Beranda / โรแมนติก / หนี้หัวใจใต้กลลวง / บทที่ 10 คำสั่งที่ไม่มีใครขัดได้

Share

บทที่ 10 คำสั่งที่ไม่มีใครขัดได้

last update Terakhir Diperbarui: 2025-05-02 18:46:22

ลาริสาเดินผ่านโถงทางเดินมืดมาที่ด้านหลังเพื่อล้างแก้ว

เสียงส้นรองเท้าหนัก ๆ ก้องกังวานตามหลังเธอมาในทางเดินแคบ

สะท้อนคล้ายกับเสียงหัวใจของลาริสาที่เต้นโครมครามอยู่ในอก

เธอหันขวับไปตามสัญชาตญาณ...

ตึง!

ร่างสูงใหญ่ของการ์ดหนุ่มกระชากเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว

มือสากกดปิดปากเธอแน่น ลมหายใจเขาร้อนฉ่า เป่ารดข้างแก้มอย่างจาบจ้วง

"เงียบซะ..."

เสียงกระซิบทุ้มต่ำเฉียดใบหูของเธอ

"คืนนี้ฉันจะทำให้เธอร้องไม่หยุด..."

ลาริสาตัวแข็งทื่อ

แต่ผิวเนื้อกลับร้อนวาบจนขนลุกเกรียว

แรงจากแขนแข็งแรงลากเธอเข้าไปในห้องเก็บของเล็ก ๆ

เขาปิดประตูทันที

เสียง "ปัง!" ของประตูดังกึกก้องในความเงียบ

ภายในห้องเก็บของ

เธอถูกผลักกระแทกกับผนังปูนแข็ง

ร่างของหญิงสาวสั่นเทิ้ม อากาศในอกพร่องหายจนแทบหายใจไม่ออก

มือหยาบกร้านลากช้า ๆ ไล่ตั้งแต่ลำคอ...ลงไปถึงต้นแขน

ผิวเธอสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

เสียงหอบกระเส่าของเขาแตะอยู่ที่ข้างใบหู

ทำให้สติของเธอแทบพร่าเบลอ

"อย่าเล่นตัวเลยน่า..."

เสียงแหบพร่าเหมือนสัตว์นักล่าไล่ต้อนเหยื่ออ่อนแอ

นิ้วแข็งแรงบังคับไล้ลงมาที่เอว...

กดบังคับให้แผ่นหลังของเธอแนบแน่นกับแผ่นอกแข็งกร้าวอย่างจงใจ

ลาริสาแทบอยากกรีดร้อง

แต่เธอรู้ดี...ถ้าเธอสูญเสียสติ เธอจะไม่เหลือโอกาสแม้แต่นิดเดียว

เธอกัดฟันแน่น กลืนเสียงสะอื้นลงคอ

ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นแตะแขนเขาเบา ๆ

และเอ่ยเสียงสั่นหวานอย่างวิงวอน

"ได้โปรด...อย่ารุนแรงเลยค่ะ..."

เสียงเธอแผ่วเบาจนแทบไม่เหลือแรง

ร่างเล็กอ่อนระทวยแนบอกเขาอย่างเชื่องช้า

การ์ดหนุ่มชะงักเล็กน้อย

ดวงตาวาววับขึ้นด้วยความต้องการที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม

มือเขาเลื่อนต่ำลงมาจนปลายนิ้วสัมผัสชายกระโปรงเธอ

สัมผัสที่เกือบจะล่วงล้ำ ทำให้ร่างกายของลาริสาหดเกร็งแน่นด้วยความหวาดหวั่น

เธอสั่นนิด ๆ แต่ไม่หลบตา

กลับจงใจยื่นมือไปแตะที่เข็มขัดเขาเบา ๆ

"ถ้าทำเบา ๆ...ฉันจะปลดให้เองนะคะ..."

เสียงกระซิบของเธอพร่าเหมือนต้องมนต์

การ์ดหนุ่มหลับตาพริ้มด้วยความหลงใหล

ปล่อยให้เธอค่อย ๆ คลายเข็มขัดออกอย่างช้า ๆ...

