LOGIN"แฟนบอกเลิกเพราะฉันทื่อเหมือนท่อนไม้ค่ะคุณหมอ!" ถ้อยคำบ่นอัดอั้นของคนไข้สาวร่างเล็กบนเตียงตรวจ ทำเอาศัลยแพทย์หนุ่มจอมดุอย่าง 'ภวินทร์' ถึงกับชะงัก ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยและคำอธิบายทางการแพทย์อันเคร่งครัด เขาแทบอยากจะลากตัวไอ้เด็กมักง่ายนั่นมาสั่งสอนให้รู้แล้วรู้รอด! "ร่างกายไม่ใช่เครื่องจักรที่จะกดปุ่มแล้วทำงานได้ดั่งใจเสมอไปครับ... คุณพยายามดีที่สุดแล้ว" นักเขียนนิยายอีโรติก SM ตัวแม่นามแฝง ‘เพรียงพริมต์’ เจ้าของผลงานเร่าร้อนระดับระเบิดกระท่อม... ใครจะไปคิดว่าชีวิตจริงของ ‘ข้าวปุ้น’ ดันประสบภาวะไร้อารมณ์ทางเพศขั้นสุดจนโดนแฟนเด็กสะบัดช็อปทิ้ง! เมื่อความทื่อระดับท่อนไม้พาเธอมาหยุดอยู่ที่เตียงขาหยั่ง และดันเจอ ‘หมอภวินทร์’ อาจารย์แพทย์สูตินรีเวชวัย 38 หน้านิ่ง หล่อจัด และดุระดับสิบ "การที่คุณไม่มีอารมณ์ มันเป็นผลพวงมาจากความเครียดครับ ไม่ใช่ความบกพร่องทางศีลธรรม" "และถ้าคุณอยากให้หมอช่วย 'บำบัด' ให้ตรงจุด... คุณต้องความร่วมมือกับหมอทุกขั้นตอนนะครับ คุณข้าวปุ้น" จากคนไข้เคสแปลก... กลายมาเป็นอดีตคนไข้ที่คุณหมอตั้งใจจะบำบัดทั้งร่างกายและหัวใจด้วยตัวเอง
View Moreบรรยากาศในโรงพยาบาลรัฐใจกลางกรุงยังคงเนืองแน่นและวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน จนบุคลากรทางการแพทย์แทบไม่มีเวลาพักหายใจ ตึกสูงตระหง่านหลายอาคารเชื่อมต่อด้วยโถงทางเดินยาวเหยียดที่อัดแน่นไปด้วยคนไข้ หมอ และพยาบาล
‘ภวินทร์ ศรีภักดิ์’ อาจารย์แพทย์หนุ่มหล่อแห่งวอร์ดสูตินรีเวช วัย 38 ปี ทว่าใบหน้ากลับดูอ่อนเยาว์ราวกับเด็กจบใหม่ ด้วยคติประจำใจที่ว่า ‘ถ้าดูแลตัวเองไม่ได้ จะรักษาคนไข้ให้ดีได้อย่างไร’ ความโดดเด่นนี้ทำให้เขาเป็นหนุ่มฮอตที่มีทั้งพยาบาลและคนไข้แวะเวียนมาขายขนมจีบไม่ขาดสาย
ทว่า... นายแพทย์หนุ่มไม่เคยชายตาแลใคร เขาจมอยู่กับชาร์ตคนไข้และงานวิจัยจนไร้คู่ครองมาถึงปัจจุบัน ความรักครั้งล่าสุดต้องย้อนไปสมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ ซึ่งจบลงด้วยการโดนทิ้งเพราะฐานะทางบ้านเป็นเพียงชนชั้นกลาง พ่อทำงานบัญชี แม่เป็นพนักงานโรงงานที่เกษียณแล้ว เขาจึงครองตัวเป็นโสดเรื่อยมา
และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ยุ่งเหยิง...
