ตึกสูงชั้นที่ 20 ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ตึกนี้เป็นศูนย์รวมบริษัทฯตรวจสอบบัญชีใหญ่โต เป็นบริษัทฯที่มีแต่คนอยากเข้ามาทำงาน เพราะเป็นองค์กรที่ใหญ่และมั่นคงรวมคนเก่งๆ ไว้มากมาย เอ่ยชื่อขึ้นมาคนในแวดวงสำนักงานตรวจสอบบัญชีเป็นต้องรู้จักกันทั่วไป
“พาย ไหวไหม นี่ไม่สบายหรือเปล่า พี่เห็นตั้งแต่เช้าแล้ว อาการไม่ดีเลย”
“ไม่สบายนิดหน่อยค่ะพี่กรอง พอดีเมื่อวานตากฝน ปวดหัวนิดหน่อยเหมือนจะมีไข้ด้วยค่ะ”
“งั้นรีบไปหาหมอเถอะ ไม่ต้องห่วงงาน รายงานการประชุมเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เสร็จแล้วค่ะพี่กรองเหลืองบการเงิน เดี๋ยวพายส่งให้นะคะ แล้วพายก็จะขอลางานครึ่งวันด้วยนะคะพี่กรอง”
“ไปๆ รีบไปเถอะ เดี๋ยวฝนจะตกอีก ช่วงนี้ฝนตกบ่อย คนไม่สบายกันเยอะเลย”
“ขอบคุณพี่กรองมากนะคะ” หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณหัวหน้างาน แล้วรีบเก็บเอกสารบนโต๊ะ เก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปหาหมอ”
นางสาวไพลิน กิจษานุรักษ์ หรือพาย หญิงสาวเจ้าของรูปร่างที่สูงถึง 170 เซนติเมตร ไพลินเรียนจบปริญญาตรีด้านบัญชี เรียนจบปุ๊ปก็สมัครมาทำงานที่นี่ และทำเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ไพลินสวยเรียบร้อย นิสัยดีนิ่งๆ ไม่ค่อยมีปากเสียงกับใคร ไม่ค่อยชอบแต่งตัว แต่งหน้าเพียงแต่น้อยไม่ฉูดฉาด ถึงไม่แต่งก็ยังสวยมาก คิ้วที่ดกดำหนาเป็นรูปเรียวสวย จมูกโด่งผิวที่ขาวอมชมพูยิ่งทำให้เธอเด่น เครื่องหน้าของเธอสวยเหมือนแม่ เสียดายที่แม่ของเธอมาด่วนจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เธอไม่ได้คิดว่ามีปมด้อยอะไรเพราะยายของเธอเลี้ยงดูและสั่งสอนมาอย่างดี
คนที่ไม่สนิทจะมองว่าเธอหยิ่ง ไม่หรอกจริงๆ แล้วเธอไม่ค่อยอยากยุ่งกับใครมากกว่าชอบอยู่ของเธอเงียบๆ ไม่ค่อยวุ่นวายกับใคร ทำงานเงียบๆ ของเธอคนเดียว ขยัน ประหยัด ใช้ชีวิตเรียบง่าย ใจเย็นและมีเหตุผล เช้ามาทำงาน เย็นกลับบ้าน บ้านที่หมายถึงคอนโดที่พ่อเธอซื้อไว้ให้เป็นรางวัลเมื่อครั้งที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
แม่ของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่ชั้นประถมหก แม่เสียได้ไม่นาน พ่อเธอก็แต่งงานใหม่กับนักธุรกิจหญิงและมีลูกติดมาด้วยหนึ่งคน เป็นน้องเธอหนึ่งปี นั่นหมายถึงเธอมีแม่เลี้ยงและน้องเลี้ยง เหมือนเป็นธรรมเนียมแล้วที่แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงมักไม่ถูกกัน ทั้งแม่เลี้ยงและน้องเลี้ยงไม่ชอบหน้าเธออย่างแรง สาเหตุแรกคือเธอสวย เรียนเก่ง และพ่อเธอก็รักเธอมาก
