LOGINเสิ่นชูยกมือกุมขมับ พลางเอ่ยเกลี้ยกล่อมด้วยความอดทน “เธอกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะให้คนช่วยสืบหาร่องรอยของเขาให้เอง”หลังจากวางสาย เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วกดต่อสายหาฝางถัวเสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงสองครั้งปลายสายก็กดรับ เสียงกวนประสาทอันคุ้นเคยของฝางถัวดังแว่วเข้ามา “คุณผู้หญิง ลมอะไรหอบมาถึงนึกถึงผมได้ล่ะครับเนี่ย?”“นึกถึงนาย ก็ย่อมเป็นตอนที่มีเรื่องต้องใช้นายอยู่แล้ว” เสิ่นชูยืนพิงราวระเบียง “นายรู้จักเสิ่นฮ่าวน้องชายฉันใช่ไหม? ช่วยสืบเส้นทางการเงินทั้งหมดของเขาช่วงนี้ให้หน่อย โดยเฉพาะร่องรอยการเดินทางตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นจนถึงตอนนี้ แล้วก็ดูด้วยว่าเขาติดต่อกับใครมาบ้าง โดยเฉพาะพวกเงินกู้นอกระบบหรือพวกแพลตฟอร์มการเงินการลงทุนที่ไม่ได้มาตรฐาน”ฝางถัวนิ่งเงียบไปเสี้ยววินาที “หา? เจ้าหนุ่มเสิ่นฮ่าวคงไม่ได้โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้มตุ๋นเข้าให้หรอกนะครับ?”“อย่าเพิ่งถามมากความ ไปสืบให้กระจ่างก่อน” เสิ่นชูนวดขมับที่เริ่มบวมตึง สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง “ยิ่งเร็วยิ่งดี”“ได้ครับ รับทราบ แต่ว่าค่าดำเนินการครั้งนี้...”“ลงบัญชีไว้ที่ประธานฮั่วของนาย”ฝางถัวตอ
ฮั่วจินเฉินไปดูงานที่เมืองกั่งเฉิง ก่อนขึ้นเครื่องเขายังโทรหาเสิ่นชู เสิ่นชูนั่งอยู่ข้างเตียงเด็กอ่อนพลางรับสายเขาอย่างแบ่งสมาธิ จนเผลอทำเอาเสวี่ยเป่าร้องไห้จ้าขึ้นมา“ฮั่วจินเฉิน ลูกสาวคุณร้องแล้ว ฉันต้องไปโอ๋ลูกสาวคุณก่อน คุณบินถึงเมืองกั่งเฉิงลงเครื่องแล้วค่อยโทรหาฉันนะ”ฮั่วจินเฉินได้ยินเสียงร้องไห้อันก้องกังวานของลูกสาวตัวเองผ่านโทรศัพท์ เขายกมือกุมขมับอย่างจนใจแล้วตอบรับ “ได้”เสิ่นชูวางโทรศัพท์ลง พลางไกวเตียงน้อยเบา ๆ “เสวี่ยเป่าเด็กดี ดูพี่สาวอย่างชิวเป่าสิ พี่เขายังไม่ร้องเลย ใช่ไหมจ๊ะ ชิวเป่า”สายตาของเธอทอดมองไปที่ชิวเป่า ชิวเป่ากำลังถือขวดนมดูดจุ๊บ ๆ ช่างแตกต่างกับเสวี่ยเป่าที่ขี้แยอยู่ข้าง ๆ อย่างสิ้นเชิง ต้องยอมรับเลยว่านิสัยของลูกสาวคู่นี้ต่างกันลิบลับจริง ๆ พี่สาวอย่างชิวเป่าตั้งแต่คลอดมาจนถึงตอนนี้ แทบไม่เคยร้องไห้เลย ยื่นอะไรให้ก็คว้าอันนั้น กินนมก็ว่าง่าย ชอบนอน พี่เลี้ยงบอกว่าเลี้ยงง่ายเป็นพิเศษแต่เสวี่ยเป่าไม่เหมือนกันเลย ขี้แยสุด ๆ แถมยังชอบงอแง พอเพิ่งกล่อมให้หลับไปได้ไม่ทันไร ก็แผลงฤทธิ์ขึ้นมาอีก ทำเอาพี่เลี้ยงที่ต้องดูแลตอนกลางคืนเหนื่อยสายตัวแทบขาดถ้าไ
