Masuk‘ท่าแม่งได้ฉิบหาย !’
เสียงในหัวดังขึ้น ฮาร์ทจ้องมองใบหน้ารูปไข่สลับกับฝ่ามือน้อยของเธอที่กุมอยู่กลางเป้า มังกรหลับใหลนับพันปีกำลังถูกปลุกให้ตื่นโดยผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็น เพื่อนสนิท
“อึก !”
คนตัวโตเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก เขาพยายามควบคุมสติตัวเองให้ได้มากที่สุด แม้ว่าตอนนี้มันจะเผลอคิดไปไกลกับคนตรงหน้าแล้วก็ตาม
เสียงกลืนน้ำลายเมื่อครู่เรียกสติที่แตกกระเจิงของคนตัวเล็กกลับมา ด้วยความตกใจเธอเผลอลงแรงไปที่ฝ่ามือนั้นเต็มที่เพื่อดันตัวเองให้ลุกจากเขา ซึ่งนั่นส่งผลให้ความไม่แน่ใจของเธอถูกเฉลยว่าที่จับอยู่ไม่ใช่ต้นขาอย่างที่คิด
หัวใจดวงน้อยเต้น ‘ตึกตัก’ อยู่ภายใน พวงแก้มเนียนขึ้นซับสีแดงก่ำไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้ ท่าทางสุดสยิวแสนจะวาบหวามยิ่งทำให้ความอึดอัดเพิ่มมากขึ้น
“ขะ.. ขอโทษที”
ดรีมตั้งสติอีกครั้งค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมแขนของเพื่อนสนิททีละน้อย ฝ่ามือยังคงกางอยู่ท่าเดิมด้วยความประหม่า แล้วจึงหันกลับไปสนใจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เส้นจวนจะอืด
จังหวะนั้นสมองอันชาญฉลาดขาวโพลน เธอไม่กล้าจินตนาการไปไกลเกรงว่าภาพเมื่อครู่จะแทรกซึมเข้ามาในหัวอีกครั้ง ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารให้หมดโดยเร็ว แม้ว่าทุกคำต้องกล้ำกลืนฝืนทนกินก็ตาม
“แม่งยังกินลงอีกเหรอวะ !”
ทว่าคนที่โดนเธอรังแกจนภายในปั่นป่วนกลับไม่สามารถนั่งนิ่งอีกต่อไป อวัยวะใต้กางเกงวอร์มตัวหนานูนเด่นจนเห็นเป็นลำ ยังดีที่ว่าเธอหันหลังให้เขาเพราะไม่เช่นนั้นคงต้องอธิบายอีกยาว
ที่แข็งเพราะมือเพื่อน..
“กู.. ไปนอนแล้วนะ”
“อ๋ออืม ฝะ.. ฝันดี”
คนทั้งสองโต้ตอบกันด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก ก่อนที่ดรีมจะหันหลังพร้อมแบกกระเป๋าสัมภาระของตัวเองเข้าห้องนอนแขก
“ฮื่อ ! ฉิบหายแล้วดรีมเอ๊ย !”
เธอตีมือตัวเองแปะ ๆ หลายครั้งหมายจะลงโทษความผิดอันใหญ่หลวงของตน ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มลงอย่างใช้ความคิด
“ฮือ เต็มมือเลย”
ในความรู้สึกอึดอัดกลับมีความรู้สึกอยากกระหายบางอย่างเกิดขึ้น หญิงสาวยกฝ่ามือข้างที่ได้สัมผัสกับความโอฬารเมื่อครู่ทำท่าคาดเดาขนาดของมันคร่าว ๆ อีกครั้ง
“หรือจะเอาแบบที่ป้าแหวนแนะนำดีวะ”
เธอทิ้งกระเป๋าสัมภาระก่อนกระโดดขึ้นเตียงหนานุ่ม ‘หรือจะลองรุก’ ผุดขึ้นมาในหัวครั้งแล้วครั้งเล่าจนเธอนอนไม่หลับ
‘เน็ดเพื่อนผิดไหม’
กระทั่งเธอทนโต้เถียงกับความคิดตนเองไม่ไหวต้องหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แม้ว่าคำตอบจะเป็นไปทางที่น่าพอใจ แต่ความกล้าเพียงสักนิดของเธอกลับไม่มีเลย
เธอกลัวว่าความสัมพันธ์เพียงข้ามคืน จะลบคำว่า ‘เพื่อนสนิท’ นานนับสิบปีของเธอและเขาให้จบลง..