ยายเป็นข้าราชการครูเกษียร เมื่อพ่อเธอแต่งงานใหม่ ยายจึงรับเธอไปเลี้ยง ไพลินก็เติบโตมาได้ดังใจของยายนัก ถึงยายจะรับไพลินมาดูแล พ่อเธอก็ส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้ทุกเดือน รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง แต่แค่ไม่ได้อยู่ด้วยแค่นั้นเอง และเธอเองก็ไม่ยอมไปอยู่กับพ่อ ถึงเธออยากจะไปยายก็ไม่ให้ไปแน่นอน ตั้งแต่เล็กชีวิตเธอก็มีแต่ยาย สิ้นเดือนพ่อก็โอนเงินมาให้เป็นค่าใช้จ่ายเดือนละสามหมื่น ไม่รวมค่าเทอม ยายให้เธอเก็บฝากธนาคารทั้งหมด
สายสมรกับสายทิพย์แม่เลี้ยงและน้องเลี้ยงของเธอขี้อิจฉาเหมือนกัน สายทิพย์อายุน้อยกว่าเธอสองปี นิสัยเหมือนแม่ แต่งตัวเก่ง ไม่สวยแต่แต่งตัวเป็น ทำให้ดูดี ไม่ชอบไพลินเลยคอยยุแยงใส่ร้ายเรื่อยมากีดกันไม่ให้ พ่อมาหาเธอ แต่พ่อก็ไม่ค่อยเชื่อฟังแม่เลี้ยงเธอนัก ถ้าพ่อมาดูงานแถวที่เธอทำงาน ท่านจะนัดเธอออกมากินข้าวด้วยกันเสมอ
นอกจะโอนเงินรายเดือนให้เธอใช้แล้ว บางเดือนยังมีพิเศษให้ เหมือนเป็นการชดเชย ที่หนีไปมีครอบครัวใหม่ ทุกครั้งไพลินปฏิเสษตลอด แต่ไม่เคยได้ผลยังไงพ่อก็โอนให้เธออยู่ดี ปีไหนที่บริษัทฯของพ่อมีกำไร เธอกับยายเหมือนได้โบนัส หุ้นส่วนได้เท่าไหร่ ยายกับเธอก็ได้เท่านั้น เพราะสาเหตุนี้ที่ทำให้แม่เลี้ยงกับน้องเลี้ยงของเธอไม่พอใจมาก ที่พ่อคอยดูแลเธอกับยายดีเกินไป แต่พ่อไม่สนใจ
ตั้งแต้เด็กไพลินเรียนที่ต่างจังหวัดจนจบชั้นมัธยม เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลได้ และเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ หญิงสาวเลือกเรียนบัญชี เป็นความชอบส่วนตัว เธอพักอาศัยอยู่ที่โคนโดคนเดียวตลอดมา เสาร์อาทิตย์กลับบ้านหายาย ปิดเทอมก็กลับไปดูแลยาย ที่เป็นญาติผู้ใหญ่ฝั่งแม่ของเธอที่เหลือเพียงคนเดียว ส่วนใหญ่ไพลินเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถโดยสารสาธารณะ พ่อเห็นว่าเธอลำบากเกินไป ท่านซื้อรถเก๋งคันเล็กๆ ให้ ไพลินไม่อยากได้ เธอไม่อยากเป็นขี้ปากของแม่เลี้ยง
สุดท้ายก็ต้องยอม เพราะพ่อเธออยากซื้อให้ หญิงสาวขับกลับไปไว้ที่บ้านยาย เพิ่งจะมาเริ่มเอามาใช้เมื่อช่วงที่ทำงาน แต่ไม่ได้ขับไปทำงาน เอามาจอดไว้ที่คอนโด เย็นวันศุกร์ขับกลับบ้านไปหายาย เช้าวันจันทร์ขับกลับมาทำงาน และจอดไว้อย่างนั้น อาทิตย์ไหนกลับบ้านก็ขับกลับ เป็นแบบนี้ตลอดมา
