Share

บทที่ 4

Penulis: เฉินผีปิงเหม่ยชื่อ
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน สถานีของพวกเราร่วมกับทางมณฑลดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมและกำจัดความชั่วร้าย

ผมทำงานล่วงเวลาเป็นเวลาติดกันหนึ่งเดือน ยุ่งจนกระทั่งลืมวันเกิดของคุณแม่กู้

คุณแม่กู้เข้าใจว่าผมทำงานไม่ง่าย และรู้สึกสงสารจับใจที่ผมต้องทำงานล่วงเวลาหนึ่งเดือนติด

เย็นวันนั้นคุณแม่กู้จึงตุ๋นซุปไก่ แล้วเอามาส่งที่สถานีตำรวจด้วยตัวเองบอกว่าต้องการบำรุงร่างกายให้ผม

หลังจากผมรับโทรศัพท์ กำลังจะออกไปรับคุณแม่กู้เข้ามา

ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ได้จับกุมนักโทษหลบหนีมาคนหนึ่ง และกำลังจะพาตัวไปสอบสวน

ผมจึงตามเข้าไปสอบสวนด้วย โดยลืมเรื่องที่ต้องไปรับคุณแม่กู้ที่หน้าสถานีตำรวจ

หลังสอบสวนนักโทษหลบหนีเสร็จ ผมก็เห็นเห็นกู้อวี๋เคอเข้ามาหาผมด้วยท่าทีดุดัน

ผมจำได้ว่าช่วงนี้ไม่มีคดีอะไร เธอไม่ต้องทำงานล่วงเวลา ทำไมถึงยังอยู่ที่สถานีตั้งแต่เช้าตรู่ได้

ผมเห็นว่าสีหน้าของเธอผิดแปลกไป กำลังคิดจะถามว่าเธอเป็นอะไรไปนั้น

กู้อวี๋เคอก็เดินเข้ามาตวัดฝ่ามือใส่ผมหนึ่งครั้ง

“คุณยังจำแม่ของฉันได้ไหม?”

ได้ยินเธอพูดแบบนี้ ผมถึงนึกขึ้นได้ว่า คุณแม่กู้รอผมอยู่ที่ด้านนอกสถานีตำรวจอยู่ตลอด

“ขอโทษ ขอโทษ ผมลืมจริง ๆ ผมจะไปขอโทษคุณแม่เดี๋ยวนี้!”

พูดเสร็จผมก็จะวิ่งออกไปข้างนอก แต่เห็นว่ากู้อวี๋เคอยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

ผมกำลังจะเอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็มองเห็นหัวหน้าหยางเดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“หลินซิว หมอกู้ พวกคุณเข้ามาหน่อย”

หลังจากเข้ามาในห้องทำงานของหัวหน้าหยาง ผมถึงได้รู้ว่า คุณแม่กู้เสียชีวิตแล้ว

“คุณแม่กู้เสียชีวิตแล้ว? เกิดอะไรขึ้น?”

หัวหน้าหยางบอกกับผมว่า คุณแม่กู้ที่รอผมอยู่หน้าสถานีตำรวจ ได้เจอกับนักเลงกลุ่มหนึ่ง

ด้วยในระยะนี้มีการกวาดล้างอาชญากรรมและกำจัดความชั่วร้าย หัวหน้าของนักเลงพวกนี้ได้ถูกผมจับกุมตัว

พวกเขาเพื่อแก้แค้นผมแล้ว ได้ทำร้ายคุณแม่กู้จนสลบแล้วลากไปไว้ข้างถนน

แขขาทั้งสองข้างถูกตัดจนขาด แล้วเอาไปทิ้งในรางระบายน้ำเน่าเสียบริเวณใกล้ ๆ นี้

ผมไม่อยากจะเชื่อว่าคุณแม่กู้ได้เสียชีวิตแล้ว จึงมองไปที่ดวงตาของหัวหน้าหยาง

หัวหน้าหยางก้มหน้าลงแล้วถอนหายใจ กู้อวี๋เคอที่อยู่ข้าง ๆ ฟุบตัวลงบนโต๊ะร้องไห้โฮเสียงดัง

“หลินซิว คุณมันสารเลว ถ้าคุณพาแม่ฉันเข้ามาเร็วกว่านี้สักนิด ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น!”