และในวินาทีที่มือของเธอแตะโลหะเย็นเฉียบ...

เพล้ง!

ขวดแก้วถูกเหวี่ยงเต็มแรงใส่ขมับของเขา!

เลือดสาดกระเซ็นทันที

การ์ดหนุ่มร้องลั่น กุมหัวตัวเอง โงนเงนด้วยความเจ็บปวด

ลาริสาไม่รอช้า

สะบัดตัวออกจากอ้อมแขนที่เริ่มอ่อนแรง

วิ่งพรวดออกจากห้องสุดชีวิต!

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ตามหลังมา

แต่เมื่อการ์ดพยายามวิ่งตาม กลับสะดุดกางเกงตัวเองที่ยังหลุดคาอยู่ ทำให้ล้มกลิ้งอย่างน่าสมเพช

ลาริสาวิ่งโซซัดโซเซมาตามทางเดินโถงด้านนอกคลับ

น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจห้าม

ในที่สุด...ส้มก็เห็นเธอเข้า และวิ่งตรงมาหา

"ริสา! เป็นอะไร!?"

ส้มประคองร่างบอบบางที่กำลังสั่นระริกด้วยความกลัวและหวาดผวา

ในอกของลาริสา...

มีเพียงเสียงสะอื้นอันเงียบงัน กับรอยแผลที่มองไม่เห็นบนหัวใจ

ส้มประคองลาริสาเอาไว้แน่น

เนื้อตัวของเด็กสาวในอ้อมแขนยังสั่นระริกไม่หยุด

พูดด้วยน้ำเสียงติดขัดปนสะอื้น "มัน...มันจะข่มขืนริสา..พี่ส้ม..พี่ส้มช่วยริสาด้วย"

ส้มลูบผมนุ่มของลาริสาเบา ๆ

มือที่เคยหนักแน่นกลับสั่นเทาไม่แพ้กัน

"อย่ากลัวนะ...พี่อยู่ตรงนี้"

เสียงของเธอแหบพร่า เหมือนกำลังพยายามกลืนก้อนสะอื้นของตัวเอง

ลาริสาไม่ได้พูดอะไรอีก

เพียงซุกตัวแนบอกพี่ส้มแน่น สะอื้นเงียบ ๆ ราวกับกลัวว่าหากเปล่งเสียงออกมา ความเจ็บปวดทั้งหมดจะทะลักล้นจนไม่อาจควบคุม

ส้มโอบกอดเธอแน่นขึ้น ราวกับหวังใช้ไออุ่นเพียงน้อยนิดต่อต้านความโหดร้ายของโลกใบนี้ให้กับเธอ

...

อีกมุมหนึ่งของคลับ

การ์ดหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กแข็ง ๆ

แผลบนขมับยังซึมเลือด แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความแค้น

เบื้องหน้า อคินยืนพิงโต๊ะไม้ตัวใหญ่

แผ่นหลังเหยียดตรง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องไม่กระพริบ

"พูดมา"

น้ำเสียงเรียบเย็นของบอสใหญ่ดังขึ้น

การ์ดรีบยกเรื่องราวโกหกขึ้นมาอ้างทันที

เสียงเขาเร่งร้อนเหมือนคนกำลังจมน้ำ

"เธอมันยั่วผมก่อน! เข้ามาอ่อยก่อน! ผมก็แค่ตอบสนองความต้องการให้เธอ!"

อคินฟังโดยไม่แสดงสีหน้า

นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะ ช้า...เนิ่นนาน...กดดัน

สุดท้าย หลังจากการ์ดพร่ำแก้ตัวจนเสียงแห้ง

อคินเพียงหันไปบอกลูกน้องสั้น ๆ

"ส่งมันไปลงทำงานชั้นล่าง อย่าให้ขึ้นมาสร้างความวุ่นวายด้านบนได้อีก"

การ์ดหนุ่มเบิกตากว้าง ตะโกนร้องขอความเมตตา เขารู้ดีว่าเมื่อลงไปเบื้องล่างแล้ว ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย ล้วนมีชะตากรรมที่ต้องรองรับความใคร่จากแขกผู้มาเยือนไม่ต่างกัน

"ฟังผมก่อน! ผมพูดจริง—"

เสียงประตูเปิดพร้อมเสียงกระชากตัวลากออกไปอย่างไร้เยื่อใย

ไม่มีใครเหลือบแลแม้แต่นิดเดียว

...

