Short
เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน

เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน

By:  สตาร์สCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
7Chapters
964views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เฉินเจี้ยนเฟิง เพื่อนสมัยเด็กของฉัน เป็นทั้งดาวเด่นด้านฮอกกี้น้ำแข็งและหนุ่มหล่อประจำมหาวิทยาลัยที่ทุกคนต่างยอมรับ แต่น่าเสียดายที่เขามีความลับอย่างหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ เพราะเขา “แพ้” ผู้หญิง ทั้งยังรังเกียจความสัมพันธ์ใกล้ชิด จนโตป่านนี้ก็ยังโสดมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยมีแฟนเลยสักคน นานวันเข้า ในมหาวิทยาลัยก็เริ่มมีข่าวลือว่าเขา “ไม่ไหวเรื่องอย่างว่า” แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครคาดคิดว่า หนุ่มหล่อมาดเย็นชาแบบเขา พอกลับถึงบ้านแล้วจะเป็นอย่างไร หลังเลิกเรียนตอนค่ำ ฉันกลับมาถึงห้องเช่าที่เราเช่าอยู่ด้วยกัน ก็เห็นเขาถือชุดชั้นในของฉันที่เพิ่งซักเสร็จอยู่ในมือ พลางขมวดคิ้วถามว่า “ทำไมเธอยังใส่สีชมพูอยู่อีก”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

บ่ายวันหนึ่งอันแสนสงบ ฉันนั่งเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อย ๆ อย่างเบื่อหน่ายอยู่ในห้องนั่งเล่น จู่ ๆ ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

คนในจอเพิ่งคว้าแชมป์ฮอกกี้น้ำแข็งระดับประเทศมาได้ เขายิ้มอย่างเจิดจ้าท่ามกลางแสงสปอตไลต์และดอกไม้ที่รายล้อม ราวกับแสงแดดอันอบอุ่นในฤดูร้อน

นักข่าวถือไมโครโฟนสัมภาษณ์เขาเกี่ยวกับการแข่งขัน

เขาตอบด้วยรอยยิ้ม “การคว้าแชมป์ครั้งนี้เป็นไปตามที่ผมคาดไว้ ผมเชื่อมั่นในพรสวรรค์และฝีมือของตัวเอง และหวังว่าต่อจากนี้จะทำผลงานในสนามได้ดียิ่งขึ้น”

กล้องกวาดผ่านอัฒจันทร์ แฟนคลับสาวนับไม่ถ้วนชูป้ายและธงเชียร์ ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความตื่นเต้น ถึงขั้นมีแฟนคลับสาวตัวยงหลายคนประกาศว่าอยากแต่งงานกับเขา

ฉันที่นั่งอยู่หน้าทีวีแค่นหัวเราะ ก่อนกวาดสายตามองเพื่อนสมัยเด็กที่กำลังซักผ้าอยู่ตรงระเบียง เขาเปลือยท่อนบน เผยกล้ามเนื้อเป็นมัดได้รูป

ไม่มีใครคาดคิดว่าเทพบุตรมาดเย็นชาผู้สูงเกินเอื้อมในสายตาของทุกคน ตอนนี้กำลังช่วยฉันซักผ้าราวกับเป็นคนรับใช้

หยาดเหงื่อไหลจากแผงอกกำยำของเขา ลงมาตามกล้ามท้องแปดลูกที่เป็นลอนชัดเจน สายตาของฉันก็ไล่ตามหยาดเหงื่อใสนั้นลงไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่กางเกงขาสั้นของเขา

ไม่รู้ว่าเขาสังเกตเห็นสายตาของฉันหรือเปล่า หมอนี่ถึงได้จงใจยืดตัวตรงแล้วหันมามองทางฉัน พอสบตากัน ฉันก็เหมือนถูกไฟช็อต รีบเบือนสายตาหนีทันที

ทั้งที่ฉันก็อยู่ในบ้าน เฉินเจี้ยนเฟิงกลับไม่กระดากเลยสักนิด สวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวเดินไปเดินมา เพราะฉันกับเขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกันและสนิทกันมาก เขาจึงแทบไม่มีเส้นแบ่งเรื่องความใกล้ชิดกับฉันเลย

เราถึงขั้นใส่เสื้อตัวเดียวกัน ดื่มชานมแก้วเดียวกัน กินของที่ฉันกินเหลือ หรือแม้แต่ช่วยซักชุดชั้นในให้ฉัน ทำเรื่องที่มีแต่คู่รักที่กำลังหวานชื่นกันเท่านั้นถึงจะทำ แต่ฉันรู้ว่าเขาเห็นฉันเป็นเพียงเพื่อนผู้หญิงที่สนิทที่สุด

เขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องสมรรถภาพ และไม่ได้ไม่ชอบผู้หญิง เพียงแต่ตอนเด็กเขาเคยเห็นแม่ของตัวเองนอนกับผู้ชายคนอื่น เหตุการณ์นั้นสร้างความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงและทิ้งบาดแผลทางใจที่ไม่มีวันลบเลือนเอาไว้ เขาจึงรังเกียจผู้หญิงทุกคนที่คิดอยากมีความสัมพันธ์ทางกายกับเขา

ทุกครั้งที่มีผู้หญิงมาสารภาพรักกับเขา เขาจะแสดงสีหน้ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

“ผู้หญิงที่มาสารภาพรักกับฉันก็เหมือนกันหมด ไม่พ้นจ้องแต่ร่างกายฉัน อยากมีความสัมพันธ์ทางกายกับฉัน ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงแบบนี้เด็ดขาด”

เมื่อได้ยินคำพูดอันเด็ดขาดของเขา ฉันก็เผลอซ่อนจดหมายรักที่ใช้เวลาเตรียมอยู่ทั้งคืนไว้ข้างหลัง

ใช่ ฉันชอบเฉินเจี้ยนเฟิง และชอบเขามานานมากแล้ว

แต่ฉันรู้ว่าเขามองฉันเป็นแค่เพื่อนสนิท เป็นเหมือนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น หากความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้นี้ถูกเปิดเผย เขาก็จะมองว่าฉันไม่ต่างจากผู้หญิงพวกนั้นที่อยากได้ตัวเขา

ฉันรับไม่ได้หากเขาจะมองฉันด้วยสายตารังเกียจ แล้วตัดขาดจากฉันอย่างสิ้นเชิง ฉันจึงพยายามกดความรู้สึกที่มีต่อเขาเอาไว้ และยังคงอยู่ข้างเขาในฐานะเพื่อนสนิทเหมือนเดิม

แต่เฉินเจี้ยนเฟิงกลับยั่วฉันโดยไม่รู้ตัว ทุกวันเอาแต่ไม่ใส่เสื้อเดินไปเดินมาต่อหน้าฉัน ราวกับลูกแกะที่โรยเครื่องปรุงไว้แล้ว แต่ฉันกลับได้แค่มอง กินไม่ได้ ช่างทรมานเหลือเกิน

พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉันก็เริ่มนึกเสียใจว่าตอนนั้นทำไมถึงยอมตกลงมาแชร์ห้องกับเขา

“เฮ้ คิดอะไรอยู่เนี่ย”

เสียงดีดนิ้วดังขึ้นขัดจังหวะความคิดทั้งหมดของฉัน พอได้สติ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็คือแผงอกใหญ่แน่นของเขา เขาใช้มือข้างหนึ่งยันพนักโซฟา พลางก้มมองฉันจากด้านบน

ฉันเงยหน้าขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม หยาดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพราวเต็มหน้าผาก ก่อนจะไหลตามปลายผมหยดลงมา

ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว

หุ่นแบบนี้ ใครจะไปต้านทานไหวกัน

แต่ฉันก็ยังทนไหว

ฉันยกมือผลักเขาออกไปด้านข้าง ก่อนพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “อยู่บ้านนายใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยไม่ได้หรือไง”

เขาก้มมองกล้ามอกของตัวเอง ก่อนถามด้วยสีหน้างุนงง “ทำไมล่ะ หุ่นฉันยังดีไม่พอเหรอ”

นี่มันไม่ใช่เรื่องว่าหุ่นดีหรือไม่ดีสักหน่อย

“นายไม่คิดว่าแบบนี้มันไม่เหมาะเหรอ”

“ไม่เหมาะตรงไหนล่ะ ถ้าฉันไม่แก้ผ้าอยู่บ้าน จะให้ไปแก้ผ้ากลางถนนหรือไง”

ฉันถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แถมยังรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน

“อีกอย่าง เราสองคนโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก สภาพไหนของฉันที่เธอไม่เคยเห็นบ้าง” เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Pornpimon Sukhotu
Pornpimon Sukhotu
เรื่องนี้น่ารักดีค่ะ ไม่ทำร้ายหัวใจคนอ่าน
2026-09-18 22:55:17
0
0
7 Chapters
บทที่ 1
บ่ายวันหนึ่งอันแสนสงบ ฉันนั่งเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อย ๆ อย่างเบื่อหน่ายอยู่ในห้องนั่งเล่น จู่ ๆ ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอคนในจอเพิ่งคว้าแชมป์ฮอกกี้น้ำแข็งระดับประเทศมาได้ เขายิ้มอย่างเจิดจ้าท่ามกลางแสงสปอตไลต์และดอกไม้ที่รายล้อม ราวกับแสงแดดอันอบอุ่นในฤดูร้อนนักข่าวถือไมโครโฟนสัมภาษณ์เขาเกี่ยวกับการแข่งขันเขาตอบด้วยรอยยิ้ม “การคว้าแชมป์ครั้งนี้เป็นไปตามที่ผมคาดไว้ ผมเชื่อมั่นในพรสวรรค์และฝีมือของตัวเอง และหวังว่าต่อจากนี้จะทำผลงานในสนามได้ดียิ่งขึ้น”กล้องกวาดผ่านอัฒจันทร์ แฟนคลับสาวนับไม่ถ้วนชูป้ายและธงเชียร์ ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความตื่นเต้น ถึงขั้นมีแฟนคลับสาวตัวยงหลายคนประกาศว่าอยากแต่งงานกับเขาฉันที่นั่งอยู่หน้าทีวีแค่นหัวเราะ ก่อนกวาดสายตามองเพื่อนสมัยเด็กที่กำลังซักผ้าอยู่ตรงระเบียง เขาเปลือยท่อนบน เผยกล้ามเนื้อเป็นมัดได้รูปไม่มีใครคาดคิดว่าเทพบุตรมาดเย็นชาผู้สูงเกินเอื้อมในสายตาของทุกคน ตอนนี้กำลังช่วยฉันซักผ้าราวกับเป็นคนรับใช้หยาดเหงื่อไหลจากแผงอกกำยำของเขา ลงมาตามกล้ามท้องแปดลูกที่เป็นลอนชัดเจน สายตาของฉันก็ไล่ตามหยาดเหงื่อใสนั้นลงไปเรื่อย ๆ
Read more
บทที่ 2
ที่เขาพูดมาก็ไม่ผิด แต่พฤติกรรมที่สนิทกันจนแทบไม่มีเส้นแบ่งแบบนี้ต่างหาก ที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่ายที่สุดจำได้ว่าตอนเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย เฉินเจี้ยนเฟิงมักจะมารอฉันเลิกเรียนที่หน้าห้อง กินข้าวก็ต้องกินด้วยกัน ตอนเย็นยังไปส่งฉันถึงหอพัก ในสายตาคนอื่น เราไม่ต่างอะไรจากคู่รักที่กำลังหวานชื่นกันเลยแต่ทุกครั้งที่มีคนถามว่า “พวกเธอสองคนกำลังคบกันอยู่เหรอ?”สีหน้าของเฉินเจี้ยนเฟิงจะมืดลงทันที ก่อนตอบอย่างรังเกียจว่า “ฉันกับกัวจิงจิงเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่มีความต้องการแบบนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง”เรื่องที่คู่รักทำกัน เราแทบจะทำมาหมดแล้ว แต่เพราะเขาเคร่งเรื่องความสัมพันธ์ทางความรู้สึกมาก ฉันจึงไม่เคยกล้าบอกความในใจให้เขารู้พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉันก็ถอนหายใจอย่างจนใจ หรือว่าฉันกับเขาจะต้องอยู่ในสถานะเกินกว่าเพื่อน แต่ยังไม่ถึงคนรักแบบนี้ไปตลอดชีวิตจริง ๆ?“คิดอะไรอยู่? วันนี้ทำไมเธอเอาแต่เหม่อล่ะ”เขายื่นนิ้วมาจิ้มหว่างคิ้วที่ขมวดแน่นของฉัน ส่วนอีกมือก็หยิบบัตรเข้าชมออกมาจากด้านหลังราวกับเล่นมายากล “สุดสัปดาห์นี้ ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัย แล้วเจอกัน”พูดจบเขาก็กลับเข้าห้อง ทิ้งฉัน
Read more
บทที่ 3
