공유

บทที่ 5

last update 게시일: 2025-10-04 14:16:27

"บังเอิญจังพี่เปอร์กับพี่เซฟดันเป็นเพื่อนกันซะงั้น" ซินดี้ฉายรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเธอ เมื่อตอนนี้ทุกคนมาถึงอู่ซ่อมสุดหรูของเปเปอร์แล้ว โดยโจเซฟเองก็ขับตามมาด้วย เป็นเหตุที่ทำให้มิวสิคยังยืนทำหน้าบูดหน้าบึ้งไม่พูดไม่จากับใครมาตลอดทางรวมไปถึงตอนนี้

"บังเอิญจริง" เปเปอร์หัวเราะเบา ๆ แล้วปรายมองเพื่อน เพียงแวบเดียวเขาก็หันมาคุยกับสาว ๆ เรื่องรถที่ต้องซ่อมกันต่อ

"ว่าแต่เรื่องรถยังไงอะพี่ สรุปคือรั่วใช่ไหม?"

"น่าจะต้องตรวจดูอีกที เรามาคุยรายละเอียดกับพี่ก่อนก็ได้"

"งั้นซินดี้มึงอยู่เป็นเพื่อนกูแล้วกัน"

"เอ้า…แล้วกูล่ะ" มิวสิคที่ยืนเงียบอยู่นานชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง มีเพื่อนอีกตั้งสองคนที่มาด้วยแต่โอโซนกลับระบุชื่อคนเดียวโดยไม่พูดถึงเธอเสียอย่างนั้น

"รถมึงจอดที่มหา'ลัยไม่ใช่เหรอ ไม่รีบไปเอาหรือไง" พูดถึงรถเธอเองก็นึกขึ้นได้ ดันจอดรถทิ้งไว้ที่มหา'ลัยตั้งแต่หลังเลิกเรียน เพราะถูกเพื่อนรีบลากไปมูเตลูพร้อมกัน ซึ่งเธอเองก็ทิ้งลูกชายเบนซ์ดำเงาวับคันโปรดไม่ได้เหมือนกัน ส่วนซินดี้ไม่มีรถตั้งแต่แรกจึงอยู่ต่อที่นี่ได้สบาย ๆ

"งั้นให้เพื่อนพี่ไปส่งดิ มึงว่างใช่ไหมไอเซฟ" เปเปอร์ออกความคิดเห็น พยักเพยิดถามเจ้าของชื่อเขาก็พยักหน้าแล้วเปล่งตอบกลับมา

"ว่าง"

"ขอบคุณนะคะ…แต่ไม่ต้อง ฉันเรียกรถเองได้" ทว่าคนรั้นก็คือคนรั้นอยู่วันยันค่ำ ปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขาทุกครั้งที่ถูกเสนอ ราวกับเกลียดกันมาแต่ชาติปางก่อนแม้แต่หน้าก็ไม่ค่อยอยากจะชายตามอง

"แถวอู่พี่เรียกรถยากด้วยสิ แถมข้างนอกลูกน้องพี่เต็มไปหมด ดึกมากแล้วด้วยกลับกับไอเซฟนั้นแหละ ปลอดภัยกว่า" มิวสิคยืนคิดแล้วกวาดตามองออกไปข้างนอกสำนักงานของอู่ซ่อมขนาดใหญ่ และใช่…มันเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ในชุดช่างถือไขควงอุปกรณ์ซ่อมรถเดินผ่านไปผ่านมาในหลายบริเวณ

"แต่ทุกคนก็เห็นหมดแล้วว่ามิวมากับเจ้าของอู่ ไม่มีใครกล้าทำอะไรมิวหรอก" มิวสิคกลืนน้ำลายไปพูดไป ความจริงเธอก็กลัว..แต่กลัวที่จะต้องไปกับเขาคนที่ไม่ไว้ใจมากกว่า

"งะ งั้นกูไปก่อนนะพวกมึง พรุ่งนี้เจอกัน" สิ้นเสียงหวานที่กล่าวลาเพื่อนโดยไม่คิดจะยอมฟังคำเตือนของเปเปอร์ เธอรีบเดินไปผลักประตูห้องสำนักงานแต่ไม่ทันจะได้แตะด้ามจับ ประตูก็ดันถูกดันเข้ามาโดยช่างซ่อมหรือลูกน้องของเปเปอร์ที่อยู่ด้านนอกเปิดประตูออกมาจนเธอชะงักแทบหมุนตัวกลับมายืนที่เดิมไม่ทัน