ในห้องนอนเล็ก ๆ ลาลิสาที่เพิ่งจะสงบลงได้จากการปลอบโยนของส้ม ในแววตายังหลงเหลือความหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย

ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้นในความเงียบ

ส้มผงะ หันไปสบตาลาริสาที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง

ดวงตาคู่นั้นยังแดงก่ำและว่างเปล่า

เมื่อส้มเปิดประตู คนดูแลชายคนหนึ่งยืนอยู่

ใบหน้าเรียบนิ่งอย่างคนไร้หัวใจ

"บอสเรียก" เสียงห้วนสั้น ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีความเห็นใจ

"น้องเพิ่งเจอเรื่องร้ายแรงนะคะ ขอให้พักก่อน..."

ส้มเอ่ยเสียงเครือ พยายามฝืนพูดขอร้อง

คนดูแลปรายตามองเฉย ๆ ​"คำสั่งบอส ไม่มีใครขัดได้"

ลาริสาหลุบตามองพื้น สูดลมหายใจแผ่วเบา

แล้วลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า

เธอแตะมือพี่ส้มเบา ๆ เป็นการบอกลาโดยไม่พูดออกมา

ก่อนจะเดินตามชายคนนั้นออกจากห้อง

เหมือนเด็กน้อยเดินตามผู้คุมชะตากรรมของตนไปอย่างไร้หนทางเลือก

โถงแคบ ๆ ที่มืดสลัวส่งกลิ่นอับชื้นตีขึ้นมา

การก้าวเดินของลาริสาเบาแทบไม่ต่างจากเสียงลมหายใจ

แต่ในใจเธอ...ทุกย่างก้าวเหมือนตีกลองศึกอื้ออึงในอก

บันไดวนคับแคบทอดยาวขึ้นไป

เหมือนกำลังพาเธอก้าวสู่หุบเหวที่ไร้แสงสว่าง

เมื่อมาหยุดตรงหน้าประตูไม้ทึบสูงใหญ่

เธอยกมือขึ้น เคาะประตูเบา ๆ ด้วยมือที่ยังเย็นเฉียบ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะเบาราวกับกลัวทำลายความเงียบ

ลาริสาหลับตาลงครู่หนึ่ง กลั้นหายใจ

รอรับชะตากรรมที่รออยู่ข้างใน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 107 เจ้าชายปีศาจกับเจ้าหญิงแห่งแสง

    “วันนี้…ครูริสาจะเล่านิทานเรื่องหนึ่งที่ไม่มีอยู่ในหนังสือไหนเลย” เสียงหวานของเธอดังขึ้นเบา ๆ แต่เรียกความสนใจได้ทันที “เรื่องนี้...เกี่ยวกับเจ้าชายผู้หนึ่งที่กลายเป็นปีศาจ และเจ้าหญิงคนหนึ่งที่มีหัวใจเปล่งแสง เหมือนดวงดาวในคืนมืดที่สุด” “ชื่อเรื่องว่าอะไรครับ!” เด็กชายตัวจ้อยคนหนึ่งถามเสียงดัง “ชื่อว่า... เจ้าชายปีศาจกับเจ้าหญิงแห่งแสงสว่าง จ้ะ” เสียงฮือฮาเล็ก ๆ ดังขึ้นรอบวง ก่อนที่ทุกคนจะนิ่งฟังอีกครั้ง “นานมาแล้ว... มีอาณาจักรหนึ่งที่เงียบงัน ไม่มีแสงแดด ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีดอกไม้บาน ที่นั่น…คือโลกของเจ้าชายผู้ถูกสาป เขาเคยมีหัวใจที่ดี แต่เมื่อหัวใจนั้นแตกสลายจากเรื่องร้าย ๆ เขาก็ปิดมันไว้แน่น และไม่ยอมให้แสงใดเข้าไปอีกเลย” “แล้วเขากลายเป็นปีศาจเหรอคะ?” เด็กหญิงผูกโบว์ถามขึ้นเสียงแผ่ว “ใช่จ้ะ...เขากลายเป็นปีศาจที่มีดวงตาเศร้า และไม่เคยยิ้มอีกเลย แต่ลึก ๆ แล้ว...เขาก็แค่อยู่คนเดียวจนลืมวิธีจะรักใครเท่านั้นเอง” ครูริสาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแล้วทำเสียงกระซิบ “วันหนึ่ง…เจ้าชายคิดแผนการขึ้นมา เขาจะพาใครสักคนมาอยู่กับเขา…สักคนที่มีหัวใจอบอุ่น เขาจึงวางกับดัก วางแผนการ

