登入เฉินเจี้ยนเฟิง เพื่อนสมัยเด็กของฉัน เป็นทั้งดาวเด่นด้านฮอกกี้น้ำแข็งและหนุ่มหล่อประจำมหาวิทยาลัยที่ทุกคนต่างยอมรับ แต่น่าเสียดายที่เขามีความลับอย่างหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ เพราะเขา “แพ้” ผู้หญิง ทั้งยังรังเกียจความสัมพันธ์ใกล้ชิด จนโตป่านนี้ก็ยังโสดมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยมีแฟนเลยสักคน นานวันเข้า ในมหาวิทยาลัยก็เริ่มมีข่าวลือว่าเขา “ไม่ไหวเรื่องอย่างว่า” แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครคาดคิดว่า หนุ่มหล่อมาดเย็นชาแบบเขา พอกลับถึงบ้านแล้วจะเป็นอย่างไร หลังเลิกเรียนตอนค่ำ ฉันกลับมาถึงห้องเช่าที่เราเช่าอยู่ด้วยกัน ก็เห็นเขาถือชุดชั้นในของฉันที่เพิ่งซักเสร็จอยู่ในมือ พลางขมวดคิ้วถามว่า “ทำไมเธอยังใส่สีชมพูอยู่อีก”
查看更多เฉินเจี้ยนเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ จ้องฉันเขม็งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรุกเร้า“เธอยังไม่รู้อีกเหรอว่าทำไม? ก็เพราะฉันชอบเธอไง”“ที่ฉันยอมทิ้งฮอกกี้แล้วมาหาเธอโดยไม่ลังเล ถ้าไม่ใช่เพราะชอบเธอ แล้วจะเป็นเพราะอะไร?”ฉันมองเฉินเจี้ยนเฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะถามย้ำอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ “ที่นายบอกว่าชอบฉัน หมายถึงชอบแบบเพื่อน หรือว่า…”“ชอบแบบที่อยากเป็นแฟนเธอ ชอบแบบที่อยากมีอนาคตร่วมกับเธอ ชอบแบบที่อยากจูบ อยากกอด และอยากทำอะไรที่ใกล้ชิดกับเธอมากกว่านั้น”“ฉันพูดขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”ฉันสงสัยว่าตัวเองคงเมาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเฉินเจี้ยนเฟิงที่เกลียดการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามมาตลอด จะพูดคำเหล่านี้กับฉันได้ยังไง“แต่นายเคยบอกว่า นายเกลียดการมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนอื่น”“นั่นมันกับคนอื่น ไม่ใช่กับเธอ ฉันมีความต้องการแบบนั้นกับเธอมานานแล้ว แต่กลัวว่าจะทำให้เธอตกใจ เลยไม่กล้าบอกเธอมาตลอด”“พอแน่ใจว่าเธอก็ชอบฉัน เดิมทีฉันตั้งใจจะหาโอกาสเหมาะ ๆ สารภาพรักกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงมาตลอด”หัวใจฉันสั่นไหว “เรื่องที่ฉันชอบนาย นายรู้มานานแล้วเหรอ?”พอถา
เสิ่นอี้หรานนั่งลงข้างฉัน ก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา “จำได้ว่าตอนมัธยมเธอเป็นถึงสาวสวยประจำโรงเรียนของเรา มีผู้ชายตั้งหลายคนแอบชอบเธอ แต่เฉินเจี้ยนเฟิงน่ะเหมือนไม้ตีแมลงวัน ใครเข้าใกล้เธอก็โดนเขาปัดออกไปหมด”“พวกผู้ชายที่เอาจดหมายรักมาให้เธอ หรืออยากชวนเธอไปกินข้าว ต่างก็ถูกเขากันออกไปหมด”“ถ้าเธอบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกกับเธอในเชิงนั้น ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด”เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ฉันก็เม้มริมฝีปาก ฉันรู้ว่าเฉินเจี้ยนเฟิงมีความรู้สึกอยากครอบครองฉัน แต่ความรู้สึกระหว่างเราจะไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตของคำว่าเพื่อนไปได้“เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน ตอนนี้ฉันยังไม่คิดจะสารภาพความรู้สึกกับเฉินเจี้ยนเฟิง”ถ้าการบอกความรู้สึกออกไปหมายถึงต้องแตกหักกันนับจากนั้น งั้นเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิตยังดีกว่าเสิ่นอี้หรานยกยิ้มมุมปาก “ในเมื่อเธอกับเฉินเจี้ยนเฟิงไม่ได้คบกัน งั้นก็หมายความว่าฉันจีบเธอได้ใช่ไหม?”