ไพลินอยู่ในชุดยูนิฟอร์ม กระโปรงสีกรมท่าทรงสอบเลยเข่า สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน เสื้อสูทแขนยาวสีเดียวกับกระโปรง สวมรองเท้าส้นสูง สะพายกระเป๋าหนังแบรนด์ไทย ปล่อยผม เริ่มมีอาการคัดจมูกพร้อมปวดกระบอกตา เริ่มปวดหัว เป็นอาการของคนป่วย ข้างล่างตึกมีคลินิก เห็นทีต้องได้ฉีดยาแน่ๆ เธอไม่ชอบเวลาป่วย ไพลินจะมีปัญหาเวลาไม่สบาย จะมีอาการคิดถึงแม่คิดถึงพ่อ รู้สึกว่าเหมือนถูกทอดทิ้ง มีอาการร้องไห้ และอีกช่วงที่มีอาการแบบนี้คือ ช่วงที่เธอเป็นประจำเดือน เพื่อนร่วมงานจะรู้ดี วันไหนที่เห็นไพลินนั่งซึมน้ำตาไหล วันนั้นคือหญิงสาวเป็นประจำเดือน เป็นอันว่ารู้กัน และห้ามคนปลอบด้วย เพราะยิ่งปลอบยิ่งร้องหนักกว่าเดิม หนึ่งวันผ่านไป อาการก็จะค่อยๆ ดีขึ้นแต่วันแรกจะหนักหน่อย
ยังไม่เที่ยงเลย ทำไมคนรอใช้ลิฟต์เยอะจัง ไพลินเดินเข้าไปต่อแถว เธอไม่เคยลงมาเวลานี้ ปกติเพื่อนๆ ที่ทำงานจะสั่งข้าวมากิน หรือไม่ก็ทำเองแล้วใส่กล่องข้าวมากินกันหลายๆ คนอร่อยดี วันไหนเบื่อก็ลงไปกินที่ร้านอาหาร บ่อยครั้งที่เธอทำกับข้าวแล้วใส่ปิ่นโตที่เอามาจากบ้านห่อมากินที่ทำงาน ไพลินต้องล้วงยาดมที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทออกมาดม และย้ายตัวเองไปหาที่นั่งบริเวณใกล้ๆ นั้น ถ้าเธอยืนต่อมีหวังได้ล้มทั้งยืนแน่ๆ
“ยาย มีอะไรเหรอคะทำไมโทรมาเวลานี้ ไม่สบายรึเปล่า” ไพลินตกใจปกติยายเธอไม่โทรมาช่วงนี้นี่นา
“พายเหรอลูก พอดียายไม่ค่อยสบาย อาทิตย์นี้พายช่วยกลับบ้าน มาพายายไปหาหมอหน่อยได้ไหมลูก”
“ยายจ๋า ยายรอพายนะ นี่พายกำลังจะกลับคอนโด เดี๋ยวพายเช็คก่อนว่าคลินิคแถวบ้านเรามีไหม พายไปถึงเราจะไปหาหมอกันเลย ยายรอไหวไหม เอาแบบนี้ดีกว่าพายเรียกรถโรงพยาบาลมารับยายดีกว่านะคะ แล้วเดี๋ยวพายรีบไปหายายที่โรงพยาบาล ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพายโทรหาชมพูให้จัดการเอกสารรอที่โรงพยาบาล ยายรอรถโรงพยาบาลอยู่ที่บ้านแป๊ปเดียวนะคะ”
ไข้กำลังขึ้น ไพลินรีบโทรหารถโรงพยาบาล ประสานงานให้ไปรับยายที่บ้าน หน้าลิฟต์คนเริ่มน้อยแล้ว หญิงสาวรีบเดินเข้าไปในลิฟต์ ระหว่างนั้นคุยสายกับเพื่อนที่เป็นพยาบาลตลอดเวลา จัดการทุกอย่างเรียบร้อย เธอฝากเพื่อนให้ดูแลยายให้ หญิงสาวถอนหายใจหลังจากที่ประสานงานกับโรงพยาบาลเรียบร้อย นึกในใจขอให้ที่คลีนิคคนไม่เยอะจะได้ไม่ต้องรอนาน