“ซี้ด !”
ให้หลังคนตัวเล็กเข้าห้องไป เจ้าของบ้านก็ทิ้งตัวลงกับโซฟาตัวใหญ่พร้อมกุมเป้าตุงที่กำลังผงาดทันทีด้วยใบหน้าที่เจ็บปวดราวกับว่าส่วนนั้นจะปริแตก
เมื่อรู้สึกว่าลูกชายเริ่มอ่อนตัวลงเขาก็รีบปรี่เข้าห้องนอนใหญ่ทันที ร่างกายกำยำตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่กลั่นออกมาจากความอดทนจนเกือบถึงขีดจำกัด
ฮาร์ทใช้ทุกวิถีทางที่จะลดความร้อนไฟราคะด้านในลง ไม่ว่าจะอาบน้ำ ดูหนัง หรือแม้แต่นั่งสมาธิก็ยังไม่เป็นผล เพราะเมื่อหลับตาภาพที่เธอกอบกุมลูกชายตนเต็มมือก็พลันโผล่ขึ้นอีกครั้ง จนส่วนนั้นไม่สามารถอ่อนตัวลงได้จริง ๆ สักที
“แม่งเอ๊ย ! ปวดฉิบหาย”
เขาต้องพาตัวเองไปทำกิจกรรมอะไรบางอย่างเพื่อไล่ความร้อนออกจากร่างกาย ไม่เช่นนั้นเกรงว่าต้องเอามันทั้งหมดไประบายใส่คนที่ปลุกมันตื่นเป็นแน่
“หนึ่ง สอง สาม..”
นักกีฬามหาวิทยาลัยใช้เวลาที่ร่างกายร้อนรุ่มให้เกิดประโยชน์ ฝ่ามือหนาดันพื้นยกตัวขึ้นลงครั้งแล้วครั้งเล่าหมายจะให้เอ็นลำเขื่องกลับเข้าสู่สภาวะเดิม
“สี่ร้อยเก้าสิบแปด สี่ร้อยเก้าสิบเก้า ห้าร้อย..”
ทว่าเวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงมังกรตัวเขื่องที่ตื่นขึ้นแล้วก็ไม่มีท่าทีว่าจะหลับลง ยังคงตั้งโด่สัมผัสกับพื้นทุกครั้งที่เขาโน้มตัวลง
หรือเขาควรจัดการขั้นเด็ดขาด..
“ไม่ได้ มันชอบไอ้แบท !”
เสียงในหัวของเขาถูกลบออกทั้งหมดพร้อมกันอวัยวะที่เคยแข็งโด่ก็พลอยอ่อนตัวลงเพราะประโยคเมื่อครู่ แรงปรารถนาทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิด
ถ้าตอนนั้นเป็นเขา คนที่เธอชอบจะยังคงเป็นคนอื่นอยู่หรือไม่..
