LOGINผู้ชายที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์คาดเดายากแบบเขา ฉันก็ไม่อยากจะคาดเดาอะไรอีกแล้วฉันพูดอย่างเย็นชา “คุณแก้แค้นฉันคนเดียวก็พอแล้ว เลิกคิดจะไปจัดการกับครอบครัวฉันสักที”“หึ!”เฮ่อจือโจวหัวเราะเบา ๆ เอ่ยเสียงเย็น “คุณคิดว่าที่ผมยกคฤหาสน์ให้ แล้วรับครอบครัวคุณกลับมา เป็นเพราะอยากรวบยอดแก้แค้นพวกคุณทีเดียวหรือไง”“แล้วไม่ใช่หรือไง”“หึ!” เขาแค่นหัวเราะอีกครั้ง จู่ ๆ ก็คว้าคอเสื้อฉันไว้พลางพูด “งั้นผมจะบอกคุณให้ ถ้าผมอยากจะฆ่าพวกคุณให้ตายจริง ๆ มันง่ายยิ่งกว่าบดขยี้มดตัวหนึ่งซะอีก! ไม่เห็นต้องมาเล่นลูกไม้แบบนี้เลย!”หว่างคิ้วของผู้ชายคนนี้เริ่มมีแววโหดเหี้ยมปรากฏขึ้นอีกครั้งซึ่งคำพูดประโยคนี้ของเขา ฉันย่อมเชื่ออย่างแน่นอนตอนนี้ฐานะของครอบครัวฉันกับเขาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว หากเขาอยากให้พวกเราหายไปจากเมืองเจียงแห่งนี้ ก็เป็นแค่เรื่องที่จัดการได้ในชั่วอึดใจเท่านั้นดังนั้นถ้าเขายกคฤหาสน์ให้ฉันไม่ใช่เพื่อแก้แค้น แล้วทำไมจู่ ๆ เขาถึงหวังดีขึ้นมาล่ะฉันเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาสีดำของเขา ถามด้วยความไม่เข้าใจ “ทำไมจู่ ๆ คุณถึงใจดี จะยกคฤหาสน์ราคาแพงขนาดนั้นให้ฉัน”เฮ่อจือโจวจ้องฉันเขม็ง
จู่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ มองห้องที่ดูแปลกตาก่อนจะชะงักไปกว่าจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปพักใหญ่ ฉันถึงนึกขึ้นได้ว่านี่คือห้องเช่าที่ฉันเพิ่งทำสัญญาไปฉันหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ปรากฏว่าฉันเพิ่งจะหลับไปได้แค่ยี่สิบกว่านาทีเท่านั้นก๊อก ๆ ๆ!เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งฉันนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งสั่งเดลิเวอรีไป จึงรีบลุกไปเปิดประตูทันทีที่ประตูเปิดออก เฮ่อจือโจวผู้มาพร้อมกับกลิ่นอายอันน่าเกรงขามก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉันฉันเบิกตากว้าง มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตานี่มันห้องเช่าที่ฉันเพิ่งจะหาได้นะ เขาตามมาเจอเร็วขนาดนี้ได้ยังไงนี่ฉันไม่ได้กำลังฝันไปใช่ไหมเนี่ยฉันแอบหยิกเนื้อที่ต้นขาตัวเองเงียบ ๆซี้ด!เจ็บ!ไม่ได้ฝันนี่นา!เฮ่อจือโจวตามมาเจอจริง ๆ ด้วย!แต่เขาไปกินข้าวกับกู้ชิงชิงแล้วไม่ใช่เหรอแถมฉันก็เพิ่งจะตกลงเช่าห้องไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ เขาตามมาเจอเร็วขนาดนี้ได้ยังไงหรือว่าเขาสะกดรอยตามฉันมาตลอดขณะที่ในใจกำลังตื่นตระหนกสุดขีด ผู้ชายคนนั้นก็ยื่นมือใหญ่มาดันบานประตูของฉันเอาไว้แล้วตามด้วยการออกแรงผลักเพียงครั้งเดียว ประตูก็
ภายใต้แสงไฟ ฝนฤดูใบไม้ร่วงโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องบนศีรษะของผู้คนต่างปกคลุมไปด้วยความเปียกชื้น แผงขายของกินเล่นมีควันร้อนลอยกรุ่น เต็มไปด้วยบรรยากาศของการใช้ชีวิตฉันลากกระเป๋าเดินทางเดินเข้าไปในตรอกอันคึกคักเมื่อเดินทะลุตรอกมา ฉันก็เห็นตึกที่พักอาศัยตั้งเรียงรายเบียดเสียดกันตรงทางขึ้นบันไดมีใบประกาศให้เช่าติดไว้ฉันเอามือถือออกมาโทรหาเจ้าของบ้านทันทีฉันบอกว่าอยากดูห้องเพื่อเช่าอยู่ เจ้าของบ้านก็มาหาอย่างรวดเร็วเขาบอกว่าห้องเช่าขายดีมาก