Partager

บทที่ 4

last update Date de publication: 2025-10-04 14:16:14

"ไอมิว มึงขอพระแม่ขนาดนั้นเลยเหรอ!?" โอโซนที่นั่งหลังพวงมาลัยเผลอร้องออกมาเสียงหลง เมื่อได้ฟังเพื่อนสาวเล่าในที่สิ่งที่เพิ่งจะขอพรไปไม่กี่นาทีที่ผ่านมา โดยสเปกที่เพื่อนขอนั้นบนโลกนี้น่าจะมีคนเข้าข่ายอยู่ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำ แล้วในสิบเปอร์เซ็นต์ก็มีเมียกันห้าเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว

"ก็มึงบอกเองว่าให้บอกให้ละเอียด กูผิดตรงไหน" ที่เธอชอบก็ต้องคนประมาณนั้น ถ้าดวงคนจะได้ อย่างไรเสียเธอก็คิดว่าห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออยู่ยังไงก็ต้องได้มาสักคน

และแน่นอนว่าหากบุญหล่นทับส่งคนตรงทุกอย่างที่อยากได้จริง ๆ เธอจะปักใจหลงรักเขาหัวปักหัวปำไปเลย

"กูก็ไม่คิดว่าสเปกมึงจะสูงขนาดนั้น ตาย ๆ ชาตินี้จะมีผัวไหมเนี่ย" มิวสิคยักไหล่ไม่ยี่หระ เธอไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ถ้ามีตามนั้นจริง ๆ ก็ดี แต่ถ้าไม่ก็คงต้องหาวิธีใหม่สู้กับคนเป็นแม่ต่อไป ยังไงเธอก็ไม่ยอมหมั้นกับตาแก่ที่ไหนก็ตามที่คนเป็นแม่หามาให้หรอก

"ยัยโซนขับอะไรของแกเนี่ย!!" อยู่ ๆ รถบีเอ็มคันหรูก็เซไปมาจนซินดี้และมิวสิคพากันหาที่เกาะ คนที่นั่งหลังพวงมาลัยอย่างโอโซนก็ค่อย ๆ ชะลอรถช้า ๆ เพราะสาเหตุนั้นไม่ได้มาจากการขับรถที่ไม่ดี แต่เหมือนจะเป็นเพราะปัจจัยอื่นจากภายนอกที่ทำให้รถเหมือนจะเสียการทรงตัวและไม่สามารถควบคุมทิศทาง จนสุดท้ายรถก็หยุดนิ่งด้วยโอโซนที่เหยียบเบรกแล้วจอดข้างทาง

โอโซนตีไฟฉุกเฉิกแล้วทั้งสามก็ไม่รอช้ารีบลงจากรถแล้ววนดูความผิดปกติทั้งสี่ด้านรอบตัวรถ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่ล้อหลังข้างซ้ายที่เหลือลมอ่อนหรือเรียกว่าไม่มีลมแบนสนิทไปกับถนนเลยก็ว่าได้

"OMG ลูกชายแม่!!" โอโซนถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นลูกชายที่รักมากเกิดอาการป่วยขึ้นมากระทันหัน ทั้งที่ดูแลรักษาประคบประหงมมาเป็นอย่างดีแต่สุดท้ายก็มายางรั่วเอาข้างทางหลังพ้นทางลัดแล้วเจอถนนใหญ่มาไม่กี่นาที

"กูว่าเพราะเส้นทางลัดของมึงแน่ ๆ" มิวสิคว่าแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะพวกเธอเลือกเส้นทางที่รู้สึกใกล้กว่าและรถติดน้อยกว่า แน่นอนว่าไม่ใช่ทางสายหลักที่หลายคนใช้จนบางทีก็อาจจะมีของแหลมคมพอที่จะทำให้รถยางแบนจากเส้นทางนั้น

"เอาเถอะ ก็ยังดีที่พ้นถนนเปลี่ยวเส้นนั้นมาแล้ว" อย่างน้อยตรงนี้ก็ยังมีรถผ่านไปผ่านมาไม่ได้น่ากลัวเหมือนถนนเส้นนั้น แต่ต่อไปก็ต้องคิดว่าจะเอายังไงต่อ เพราะไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งมีแต่สาว ๆ ที่เก่งแค่ขับรถอย่างเดียวก็ยิ่งรู้สึกเคว้งขึ้นมายังไงไม่รู้