"ยายขา พายโทรบอกชมพูแล้วนะคะ พอยายไปถึงโรงพยาบาลเดี๋ยวชมพูจะออกมารับ แค่นี้ก่อนนะคะยาย พรุ่งนี้เจอกันค่ะ"
“สวัสดีค่ะพี่กรอง คือว่าพายจะขอลางานต่ออีกสักสองวันค่ะพี่ พอดียายไม่สบายค่ะ”
“ไม่เป็นไรเลยพายรีบไปดูยายเถอะไม่ต้องห่วงเรื่องงาน ไปจัดการให้เรียบร้อย แล้วนี้ได้ไปหาหมอรึยัง”
“พายขอบคุณพี่กรองมากนะคะ ลิฟต์เพิ่งมาค่ะคนเยอะมาก กำลังจะไปคลีนิคหมอค่ะ สงสัยจะไข้หวัดค่ะพี่กรอง แค่นี้ก่อนนะคะพี่กรองพายถึงคลินิคแล้ว”
กว่าไพลินจะได้พบหมอ เธอก็เกือบจะไม่ไหว ปวดร้าวไปทั้งตัว น้ำมูกเริ่มมา แถมปวดกระบอกตามาก ตัวเริ่มร้อน ทรมานจังเลยคิดถึงบ้านคิดถึงยาย ห่วงก็ห่วงแต่ตัวเองก็จะเอาตัวไม่รอด ต้องแข็งใจนั่งรอหมอ เธอไม่อยากย้ายไปคลีนิคอื่น กลัวว่าตัวเองจะเดินทางไม่ไหว ต้องเข้มแข็งไว้พาย ยายรอเธออยู่ นึกถึงพ่อบอกพ่อเรื่องยายไม่สบายดีไหมนะ ไม่ดีกว่าเพราะถ้าโทรบอกพ่อ ภรรยาใหม่ของพ่อก็ต้องรู้ สู้ไม่บอกดีกว่า ยายคงไ่ม่เป็นอะไรมาก และในที่สุดเธอก็ได้พบหมอ หลังจากนั่งรอมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง เป็นอะไรที่ทรมานมาก
“คุณไพลิน ต้องพักผ่อนให้มากๆ นะคะ เดี๋ยวหมอฉีดยาให้หนึ่งเข็ม และรับยาไปทาน ช่วงนี้ต้องพักผ่อนอยู่บ้านนะคะ หมอจะออกใบรับรองแพทย์ให้ เป็นอาการของไข้หวัดใหญ่
“ไข้หวัดใหญ่เลยเหรอคะคุณหมอ”
“ใช่ค่ะ โรคนี้กำลังระบาด คนเป็นกันเยอะมาก”
ไพลินกินยาที่หมอให้แล้ว รีบออกจากคลีนิคเพื่อเรียกรถกลับไปคอนโดทันที โชคดีที่คอนโดของเธออยู่ใกล้ตึกที่ทำงาน ไม่ต้องเดินทางไกลนัก แต่เพราะอยู่ใจกลางเมืองใหญ่ ทำให้ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะถึงคอนโด รถเยอะ คนเยอะ ทำให้การเดินทางล่าช้า กว่าจะถึงคอนโดก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงทั้งๆ ที่ก็อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากนัก
ทันทีที่กลับถึงคอนโดไพลินรีบโทรหาเพื่อนที่เป็นพยาบาลอีกครั้ง สอบถามอาการของยาย โล่งใจที่ยายถึงมือหมอเรียบร้อยและไม่เป็นอะไรมากแค่อาการอ่อนเพลีย หมอให้นอนโรงพยาบาลดูอาการหนึ่งคืน ไพลินคุยกับยาย บอกยายว่าตัวเองเป็นไข้หวัดใหญ่ หากพรุ่งนี้อาการดีขึ้นแล้ว จะรีบเดินทางไปหายายทันที ยายบอกเธอด้วยซ้ำว่าไม่ต้องกลับบ้านก็ได้ รักษาตัวให้หายดีก่อนอาทิตย์หน้าค่อยกลับ แต่ไพลินยืนยันว่ายังไงก็ต้องกลับเพราะตั้งใจไว้แล้ว