ร่างกำยำหยัดกายลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าห้องน้ำอีกครั้ง ใช้หยาดน้ำเย็นฉ่ำล้างก้อนความหงุดหงิดออกจากหัวนานนับชั่วโมงจึงสงบลง
“คืนนี้ พี่ขอรักเราให้สมกับที่พี่รอคอยมาทั้งอาทิตย์นะ”สิ้นเสียงแหบพร่า เสื้อผ้าอาภรณ์ชิ้นน้อยใหญ่ถูกปลดเปลื้องทิ้งลงข้างเตียงอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นความงดงามตามธรรมชาติที่ซ่อนรูป ยอดถันสีชมพูระเรื่อชูชันสู้สายตา ท้าทายให้ลิ้มลอง ไพค์ไม่รอช้าก้มลงครอบครองความนุ่มหยุ่นนั้นด้วยริมฝีปากร้อนผ่าว“อ๊า~ พี่ไพค์... เสียวจังอื้มมม”แอนนาแอ่นอกรับสัมผัสวาบหวามเมื่อลิ้นสากร้อนตวัดเลียวนรอบปานนมไว ๆ สลับกับดูดดึงแรง ๆ จนแก้มตอบ เสียงจ๊วบจ๊าบจากการดูดกลืนดังลั่นห้องฟังดูน่าอายแต่กลับปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนได้อย่างดีเยี่ยมไพค์ขบกัดยอดอกแข็งขึงเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว สลับกับใช้มืออีกข้างบีบเคล้นเต้าอวบอิ่มจนเนื้อล้นออกตามง่ามนิ้ว สร้างรอยแดงจาง ๆ ตามแรงบีบมือเรียวของหญิงสาวขยุ่มกลุ่มผมสีดำสนิทของชายหนุ่มระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านจากปลายอกลงสู่ท้องน้อย สะโพกมนเริ่มบิดเร่าไปมาอย่างทรมานไพค์เลื่อนมือต่ำลงผ่านหน้าท้องแบนราบ สัมผัสเนินเนื้อสาวที่นูนเด่น ก่อนจะส่งนิ้วเรียวแทรกผ่านกลีบเกสรสีสดที่ชุ่มฉ่ำเข้าไปสำรวจความพร้อมภายใน น้ำหวานใสที่หลั่งรินออกมาต้อนรับเขาจนนิ้วเปียชุ่มเปรอะเปื้อน“แฉะหมดแล้ว อ
กว่าที่ทั้งสองจะออกจากห้องมาส่งคนน้องได้ก็กินเวลาไปค่อนวัน มือปลาหมึกของพี่หมอเอาแต่เกี่ยวรั้งเธอไว้ไม่ยอมปล่อย“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ”แอนนากล่าวคำขอบคุณประดับยิ้มหวาน มือน้อยปลดเข็มขัดนิรภัย เตรียมจะเปิดประตูลงเมื่อจอดสนิท“เดี๋ยว”“คะ ?” “ยาแก้ปวด กับวิตามินบำรุง กินข้าวแล้วกินยาด้วย เย็นนี้พี่โทรหา ถ้าออกไปแล้วไม่บอกแบบเมื่อคืนรู้นะว่าต้องเจอกับอะไร หืม ?”เขายื่นถุงกระดาษใบเล็กที่เตรียมไว้ให้เธอด้วยสายตาเปื้อนเลศนัย แอนนารับถุงยามาถือไว้ หัวใจพองโตกับความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ทั้งขบขันกับความหวงจนออกหน้าออกตา“รู้แล้วน่า สั่งยิ่งกว่าพ่ออีก”“ผัวครับ ไม่ใช่พ่อ หรือหนูขาดชูการ์แดดดี๊ไหมคะ”แอนนาหน้าร้อนฉ่า รีบเปิดประตูรถลงไปอย่างรวดเร็ว ที่เพื่อนเธอเล่าให้ฟังเขาไม่ใช่คนแบบนี้เลยแม้แต่นิด ตอนนี้กลับกลายเป็นหนุ่มขี้อ้อนชอบหว่านเสน่ห์ไปได้เธอยืนโบกมือลาจนรถของเขาขับออกไปลับสายตา ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นหอพักด้วยรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในรอบปี โลกทั้งใบดูเป็นสีชมพูสดใส แม้แดดเมืองไทยจะร้อนระอุก็ไม่อาจทำให้เธอหงุดหงิดได้“ฮั่นแน่ ! ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาแต่ไกลเชียวนะ”เสียงทักทายจากล็อบบี้ทำเอาแอน