เมื่อกู้อวี๋เคอคิดถึงคุณแม่กู้มาที่สถานีตำรวจก็เพื่อส่งซุปไก่ให้ผม แต่กลับถูกศัตรูตามมาล้างแค้น เธอก็แทบอยากจะฆ่าผมให้ตาย

ผมวางแผนไว้แล้วว่าสัปดาห์หน้าจะขอกู้อวี๋เคอแต่งงาน

เป็นเพราะอุบัติเหตุนี้ แผนการจึงถูกหยุดลงชั่วคราว

กู้อวี๋เคอไม่ยอมให้อภัยผมมาตลอด ก่อนจะย้ายออกจากห้องที่พวกเราอาศัยอยู่ด้วยกัน

ผมส่งข้อความไปหาเธอ โทรหา เธอกดตัดสายทิ้งทั้งหมด

แม้กระทั่งงานศพของคุณแม่กู้ เธอยังให้คนมาขัดขวางผมไว้ ไม่ยอมให้ผมเข้าไป

“คุณทำร้ายแม่ฉันจนตาย คุณมีสิทธิ์อะไรมาร่วมงานศพแม่ของฉัน?”

สุดท้ายผมจึงทำได้เพียงอยู่ด้านนอกสถานที่บำเพ็ญกุศล คุกเข่าโขกศีรษะไปยังทิศทางที่ตั้งร่างไร้วิญญาณของคุณแม่กู้

สำหรับเรื่องนี้ ผมมีข้อสงสัยอยู่หนึ่งข้อ

นั่นก็คือนักเลงรู้ว่าผมมีความเกี่ยวข้องกับคุณแม่กู้ได้อย่างไร

เนื่องจากความพิเศษของงานผมและกู้อวี๋เคอ พวกเราเคยบอกกับคุณแม่กู้ว่าไม่ให้เปิดเผยกับคนนอกว่าพวกเรารู้จัก ก็เพราะกลัวว่าจะถูกศัตรูตามแก้แค้น

กล้องวงจรปิดใกล้สถานีตำรวจจับภาพนักเลงพวกนั้นได้

ผมจึงพาทีมไปจับกุมพวกเขาด้วยตัวเอง

ไม่ว่าผมจะสอบสวนอย่างไร นักเลงกลุ่มนั้นได้แต่พูดว่าเป็นความคิดชั่ววูบ

แต่เบาะแสในสถานที่เกิดเหตุ ทั้งหมดชี้ว่านี่เป็นอาชญากรรมที่มีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า

ถึงอย่างไรก็ตาม คงไม่มีคนจะโง่ถึงขนาดจะถือมีดสปาต้ามาเที่ยวเตร่อยู่หน้าสถานีตำรวจยามดึกดื่นแบบนี้

ผมไล่เบาะแสตามมีดสปาต้าสองด้ามนั้นไปจนถึงร้านขายเครื่องมือช่างแห่งหนึ่ง

คิดไม่ถึงว่าเจ้าของร้านขายเครื่องมือช่างร้านนี้เป็นหวังซิงอวี่

ผมถือรูปภาพของนักเลงกลุ่มนั้นออกมา แล้วถามหวังซิงอวี่ว่ารู้จักพวกเขาบ้างไหม?

หวังซิงอวี่มองอย่างตั้งตกตั้งใจ ก่อนจะส่ายหน้าแล้วตอบว่าไม่รู้จัก

เมื่อหาเบาะแสไม่เจอ ผมจึงหันกลับจะเดินจากไป แต่เหลือบไปเห็นในมุมห้องมีต่างหูทองตกอยู่หนึ่งข้าง

นั่นเป็นของขวัญวันเกิดที่ผมให้คุณแม่กู้เมื่อปีที่แล้ว

หนึ่งวันก่อนที่คุณแม่กู้จะเกิดเรื่องขึ้น เธอยังโทรศัพท์มาขอโทษผมว่า ได้ทำต่างหูหายโดยไม่ทันระวัง

