของเขาอยู่ที่ไหน แต่กลับกล้าเอ่ยปากรับประกันซะดิบดีขนาดนั้นได้ยังไง?”เธอสำลักคำพูดทันที “ฉัน... ฉันก็ทำไปเพื่อให้เธอสบายใจต่างหากล่ะ! อีกอย่าง เมื่อกี้นายเองก็บอกไม่ใช่เหรอว่า ลูกชายของเธอต้อง อย่างน้อยตอนนี้ก็ควรจะปลอดภัยดี”คำพูดช่วงท้ายนั้นตัวเธอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก น้ำเสียงจึงพลอยอ่อนยวบลงไปด้วยกู้ฉือจวินกระตุกมุมปาก จะว่ายิ้มก็ไม่ใช่จะบอกว่าไม่ยิ้มก็เชิง “ผมไม่กล้ารับประกันหรอกนะ”เธอลดสายตาลงมองต่ำ สองมือขย้ำกางเกงแน่น “คงไม่ได้เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ หรอกนะ...”เมื่อเห็นว่าเธอเป็น
จนกระทั่งทางหยุนซานเปิดเส้นทางร่วมมือกับโรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลของพวกเขามียาทรงประสิทธิภาพเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นยาทรงประสิทธิภาพเหล่านี้ยังมีราคาถูกกว่านำเข้าอยู่มาก ช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งในอำเภอหลายคนสามารถแบกรับค่าใช้จ่ายและยื้อชีวิตต่อไปได้ง่ายขึ้นทว่าตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน จู่ ๆ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็สั่งให้ห้องจ่ายยาเพิ่มราคายาทรงประสิทธิภาพของหยุนซานให้สูงขึ้นช่วงแรกพวกเขาคิดว่าเป็นความประสงค์ทางฝั่งหยุนซาน ประกอบกับในปีนั้นทางหยุนซานไม่ได้ส่งคนมาตรวจสอบบัญชีตามระเบียบปฏิบัติเหมือนเคย แต่พอถึงกำหนดวันที่ไรก็จะมีคนนำส่งยามาให้เสมอ เธอจึงไม่ได้คิดอะไรมากตามคำสั่งของผู้อำนวยการ หลังจากห้องจ่ายยาปรับราคายาทรงประสิทธิภาพขึ้น ช่วงแรกก็ยังคงทำกำไรได้ตามปกติ แม้ว่าราคาจะสูงกว่าเดิมอยู่ห้าสิบกว่าบาท แต่ญาติผู้ป่วยจำนวนมากก็ยังคงพอรับได้ กระทั่งเธอเข้ามารับช่วงต่อสมุดบัญชี ถึงได้พบจุดที่ผิดปกติเข้าหลี่ลี่อ้าปากค้างเล็กน้อย แววตาฉายแววเคลือบแคลง “ตอนที่เราตรวจสอบบัญชีกันวันนั้น ตัวเลขยอดเงินไม่ตรงกัน แต่การเข้าออกของตัวยากลับมีหลักฐานบันทึกไว้ครบถ้วน มันเป็นเพราะอะไรกัน?”พยาบาลสู