ภายในห้องตรวจสูตินรีเวช อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ภวินทร์นั่งอ่านประวัติคนไข้รายต่อไปก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบนิ่งตามสไตล์อาจารย์หมอจอมดุ
“เชิญคนต่อไปครับ”
‘เมเปิ้ล’ พยาบาลผู้ช่วยยิ้มรับร่าเริง ก่อนจะขานชื่อหญิงสาวที่จะเข้ามาปั่นป่วนชีวิตของคุณหมอหนุ่มไปตลอดกาล
“คุณเพรียงพริมต์ งามขวัญ เชิญด้านในค่ะ”
เสียงเรียกทำเอาผู้หญิงที่กำลังนั่งไถมือถือส่องกล้ามโฮสต์หนุ่มจีนถึงกับสะดุ้ง! เธอรีบผุดลุกเดินเข้าห้องตรวจ แต่พอเงยหน้าเห็นคุณหมอเจ้าของไข้ เพรียงพริมต์ถึงกับหน้าแดงซ่าน... เพราะตัวจริงหล่อกว่าผู้ชายในจอโทรศัพท์หลายเท่า เธอนั่งลงข้างโต๊ะตรวจอย่างเกร็ง ๆ
“เอ่อ... คุณหมอเป็นคนตรวจเหรอคะ?”
ภวินทร์ตวัดสายตาเรียบนิ่งมองใบหน้าหวานแวบหนึ่ง ก่อนก้มมองประวัติในมือ “ทำไมครับ? คนไข้กังวลอะไรหรือเปล่า” เขาถามโดยไม่เงยหน้า
“คะ? เอ่อ... เปล่าค่ะ ฉันแค่...”
“หรือกังวลเพราะผมเป็นหมอผู้ชาย?”
“ฮะ? ไม่ใช่...”
“ผมมีจรรยาบรรณแพทย์พอครับ ไม่งั้นคงตรวจมาไม่ถึงพันเคส” ดวงตาสีดำอมเทาหลังกรอบแว่นตวัดขึ้นมองดุดัน น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจน ‘เพรียงพริมต์ งามขวัญ หรือ ข้าวปุ้น’ ตัวลีบ อ้าปากพะงาบ ๆ พูดไม่ออก ก่อนที่เสียงทุ้มเฉียบขาดจะสั่งปิดท้าย
“เชิญเปลี่ยนชุดแล้วขึ้นขาหยั่งได้เลยครับคุณเพรียงพริมต์ ตรวจประจำปีใช่ไหมครับ”
“คะ...ค่ะ” เธอตอบรับอย่างจำนน แล้วเดินตามพยาบาลเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ทันทีที่อยู่คนเดียว หญิงสาวก็ปล่อยลมหายใจพรืด บ่นอุบอิบกับตัวเอง
“ดุชะมัด... ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หมอหรอก อยู่ที่ฉันเนี่ย! ใครกำหนดให้หมอหล่อขนาดนี้วะ อายจะตายอยู่แล้ว!”
ข้าวปุ้นนั่งอยู่บนเตียงขาหยั่งในท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะเอนตัวลงนอนราบกับเตียง ความรู้สึกโหวงเหวงตรงช่วงล่างทำเอาเธอต้องหลับตาแน่นจนเปลือกตาสั่นระริก ทว่าประสาทสัมผัสส่วนอื่นกลับทำงานดีเยี่ยม
หญิงสาวได้ยินเสียงล้อเก้าอี้ของคุณหมอเลื่อนครูดกับพื้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำถึง 185 เซนติเมตรจะลุกขึ้นยืน ภวินทร์ดึงถุงมือยางออกมาสวมเข้ากับมือหนาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกนึกคิดใด ๆ
เขาหย่อนตัวลงนั่งตรงสเปซระหว่างขาของเธอ มือหนาบีบเจลหล่อลื่นเย็นเฉียบปาดลงบนปลายนิ้ว ทันทีที่ ‘เมเปิ้ล’ พยาบาลผู้ช่วยตลบผ้าคลุมผืนบางขึ้น
วินาทีนั้น ดวงตาคมปลาบหลังกรอบแว่นแอบสะดุดไปเล็กน้อย ภวินทร์ลอบชื่นชมในใจลึก ๆ อย่างเป็นระบบระเบียบในฐานะแพทย์ว่า คนไข้รายนี้ดูแลรักษาความสะอาดซ่อนเร้นของตัวเองได้ดียอดเยี่ยมไร้ที่ติ
ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ปะทะเข้ากับผิวเนื้ออ่อนทำเอาข้าวปั้นขนลุกซู่ เธอขยำผ้าปูเตียงแน่นจนเอ็นหลังมือขึงตึง หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะระเบิดทะลุอก และแล้วเธอก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของเจล ตามด้วยแรงกดจากปลายนิ้วแข็งแรงของคุณหมอที่สอดแทรกเข้ามา
“อ๊ะ! ...”