แล้วต่างหูของเธอมาโผล่อยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

ผมหยิบต่างหูทองขึ้นมากำลังจะถามหวังซิงอวี่ว่าเกิดอะไรขึ้น

หวังซิงอวี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ได้หยิบแท่งเหล็กออกมาหนึ่งแท่ง แล้วฟาดลงมาที่ศีรษะของผมอย่างแรง

ก่อนจะหมดสติไป ผมได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังหวังซิงอวี่

“พี่หวัง ยายแก่นั่นเอาเรื่องที่พวกเราลักลอบขนสินค้าเถื่อนไปบอกเขาแล้วใช่ไหม?”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 11

    เย็นวันนั้นกู้อวี๋เคอได้เขียนรายงานด้วยตัวเองหนึ่งฉบับ เล่าทุกเรื่องที่เธองทำไปทั้งหมดลงไปโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียวเธอรู้ว่าทำแบบนี้แล้วเธออาจจะได้รับโทษถูกตัดสินจำคุกฐานมีส่วนร่วมกระทำความผิด แต่ก็ทำเพื่อคืนความยุติธรรมให้ผมเธอยังค้นพบบนอินเตอร์เน็ตอีกด้วยว่า เจ้าของร้านขายเครื่องมือช่างร้านนั้นคือหวังซิงอวี่ด้วยหลักฐานเหล่านี้ หวังซิงอวี่ก็หนีความผิดฐานฆ่าคนตายไม่พ้นแล้วหลังส่งรายงานเสร็จแล้ว เมื่อมีทั้งพยานบุคคลและหลักฐาน ไม่นานกู้อวี๋เคอและหวังซิงอวี่ก็ถูกจับกุมตัว“เสี่ยวเคอ คุณเลอะเลือนไปแล้วเหรอ”หัวหน้าหยางอ่านรายงานที่กู้อวี๋เคอส่งมาจนจบ ก็ถอนหายใจ ไม่อยากจะยอมรับจริง ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จากนั้นก็หยิบกุญแจมือขึ้นมา ล็อคข้อมือทั้งสองข้างของกู้อวี๋เคอ“หัวหน้าหยาง คุณว่าอาซิวจะยกโทษให้ฉันไหมคะ?”“ฉันไม่เคยโทษเธอเลย!”ผมที่ลอยอยู่ข้าง ๆ ตอบทันทีผมไม่โทษกู้อวี๋เคอที่ทำลายศพของผม ผมไม่โทษเธอที่กดตัดสายขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้ายของผมผมแค่โทษที่ตัวเองเคยรักเธอมากเกินไป“หลินซิวคงไม่โทษเธอหรอก”หัวหน้าหยางถอนหายใจแล้วพูดต่อไปว่า : “หลินซิวไม่ให้ฉันบอกคุณว่าเขากำลั

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 10

    ผู้ช่วยไม่รู้จะปลอบใจเธออย่างไร ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับเธอกู้อวี๋เคอยืนนิ่งก่อน หลังจากนั้นก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมา แล้วหันไปตะโกนใส่คนที่ยืนอยู่นอกห้อง : “พวกคุณเลิกล้อฉันเล่นได้แล้ว หลินซิวล่ะ?”ไม่มีใครตอบกลับกู้อวี๋เคอยืนอยู่ที่เดิม ไม่กล้าเดินไปข้างหน้าเธอรับความจริงนี้ไม่ไหวเธอทำลายศพคู่หมั้นของเธอด้วยน้ำมือตัวเองหัวหน้าหยางเดินเข้ามาตบบ่าของกู้อวี๋เคอพลางพูดขึ้นว่า : “เสี่ยวเคอ ตอนนี้คุณคงรับไม่ไหวหรอก ฉันช่วยคุณลางานกับผู้อำนวยการแล้ว คุณกลับไปพักผ่อนสักระยะหนึ่งก่อนเถอะ!”หัวหน้าหยางพูดจบ เห็นว่ากู้อวี๋เคอนิ่งเฉยไม่มีการตอบโต้ ก็ยืนมือออกไปตบบ่าของเธออีกครั้ง“ตึง” เสียงดังขึ้น ตาสองข้างของกู้อวี๋เคอพร่ามัว ก่อนเป็นลมหมดสติไปผมยื่นมืออกไปต้องการจะรับตัวเธอไว้ด้วยความร้อนรน แต่ผมเป็นแค่วิญญาณเท่านั้นร่างกายของกู้อวี๋เคอทะลุสองแขนของผม ล้มลงกับพื้นผมมองกู้อวี๋เคอที่เป็นลมเพราะเสียใจเกินไป หากเป็นผมในเมื่อก่อน ก็คงจะกอดเธอไว้ในอ้อมกอดด้วยความสงสารไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมกลับไม่มีความรู้สึกเลยแม้แต่น้อยกู้อวี๋เคอถูกนำตัวส่งกลับบ้านโดยเพื่อนร่วมงานสองคนที่มีความสัม