"รถที่ลากมามาถึงแล้วครับนาย" มิวสิคยืนแข็งทื่ออ้าปากตกใจกับช่างที่เหมือนเปเปอร์จะคัดจากหน้าตา ทุกคนดูโหดดุไร้รอยยิ้มและไม่เป็นมิตร ทันทีที่เปเปอร์พยักหน้าร่างของคนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเครื่องก็เดินออกไปและไม่วายที่จะส่งสายตาใส่เธอส่งท้าย

"กูว่ามึงให้พี่เซฟไปส่งเถอะ เชื่อกู" ซินดี้พยักหน้าใส่เพื่อนรัว ๆ เท่าที่เห็นเมื่อกี้แล้วสถานการณ์ด้านนอกท่าไม่ดีเลยสักนิด สำหรับเธอแล้วการไปกับโจเซฟปลอดภัยกว่าเป็นเท่าตัว

"นาย…ไปส่งฉันหน่อย" ท้ายสุดมิวสิคก็ต้องยอมขอความช่วยเหลือจากเขาเหมือนเดิม เพราะรักชีวิตตัวเองมากกว่าการมาห่วงศักดิ์ศรีที่ค้ำคอจึงยอมให้เขาไปส่ง ดีกว่าต้องผ่านหลายสายตาของช่างที่ไม่รู้ว่าเดินออกไปรอรถแล้วจะปลอดภัยตลอดรอดฝั่ง

"งั้นกูฝากด้วยแล้วกัน" โจเซฟกระตุกยิ้มแล้วส่ายหัวเล็กน้อย กว่าจะยอมได้ก็ใช้เวลานานพอสมควรเลยทีเดียว ร่างสูงจึงหันไปพูดกับเพื่อนที่ยกหน้าที่เรื่องรถให้จัดการต่อ ก่อนที่จะนำมิวสิคเปิดประตูเดินออกไปจากสำนักงานแล้วเปิดประตูรถรอร่างสวยที่เดินตามมา

ภายในรถมีแต่ความเงียบสงัดจนได้ยินเพียงแค่เสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่ง แทนที่จะเป็นคำพูดของคนสองคนที่นั่งสูดลมหายใจกันใกล้ ๆ มาแล้วหลายนาที

มิวสิคนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถ สังเกตทุกเส้นทางตลอดสายที่เขากำลังขับผ่าน แน่นอนว่าจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้วางใจและเชื่อใจในตัวเขามากเท่าไหร่ แต่เพียงเพราะตอนนั้นไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่าจึงจำเป็นต้องยื่นมือไปขอช่วยก็เท่านั้นเอง

"จะนอนก็ได้นะ พี่ไม่ทำอะไรเธอหรอก" คนเงียบอยู่นานอยู่ ๆ ก็โพล่งพูดขึ้น โดยสายตายังทอดมองถนนเส้นที่ยาวออกไป ในขณะที่คนข้าง ๆ นั้นปรายมามองเขาเพียงแวบเดียว

"ไม่ง่วง"

"ไม่ง่วงหรือไม่ไว้ใจ"

"ทั้งคู่"

"หึ" หลังจากเสียงหัวเราะในลำคอของโจเซฟทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบราวป่าช้าอีกครั้ง ก่อนที่มิวสิคจะนึกขึ้นได้ว่าคำถามที่ยังค้างคาอยู่ก่อนหน้ายังไม่ได้รับคำตอบเธอจึงถามขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ต้องการจะชวนคุย

"นายยังไม่ได้ตอบเลยว่าสรุปแล้วรู้ชื่อฉันได้ยังไง?"

"อยากรู้เหรอ?"

