LOGINคุณนายหวังเองก็รีบมาทางนี้เหมือนกัน เมื่อเห็นสถานการณ์ ก็รีบปลอบทุกคนวันนี้เป็นวันเกิดของผู้อำนวยการหวัง เมื่อคุณนายหวังพูดแบบนี้ ย่อมต้องให้เกียรติบ้างคุณนายเฉิงพาเฉิงหลินหลินจากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงเซิ่งถิงเจ๋อเอ่ยปาก “เสี่ยวซู ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า!”สีหน้าหรงซูเองก็ไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก“เสี่ยวซู ไปเถอะ ฉันไปเป็นเพื่อนเธอ” เฉิงซินกล่าวเมื่อไปถึงห้องพักผ่อนบนชั้นสองในไม่ช้าคนรับใช้ก็ไปนำเสื้อผ้าสะอาดมาหนึ่งชุด“เธอไปเปลี่ยนก่อน ฉันจะรอเธออยู่ข้างนอก”เฉิงซินนำเสื้อผ้าให้หรงซูหรงซูรับมาเฉิงซินเพิ่งจะออกไป เสียงสั่นของมือถือหรงซูก็ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นสายที่โทรมาจากเบอร์แปลก เธอก็กดรับสาย “ฮัลโหล!”ปลายสายมีเสียงของหลูเสวี่ยดังขึ้น “คุณเอเวอลิน ประธานเซิ่งไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนคุณอันแล้ว วันนี้ไม่แน่ว่าจะมาทันไหม”หรงซูได้ยินแบบนั้น กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เขาบอกฉันเองไม่เป็น จำเป็นต้องฝากเธอมาบอกเหรอ?”หลูเสวี่ยกล่าว “ถ้าคุณเอเวอลินไม่เชื่อ โทรไปหาประธานเซิ่งก็ได้ ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว” พูดจบ ก็วางสายไปเลยหรงซูนั่งเงียบขรึมอยู่บนโซฟา สีหน้าบึ้งต
หรงซูจัดชุดกระโปรงบนตัวให้เรียบร้อย จากนั้นก็หยิบแก้วไวน์แดงจากมือบริกรด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน ก่อนสาดกลับใส่หญิงสาวคนนั้นทันที“ว๊าย!!”เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่นขึ้นทันที เธอถามอย่างเดือดดาลว่า “เธอทำอะไร?”หรงซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า “ขอโทษนะ แค่มือลื่นน่ะ”หญิงสาวมองชุดราตรีโอต์กูตูร์ของตัวเองที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบไวน์ ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตพลันบิดเบี้ยวเธอคว้าขวดไวน์ขึ้นมาด้วยความโกรธ เตรียมจะฟาดใส่หรงซูแต่ก่อนที่มือจะทันฟาดลงมา ข้อมือก็ถูกใครบางคนคว้าไว้หญิงสาวเจ็บจนส่งเสียงครางออกมา เมื่อหันกลับไปก็สบเข้ากับดวงตาเย็นเยียบชวนหวาดหวั่น ร่างทั้งร่างพลันแข็งทื่อ“เธอคิดจะทำอะไร?”หญิงสาวถูกน้ำเสียงซักถามของเขาทำเอาหน้าซีดความวุ่นวายทางนี้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนไม่น้อยแม่ของหญิงสาวรีบเดินเข้ามา เอ่ยว่า “หลินหลิน”เซิ่งถิงเจ๋อปล่อยมือหญิงสาว ก่อนก้าวยาว ๆ ไปข้างหรงซู แล้วลดน้ำเสียงให้อ่อนลง “ไม่เป็นไรใช่ไหม!”หรงซูส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “ฉันไม่เป็นไร”เฉิงซินรีบเดินมาหาหรงซู เมื่อเห็นคราบเปื้อนบนตัวเธอก็เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า “ขอโทษนะเสี่ยวซู”เมื่อคร