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 9

    ผมเห็นข้อความที่หัวหน้าหยางส่งมา ในใจก็เข้าใจทันทีเพื่อนร่วมงานฝ่ายเทคนิคเทียบผลออกมาได้แล้วพวกเขารู้แล้วว่าศพนั้นเป็นศพของผมผมมองกู้อวี๋เคอกลับไปสถานีอย่างรีบร้อนสีหน้าบนใบหน้าของเธอเจือรอยยิ้ม ดูเหมือนเธอจะยังคิดไม่ถึงว่าศพนั้นเป็นผมทันทีที่กู้อวี๋เคอเข้ามาในสถานี ก็เห็นหัวหน้าหยางและเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ กำลังยืนรอเธออยู่เธอกวาดสายตามองก่อนหนึ่งรอบ เมื่อไม่เห็นผม ก็ถามด้วยความประหลาดใจว่า : “ไหนบอกว่าหาหลินซิวเจอแล้วเหรอคะ? คนล่ะ?”เหล่าเพื่อนร่วมงานได้ยินเธอถามแบบนี้ ต่างพากันก้มหน้า ไม่กล้าสบตาเธอ“เป็นอะไรไป? ทำไมพวกคุณถึงไม่พูดกันล่ะ? หลินซิวละคะ? เขาได้รับบาดเจ็บมาเหรอ? อยู่ที่ไหน? พาฉันไปดูหน่อย!”กู้อวี๋เคอเห็นทุกคนยังยืนนิ่งไม่ไหวติง สายตาก็ทอดมองไปที่หัวหน้าหยาง“หัวหน้าหยาง หลินซิวล่ะคะ?”หัวหน้าหยางก้มหน้า ชี้ไปที่ห้องทำงานของกู้อวี๋เคอกู้อวี๋เคอรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก วิ่งไปตามทางที่หัวหน้าหยางชี้แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหลินซิว“คนล่ะ? หัวหน้าหยาง คุณหลอกฉันเหรอคะ?”กู้อวี๋เคอหันไปเห็นผู้ช่วยกำลังเดินมาพอดีผู้ช่วยขอบตาแดงก่ำ กัดฟันก