ไป๋ซู่ซินเงยหน้าขึ้น ก่อนพูดด้วยสีหน้ามุ่งร้าย “กัวจิงจิงก็ชอบนาย แล้วทำไมนายยังสนิทกับเธอขนาดนั้น!”เธอขึ้นเสียงดังลั่น จนสายตาของผู้ชมรอบข้างพุ่งมาที่พวกเราราวกับแสงสปอตไลต์แต่ไป๋ซู่ซินกลับไม่รู้สึกอับอายเลยสักนิด เธอต้องการให้ทุกคน รวมถึงเฉินเจี้ยนเฟิงรู้ว่า เพื่อนที่เขามองว่าสนิทที่สุดก็มีความรู้สึกน่ารังเกียจแบบนั้นกับเขาเหมือนกันฉันไม่ได้แก้ตัว เพราะสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริงฉันก้มหน้าลง ไม่กล้ามองเขา เพราะกลัวว่าหากเห็นสีหน้ารังเกียจของเขา ฉันคงรับไม่ไหวเฉินเจี้ยนเฟิงเองก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่สำหรับฉันกลับยาวนานเหลือเกิน ราวกับตัวเองเป็นผู้กระทำผิดที่กำลังรอรับคำตัดสินสุดท้ายอย่างเงียบ ๆ“ไม่ใช่แค่กัวจิงจิงที่ชอบฉัน ฉันก็ชอบกัวจิงจิงเหมือนกัน”ฉันเบิกตากว้างทันที ก่อนเงยหน้ามองเฉินเจี้ยนเฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ สีหน้าหม่นขรึมของเขาหายไปในพริบตา แววตาที่มองฉันทั้งอ่อนโยนและละเอียดอ่อนไม่ใช่แค่ฉันที่อึ้ง แม้แต่ไป๋ซู่ซินที่เมื่อครู่ยังพูดจาข่มฉันไม่หยุด ตอนนี้ก็นิ่งค้างอยู่กับที่ สีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด สลับไปมาหลากสียิ่งกว่าจานสีเสียอีกส
Read more
บทที่ 4
อาจเป็นเพราะคำพูดของฉันไปกระตุ้นเขาเข้า เฉินเจี้ยนเฟิงจึงติดฉันยิ่งกว่าเดิมนอกจากเวลาไปฝึกแล้ว เขาแทบไม่ยอมห่างจากฉันแม้แต่ก้าวเดียว เพราะกลัวว่าถ้าเผลอคลาดสายตา ฉันจะออกไปหาผู้ชายคนอื่นข้างนอกแม้แต่ตอนฉันไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด เขายังต้องมานั่งตรงข้าม ฟุบอยู่กับโต๊ะพลางมองฉันตาละห้อย ถามว่าฉันไม่เอาเขาแล้วหรือว่ามีหมาตัวอื่นอยู่ข้างนอกแล้วฉันขมวดคิ้วมองเขา “ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น?”เขาก้มหน้าลงอย่างหงอย ๆ ราวกับเป็นลูกหมาที่ถูกทอดทิ้งจริง ๆ “เธอบอกว่าจะหาคนอื่นมาเป็นแฟน ต้องเป็นเพราะฉันดีกับเธอไม่พอ ถึงทำให้เธอคิดแบบนั้น ต่อจากนี้ฉันจะดีกับเธอให้มากกว่าเดิม จะทำให้เธอเลิกคิดเรื่องนั้น และรู้สึกว่ามีฉันแค่คนเดียวก็พอแล้ว”ตอนแรกฉันยังไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร จนกระทั่งทุกเช้าหลังตื่นนอน เขาจะบีบยาสีฟันเตรียมไว้ให้ จัดอาหารเช้าไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย แถมยังตื่นแต่เช้าไปซื้อกาแฟแก้วโปรดจากร้านที่อยู่ไกลมาให้ฉันเขาดึงเก้าอี้ออกให้ฉันราวกับพ่อบ้าน ก่อนมองด้วยสายตาคาดหวัง ราวกับกำลังบอกว่า “เห็นไหมว่าฉันทำได้ดีแค่ไหน รีบชมฉันสิ”ฉันคิดว่าถ้าตอนนี้เฉินเจี้ยนเฟิงมีหางละก็ มันคงส่าย
Read more
บทที่ 5
ฉันถูกจูบจนขาอ่อนแรง ร่างทรุดลงโดยไม่รู้ตัว เฉินเจี้ยนเฟิงโอบเอวอุ้มฉันขึ้น ก่อนจะจูบอย่างเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมมืออีกข้างของเขาเลิกเสื้อฉันขึ้น แล้วลูบไล้ไปตามร่างกายซ้ำ ๆ ไม่รู้ว่าเพราะฮอร์โมนกระตุ้นสมองหรือเปล่า ฉันถึงไม่ขัดขืนเลยสักนิด กลับปล่อยตัวดื่มด่ำกับสัมผัสนั้นเงียบ ๆฉันสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ทั้งใหญ่และแข็งกำลังกดอยู่ตรงหน้าท้องผ่านเนื้อผ้า พอรู้ตัวว่าสถานการณ์เริ่มไม่ชอบมาพากล ฉันก็ได้สติขึ้นมาทันที เหตุผลที่เลือนหายไปกลับคืนมาในวินาทีนั้น ฉันรีบผลักเขาออกฉันหน้าแดงก่ำ พลางหอบหายใจแรงไม่หยุดฉันรู้ดีว่าเมื่อไรที่เราก้าวข้ามเส้นนี้ไป ความสัมพันธ์ของเราจะพังลงอย่างรวดเร็ว และไม่มีทางหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก“กัวจิงจิง?”เขาลองยื่นมือมาหมายจะประคองฉัน แต่ฉันหลบเสียก่อนการกระทำของฉันไปกระทบความรู้สึกเขาโดยไม่ตั้งใจ แววตาที่เขามองมาจึงเจือความเจ็บปวดอยู่เล็กน้อย“คืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถือซะว่าเราแค่ฝันไปก็แล้วกัน”ฉันทิ้งคำพูดนั้นไว้ ก่อนจะรีบกลับเข้าห้องราวกับหนี พอปิดประตูก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ริมฝีปากยังคงหลงเหลือไออุ่นจากเขาอยู่หลังจากคืนนั้น ความสัมพัน