"เอายังไงดีวะ" ซินดี้ถามเพื่อนอีกสองคนที่แววตาว่างเปล่าไม่ต่างกัน

"กูลองโทรหาไอพี่กันย์ดู แต่ถ้าพวกมึงมีใครที่ดีกว่านี้ กูแนะนำว่าโทรไปเลยไม่ต้องรอ" เพราะอย่างไรแล้วคนอื่นน่าจะดีกว่าพี่รหัสของเธออยู่แล้ว

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด…

นั้นไงที่คิดไว้ไม่มีผิดเลยสักนิด ตอนจะขอความช่วยเหลือบ้างก็ติดต่อไม่เคยจะได้ มิวสิคจึงเลิกโทรแล้วเดินกลับมาหาเพื่อนอีกสองคนที่ยืนรอ

"ไม่รับสาย"

"พี่เซนต์ไปดูงานต่างจังหวัดว่ะ" เซนต์คือพี่ชายแท้ ๆ ของซินดี้ แน่นอนว่าเป็นที่พึ่งสุดท้ายของพวกเธอด้วย นอกจากพวกเขาเหล่านี้แล้วพวกเธอก็ไม่รู้จักผู้ชายที่พอจะไว้ใจและพึ่งพาได้แล้ว

หลังจากที่กำลังมองหน้ากันเพื่อพยายามจะปรึกษาหาทางออก อยู่ ๆ ก็มีรถเฟอร์รารี่สีดำเงาชะลอความเร็วแล้วตีไฟเลี้ยวจอดข้างทางก่อนหน้ารถของโอโซนไกลออกไป แต่เพียงเท่านั้นเขายังไม่ดับรถ รถคันหรูใส่เกียร์ถอยหลังแล้วถอยกลับมาจอดใกล้ ๆ ทำให้พวกเธอสามคนพยายามเพ่งมองคนมาใหม่ ก่อนที่เขาจะดับรถแล้วเปิดประตูรถลงมาแต่ยังไม่หันกลับมา

"ใครวะ?" ทั้งสามต่างพากันขมวดคิ้วจ้องมองเจ้าของแผ่นหลังที่สวมชุดปฏิบัติการหรือเสื้อช็อป ซึ่งคือช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์มหา'ลัยเดียวกันกับพวกเธอ

"เชี่ย…" ขณะที่เจ้าของแผ่นหลังนั้นหมุนตัวกลับมาทั้งโอโซนและซินดี้ก็อุทานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เว้นแต่มิวสิคที่ยืนจ้องนิ่ง ๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าของรถหรูคันนั้นคือคนคนเดียวกันกับคนที่เดินชนจนเธอตัวปลิวที่ผับเมื่อคืน

"กูว่าพระแม่ทำงานแล้ว~" โอโซนกระซิบกระซาบเอ่ยกับซินดี้เสียงเบา เพื่อไม่ให้มิวสิคได้ยินแล้วหันมาแวดใส่ เนื่องจากรู้ดีว่าตอนนี้เพื่อนกำลังอารมณ์ขึ้นต่อจากเหตุการณ์เดิมที่เคยเกิดขึ้น

"ไอหน้าหล่อที่เดินชนฉันเมื่อคืน นายมาทำไม!?"

"ฮะ ฮ้ะ!?" เพื่อนสนิททั้งสองพากันเบิกตากว้าง ถ้าเธอได้ยินไม่ผิดเพื่อนที่กำลังเหวี่ยงใส่คนที่ทำกับเธอไว้กำลังใช้สรรพนามที่ใช้เรียกเขามันรู้สึกแปลก ๆ ชอบกล เหมือนจะเอาเรื่องแต่ก็ชมเขาไปในตัว

"ตกใจอะไร ก็หล่อจริงแต่นิสัยแย่!" มิวสิคไม่วายที่จะหันมาอธิบายกับเพื่อนสาวที่ยืนงง เขาหล่อจริงอันนี้ไม่อยากเถียง แต่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เขาทำไว้จึงหันหน้าไปเอาเรื่องเหมือนเดิม

"เธอพูดกับคนที่ตั้งใจจะมาช่วยแบบนี้เหรอ?" ชายหนุ่มในเสื้อช็อปกระตุกยิ้มแล้วเลิกคิ้วเรียงยาวขึ้นสูง ถูกใจสรรพนามที่เธอใช้ไม่น้อยเลย

"ช่วยเหรอ ใครขอให้นายช่วย เรื่องเมื่อคืนนายยังไม่ขอโทษฉันเลยนะ!"