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 8

    วันถัดมาเป็นวันทำงานตามปกติ แต่ตลอดทั้งเช้ากู้อวี๋เคอก็เอาแต่เหม่อลอยในช่วงมื้อกลางวันที่โรงอาหาร เพื่อนร่วมงานฝ่ายเทคนิคสังเกตเห็นกู้อวี๋เคอจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ก็พูดหยอกเย้าขึ้นมา : “หมอกู้เป็นอะไรไปเนี่ย เจ้าหน้าที่หลินของคุณลาพักร้อน วิญญาณของคุณก็ลาพักร้อนตามไปด้วยงั้นเหรอ?”“เหลวไหล!”กู้อวี๋เคอกรอกตาใส่อีกฝ่ายอย่างเขินอาย และใช้ตะเกียบคีบผักมามั่ว ๆ“อาจารย์คีบผิดแล้ว นั่นมันขิงนะ!”ผู้ช่วยก็สังเกตเห็นว่าตลอดเช้านี้กู้อวี๋เคอมีท่าทีผิดแปลกไป“คุณก็ควรลาพักร้อนไปพักผ่อนสักระยะหนึ่งก่อนเถอะ ตัวอย่างที่คุณส่งมาให้ฉันเมื่อวานมันเจือปนมากเกินไป ยังดีที่ฉันมีความสามารถพอ ไม่อย่างนั้นก็คงสกัดออกมาไม่ได้!”เพื่อนร่วมงานของฝ่ายเทคนิคพูดแซว“เป็นไปไม่ได้ อันนั้นฉันสกัดเองเลยนะ ตรงตามมาตรฐาน 100% !”ผู้ช่วยมั่นใจในฝีมือของตนเองมากกู้อวี๋เคอพอฟังแล้ว ก็ใส่ใจกับคำพูดพวกนี้ จู่ ๆ เธอก็คิดขึ้นได้ว่าในห้องทำงานมีกล้องวงจรปิด ถ้าให้คนอื่นรู้ว่าเมื่อวานหวังซิงอวี่เคยมา แบบนั้นก็จบกันแล้วกู้อวี๋เคอวางตะเกียบลงทันทีและไม่กินต่อไป ก่อนจะรีบกลับไปยังห้องทำงาน หมายจะทำลายภาพวิดีโอ

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 7

    กู้อวี๋เคอขนเสื้อผ้าทั้งหมดออกจากตู้เสื้อผ้า จนในที่สุดก็หานามบัตรใบนั้นเจอในส่วนลึกที่สุดขณะเดียวกัน เธอก็พบซองเอกสารที่ซุกซ่อนไว้ในชั้นล่างสุดของตู้เสื้อผ้าเอกสารในซอง คือหนังสือยินยอมบริจาคไตหนึ่งฉบับหลายปีก่อน กู้อวี๋เคอตรวจพบว่าเป็นโรคไตวายระยะสุดท้ายจำเป็นต้องปลูกถ่ายไตผมแอบไปทดสอบความเข้ากันได้ เมื่อพบว่าเนื้อเยื่อสามารถเข้ากันได้ ผมจึงบริจาคไตข้างหนึ่งของตัวเองให้กับกู้อวี๋เคอแต่ผมไม่เคยบอกเรื่องนี้กับกู้อวี๋เคอเลย ผมไม่ต้องการให้กู้อวี๋เคอตอบตกลงคบกับผมเพื่อตอบแทนผมรักเธอ และไม่อยากให้เธอมีภาระทางจิตใจเมื่อกู้อวี๋เคอเห็นเอกสารในซอง ถึงได้รู้ว่าผมเคยบริจาคไตไปหนึ่งข้าง“ไตซ้ายเหรอ?”เห็นคำสองคำนี้ กู้อวี๋เคอราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ เธอจำได้ลาง ๆ ว่าเจ้าของศพนั้นก็บริจาคไตข้างซ้ายเช่นกัน“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้!”กู้อวี๋เคอตัวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัวไม่หยุด ความคิดแย่ ๆ นั้น พุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้งเจ้าของศพนั้นคงไม่ใช่หลินซิวหรอกมั้ง?ในขณะนั้น เสียงโทรศัพท์ของกู้อวี้เคอดังขึ้นเพื่อนร่วมงานฝ่ายเทคนิคโทรศัพท์มา บอกว่าผลการตรวจ DNA ออกมาแล้ว คลังข้อมูลใน