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 106 วันแห่งการเริ่มต้น

    ลาริสาตาโตทันที​ “อะไรนะคะ?” “ผมมีบริษัทที่ต้องดูแล ผมไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดเวลา แต่ผมเชื่อว่าคุณ…จะดูแลเด็ก ๆ ที่นี่ได้ดีที่สุด” เธอสั่นศีรษะเบา ๆ ริมฝีปากยังอ้าค้าง “แต่…ริสาไม่เคยคิดเลยว่าจะ—” “ผมคิดไว้แล้ว” เขายิ้มบางเบา “ผมไม่ต้องการแค่ภรรยา…แต่ต้องการ ‘หุ้นส่วนชีวิต’ คนที่ผมไว้ใจ คนที่ผมรู้ว่า…ถ้าเธออยู่ตรงนี้ ทุกอย่างจะไม่พัง” ลาริสาน้ำตาซึมอีกครั้ง​ ไม่ใช่เพราะอ่อนไหว​ แต่เพราะหัวใจของเธอได้รับการยอมรับ ทั้งจากเขา…และจากโลกที่เธอเคยรู้สึกเหมือนไม่มีที่ยืน เขาดึงมือเธอขึ้นมากดจูบเบา ๆ ที่หลังมือ “นี่คือบ้านของเรา…และทุกอย่างที่ผมสร้างไว้ทั้งหมดนี้ ผมอยากให้มันเป็นของคุณ ไม่ใช่เพราะคุณต้องการ แต่เพราะคุณ ‘คู่ควร’ กับมัน…” ........................ เช้าวันพิเศษ แสงอรุณอ่อนโยนปกคลุมทั่วบ้านหลังใหม่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน เสียงพระสวดเบา ๆ ดังกังวานอยู่ในห้องโถงกลางบ้าน กลิ่นธูปและดอกไม้สดหอมฟุ้งทั่วห้อง ลาริสาสวมชุดไทยสีงาช้างอ่อน ผ้าสไบปักดิ้นทองพาดบ่าดูงดงามราวเจ้าหญิงในนิทาน ดวงตาคู่นั้นมีแววเขินอายปนความปลื้มปิติในทุกการเคลื่อนไหว ข้างเธอ​ นาราและพราว

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 105 ไม่มีใครต้องถูกทอดทิ้งไว้กับอดีต