สามสัปดาห์แล้วที่ยายมาอยู่กับไพลิน หญิงสาวสังเกตุว่ายายมีความสุขก็จริงแต่ก็ไม่สุขที่สุด เธอรู้ว่ายายคิดถึงบ้านสวน คนแก่ไม่ชินกับคอนโดป่าปูนมันไม่ธรรมชาติ“ยายจ๋าพายไปทำงานก่อนนะคะ”“เดินทางปลอดภัยนะลูก ไม่ต้องห่วงยาย”ไพลินอยู่ในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่า เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวรองเท้าส้นสูง ยายห่อข้าวใส่กล่องให้เธอไปกินที่บริษัทฯไพลินไม่บอกยายว่าลาออกแล้ว กรองกาญเข้าใจในเหตุผลของเธอดีว่าจำเป็นจริงๆเมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามาทำงาน ไพลินเลยถือโอกาสวันนี้คุยกับหัวหน้าจะพายายกลับบ้านเลย เพราะเหลือเวลาแค่สัปดาห์เดียว“มีอะไรหรือเปล่าพาย เรื่องยายหรือเปล่า”“ใช่ค่ะพี่กรอง ยายดูไม่มีความสุขเลย พายอยากพายายกลับบ้านค่ะเหลือเวลาอีกอาทิตย์เดียว พายขอไปเลยได้ไหมคะ ”กรองกาญถอนหายใจเสียดายก็เสียดาย พนักงานดีๆซื่อสัตย์ ทำงานดีนิสัยดีแบบนี้สมัยนี้หายากมากและที่สำคัญไพลินโสด เวลามีงานเร่งงานด่วนไม่เคยขัดช่วยงานได้ทุกอย่างแต่ด้วยเหตุผลเธอต้องยอมปล่อยไพลินไป อีกไม่แน่วันข้างหน้าอาจได้มาร่วมงานกันอีก“งั้นก
สามสัปดาห์แล้วที่ยายมาอยู่กับไพลิน หญิงสาวสังเกตุว่ายายมีความสุขก็จริงแต่ก็ไม่สุขที่สุด เธอรู้ว่ายายคิดถึงบ้านสวน คนแก่ไม่ชินกับคอนโดป่าปูนมันไม่ธรรมชาติ“ยายจ๋าพายไปทำงานก่อนนะคะ”“เดินทางปลอดภัยนะลูก ไม่ต้องห่วงยาย”ไพลินอยู่ในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่า เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวรองเท้าส้นสูง ยายห่อข้าวใส่กล่องให้เธอไปกินที่บริษัทฯไพลินไม่บอกยายว่าลาออกแล้ว กรองกาญเข้าใจในเหตุผลของเธอดีว่าจำเป็นจริงๆเมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามาทำงาน ไพลินเลยถือโอกาสวันนี้คุยกับหัวหน้าจะพายายกลับบ้านเลย เพราะเหลือเวลาแค่สัปดาห์เดียว“มีอะไรหรือเปล่าพาย เรื่องยายหรือเปล่า”“ใช่ค่ะพี่กรอง ยายดูไม่มีความสุขเลย พายอยากพายายกลับบ้านค่ะเหลือเวลาอีกอาทิตย์เดียว พายขอไปเลยได้ไหมคะ ”กรองกาญถอนหายใจเสียดายก็เสียดาย พนักงานดีๆซื่อสัตย์ ทำงานดีนิสัยดีแบบนี้สมัยนี้หายากมากและที่สำคัญไพลินโสด เวลามีงานเร่งงานด่วนไม่เคยขัดช่วยงานได้ทุกอย่างแต่ด้วยเหตุผลเธอต้องยอมปล่อยไพลินไป อีกไม่แน่วันข้างหน้าอาจได้มาร่วมงานกันอีก“งั้นก