แสงแดดอ่อนยามสายลอดผ่านม่านทึบแสงเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง ตกกระทบลงบนผิวกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาที่ยับยู่ยี่แอนนาลืมตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตา อาการปวดเมื่อยตามร่างกายยังคงตอกย้ำถึงบทรักอันเร่าร้อนและยาวนานเมื่อคืนได้เป็นอย่างดี หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยเพื่อคลายความขบเมื่อย แต่กลับพบว่าตนเองถูกพันธนาการไว้ด้วยวงแขนแกร่งของคนที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่ข้างกายพี่หมอไพค์ยังคงหลับสนิท ใบหน้ายามนิทราของเขาดูไร้พิษสง ผิดกับพยัคฆ์ร้ายจอมหึงหวงเมื่อคืนราวกับคนละคน แอนนานอนตะแคงมองใบหน้าคมคายนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรัก ทั้งหลง แต่ลึก ๆ กลับมีความหวาดหวั่นสายหนึ่งเกาะกุมหัวใจอยู่ไม่จางหายรักจริง ๆ ...หรือระบายความใคร่...แม้เมื่อคืนเขาจะพูดคำว่าแฟนออกมา แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้น ใครจะไปรู้ว่าเขาพูดเพื่อตัดรำคาญหรือพูดเพราะอารมณ์พาไป ยิ่งคิดถึงสถานะที่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ให้เพื่อนสนิทอย่างลัทรู้ ความน้อยเนื้อต่ำใจก็ตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก“แค่เมียเก็บของคุณหมอเหมือนที่ได้ยินมาไหมนะ”ความคิดฟุ้งซ่านทำให้ขอบตาร้อนผ่าว แอนนาค่อย ๆ แกะท่อนแขนหนักอึ้งของชายหนุ่มอ
เสียงบีทดนตรีหนักหน่วงดังกึกก้องสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ แสงไฟเลเซอร์หลากสีสาดส่องตัดผ่านความมืดสลัวภายในผับหรู สร้างบรรยากาศมึนเมาเร้าอารมณ์ให้เหล่าผีเสื้อราตรีได้วาดลวดลายโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเต็มที่ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมหลากยี่ห้อปะทะกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึก ลอยอวลเป็นเอกลักษณ์ของสถานเริงรมย์ยามค่ำคืนแอนนาในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงรัดรูปสั้นเหนือเข่า อวดผิวสีขาวผ่องนวลเนียนและเรียวขายาวสวย กำลังยืนเต้นเบา ๆ อยู่หน้าโต๊ะวีไอพีกับกลุ่มเพื่อน แก้วค็อกเทลสีสวยในมือถูกยกขึ้นจิบเป็นระยะ ใบหน้าหวานฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์เมรัย ดวงตากลมโตปรือมองบรรยากาศรอบกายด้วยความสนุกสนาน“ชะนี ผู้มองค่ะแจกอ้อยเร็ว”ลัทกระซิบกระซาบข้างหูแข่งกับเสียงเพลง พลางพยักพเยิดไปทางชายหนุ่มหน้าตาดีที่ส่งยิ้มเจ้าชู้มาให้ ทว่าแอนนาเพียงแค่ยักไหล่ ยิ้มตอบตามมารยาทไม่ได้คิดจะสานต่อแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่คิดเช่นนั้น ชายหนุ่มคนดังกล่าวถือแก้วเหล้าเดินตรงเข้ามาหาอย่างถือวิสาสะ สายตาโลมเลียกวาดมองเรือนร่างของหญิงสาวอย่างจาบจ้วง ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่ต้นแขนเปลือยเปล่าของเธอ“ขอโทษครับคนสวย มาคนเดียวเหรอ ให้ผมเล