    เมื่อรถจอดลงหน้าบ้าน เธอก็ทำท่าจะเปิดประตูลงเองตามปกติ แต่เสียงเขาห้ามไว้ก่อน “เดี๋ยว ผมไปด้วย” เขาเปิดประตูฝั่งตัวเองแล้วเดินอ้อมมาที่เธอ ขณะเธอหันมามองด้วยความแปลกใจ “คุณจะ…เข้าไปเหรอคะ?” เธอถามเบา ๆ น้ำเสียงยังเต็มไปด้วยความสั่น เขาพยักหน้า ช้า ๆ หนักแน่น “ผมอยากไหว้แม่ของคุณ…” “ก็ในเมื่อคุณเป็นผู้หญิงที่ผมรัก​ แม่ของคุณ…ก็คือคนที่ผมเคารพด้วยหัวใจ” เขาพูดเรียบ ๆ แต่ทุกคำกลับแน่นลึกเหมือนสัญญาที่ออกมาจากหัวใจ และนั่นเพียงพอที่จะทำให้เธอพยักหน้า ยิ้มจาง ๆ แล้วพาเขาเดินตามเข้าบ้านไปอย่างเงียบ ๆ เสียงเปิดประตูบ้านไม้ดังเบา ๆ ในยามเย็น ลาริสาก้าวเข้ามาเงียบ ๆ ข้างกายมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตามเข้ามาช้า ๆ เขาไม่ได้ใส่สูท ไม่ได้มีภาพลักษณ์ของนักธุรกิจใหญ่โต…มีเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวธรรมดา กับสีหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยแรงใจที่แน่วแน่ ป้านวลที่จัดโต๊ะอาหารอยู่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นผู้มาใหม่ “แม่คะ…” ลาริสาเรียกเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วข้าง ๆ รถเข็น “นี่คือคุณภานุวัฒน์ค่ะ…” แววตาคุณภาวินีขยับวูบ​ ไม่มีคำถาม ไม่มีความประหลาดใจ มีเพียงสายตาที่ไล่มองเขาช้า ๆ เหมือน

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 104 ก็ว่าแล้ว...มันไม่ธรรมดาแน่

    ขาของเธอสั่นน้อย ๆ จนต้องยึดแขนเขาไว้แน่น เขาจึงแกล้งเอ่ยเสียงเบาแฝงแววขบขัน “ดูเหมือนร่างกายคุณจะอ่อนแอไปหน่อยนะครับ…สงสัยต้องพามาออกกำลังกายแบบนี้บ่อย ๆ” “หยุดเลย!” เธอตีเขาอีกครั้ง ใบหน้ายังแดงเรื่อ ดวงตาวาววับทั้งขวยเขินทั้งหมั่นไส้ “เย็นนี้รอผมนะ เดี๋ยวผมไปส่ง” เขาพูดขณะจัดปกเสื้อให้เธอเรียบร้อย เธอพยักหน้าช้า ๆ ยิ้มจาง ๆ พลางสูดหายใจลึก เตรียมจะกลับเข้าไปในชั้นเรียนอีกครั้ง และในจังหวะที่เธอก้าวออกจากประตู เธอก็ยังได้ยินเสียงเขาไล่หลังมาเบา ๆ ว่า “แต่ถ้าคุณคิดถึงผมก่อนถึงเวลาเลิกงาน ก็แวะมาหาผมที่ห้องนี้ได้ตลอดนะครับ” ... เสียงเปิดประตูดังแผ่วขณะลาริสาก้าวกลับเข้ามาในห้องเรียน แสงจากหน้าต่างทอดผ่านโต๊ะไม้ยาวในบรรยากาศเงียบสงบ นักเรียนยังคงก้มหน้าตั้งใจเขียนแบบฝึกหัดตามคำสั่งจากครูพี่เลี้ยงที่คุมชั้นไว้ชั่วคราว เธอกลืนน้ำลายเบา ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง ขาที่ยังสั่นเล็กน้อยในทุกก้าวทำให้เธอต้องเกาะขอบโต๊ะด้านหน้าไว้ ริมฝีปากร้อนผ่าว ดวงตาแอบเหลือบมองบานประตูหลังห้องที่เธอเพิ่งเดินผ่านราวกับภาพเมื่อครู่นั้นยังซ้อนทับอยู่ตรงนั้น ‘คุ

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 103 รู้แล้วใช่ไหมว่าผมรักคุณขนาดไหน