คำพูดของหลี่ซูถิงนั้นถูกต้องอย่างที่สุด ด้วยสถานะและอิทธิพลของตระกูลฮั่วในยามนี้ เมื่อลูกสาวทั้งสองเติบโตขึ้นในวันข้างหน้า ต่อให้ตระกูลฮั่วไม่คิดจะแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ก็คงมีตระกูลมหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจล้นฟ้าแย่งกันจนหัวแทบแตกเพื่อมาสู่ขอการแต่งงานนี้เป็นแน่ เพราะในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองจิง คุณหนูน้อยทั้งสองคนของตระกูลฮั่วเกิดมาก็ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดแล้วตั้งแต่แรกหลี่ม่านยวี่สั่งให้พ่อบ้านเก็บของขวัญไป “เธอนี่นะ อย่าได้ริอ่านเอาวิธีที่เธอเลี้ยงดูเสี่ยวหลี่มาตามใจหลานสาวฉันจนเสียคนเชียวล่ะ ไม่อย่างนั้นวันหน้าคงถูกเลี้ยงจนเอาแต่ใจเกินเหตุแน่ ๆ”“เด็กผู้หญิงก็ต้องเอาแต่ใจสักหน่อยสิคะถึงจะไม่เสียเปรียบใครง่าย ๆ” หลี่ซูถิงยิ้มจนตาหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว จู่ ๆ ก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ “จะว่าไป ทำไมคุณพี่ถึงไม่ให้หลานสาวพักอยู่ที่บ้านใหญ่ล่ะคะ อยู่บ้านใหญ่ไม่สะดวกต่อการดูแลมากกว่าเหรอ?”หลี่ม่านยวี่ชะงักไปเล็กน้อย นิ้วมือค่อย ๆ ลูบผ่านถ้วยชาอย่างช้า ๆ “จะอยู่ที่ไหนก็เหมือนกันทั้งนั้น เด็กอยู่กับแม่ของเขาอย่างเสิ่นชูมันก็ถูกต้องแล้ว อีกอย่างทางฝั่งนั้นฉันก็จัดเตรียมคนไ
ว่าที่คุณนายกู้ในอนาคต!หลี่ลี่มองใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เลือดลมพลันสูบฉีดขึ้นหน้า แววตาล่อกแล่กหลบสายตาไปมา ราวกับว่าหากจ้องมองต่ออีกเพียงเสี้ยววินาทีเดียว หัวใจของเธอคงจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆเธอยอมรับเลยว่า คำพูดประโยคนี้มันช่างจับใจเหลือเกิน!เธอแทบจะเก็บอาการสงวนท่าทีเอาไว้ไม่อยู่แล้ว!เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนสายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ยกมือขึ้นช่วยจัดปอยผมข้างใบหูให้เธออย่างแผ่วเบา การกระทำอ่อนโยนจนแทบไม่น่าเชื่อ “ทำไมเงียบไปล่ะ?”หลี่ลี่กัดริมฝีปากเบา ๆ ดวงตากลมโตกลอกไปมาสองที “ที่บ้านนายยอมตกลงยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างนายกับตระกูลนีเร็วขนาดนี้เชียวเหรอ?”กู้ฉือจวินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย “ใกล้แล้วล่ะ”“ถ้างั้นนายยังจะกล้าพูดแบบนี้อีก!” หลี่ลี่รีบถอยหลังกรูดไปสองก้าวแล้วหันหน้าหนี “อีกอย่าง นายกับตระกูลนียังไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างเด็ดขาดเลย ถ้าคนอื่นเห็นว่านายพาฉันมาที่นี่ แล้วหาว่าฉันเป็นมือที่สามแย่งคนรักของคนอื่น แทรกกลางระหว่างพวกนายขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ!”มุมปากของกู้ฉือจวินยกขึ้นบาง ๆ เอื้อมมือไปดึงตัวเธอเข้ามาตรงหน้า “การจะแย่งคนรักของคนอื