เซิ่งถิงอวี้ช่วยอธิบายแทนเซิ่งถิงเจ๋อว่า “คุณนายหวังเข้าใจผิดแล้วครับ คนนี้คือภรรยาของน้องรองของผม เป็นพี่สะใภ้ของถิงเจ๋อ”เมื่อได้ยินดังนั้นคุณนายหวังถึงได้เข้าใจ รีบเอ่ยขอโทษว่า “ขอโทษ ขอโทษด้วย ที่แท้ก็เป็นภรรยาของถิงเชิน แล้วทำไมถิงเชินถึงไม่ได้มาด้วยล่ะ?”หรงซูตอบว่า “เขามีงานด่วนต้องจัดการกะทันหัน อาจจะมาถึงช้าหน่อยค่ะ”“อย่างนี้นี่เอง”คุณนายหวังอดพิจารณาหรงซูอีกหลายครั้งไม่ได้ หลังจากเซิ่งถิงเชินเปิดเผยเรื่องที่แต่งงานแล้ว เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาในแวดวงชนชั้นสูงไม่น้อยทุกคนต่างสืบถามว่าภรรยาคนนี้ของเขามีภูมิหลังอย่างไรกันแน่ แต่มีข่าวลือว่าเธอมาจากครอบครัวธรรมดา ฐานะย่อมไม่คู่ควรกับตระกูลเซิ่งอย่างแน่นอน ทว่าความสามารถส่วนตัวของเธอนั้นโดดเด่นมาก ตอนนี้เมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเอง ด้วยรูปร่างและบุคลิกเช่นนี้ การที่เธอจะเข้าตาเซิ่งถิงเชินก็ไม่ใช่เรื่องแปลกท่าทีของคุณนายหวังที่มีต่อหรงซูก็สุภาพมากเช่นกันหลังจากพูดคุยกันไม่กี่ประโยคเฉิงซินกับหรงซูก็ไปนั่งพูดคุยกันอยู่ด้านข้างเซิ่งถิงอวี้กับเซิ่งถิงเจ๋อสองพี่น้องไปทักทายแขก หลังจากทักทายแขกที่เข้ามาสองคนแล้ว เซิ่งถิงอว
“วันนี้หล่อมากเลยนะ!” หรงซูเอ่ยยิ้ม ๆเซิ่งถิงเจ๋อยกมุมปากขึ้น “เธอพูดแบบนี้ฉันชักเสียใจแล้ว หรือว่าฉันหล่อแค่วันนี้?”“แน่นอนว่าวันนี้หล่อกว่าเดิมหน่อย”“แบบนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย ไปกันเถอะ ขึ้นรถ”ช่วงนี้พอตกกลางคืนอุณหภูมิจะลดลง หรงซูจึงสวมเสื้อคลุมของตัวเอง ส่วนเสื้อผ้าที่เปลี่ยนออก พนักงานนำใส่ถุงไว้ให้เซิ่งถิงเจ๋อรับถุงกับกระเป๋าของเธอมาจากมือพนักงานเมื่อขึ้นรถแล้วหรงซูนั่งลงบนเบาะข้างคนขับ คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยถามว่า “วันนี้จะไปงานเลี้ยงที่ไหนเหรอ? ใครเป็นคนจัด?”เซิ่งถิงเจ๋อเหลือบมองเธอ “เขาไม่ได้บอกเธอเหรอ”หรงซูเอ่ยว่า “ฉันไม่ได้ถาม เขาก็ไม่ได้บอก”ตอนนี้รูปแบบการอยู่ร่วมกันของทั้งคู่ก็ถือว่าปกติดี เขาจึงอธิบายว่า “งานเลี้ยงวันเกิดของผู้อำนวยการหวัง”ผู้อำนวยการหวังคนนี้เป็นญาติของคุณนายใหญ่เซิ่ง จึงสนิทสนมกับตระกูลเซิ่งมาโดยตลอด ทางตระกูลเซิ่งนอกจากคุณนายใหญ่เซิ่งกับคุณท่านเซิ่งที่ไม่สะดวกมาร่วมงานแล้ว คนอื่น ๆ จะมาร่วมงานกันหมดงานไม่ได้จัดใหญ่โตอะไร เพียงเชิญบุคคลสำคัญในเมืองจิงมาร่วมงาน“ทางพี่หวยซวี่ก็น่าจะได้รับคำเชิญเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะไ
หรงซูเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้า เอ่ยว่า “เหมยเหม่ยหลับแล้ว”เซิ่งถิงเชินกวาดสายตามองฝ่ามือของเธอที่ติดปลาสเตอร์ยา ก่อนถามว่า “มือเป็นอะไรไป?”หรงซูยกมือขึ้นมอง ฝ่ามือมีแผลถลอกซึ่งทำแผลที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เธอลดมือลงและไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพียงเอ่ยว่า “ไม่มีอะไร แค่เผลอถลอกนิดหน่อย”ดวงตาดำขลับของเซิ่งถิงเชินจับจ้องเธอ หลังจากเงียบไปชั่วครู่ เขาก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ เพียงกำชับเธอสองสามประโยค“อืม ฉันกลับห้องก่อนนะ” หรงซูพูดพลางเบี่ยงตัวเดินจากไป ตอนนั้นเองเสียงสายเรียกเข้าจากแอปแชตในกระเป๋าก็ดังขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาบนหน้าจอก็ชะงักไป เงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนกดรับสายแล้วเอ่ยว่า “พี่” คำเรียกนี้ยังฟังดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติอยู่เล็กน้อยเสียงของชายหนุ่มดังมาจากปลายสายซูชิงจือเห็นข่าวเช่นกัน เขาสังเกตเห็นคนในภาพจากคลิปข่าวได้ในทันที ก่อนหน้านี้เขาโทรหาเจียงหวยซวี่แล้ว ส่วนตอนนี้ที่โทรหาหรงซู เขาใช้เอไอเปลี่ยนเสียง หรงซูจึงฟังเสียงของเขาไม่ออก“ฉันไม่เป็นอะไร พี่ไม่ต้องเป็นห่วง แค่บาดเจ็บภายนอกนิดหน่อยเท่านั้น” น้ำเสียงของหญิงสาวค่อย ๆ เป็นธรรมชาติและอ่
สิ่งที่เธอทำได้ก็มีเพียงเท่านี้“ได้ค่ะ”“เสี่ยวซู”หรงซูหันกลับไป เห็นเจียงหวยซวี่และคนอื่น ๆ เดินเข้ามา“ศาสตราจารย์ คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ!”เจียงหวยซวี่เอ่ยว่า “ฉันไม่เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”หรงซูถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนอธิบายสาเหตุให้ฟังคร่าว ๆเรื่องแบบนี้พวกเขาพบเห็นมามากแล้ว การแก่งแย่งผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนก็โหดร้ายเช่นนี้เจียงหวยซวี่เอ่ยว่า “เธอทำได้เพียงเท่านี้ เสี่ยวซู เธอเองก็อย่าเก็บมาเป็นภาระทางใจ อย่าคิดมากเด็ดขาดนะ”หรงซูตอบรับเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า “ฉันรู้ค่ะ”ซ่งเหยียนเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “เซิ่งถิงเชินนี่ช่างหาเรื่องคนเก่งจริง ๆ”หากความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ เรื่องพวกนี้ก็คงไม่เกี่ยวอะไรกับเสี่ยวซูเลย ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่แค่เห็นก็ทำให้รู้สึกปวดใจแล้วหลังจากอาหารดิลิเวอรีมาส่งหรงซูก็ให้พยาบาลนำไปส่งที่ห้องผู้ป่วย“ไปกันเถอะ พวกเราไปกินข้าวกันก่อน” ฉีเยี่ยนเฉาเอ่ยข่าวอุบัติเหตุรถยนต์ครั้งใหญ่บนถนนชางเหิงขึ้นเป็นข่าวพาดหัวหน้าแรกของสื่อท้องถิ่นอย่างรวดเร็วเซิ่งถิงเชินยังคงจัดการงานอยู่ตอนนั้นเองโจวมู่เคาะประตูแล้วเดินเข้ามา