“อ่ะ กินเยอะ ๆ”เขาวางจานที่จัดการเสร็จสรรพคืนมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับตักเนื้อปูแกะแล้วใส่จานให้อีกกองพะเนิน จนอรไพลินรู้สึกกังวลเล็กน้อย“พี่หมอไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ค่ะ แอนเกรงใจ”เสียงเธออ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความประทับใจตีตื้นขึ้นมาจุกอก ใบหน้าสดใสมั่นอกมั่นใจตอนนี้เล็กลีบเหลือเพียงสองนิ้วได้“กินไปเถอะ ไม่ได้ลำบากอะไร บอกแล้วค่อยใช้คืน”เขาเบี่ยงเบนความสนใจคนน้องไปทางอื่นเพื่อให้เธอผ่อนคลายลง แอนนามองการกระทำที่สวนทางกับคำพูดห้วน ๆ นั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ไม่รู้ว่าเขาใส่ใจเธอ...หรือเป็นแค่ช่วงโพรโมชัน...“ขอบคุณนะคะ พี่หมอไพค์น่ารักจัง”คำชมโต้ง ๆ ทำเอาหมอไพค์สำลักน้ำซุปเล็กน้อยจนใบหูแดงระเรื่อลามไปถึงคอ เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มกลบเกลื่อน สายตาวอกแวกเล็กน้อยไม่กล้ามองเธอตรง ๆ อย่างที่เคยบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปอย่างรื่นรมย์ ความเกร็งในตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น ทั้งคู่แลกเปลี่ยนบทสนทนาเรื่องสัพเพเหระ แอนนาเล่าเรื่องวีรกรรมเปิ่น ๆ ในมหาวิทยาลัยให้ฟัง ส่วนไพค์ก็นั่งฟังเงียบ ๆ คอยตบมุกบ้าง ยิ้มบ้าง คอยตักอาหารใส่จานไม่ให้ขาดสาย ราวกับกำลังขุนหมูตัวน้อยให้อ้วนพีจนกระทั่งของคาวหมดเกลี้ยง เ
รถหรูแล่นฝ่าการจราจรที่คับคั่ง มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารริมน้ำชื่อดังแห่งหนึ่ง บรรยากาศในรถเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยมวลความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่น มันทั้งขัดเขิน โหยหา และตื่นเต้น“เรื่องลัท... พี่ไม่อยากให้น้องพี่รู้เรื่องเราตอนนี้นะ”จู่ ๆ ไพค์ก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ แอนนาชะงัก หันไปมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อเล็กน้อย ทั้งที่สะกดจิตตัวเองทุกเช้าแต่กลับรู้สึกจุกในอกตอนที่ได้ยินจากปากเขาเอง“ค่ะ”เธอตอบสั้น ๆ ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความน้อยอกน้อยใจจนเขารับรู้ได้ ไพค์เลี้ยวรถเข้าซองจอดอย่างชำนาญ ก่อนจะหันมาสบตาเธอตรง ๆ ด้วยท่าทางจริงจังน่าเกรงขาม“พี่แค่อยากให้เรามั่นใจกันมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยบอก แอนมั่นใจก็บอกพี่ เดี๋ยวพี่ไปคุยกับลัทเอง”ใจดวงน้อยพองโตคับอก ความน้อยใจเมื่อครู่มลายหายไปราวกับหมอกควัน คำพูดเมื่อครู่ราวกับว่าเขายกการทางเลือกทั้งหมดให้เธอเป็นฝ่ายตัดสินใจเขาจะเชื่อฟังทุกอย่าง...“มะ... มั่นใจอะไรคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”เธอตอบเสียงอ้อมแอ้มก้มหน้างุดมองมือตัวเอง ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าพยายามกลั้นรอยยิ้มไว้แน่น ขณะเดียวกันอกซ้ายก็บีบคลายเร็วรัวจนรู้สึกปวดหนึบไพค์ปลดเข็มขัดนิรภัยก