Read more
บทที่ 6
เสิ่นอี้หรานนั่งลงข้างฉัน ก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา “จำได้ว่าตอนมัธยมเธอเป็นถึงสาวสวยประจำโรงเรียนของเรา มีผู้ชายตั้งหลายคนแอบชอบเธอ แต่เฉินเจี้ยนเฟิงน่ะเหมือนไม้ตีแมลงวัน ใครเข้าใกล้เธอก็โดนเขาปัดออกไปหมด”“พวกผู้ชายที่เอาจดหมายรักมาให้เธอ หรืออยากชวนเธอไปกินข้าว ต่างก็ถูกเขากันออกไปหมด”“ถ้าเธอบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกกับเธอในเชิงนั้น ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด”เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ฉันก็เม้มริมฝีปาก ฉันรู้ว่าเฉินเจี้ยนเฟิงมีความรู้สึกอยากครอบครองฉัน แต่ความรู้สึกระหว่างเราจะไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตของคำว่าเพื่อนไปได้“เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน ตอนนี้ฉันยังไม่คิดจะสารภาพความรู้สึกกับเฉินเจี้ยนเฟิง”ถ้าการบอกความรู้สึกออกไปหมายถึงต้องแตกหักกันนับจากนั้น งั้นเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิตยังดีกว่าเสิ่นอี้หรานยกยิ้มมุมปาก “ในเมื่อเธอกับเฉินเจี้ยนเฟิงไม่ได้คบกัน งั้นก็หมายความว่าฉันจีบเธอได้ใช่ไหม?”คำสารภาพรักที่มาอย่างกะทันหันของเขาทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจเขาแกว่งแก้วเครื่องดื่มในมือเบา ๆ ก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตต่อ “จริง ๆ แล้วตอนนั้นฉันก็เป
Read more
บทที่ 7
เฉินเจี้ยนเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ จ้องฉันเขม็งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรุกเร้า“เธอยังไม่รู้อีกเหรอว่าทำไม? ก็เพราะฉันชอบเธอไง”“ที่ฉันยอมทิ้งฮอกกี้แล้วมาหาเธอโดยไม่ลังเล ถ้าไม่ใช่เพราะชอบเธอ แล้วจะเป็นเพราะอะไร?”ฉันมองเฉินเจี้ยนเฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะถามย้ำอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ “ที่นายบอกว่าชอบฉัน หมายถึงชอบแบบเพื่อน หรือว่า…”“ชอบแบบที่อยากเป็นแฟนเธอ ชอบแบบที่อยากมีอนาคตร่วมกับเธอ ชอบแบบที่อยากจูบ อยากกอด และอยากทำอะไรที่ใกล้ชิดกับเธอมากกว่านั้น”“ฉันพูดขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”ฉันสงสัยว่าตัวเองคงเมาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเฉินเจี้ยนเฟิงที่เกลียดการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามมาตลอด จะพูดคำเหล่านี้กับฉันได้ยังไง“แต่นายเคยบอกว่า นายเกลียดการมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนอื่น”“นั่นมันกับคนอื่น ไม่ใช่กับเธอ ฉันมีความต้องการแบบนั้นกับเธอมานานแล้ว แต่กลัวว่าจะทำให้เธอตกใจ เลยไม่กล้าบอกเธอมาตลอด”“พอแน่ใจว่าเธอก็ชอบฉัน เดิมทีฉันตั้งใจจะหาโอกาสเหมาะ ๆ สารภาพรักกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงมาตลอด”หัวใจฉันสั่นไหว “เรื่องที่ฉันชอบนาย นายรู้มานานแล้วเหรอ?”พอถา
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status