"ฉันอธิบายทีละข้อนะ หนึ่งคือเมื่อคืนเธอเป็นคนลุกขึ้นมาชนฉันเอง สองคือไม่มีใครขอให้มาช่วยแต่แค่เห็นเพื่อนร่วมทางกำลังลำบากเลยอยากจะช่วย"

"มันจริงอย่างที่เขาว่านะมึง เมื่อคืนมึงก็ลุกไปชนเขาจริง ๆ" โอโซนดึงแขนเพื่อนรักเพื่อให้เธอตั้งสติ ความจริงเธอก็เห็นเต็มตาว่าเขาเดินมาของเขาดี ๆ มีแต่เพื่อนของเธอที่อยู่ ๆ ก็ลุกพรวดพราดไม่มองทางแล้วดันไปชนเขาล้มตึงไปเอง

"ยัยโซนมึงเข้าข้างเขามากกว่ากูเหรอ" มิวสิคจ้องเพื่อนตาเขียวปั๊ด ทว่ามันไม่จบแค่นั้นเมื่อซินดี้เองก็เอากับเขาด้วย

"ฉันเป็นพยานได้นะแก แกน่ะผิด แล้วยังโวยวายใส่เขาอีก"

"ยัยซิน!!" มิวสิคกระฟัดกระเฟียดใส่เพื่อนทั้งสอง อาจจะเป็นเรื่องจริงแต่มันก็ไม่ใช่เวลาที่เพื่อนจะต้องพูดต่อหน้าเขา

"เอาเถอะ...ในเมื่ออยากให้ขอโทษก็จะขอโทษให้" คนโวยวายหันมากอดอกสบตากับคนพูด

"ขอโทษครับ…พอใจหรือยัง?" สุดท้ายคนที่พาลใส่เขาไปทั่วก็ยอมสงบแล้วพยักหน้าให้ เธอแค่ต้องการแค่นั้น และเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการมันก็จบแล้วหยุดโวยวายอีก

"หึ..." โจเซฟหัวเราะในลำคอเบา ๆ จะกี่ครั้งเธอก็ยังดื้อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ยังคงพยศเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่เจอ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะปราบเธอภายในหนึ่งเดือนไม่ได้

"แล้วตกลงรถเป็นอะไรครับ?"

"อ๋อ น่าจะยางรั่วค่ะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน" คนที่ตอบคือโอโซน แม้จะโดนถลึงตาจากมิวสิคไม่ยอมให้รับการช่วยเหลือ แต่เวลานี้เธอต้องขัดใจเพื่อนเพราะมันอาจจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่จะช่วยพวกเธอไว้ก็ได้

"พี่ขอดูหน่อย"

"ทางนี้ค่ะ" มิวสิคที่กำลังจะเดินไปขัดถูกซินดี้ล็อกแขนเอาไว้ให้ยืนนิ่ง ๆ

"อะไรของมึงเนี่ย ไว้ใจเขาเหรอถึงยอมให้ช่วย" ร่างสวยจึงหันไปแวดใส่เพื่อนที่กันท่าไม่ให้เธอเข้าใกล้เขา

"แล้วมึงมีทางที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ พี่เขาก็ดูเป็นคนดีออก มึงนั้นแหละอคติ"

"สร้างภาพน่ะสิ หน้าแบบนี้เหรอคนดี ปล่อยเลยนะ" ในที่สุดเธอก็สะบัดแขนหลุดจากปราการของซินดี้ แล้วปรี่ตรงไปหาโอโซนและผู้ชายที่ไม่เชื่อใจที่กำลังพากันไปดูล้อหลังรถที่ยางแบน

"นายกลับไปได้ละ พวกเราไม่ได้อยากให้นายช่วย" มือบางกระชากแขนเขาออกมาให้ห่างจากเพื่อนสนิทอีกคน แล้วกล่าวเสียงเรียบไม่ต้องการรับความช่วยเหลือทุกอย่างที่มาจากเขา แม้เรื่องที่เกิดจะจบไปแล้วแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะเชื่อใจเขาขึ้นมา

"แล้วแต่แล้วกัน ป่านนี้อู่ซ่อมรถก็คงพากันปิดหมดแล้ว ถ้าอยากทิ้งรถหรูไว้ข้างทางแบบนี้ก็...ตามใจ"

"ไม่ได้นะมึง กูไม่ยอมปล่อยลูกชายกูไว้ตรงนี้แน่" โอโซนเถียงขึ้นมาทันควัน นี่มันลูกชายลูกรักอันดับหนึ่งของเขาเลยนะ จะปล่อยทิ้งไว้ข้างทางแล้วตัวเองก็กลับบ้านไปนอนสบายใจได้ยังไงกัน

"มึงให้พี่เขาช่วยเถอะ พี่เขามีเพื่อนเปิดอู่อยู่ เขาให้คนมาลากรถกูได้" โอโซนกระพริบตาบอกเพื่อนปริบ ๆ เพื่อรถของเธอแล้วยังไงก็ต้องทำทุกอย่างให้ลูกชายอยู่รอดปลอดภัย

"..." มิวสิคยืนเงียบไปชั่วขณะ ปรายสายตามองคนที่ยืนนิ่ง ๆ และไร้อารมณ์

จนกระทั่ง...