    ริมฝีปากร้อนจัดแตะแผ่วที่ลาดไหล่เธออย่างอ้อยอิ่ง ราวกับซึมซับทุกคำตอบที่ยังไม่หลุดจากริมฝีปาก “ฉัน…รู้ใจตัวเองแล้ว…” เสียงเธอสั่นพร่าราวกับจะขาดหายทุกครั้งที่เขาแตะต้อง “ฉันรักคุณ…ฉันยอมรับ…แม้ว่าฉันจะไม่รู้เลยว่า…คุณรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่…คุณรัก…หรือคุณแค้น…หรือคุณเกลียดกันแน่…” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงัก ปลายนิ้วที่กำลังไล้ต่ำอยู่แถวเอวหยุดค้างอยู่กลางอากาศชั่วขณะ แววตาเขานิ่งงันเหมือนจมหายไปกับบางสิ่งที่อัดแน่นในอก ก่อนที่ชั่ววินาทีนั้น เขาจะก้มหน้าลงอีกครั้ง​ พร้อมกระซิบเสียงแผ่วชิดริมผิวเนื้อ “คุณยังไม่รู้อีกหรอ…ว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไงกับคุณ…” มือเขาเลื่อนไปที่กระดุมเสื้อเธอ แล้วค่อย ๆ ปลดมันทีละเม็ด ทุกจังหวะช้า…แต่ชัดเจนและแน่วแน่ เธอสั่นสะท้าน พยายามยกมือขึ้นห้าม…แต่เรี่ยวแรงที่มีดูไร้น้ำหนักเมื่อเขารั้งเธอไว้แน่นขึ้น “ผมไม่ได้อยากครอบครองคุณเพราะความแค้น…” เขากระซิบ “ผมไม่ได้แตะต้องคุณเพราะต้องการทำร้าย…” “แต่เพราะทุกครั้งที่มองคุณ ผมหยุดตัวเองไม่ได้…” และยิ่งเขาพูด…ปลายนิ้วก็ยิ่งลึกซึ้ง ทุกคำสารภาพหลุดออกจากปากเขา พร้อมกับสัมผัสที่รุกล้ำเข้าไปทีละนิด ทีละลมหายใจ

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 102 จะไม่หนีหัวใจของตัวเองอีกแล้ว

    เธอพูดต่อทั้งที่เสียงยังเรียบ​ แต่เนื้อเสียงกลับกัดลึกยิ่งกว่าคำใด “ฉันเห็นนะคะ ฉันเห็นคุณเปิดประตูรถให้เธอ ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ แล้วยังเดินเข้าไปในร้านด้วยกัน…มันเป็นภาพที่ชัดเจนจนไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเลยด้วยซ้ำ” เธอยิ้มบาง แต่ในดวงตาเต็มไปด้วยความตัดพ้อที่พยายามกลบไว้ในรอยยิ้มประชด “พวกคุณดูเหมาะกันดีนะคะ สวย หล่อ สมกันดี ฉันขอโทษที่เผลอเข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่น” เขาไม่ตอบทันที แต่เสียงที่หลุดจากปากในวินาทีนั้น กลับทุ้มต่ำ…และตรงประเด็นอย่างน่าตกใจ “คุณหึงเหรอ?” คำถามที่ทิ่มแทงลงไปตรงใจ ลาริสาสะบัดหน้า เธอกำลังจะลุกหนี แต่เขากลับไม่ปล่อยให้เธอไปง่าย ๆ “ฉันจะหึงทำไมคะ?” เธอพูดเร็ว “คุณไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน คุณจะควงใครไปถ่ายรูปก็เรื่องของคุณ” เพียงแค่นั้น…เขาก็รู้แล้ว รู้โดยไม่ต้องถามต่อ เขายกมือขึ้นช้า ๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้แก้มเธอแผ่วเบา สายตาของเขามองตรงเข้าไปในดวงตาเธอที่กำลังสั่น และในขณะที่เธอกำลังจะขยับตัวหลบ เขาก็รั้งเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย เสียงของเขาแผ่ว…แต่ชัดเจนจนไม่มีพื้นที่ให้เข้าใจผิดอีกต่อไป “ฟังผมนะ…” เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นกระทบผิวแก้มเธอ “ผู้ห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status