"ไม่อยากรู้มั้ง ที่ถามก็ต้องอยากรู้อยู่แล้วปะ" ประโยคหลังเธอพูดเบาราวกับกระซิบ ทว่าโจเซฟกลับได้ยินมันชัดเจนไม่วายที่จะส่ายหัวให้ความต่อล้อต่อเถียงที่มีเสมอต้นเสมอปลาย

"พี่"

"ฮ้ะ?" อะไรของเขา อยู่ ๆ ก็พูดคำว่า 'พี่' ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

"เรียกพี่ว่าพี่แล้วแทนตัวเองด้วยชื่อตัวเองเหมือนที่ทำกับคนอื่นก่อนดิ"

"งั้นก็ไม่อยากรู้ละ จะรู้จักชื่อฉันมาจากไหนก็แล้วแต่นายแล้วกัน" แล้วบทสนทนาก็จบลงแค่ตรงนั้น ในที่สุดรถเฟอร์รารี่ก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของคณะนิเทศศาสตร์ มิวสิคที่เห็นดังนั้นก็รีบเปิดประตู ก่อนที่จะก้าวขาลงจากรถแต่ก็ชะงักไว้ก่อน ถึงความน่าเคารพของเขาสำหรับเธอแล้วจะมีอยู่น้อยนิด แต่ร่างบางก็ยอมหันไปยกมือไหว้แล้วพูดว่า

"ขอบคุณค่ะ" ออกมาเบา ๆ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือถึงสองครา

ปึก!

ประตูรถหรูถูกปิดลงทันที โจเซฟกลับอมยิ้มออกมาโดยมือหนายังยกค้างรับไหว้แทบไม่ทัน ไม่น่าเชื่อเลยสักนิดว่าคนแบบเธอจะยอมยกมือไหว้ให้เขา ไม่เคยยักจะได้รับจากสาว ๆ ที่ไหนที่คุยด้วยเลยสักคน

เธอเริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ…

โจเซฟผิวปากเดินเข้าบ้านที่อาศัยกันอยู่กันสามคนพี่น้องด้วยความอารมณ์ดี ยังไม่ทันจะได้ก้าวไปไหนเท้าหนาก็ต้องหยุดเดินแล้วหมุนตัวเดินเข้าไปในครัว ก่อนจะฝังจมูกบนลุ่มผมดำของสาวน้อยที่กำลังอบขนมอยู่ในครัวแล้วปีนขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์เอื้อมไปหยิบคุกกี้ขึ้นมานั่งทาน

"อร่อยนะเนี่ย ทำเองเลยเหรอ" โจเซฟว่าจบก็หยิบอีกชิ้นขึ้นมาทานต่อเนื่อง โดยคนที่เขาเพิ่งจะหอมหัวไปก่อนหน้าคือจีเซลล์น้องสาวแท้ ๆ ที่คลานตามกันมาและรักมากกว่าอะไรดี

"ใช่ ว่าแต่เฮียไปอารมณ์ดีอะไรมา วันนี้ดูมีความสุขแปลก ๆ" น้องสาวหรี่ตาพยายามจับผิดพี่ชาย ทว่าคนตัวโตก็ยักไหล่โดดลงจากเคาน์เตอร์ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ไม่มีอะไรนะ ก็ปกติ"

"แต่หน้าเฮียไม่ได้บอกแบบนั้น"

"ไม่ต้องมาจับผิดเฮีย ไปอบขนมให้เสร็จนู้น" ร่างสูงกำลังจะเดินพ้นไปจากอณาเขตครัวแต่ไม่วายที่จะถูกน้องสาวดึงกลับมา เพราะยังคุยกันไม่จบ

"เดี๋ยวสิเฮีย เฮียน่ะไปไหนมา รู้ไหมว่าแม่มานั่งรอเฮียตั้งนาน เพิ่งจะกลับไปก่อนเฮียมาถึงไม่กี่นาทีเอง"

"แม่บอกว่ามาหาเฮียเหรอ?" สามพี่น้องอาศัยคนละบ้าน โดยพ่อและแม่จะอยู่บ้านใหญ่ที่เป็นคฤหาสน์ของเจอาร์กรุ๊ปที่เต็มไปด้วยบอดี้การ์ดของพ่อมากมาย ขณะที่พวกเขานั้นย้ายมาตามพี่ชายคนโตหรือเจโรมที่ย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย และแน่นอนว่าเขาเองก็ชอบความสงบจึงหนีตามพี่ชายมาอยู่ด้วยรวมไปถึงจีเซลที่ไม่เคยแยกจากกัน ทว่าตอนนี้เจ้าบ้านหรือพี่ชายคนโตนั้นได้หายไปตั้งแต่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน จึงเหลืออยู่แค่สองพี่น้องและพ่อแม่ที่คิดถึงบรรดาลูก ๆ ก็จะแวะเวียนมาหาเป็นบางเวลา

"ใช่ แม่บอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากคุยกับเฮีย โทรไปก็ปิดเครื่อง"

"แบตหมด ว่าแต่แม่บอกไหมว่าเรื่องอะไร?"