"เออ ๆ ก็ได้ ตามเพื่อนนายมาสิ" ท้ายที่สุดโอโซนก็ผุดยิ้มกว้างขึ้นมาทันใด โจเซฟจึงหมุนตัวเดินออกไปแล้วยกโทรศัพท์ต่อสายหาเพื่อนสนิทในทันที

"พี่โทรหาเพื่อนแล้วนะ สักพักคงมาถึงแล้ว อู่มันอยู่แถวนี้ ๆ" ชายหนุ่มพูดจบก็ปรายมองคนที่ยืนกอดอกแล้วหันไปไม่ยอมมองหน้าค่าตา แต่ก็ต้องผละออกมาก่อนเมื่อมีคำถามขึ้นมาจากเพื่อนของเธอที่เป็นเจ้าของรถ

"ขอบคุณนะคะ ว่าแต่พี่ชื่ออะไรเหรอ?"

"โจเซฟครับ เรียกพี่เซฟก็ได้"

"โอโซนนะคะ ส่วนนี่ก็ซินดี้ ส่วนยัยขี้เหวี่ยงนั้น…"

"มิวสิค" เจ้าของชื่อหันขวับมองผู้ชายที่พูดชื่อเธออกมาก่อนจะทำการแนะนำ ทำเอาโอโซนและซินดี้ต่างมองหน้ากัน เช่นเดียวกับมิวสิคที่เดินมาถึงเขาแล้วทำหน้าสงสัยเหมือนกัน

"รู้จักชื่อฉันได้ยังไง?"

"ไอเซฟ!" ยังไม่ทันจะได้ตอบคำถาม โจเซฟก็ต้องหมุนตัวกลับไปมองก่อนจะเห็นเปเปอร์เพื่อนสนิทเจ้าของอู่ที่โทรตาม และตามมาถึงโลเคชั่นที่เพิ่งส่งไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 72

    "เจเดนเจไดพ่อบอกให้หยุด!" เสียงที่ดังจากนอกบ้านทำให้ฉันรีบสับเท้าเดินออกไปดูอย่างไว แน่นอนว่าเสียงนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากสามีของฉันที่บอกก่อนหน้าว่าจะออกไปหากิจกรรมทำกับลูกชายฝาแฝดวัยสิบห้าขวบนอกบ้าน แต่เสียงเข้มดุปานนั้นฉันคิดว่าคงจะเกิดเรื่องสักอย่างขึ้นระหว่างสามคนแน่นอน"เกิดอะไรขึ้นคะ?" ฉันมอ

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 71

    "ทำไมไม่ท้องว่ะ" คนนั่งหน้ากลุ้มทิ้งตัวลงบนโซฟากลางห้องวีไอพีของผับดัง เขากุมขมับพร้อมหลับตาลงด้วยความปลง ทั้งที่พยายามปั๊มลูกก่อนแต่งงานเสียด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ก็ผ่านประตูวิวาห์ไปตั้งสามเดือน เขาก็ไม่เห็นว่ามิวสิคจะมีทีท่าท้องกับเขาบ้างเลย"มึงไปตรวจหน่อยไหมไอเซฟ น้ำยามึงคงไม่ดีจริง" เปเปอร์ว่าแล้วก็อ

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 70

    และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ฉันยืนกอดรูปของพ่อในวันสำคัญอีกหนึ่งวันในชีวิต เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันสามคนพ่อแม่ลูกโดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ฉันอยู่ในชุดรับปริญญาอย่างที่พ่อหวัง ส่วนแม่ก็มองมาที่ฉันอย่างภาคภูมิใจและหวังว่าพ่อฉันที่อยู่บนฟ้าก็คงจะมองลงมาที่ฉันด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกันท

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 69

    งานหมั้นที่แสนชื่นมื่นผ่านไปด้วยดีและเต็มไปด้วยความอบอุ่นทั้งจากครอบครัวของฉันและครอบครัวพี่เซฟ ฉันได้กลายเป็นอนาคตสะใภ้คนรองของเจอาร์กรุ๊ปเต็มรูปแบบและวันนี้ก็ผ่านไปสามวันหลังงานหมั้นแล้ว สิ่งต่อไปที่เกิดขึ้นคือฉันถูกเขาลากมาเที่ยวฮันนีมูนต่างประเทศด้วยกัน พวกเธอว่ามันแปลก ๆ ไหมฉันก็งงเหมือนกันว่าแ

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 68

    งานหมั้น J & Mบรรยากาศของงานหมั้นเริ่มขึ้นที่บ้านของมิวสิค โดยออแกไนซ์อย่างเมย์ได้เนรมิตรให้บ้านหลังใหญ่กลายเป็นสถานที่จัดพิธีงานหมั้นสไตล์ไทยทว่าผสมความเป็นตะวันออกทั้งของฝ่ายชายและหญิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยแขกคนสนิทที่ถูกเชิญร่วมงานก็เริ่มทยอยมาถึงกันบางส่วน หน้าที่รับแขกดูแลเบื้องต้นถูกยกให้ซินด

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 67

    "เมย์พี่ว่าเรารีบไปกันดีกว่า อยู่ตรงนี้นาน ๆ พี่กลัวว่าอาจจะโดนอีกสักหมัด" แน่นอนว่าคนที่ว่าไม่ได้มีทีท่าที่เกรงกลัวเลยสักนิด แต่เขายังเป็นคนที่กวนตีนไม่เลิกทำเอาโจเซฟกัดฟันกรอด ถ้าไม่ใช่ว่ามิวสิคและเมย์ยืนอยู่ตรงนี้ เขาอาจจะพุ่งไปเหวี่ยงหมัดฝากเป็นของที่ระลึกสำหรับความหวังดีจอมปลอมประทับบนใบหน้าอีก

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 14

    ห้างสรรพสินค้าเรามาถึงห้างไม่ไกลจากคอนโดหลังจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไปแล้ว และใช่…ฉันเองก็บ้าจี้อาบน้ำแต่งตัวลงมาตามนัดที่ไม่ทันจะได้รับปาก จนในเวลาต่อมารู้ตัวอีกทีก็มาเดินอยู่ข้าง ๆ คนชวนจนได้ และได้มารู้อีกว่าอีกคนต้องการอยากให้ไปช่วยเลือกของใช้เข้าคอนโด ด้วยเพราะตนนั้นเข้าอยู่มือเปล่าจริง ๆ ไม่มีข้าว

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 13

    ครืดดดดด ๆ"แป๊ปนึงนะลูก อ้าว...ทางนั้นโทรมาพอดี" บีน่ากดรับสายแล้วแนบโทรศัพท์ไว้ที่หูเตรียมพูดคุย เพียงแค่พูดฮาโหลไปเท่านั้นฝั่งนั้นก็เหมือนจะร่ายยาวตอบกลับมาจนเธอไม่ได้พูดอะไรต่อไป เจ้าของใบหน้าสวยวัยกลางคนเริ่มลดรอยยิ้มลงทีละน้อย แทนที่ด้วยความวูบไหวที่แสดงออกมาทางดวงตาแล้วก็วางสายไป..."สงสัยวั

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 12

    ก็อก ๆเจ้าของห้องเดินออกไปเปิดประตูห้องด้วยสภาพหัวฟูยุ่งเหยิงไปหมด สลัดคราบหนุ่มหน้าตาดีที่ใคร ๆ เขาเห็นมีเพียงแค่คนที่บ้านที่จะได้เห็นความเป็นจริงหรือภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นในวันหยุดเช่นนี้"มีอะไรแต่เช้าจี" ประตูถูกแง้มออกพร้อมเจ้าตัวที่ล้มลงนอนบนเตียงอีกครั้ง หลับตาลงโดยไม่สนใจน้องสาวที่เคาะประตูเร

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 11

    "มึงเห็นความดีของพี่เซฟก็เลยชอบเขาใช่ปะยัยมิว""ชอบอะไรของพวกมึง กูไม่ได้คิดอะไร" ฉันพูดจบก็เบือนหน้าหนี เก็บของให้เร็วที่สุดเพื่อจะหนีให้พ้นจากการสอบสวน"ไม่ได้ชอบแล้วมึงหน้าแดงทำไม มึงเขินใช่ไหม!?""จะแดกไหมข้าวอะ ถ้าจะแดกก็ตามมา" ฉันไม่ได้สนใจจะอยู่ตอบคำถาม แต่กลับรีบเดินออกจากห้องเรียนพร้อมทั้งก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status