ระหว่างเดินทางเข้ากรุงเทพฯไพลินขับรถอย่างระมัดระวัง ยายจันหลับไปแล้วหญิงสาวรู้สึกอบอุ่น เธอคิดไว้แล้วว่าสิ้นปีนี้จะกลับไปอยู่กับยาย แต่แค่ยังไม่ได้บอกยาย ไว้กลับไปทำงานครั้งนี้เธอจะแจ้งกับหัวหน้างานให้หาคนมาแทนเธอ และเมื่อได้คนมาแทนแล้ว เธอจะลาออกทันทีระหว่างทางที่ขับรถเข้ากรุงเทพฯไพลินคิดตลอดเวลาว่า ทำไมเธอต้องให้ยายลำบากมา อยู่คอนโดกับเธอด้วย ความสุขของยายคืออยู่บ้านสวน เปลี่ยนใจแล้วพรุ่งนี้ไปทำงานเธอจะเขียนใบลาออกทันที“ยายจ๋ายาย พายแวะปั้มเข้าห้องน้ำ ลงไปด้วยกันไหมจ๊ะ”“ถึงไหนแล้วลูก ยายอยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน หลับสนิทเลยหนูพาย ขับรถนิ่งมากเลยนะลูก” ยายจันชมหลานสาวหญิงชราหลับสนิทจริงๆ ถ้าไพลินไม่ปลุกคงยังไม่ตื่นน่าจะเป็นเพราะกินยาด้วยไพลินประคองยายลงจากรถพาไปเข้าห้องน้ำ ภาพที่หญิงสาวสวยหุ่นดีที่อยู่ในชุดเดรสผ้าลินนินแขนสั้นคอเชิ้ตยาวเลยเข่าสี่เหลืองไพร ไพลินเป็นคนผิวขาว ใส่เสื้อผ้าสีสดยิ่งขับให้ผิวขาวนวลยิ่งขึ้น ผู้คนที่แวะพักรถระหว่างการเดินที่เดินไปเดินมา อดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปมอง“ยายจ๋าเราพักกันก่อนนะ พายว่าจะซื
คุณหมออนุญาตให้ยายออกจากโรงพยาบาลได้ ไพลินและบัวชมพูพายายกลับบ้านสวน ชมพูนอนพักที่บ้านของยายจันหนึ่งคืนสองสาวพูดคุยกันสมกับที่ไม่ได้เจอกันหลายเดือนแค่ได้พูดคุยกันเพียงเท่านี้ก็มีความสุขแล้วสำหรับชีวิตของคนธรรมดาที่ชอบใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนกันบ้านของยายเป็นบ้านไม้ทรงไทยโบราณใต้ถุนสูงหลังใหญ่ ปลูกอยู่บนเนื้อที่ยี่สิบไร่ ตัวบ้านแยกออกมาปลูกในเนื้อที่ห้าไร่ แบ่งห้าไร่ไว้ปลูกทุกอย่างที่อยากกิน อีกสิบไร่ยายให้คนเช่า สมัยก่อนอยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตา มีตา ยาย แม่และพ่อของเธอ แต่หลังจากที่แม่เธอแต่งงานกับพ่อ ทั้งสองคนก็ย้ายเข้าไปอยู่กรุงเทพฯด้วยธุรกิจของพ่อเธออยู่ในกรุงเทพฯทั้งหมด กลับไปหายายกับตาบ้างเดือนละครั้ง กระทั่งตาเสียชีวิตแม่เธอตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่บ้านกับยาย พ่อเธอเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯและบ้านยาย หลังๆ มาพ่องานเยอะมากขึ้น กลายเป็นแม่ที่ขับรถพาเธอไปหาพ่อที่กรุงเทพฯ หลังแม่เธอเสียชีวิตไพลินอยู่กับยาย กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเรียนจบได้ทำงานที่กรุงเทพฯทุกเย็นวันศุกร์เธอขับรถกลับมาหายายเกือบทุกสัปดาห์สมัยที่เธออยู่ด้วยยายเลี้ยงไก่ หมา แมว ไว้เป็นเพื่อน พอเธอไม่อ