"ไม่ได้บอก แต่ก็ดูแม่ไม่ได้ซีเรียสมาก เฮียไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่าล่ะ" โจเซฟรีบส่ายหัวทันที แทบไม่เคยทำอะไรให้มารดาโกรธเลยด้วยซ้ำ

"ถ้างั้นก็คงไม่มีอะไรหรอก คงคิดถึงเฮียมั้ง"

"คงอย่างนั้น งั้นจานนี้เฮียขอนะ ไปอาบน้ำนอนละน้องรัก" มือหนาถือขนมคุกกี้ของน้องสาวที่อบมาเต็มจาน ก่อนจะไปก็ไม่วายที่จะหอมหัวน้องสาวอีกครั้ง แล้วรีบตรงขึ้นไปชั้นบนกลับเข้าห้องตัวเองอารมณ์ดีเกินหน้าเกินตาเหมือนเดิมแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ยอมรับความจริงก็ตาม

น้องสาวเขาคิดแบบนั้น

อาการคุ้น ๆ เหมือนเฮียโรมตอนเริ่มมีความรักไม่มีผิดเลย…

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 72

    "เจเดนเจไดพ่อบอกให้หยุด!" เสียงที่ดังจากนอกบ้านทำให้ฉันรีบสับเท้าเดินออกไปดูอย่างไว แน่นอนว่าเสียงนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากสามีของฉันที่บอกก่อนหน้าว่าจะออกไปหากิจกรรมทำกับลูกชายฝาแฝดวัยสิบห้าขวบนอกบ้าน แต่เสียงเข้มดุปานนั้นฉันคิดว่าคงจะเกิดเรื่องสักอย่างขึ้นระหว่างสามคนแน่นอน"เกิดอะไรขึ้นคะ?" ฉันมอ

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 71

    "ทำไมไม่ท้องว่ะ" คนนั่งหน้ากลุ้มทิ้งตัวลงบนโซฟากลางห้องวีไอพีของผับดัง เขากุมขมับพร้อมหลับตาลงด้วยความปลง ทั้งที่พยายามปั๊มลูกก่อนแต่งงานเสียด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ก็ผ่านประตูวิวาห์ไปตั้งสามเดือน เขาก็ไม่เห็นว่ามิวสิคจะมีทีท่าท้องกับเขาบ้างเลย"มึงไปตรวจหน่อยไหมไอเซฟ น้ำยามึงคงไม่ดีจริง" เปเปอร์ว่าแล้วก็อ

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 70

    และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ฉันยืนกอดรูปของพ่อในวันสำคัญอีกหนึ่งวันในชีวิต เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันสามคนพ่อแม่ลูกโดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ฉันอยู่ในชุดรับปริญญาอย่างที่พ่อหวัง ส่วนแม่ก็มองมาที่ฉันอย่างภาคภูมิใจและหวังว่าพ่อฉันที่อยู่บนฟ้าก็คงจะมองลงมาที่ฉันด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกันท

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 69

    งานหมั้นที่แสนชื่นมื่นผ่านไปด้วยดีและเต็มไปด้วยความอบอุ่นทั้งจากครอบครัวของฉันและครอบครัวพี่เซฟ ฉันได้กลายเป็นอนาคตสะใภ้คนรองของเจอาร์กรุ๊ปเต็มรูปแบบและวันนี้ก็ผ่านไปสามวันหลังงานหมั้นแล้ว สิ่งต่อไปที่เกิดขึ้นคือฉันถูกเขาลากมาเที่ยวฮันนีมูนต่างประเทศด้วยกัน พวกเธอว่ามันแปลก ๆ ไหมฉันก็งงเหมือนกันว่าแ