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 6

    หลังจากกู้อวี๋เคอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นว่าหวังซิงอวี๋ไปแล้วเธอถอนหายใจ ก่อนมายืนตรงหน้าเตียงชันสูตรศพ ไตร่ตรองอยู่ชั่วขณะก็นำตัวอย่าง DNA ที่สกัดได้จากศพนั้นส่งให้ฝ่ายเทคโนโลยี่อยู่ในห้องน้ำเมื่อสักครู่นี้ เธอก็ได้ขบคิดจนกระจ่างแจ้งแล้วนับตั้งแต่ตอนที่เธอช่วยหวังซิงอวี่จัดการกับศพ เธอก็ได้เดินทางผิดแล้วเธอไม่อาจทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อไปได้เธอไม่อาจทำผิดต่อความรู้ทั้งหมดที่เธอได้ร่ำเรียนมาเธอควรจะทวงคืนยุติธรรมให้กับผู้ตาย!ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วผลการตรวจสอบจะพัวพันมาถึงตนเองหรือไม่ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วตนเองจะได้รับการลงโทษหรือไม่ เธอล้วนแต่ยอมรับกู้อวี๋เคอนำตัวอย่าง DNA ไป ส่งให้กับฝ่ายเทคโนโลยี ระหว่างทางกลับก็ได้เจอกับหัวหน้าหยางเข้าเมื่อหัวหน้าหยางเจอหน้ากู้อวี๋เคอ ก็ถามเธออย่างร้อนรนขึ้นว่า “หมอกู้ ช่วงนี้หลินซิวได้ติดต่อคุณบ้างไหม? พวกเราโทรหาเขา แต่เขาไม่รับสายเลย”กู้อวี๋เคอได้ยินหัวหน้าหยางพูดเช่นนี้ถึงคิดได้ว่า สัปดาห์นี้ ตนเองไม่ได้รับข่าวคราวจากหลินซิวเลยหัวหน้าหยางเห็นกู้อวี๋เคอส่ายหน้า ในใจก็รู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย “หลินซิวไม่ใช่

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 5

    “อาจารย์ ฉันสกัด DNA ของผู้ตายได้แล้ว!”ผู้ช่วยของกู้อวี๋เคอทำงานล่วงเวลามาตลอดทั้งคืน ในที่สุดก็สกัด DNA ปริมาณเล็กน้อยออกมาจากร่างของผมได้แล้ว“ส่งให้ฝ่ายเทคนิค อีกไม่นานพวกเราก็จะรู้ตัวตนของผู้ตายได้แล้ว!”ผมเห็นกู้อวี๋เคอจ้องเครื่องมือในมือของผู้ช่วยเขม็ง เธอกำลังลังเลว่าจะทำลายมันดีไหม“อาจ

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 3

    เสียงครวญครางจมดิ่งของทั้งสองคนดังทะลุประสาทหูของผม ผมอยากจะอุดหู แต่เสียงนั้นกลับทะลุวิญญาณของผม ไม่ว่าผมจะอุดอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ผมยิ่งไม่มีหนทางจะหนี เหมือนกับว่าผมถูกทำของใส่ วิญญาณทำได้แค่ตามติดอยู่ข้างกายกู้อวี๋เคอเท่านั้น ไม่อาจจะหนีไปได้ผมต้องเบิกตามองคู่หมั้นของผม หญิงสาวที่ถูกผมมองว่

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 2

    “ซิงอวี่ ฉันจะช่วยนายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ!”กู้อวี่เคอสวมถุงมือด้วยความชำนาญ ก่อนจะหยิบเครื่องมือที่ทำให้ลายมือบนศพเรียบเนียนเมื่อเห็นรอยแผลเป็นรอยหนึ่งบนแขนขวาของศพ ก็กังวลว่าลักษณะโดดเด่นชัดเจนอาจจะถูกคนในครอบครัวจำได้กู้อวี๋เคอจึงหยิบกรดกำมะถันออกมา กัดกร่อนรอยแผลเป็นที่แขนขวาของศพทิ้งหล

  • หลังจากฉันตาย คู่หมั้นก็เสียใจ   บทที่ 1

    ผมชื่อหลินซิว ชาติก่อนเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวนคดีอาญาตอนนี้ผมตายไปแล้ว กลายเป็นวิญญาณตามติดอยู่ข้างกายกู้อวี๋เคอคู่หมั้นของผม“เคอเคอ ฉันเกิดเรื่องแล้ว เธอมาช่วยฉันที!”กู้อวี๋เคอรับสายของหวังซิงอวี่ จากนั้นก็วางงานในมือลงโดยไม่ลังเลยเลยสักนิด ก่อนวิ่งออกไปหาเขาหวังซิงอวี่เป็นรักแรกของเธอ ทั้งสองคน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status