ไพลินออกเดินทางจากคอนโดแต่เช้า หญิงสาวขับรถมุ่งหน้าไปยังเส้นทางสายตะวันออก เธอขับรถแบบสบายๆ กว่าจะถึงบ้านยายก็น่าจะใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าเวลาปกติที่สบายดีอาจขับเร็วกว่านี้ ห่วงความปลอดภัยของตัวเองช้าหรือเร็วก็ถึงบ้านยายเหมือนกัน เมื่อเช้าโทรถามอาการยายกับเพื่อนพยาบาล เบาใจที่บัวชมพูดูแลยายให้เป็นอย่างดีบัวชมพูเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอ สองสาวเรียนด้วยกันตั้งแต่ชั้นประถมจนจบมัธยมปลาย บัวชมพูอยากเป็นหมอ แต่ด้วยว่าที่บ้านมีอาชีพทำนาทำสวนพ่อกับแม่ไม่สามารถส่งเสียให้เรียนหมอได้ เธอเลยเบนเข็มมาเรียนพยาบาลแทน อย่างน้อยก็ได้รักษาคนช่วยคนเหมือนกัน บ้านบัวชมพูอยู่คนละอำเภอกับไพลิน บัวชมพูสอบติดพยาบาลได้สมใจ ส่วนเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลได้ที่กรุงเทพฯในคณะที่อยากได้ เวลาที่ยายไม่สบายบัวชมพูจะช่วยอำนวยความสะดวกที่โรงพยาบาลให้ทุกอย่าง ยกเว้นว่าวันไหนที่เพื่อนเข้าเวรดึกอีกแปดสิบกิโลเมตรก็จะถึงบ้านยาย มีโทรศัพท์มาจากที่ทำงาน ไพลินจอดรถข้างทางเพื่อรับสาย“สวัสดีค่ะพี่กรองมี มีอะไรหรือเปล่าคะ”“พายถึงไหนแล้ว”“อีกแป
กรุงเทพมหานคร สำนักงานทนายความ เลิศวัฒนากิจ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านเศรษฐกิจ ที่ขณะนี้ทนายความกำลังเรียบเรียงเอกสารของลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระเงินกู้ไว้ให้เจ้านายพิจารณาแดนไทย เลิศวัฒนากิจ เจ้าของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สำนักงานตรวจสอบบัญชี โรงแรม หลายสาขากระจายไปตามจังหวัดใหญ่ๆ ของประเทศไทย พ่อกับแม่เขาได้รับมรดกมาจากปู่กับย่า เรียกว่ารวยมาตั้งแต่เกิด พ่อกับแม่เขาวางมือทางธุรกิจปล่อยให้เขากับน้องสาวบริหารงาน น้องสาวเขารับหน้าที่ดูแลการเงินทั้งหมด ส่วนเขารับหน้าที่ดูแลงานบริหารทั้งหมด พ่อกับแม่เขาวางงานไว้ดี พนักงานเก่าไว้ใจได้เกือบทุกคน เขากับน้องสาวทำงานสบายๆ จะยุ่งเวลาสิ้นเดือนเท่านั้นเพราะต้องเซ็นเอกสาร เขากับน้องเดินทางไปทั่วเมืองไทยเพื่อตรวจดูธุรกิจ ทรัพย์สินที่มีมากมายใช้ชาตินี้ก็ไม่หมด รวยแบบเงียบๆ ไม่ฟุ้งเฟ้อไม่หรูหรา ทุกคนยังคงใช้ชีวิตปกติเหมือนคนธรรมดาทั่วไปทั้งสองพี่น้องโสดมาก แดนไทยโสดเพราะเขาไม่รักใคร มีผู้หญิงจำนวนมากที่ยอมเป็นแค่คู่นอนของเขา แดนไทยไม่เอาเปรียบใคร มีสัมพันธ์กัน เขาก็ตอบแทนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเงินทอง บ้าน รถ ที่ดิน และสิ่งสำคัญที่เขาจะต้องเจรจาก