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 68

    งานหมั้น J & Mบรรยากาศของงานหมั้นเริ่มขึ้นที่บ้านของมิวสิค โดยออแกไนซ์อย่างเมย์ได้เนรมิตรให้บ้านหลังใหญ่กลายเป็นสถานที่จัดพิธีงานหมั้นสไตล์ไทยทว่าผสมความเป็นตะวันออกทั้งของฝ่ายชายและหญิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยแขกคนสนิทที่ถูกเชิญร่วมงานก็เริ่มทยอยมาถึงกันบางส่วน หน้าที่รับแขกดูแลเบื้องต้นถูกยกให้ซินด

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 67

    "เมย์พี่ว่าเรารีบไปกันดีกว่า อยู่ตรงนี้นาน ๆ พี่กลัวว่าอาจจะโดนอีกสักหมัด" แน่นอนว่าคนที่ว่าไม่ได้มีทีท่าที่เกรงกลัวเลยสักนิด แต่เขายังเป็นคนที่กวนตีนไม่เลิกทำเอาโจเซฟกัดฟันกรอด ถ้าไม่ใช่ว่ามิวสิคและเมย์ยืนอยู่ตรงนี้ เขาอาจจะพุ่งไปเหวี่ยงหมัดฝากเป็นของที่ระลึกสำหรับความหวังดีจอมปลอมประทับบนใบหน้าอีก

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 50

    "สมน้ำหน้า" นั่นคือสิ่งที่บีน่าตอบลูกชายจนหน้าชา เมื่อไล่ฟังเหตุการณ์ที่เล่ามาทั้งหมดเธอก็ยิ่งเข้าใจที่เห็นมิวสิคเดือดดาลรีบวิ่งหนีออกไปแบบนั้น"เป็นฉัน ฉันจะทำมากกว่านั้นอีก" ประโยคที่สองที่คนเป็นแม่ตอกย้ำ ไม่มีกำลังใจที่ส่งให้เลยสักนิดแถมยังถูกกดดันมาอีก เขาต้องทำยังไงก็ได้ให้มิวสิคหายโกรธ เพราะอย

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 49

    อาหารบนโต๊ะเริ่มทยอยมาส่งทีละอย่างจนครบ ระหว่างนั้นก็มีแต่แม่ ๆ ที่ชวนคุยกันตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน ในขณะที่ลูก ๆ ของทั้งสองนั้นกลับมีแต่ความเงียบโดยโจเซฟเอาแต่จ้องมองคนตัวเล็กหาจังหวะที่อยากจะคุยด้วยแต่มิวสิคก็ไม่ให้โอกาสนั้นกับเขาเลยเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มพยายามจะอ้าปากคุยด้วย เธอก็หันไปคุยกับแ

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 48

    "อะไรของแกอยู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจ" ในตอนที่ลูกชายอาบน้ำแต่งตัวฉีดน้ำหอมจนฟุ้งลงมาจากชั้นสอง บีน่าได้แต่มองเขาทั้งคิ้วขมวด ทั้งที่ก่อนหน้าปฏิเสธหัวชนฝาไม่ยอมไปด้วย ทว่าตอนนี้กลับเป็นคนละคนแถมยังดูกระตือรือร้นจนออกนอกหน้า"ผมทำเพื่อแม่ไงครับ" โจเซฟเอ่ยอย่างอารมณ์ดี หลายวันที่ผ่านมาก็คงเป็นวันนี้แหละที่เขาร

  • หลงกลรักวิศวะตัวร้าย   บทที่ 47

    เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น โจเซฟก็เดินออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพที่ดีกว่าเดิม แม้ฤทธิ์แอลกอฮอล์จะยังซึมอยู่ในตัวของเขา แต่ก็ได้น้องสาวที่ช่วยประคองออกมาจากห้องสภาพไม่ไหวติง"ไงมึง…" เสียงที่สองที่เขาได้ยินคือพี่ชายคนโตหรือเจโรมที่กำลังยืนกอดอกมองความหมดสภาพของน้องชาย"เฮียมารับช่วงต่อเลยนะ หนักชะมัด" ค

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status