คำสารภาพรักที่มาอย่างกะทันหันของเขาทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจเขาแกว่งแก้วเครื่องดื่มในมือเบา ๆ ก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตต่อ “จริง ๆ แล้วตอนนั้นฉันก็เป
ฉันถูกจูบจนขาอ่อนแรง ร่างทรุดลงโดยไม่รู้ตัว เฉินเจี้ยนเฟิงโอบเอวอุ้มฉันขึ้น ก่อนจะจูบอย่างเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมมืออีกข้างของเขาเลิกเสื้อฉันขึ้น แล้วลูบไล้ไปตามร่างกายซ้ำ ๆ ไม่รู้ว่าเพราะฮอร์โมนกระตุ้นสมองหรือเปล่า ฉันถึงไม่ขัดขืนเลยสักนิด กลับปล่อยตัวดื่มด่ำกับสัมผัสนั้นเงียบ ๆฉันสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ทั้งใหญ่และแข็งกำลังกดอยู่ตรงหน้าท้องผ่านเนื้อผ้า พอรู้ตัวว่าสถานการณ์เริ่มไม่ชอบมาพากล ฉันก็ได้สติขึ้นมาทันที เหตุผลที่เลือนหายไปกลับคืนมาในวินาทีนั้น ฉันรีบผลักเขาออกฉันหน้าแดงก่ำ พลางหอบหายใจแรงไม่หยุดฉันรู้ดีว่าเมื่อไรที่เราก้าวข้ามเส้นนี้ไป ความสัมพันธ์ของเราจะพังลงอย่างรวดเร็ว และไม่มีทางหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก“กัวจิงจิง?”เขาลองยื่นมือมาหมายจะประคองฉัน แต่ฉันหลบเสียก่อนการกระทำของฉันไปกระทบความรู้สึกเขาโดยไม่ตั้งใจ แววตาที่เขามองมาจึงเจือความเจ็บปวดอยู่เล็กน้อย“คืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถือซะว่าเราแค่ฝันไปก็แล้วกัน”ฉันทิ้งคำพูดนั้นไว้ ก่อนจะรีบกลับเข้าห้องราวกับหนี พอปิดประตูก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ริมฝีปากยังคงหลงเหลือไออุ่นจากเขาอยู่หลังจากคืนนั้น ความสัมพัน
อาจเป็นเพราะคำพูดของฉันไปกระตุ้นเขาเข้า เฉินเจี้ยนเฟิงจึงติดฉันยิ่งกว่าเดิมนอกจากเวลาไปฝึกแล้ว เขาแทบไม่ยอมห่างจากฉันแม้แต่ก้าวเดียว เพราะกลัวว่าถ้าเผลอคลาดสายตา ฉันจะออกไปหาผู้ชายคนอื่นข้างนอกแม้แต่ตอนฉันไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด เขายังต้องมานั่งตรงข้าม ฟุบอยู่กับโต๊ะพลางมองฉันตาละห้อย ถามว่าฉันไม่เอาเขาแล้วหรือว่ามีหมาตัวอื่นอยู่ข้างนอกแล้วฉันขมวดคิ้วมองเขา “ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น?”เขาก้มหน้าลงอย่างหงอย ๆ ราวกับเป็นลูกหมาที่ถูกทอดทิ้งจริง ๆ “เธอบอกว่าจะหาคนอื่นมาเป็นแฟน ต้องเป็นเพราะฉันดีกับเธอไม่พอ ถึงทำให้เธอคิดแบบนั้น ต่อจากนี้ฉันจะดีกับเธอให้มากกว่าเดิม จะทำให้เธอเลิกคิดเรื่องนั้น และรู้สึกว่ามีฉันแค่คนเดียวก็พอแล้ว”ตอนแรกฉันยังไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร จนกระทั่งทุกเช้าหลังตื่นนอน เขาจะบีบยาสีฟันเตรียมไว้ให้ จัดอาหารเช้าไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย แถมยังตื่นแต่เช้าไปซื้อกาแฟแก้วโปรดจากร้านที่อยู่ไกลมาให้ฉันเขาดึงเก้าอี้ออกให้ฉันราวกับพ่อบ้าน ก่อนมองด้วยสายตาคาดหวัง ราวกับกำลังบอกว่า “เห็นไหมว่าฉันทำได้ดีแค่ไหน รีบชมฉันสิ”ฉันคิดว่าถ้าตอนนี้เฉินเจี้ยนเฟิงมีหางละก็ มันคงส่าย