เสียงหวานเผลอครางเครือหลุดรอดจากลำคอ หญิงสาวรีบตะครุบปากตัวเองทันควัน หน้าแดงแปร๊ดจนแทบไหม้ แน่นอนว่าด้วยความเป็นมืออาชีพและจรรยาบรรณ ภวินทร์ใช้นิ้วตรวจคลำอย่างรวดเร็วและหลีกเลี่ยงจุดกระสันอย่างสิ้นเชิง เขาใช้เวลาไม่นานก็ถอนมือออก พร้อมกับเอ่ยรายงานผลด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการตามสไตล์อาจารย์แพทย์
“อวัยวะภายในปกติดีครับ ดูแลตัวเองได้ดีมาก”
หมอหนุ่มถอดถุงมือยางคู่เดิมทิ้งลงถังขยะติดเชื้ออย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะสวมคู่ใหม่เพื่อเตรียมตรวจขั้นตอนต่อไป “คุณเมเปิ้ล ขอเซ็ตเครื่องมือตรวจSpeculumขนาดเล็กที่สุดครับ”
แต่ทว่า... ปัญหามันอยู่ตรงนี้
ในขณะที่คุณหมอกำลังเป็นงานเป็นการ ข้าวปุ้น ยัยนักเขียนสายมโนกลับเตลิดเปิดเปิงไปไกลแสนไกล ในหัวของข้าวปั้นตอนนี้มีแต่ภาพใบหน้าหล่อเหลา คมคาย และสายตาดุดันของคุณหมอภวินทร์ซ้อนทับกับภาพพระเอกนิยาย SM จอมบงการที่เธอกำลังแต่ง ความคิดอกุศลแล่นพล่านจนส่งผลต่อปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย... ร่างกายเจ้ากรรมดันซื่อสัตย์เกินไปจนผลิตน้ำหวานหล่อลื่นหลั่งชโลมออกมาจนเยิ้มฉ่ำ
ภวินทร์ชะงักมือที่กำลังจะทาเจลลงบนเครื่องมือปากเป็ด ดวงตาคมปลาบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นสิ่งคัดหลั่งส่วนเกินที่หลั่งออกมาปริมาณมากอย่างผิดปกติ จนบดบังทัศนียภาพปากมดลูกไปหมด
อาจารย์หมอถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าราบเรียบ ดึงสติคนไข้สาวที่ยังคงหลับตาพริ้ม
“คุณเพรียงพริมต์ครับ... เลิกหลับตา แล้วช่วยหยุดจินตนาการเรื่องในหัวก่อนครับ”
“คะ...คะ? อะไรนะคะคุณหมอ” ข้าวปั้นลืมตาโพลง เลิกลั่กทำตัวไม่ถูก
“สารคัดหลั่งของคุณมันหลั่งออกมามากเกินไปจนบดบังหน้าปากมดลูกครับ ถ้าลื่นขนาดนี้ ผมจะป้ายเซลล์ไปตรวจมะเร็งปากมดลูกไม่ได้ เพราะผลแล็บจะคลาดเคลื่อน”
หมอภวินทร์อธิบายด้วยศัพท์วิชาการแพทย์หน้านิ่ง แต่ทำเอานางเอกอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
“คุณเมเปิ้ล... ขอสำลีพันปลายไม้แห้ง (Dry swab) ให้ผมหน่อยครับ ผมต้องซับของเหลวส่วนเกินออกก่อนถึงจะตรวจต่อได้”
คุณหมอหนุ่มหันมาสบตากับคนไข้สาวที่ตอนนี้หน้าแดงลามไปจนถึงใบหู “หายใจเข้าลึก ๆ ครับ ทำใจให้สบาย... อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินความจำเป็นครับ”
พูดหน้านิ่ง ๆ อธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ แต่ประโยคสุดท้ายที่บอกว่า ‘อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินความจำเป็น’ คือการตอกย้ำว่า หมอรู้ทันนะว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“จะไม่ให้คิดได้ยังไงเล่า...” เธอพึมพำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงยุง ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา
ทว่าในห้องตรวจที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ มีหรือที่เสียงพึมพำนั้นจะรอดพ้นหูของอาจารย์แพทย์หนุ่มไปได้
ภวินทร์ชะงักมือที่กำลังถือสำลีพันปลายไม้แห้ง เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อยพลางเงยหน้าขึ้นมองคนไข้สาวแฝงแววดุเบื้องหลังกรอบแว่นตา
“คนไข้ว่าไงนะครับ?”