เป็นรุ่นคู่รักจริง ๆ ด้วย!ในใจของหลี่ลี่พลันเบิกบานราวกับดอกไม้ผลิบาน เธอยกนาฬิกาคู่รักที่เป็นดีไซน์เดียวกับเขาขึ้นมาดูด้วยความทะนุถนอมและรักใคร่เป็นที่สุด รู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนควักเงินหลักแสนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ที่ถูกใจเสียอีกกู้ฉือจวินหันมามองเธอปราดหนึ่ง เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเธอซึ่งเก็บกดไว้ไม่อยู่ แววตาของเขาก็แต่งแต้มไปด้วยความอ่อนใจอยู่บ้าง นิ้วมือเรียวยาวเคาะลงบนพวงมาลัยเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ดึงดูด “ดูท่าคุณจะชอบมากสินะ”“ชอบมากเลย!” เธอตอบโดยไม่คิดจะปิดบังเลยแม้แต่น้อยภายในห้องโดยสารมีเสียงดนตรีอันผ่อนคลายเปิดคลอแผ่วเบา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหวานชื่นคลุมเครือที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วพื้นที่แคบ ๆหลี่ลี่ลูบคลำสายนาฬิกาโลหะอันเย็นเยียบตรงข้อมือ ทว่าหางตากลับอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปทางเขาอีกครั้งประกายสีเทาเงินบนข้อมือขาวเนียนอันเย็นชาของเขาดูเก็บกดเคร่งขรึมทว่าแฝงความเซ็กซี่อย่างยิ่ง มันสอดรับกับความประณีตอ่อนช้อยบนข้อมือของเธอราวกับตอบรับซึ่งกันและกัน คล้ายกับกำลังประกาศแสดงความเป็นเจ้าของอยู่อย่างเงียบงัน“ผมไม่รับของขวัญจากผู้หญิงคนอื่นหรอก
หลี่ลี่เดินออกมาจากร้านหม้อไฟพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน เธอรั้งท้ายชะลอฝีเท้าลงสองก้าว พลางเปิดไลน์เพื่อดูหน้าประวัติการแชตกับกู้ฉือจวินหมอนี่ในไลน์ช่างเป็นคนพูดน้อยเสียจริง!ข้อความที่ส่งไปเมื่อตอนบ่ายยังไม่ยอมตอบเลยสักตัว คนที่ไม่ชอบตอบข้อความเนี่ย น่ารังเกียจที่สุด!“เอ๊ะ นั่นไม่ใช่ประธานกู้หรอกเหรอ?”ไม่รู้ว่าใครในกลุ่มเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งหลี่ลี่เงยหน้าขึ้นในทันใด เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างตัวรถในระยะไม่ไกลนัก เธอก็ถึงกับยืนอึ้งกู้ฉือจวินยืนตัวตรงสง่า ร่างกายสูงโปร่ง ล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างพลางยืนพิงหน้ารถ แสงสีสลัวของโคมไฟถนนสาดกระทบลงบนร่างของเขา ขับเน้นทรวดทรงเค้าโครงที่ดูเย็นชาและห่างเหิน แม้จะอยู่ท่ามกลางถนนหนทางที่คึกคักจอแจไปด้วยไออุ่นแห่งชีวิตประจำวัน เขากลับดูกลมกลืนไม่ได้เลยสักนิด ราวกับมีม่านพลังที่คอยกันผู้คนให้ออกห่างติดตัวมาด้วยเสมอหัวใจของหลี่ลี่กระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะ เธอรีบกดปิดหน้าจอมือถือตามสัญชาตญาณ แล้วยัดมันลงในกระเป๋าเสื้อเมื่อครู่ยังแอบก่นด่าในใจอยู่หยก ๆ ว่าเขาไม่ชอบตอบข้อความและเป็นคนน่ารังเกียจ แต่พอตัวจริงเสียงจริงมาปรากฏอยู่ตรงหน้า เธอ






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