สองสัปดาห์ต่อมา...บรรยากาศในห้องตรวจแผนกสูตินรีเวชยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันคุ้นชิน สองสัปดาห์ที่ผ่านไป เวลาของอาจารย์หมอภวินทร์เดินช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ในหัวของเขาแทบไม่ได้จดจ่ออยู่แค่งานวิจัยหรือชาร์ตคนไข้เหมือนทุกที แต่กลับมีใบหน้าหวาน ๆ ของยัยนักเขียนสายโก๊ะแวะเวียนเข้ามาวนเวียนอยู่ตลอดและแล้ว... วันนัดติดตามอาการก็มาถึง“เชิญคุณเพรียงพริมต์ งามขวัญ ค่ะ”ประตูกระจกห้องตรวจเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของข้าวปุ้นในชุดเดรสสีหวาน แม้สีหน้าของเธอจะดูผ่อนคลายขึ้นกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่สวยกลับยังมีรอยหมองคล้ำของการอดนอนแฝงอยู่จาง ๆ“สวัสดีค่ะคุณหมอ” ข้าวปุ้นส่งยิ้มบาง ๆ พลางหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานของเขา“สวัสดีครับคุณข้าวปุ้น...” ภวินทร์เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มประวัติ ดวงตาสีดำอมเทาเบื้องหลังกรอบแว่นกวาดสายตามองคนตรงหน้าอย่างละเอียด“สองสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นยังไงบ้างครับ? เรื่องอาการเจ็บและสภาพจิตใจ”“เรื่องไมเกรนดีขึ้นมากเลยค่ะคุณหมอ พอเปลี่ยนยาแล้วไม่ค่อยง่วงซึมแล้ว... แต่ว่าเรื่องอารมณ์...”ข้าวปุ้นหลุบสายตาลงต่ำ นิ้วเรียวเกร็งเรียวประสานกันบนตักอย่างอึดอั
ภวินทร์เอ่ยเรียบ ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเคร่งขรึมตามนิสัย ทว่าหากใครที่รู้จักอาจารย์หมอภวินทร์ดีจะรู้ดีว่า ประโยคสั้น ๆ นี้คือคำชมเชยขั้นสุดที่เขาไม่ได้เอ่ยปากชมใครพร่ำเพรื่อ“เดี๋ยวลงมาเปลี่ยนชุด แล้วออกไปนั่งรอที่โต๊ะด้านนอกได้เลยนะครับ หมอขอไปล้างมือและจดชาร์ตแป๊บหนึ่ง”เขาหันไปพยักหน้าให้เมเปิ้ล พยาบาลสาวรีบก้าวเข้ามาช่วยประคองข้าวปุ้นให้ลุกลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง ส่วนภวินทร์เดินตรงไปที่อ่างล้างมืออีกครั้ง เขาถูสบู่เหลวและฟอกล้างมืออย่างพิถีพิถัน กลิ่นสบู่สะอาดผสมคอตตอนลอยฟุ้งขึ้นมาอบอวลอีกหนดวงตาสีดำอมเทาเบื้องหลังกรอบแว่นจ้องมองสายน้ำที่ไหลผ่านฝ่ามือ ขณะที่สมองระดับอาจารย์แพทย์กำลังประมวลผลข้อมูลที่เพิ่งได้รับจากการตรวจทางกายภาพของหญิงสาวเมื่อครู่...‘ช่องคลอดสะอาดมาก ไม่มีกลิ่น ไม่มีการอักเสบ ถือว่าดูแลตัวเองดีเยี่ยม... แต่ปัญหาคือผนังช่องคลอดที่บางและขาดความชุ่มชื้น ซึ่งตามกลไกแล้วมันคือภาวะที่มักจะเกิดในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ไม่ใช่ผู้หญิงอายุสามสิบสอง...’หลังจากเช็ดมือจนแห้งสนิท ภวินทร์เดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงาน หยิบปากกาด้ามโปรดขึ้นมาบันทึกรายละเอียดลงใน
ภวินทร์ดึงกระดาษสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการออกมาจากแฟ้มประวัติ ปากกาในมือตวัดเขียนรายการตรวจเลือดด้วยลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยผิดวิสัยหมอทั่วไป“สำหรับอาการของคุณข้าวปุ้น เราจำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อเช็กระดับฮอร์โมนอย่างละเอียดครับ ทั้งเอสโตรเจน เทสโทสเตอโรน โพรแลคติน และไทรอยด์ เพื่อดูว่ามีความผิดปกติทางสรีรวิทยา (กลไกการทำงานของร่างกาย) ร่วมด้วยไหม”เขาวางปากกาลงแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรง ๆ เพื่อสังเกตปฏิกิริยา ซึ่งคนตัวเล็กดูจะมึนงงกับศัพท์แสงทางการแพทย์ของเขาอยู่ไม่น้อย“นอกจากนี้ หมออยากจะขอตรวจภายในด้วยครับ... ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นอารมณ์นะ แต่ตรวจเพื่อหาความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น ร่องรอยแผล อาการอักเสบ หรือภาวะช่องคลอดแห้ง ซึ่งมักจะเป็นผลพวงมาจากฮอร์โมนที่แปรปรวน และนั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณรู้สึกเจ็บเวลาพยายามมีเพศสัมพันธ์ จนกลายเป็นภาพจำในแง่ร้ายกระตุ้นให้สมองสั่งการให้ต่อต้านซ้ำ ๆ”อาจารย์หมอเว้นจังหวะครู่หนึ่งให้เธอได้ย่อยข้อมูล “ถ้าผลตรวจทางร่างกายปกติดีทั้งหมด เราถึงจะส่งตัวคุณไปปรึกษากับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา เพื่อประเมินเรื่องความเครียดและบาดแผลทางใจ (Trauma) จ
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง “ร่างกายของคนเราไม่ใช่เครื่องจักรที่แค่กดปุ่มแล้วจะทำงานได้ดั่งใจเสมอไป มันมีปัจจัยแวดล้อมมากมายมาเกี่ยวข้อง ทั้งระดับฮอร์โมน ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่งยาบางตัวที่ทานเข้าไป”ภวินทร์จงใจเน้นประโยคสุดท้ายเพื่อย้ำเตือนให้เธอรู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยสักนิด ก่อนจะเริ่มซักประวัติเพิ่มเติมตามกระบวนการตรวจวินิจฉัย“ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณข้าวปุ้นมีความเครียดสะสม หรือนอนน้อยกว่าปกติไหมครับ? แล้วมีพวกยาที่ต้องทานเป็นประจำหรือเปล่า ยาคุมกำเนิด ยานอนหลับ หรือยาแก้แพ้... ลองนึกดูดี ๆ ครับ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มีความหมายหมด”ข้าวปุ้นขมวดคิ้วทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะค่อย ๆ เรียบเรียงคำพูดออกมารายงานคุณหมอ“อืม... พักผ่อนน้อยมากค่ะเพราะต้องปั่นงานเขียนจนดึก บางวันก็ลากยาวโต้รุ่ง ยาคุมไม่ได้ทานค่ะเพราะใช้วิธีป้องกันตลอด มีเครียดบ้างเวลาพล็อตตันแล้วปั่นงานส่งไม่ทัน มียาประจำ... เอ๊ะ อ๋อ! มียาไมเกรนค่ะ พอดีฉันเป็นไมเกรนบ่อย ๆ เลยต้องกินเวลามีอาการ”“ยาไมเกรน... ตัวไหนครับ? พอจะจำชื่อยาหรือลักษณะเม็ดยาได้ไหม”“อ้อ! ฉันหยิบติดกระเป๋