ตอนนี้เหลือแค่ชั้นสี่กับชั้นบนสุดที่มีห้องว่างอยู่อีกหนึ่งถึงสองห้องฉันบอกว่าไปดูชั้นสี่ก็แล้วกัน เจ้าของบ้านจึงรีบพาฉันเดินขึ้นไปชั้นสี่ฉันหิ้วกระเป๋าเดินทางเดินขึ้นบันไดอย่างทุลักทุเลและใช้แรงอยู่บ้างเจ้าของบ้านยืนรอฉันอยู่ตรงจุดพักบันไดพักใหญ่สงสัยคงจะรำคาญที่ฉันเดินช้าเกินไป เขาจึงเดินกลับลงมา แย่งกระเป๋าเดินทางของฉันไปถือ แล้วเดินขึ้นไปอย่างคล่องแคล่วฉันรีบพูด “ขอบคุณค่ะ ๆ”“เฮ้อ นักศึกษาบอบบางแบบพวกเธอเนี่ย ฉันเห็นมาเยอะแล้ว วันธรรมดาก็ต้องหมั่นออกกำลังกายให้มากหน่อยนะ กระเป๋าใบนี้ก็ไม่ได้หนักอะไร ดูเธอหิ้วเข้าสิ ทำเหมือนก
เฮ่อจือโจวเพิ่งจะเบือนหน้ามามองฉันมุมปากของชายหนุ่มประดับด้วยรอยยิ้ม แววตาเย็นเยียบแฝงความเย้ยหยัน มองจนฉันยิ่งรู้สึกอับอายขายหน้าฉันก้มหน้าพูด “ขอโทษค่ะประธานเฮ่อ ฉันเข้าใจผิดไปเอง ขอตัวก่อน”ฉันกำลังจะลากกระเป๋าเดินหนี แต่กู้ชิงชิงกลับเดินเข้ามาคว้าแขนฉันไว้เสียก่อน เอ่ยชวนอย่างกระตือรือร้น “ฉันกับพี่จือโจวจะไปกินข้าวกัน ไปด้วยกันสิคะ”“ไม่ต้อง” ฉันปัดมือเธอออกด้วยความรังเกียจ เตรียมจะเดินหนีหล่อนยังแสร้งทำหวังดีพูดต่อ “งั้นให้พี่จือโจวไปส่งไหมคะ ดูสิ ลากกระเป๋าแบบนี้ก็เดินลำบากไม่ใช่เหรอ”เธอเว้นจังหวะ ก่อนกลอกตาไปมา คล้ายกับนึกอะไรขึ้นได้ แล้วร้องอุทาน “อุ๊ย ไม่ได้สิ คุณคงยังหาที่พักไม่ได้แน่เลย เอาอย่างนี้ ฉันกับพี่จือโจวไปเป็นเพื่อนหาที่พักให้ก่อนดีไหมคะ”เธอพูดพลางเดินเข้ามาแย่งลากกระเป๋าเดินทางของฉันอย่างกระตือรือร้นในใจฉันพลันเกิดความหงุดหงิดและรังเกียจจนสุดจะกลั้นฉันสะบัดมือเธอออก ตวาดเสียงต่ำ “ไม่ต้อง!”ผู้หญิงคนนี้น่ารำคาญชะมัดพอฉันตวาดไปแบบนั้น กู้ชิงชิงก็พลันหันไปมองเฮ่อจือโจวทั้งน้ำตาคลอเบ้าเฮ่อจือโจวหรี่ตามองฉัน สายตาของเขาทั้งเย็นชาและน่ากลัวหัวใจฉ
คำพูดนี้เขาตั้งใจพูดกับเฮ่ออี้เฉินแต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าน้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความได้ใจอย่างชัดเจนเฮ้อ!พวกผู้ชายนี่ อยากเอาชนะกันเก่งจริง ๆตอนที่ฉันดันโต๊ะไปไว้ตรงมุมห้อง เล่นเอาเหงื่อท่วมตัวจนแทบจะหมดแรงขณะที่ฉันกำลังเอนหลังพิงเก้าอี้หอบหายใจอย่างหมดสภาพ ก็เห็นพวกเฮ่อจือโจวเดินไปที่ห้องประชุมกู้ชิงชิงกอดเอกสาร เดินเชิดหน้าตามหลังพวกเขาไปก่อนเข้าไป กู้ชิงชิงยังหันมายิ้มเยาะใส่ฉันอย่างภูมิใจฉันกลอกตาบนใส่ทันที ไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอจะภูมิใจอะไรนักหนาพักได้ไม่ทันไร ก็มีเพื่อนร่วมงานใช้ให้ฉันไปรินชาบางคนก็ให้ฉันไปถ่ายเอกสารยิ่งไปกว่านั้นยังมีคนสั่งให้ฉันเก็บขยะใต้โต๊ะของเขาอีกโชคดีที่ก่อนหน้านี้ฉันเคยทำงานจับฉ่ายในบริษัทของเฮ่ออี้เฉินมาก่อน เรื่องพวกนี้เลยไม่ใช่เรื่องยาก แค่เหนื่อยไปหน่อยเท่านั้นและการมาทำงานที่นี่วันแรก พวกเขาก็ได้รีดเค้นความสนุกจากการกลั่นแกล้งฉันออกมาจนถึงขีดสุดตลอดทั้งวัน แทบจะมีแต่เรื่องจุกจิกที่โยนมาให้ฉันทำ ราวกับเห็นฉันเป็นคนรับใช้แต่พอคิดถึงเงินเดือนหนึ่งแสน ฉันก็ยอมทนไม่อย่างนั้นจะให้ทำยังไงล่ะเฮ่อจือโจวตั้งใจให้ฉันมาทนรับความอัปย
ในถ้อยคำเย็นชาแฝงไปด้วยการข่มขู่ฉันชักจะระแวงแล้วว่าถ้าเฮ่ออี้เฉินยังไม่ยอมปล่อยมือ เฮ่อจือโจวจะหาหน้ามีดมาสับมือฉันข้างนี้ทิ้งหรือเปล่ามีตัวอย่างของอาเวยให้เห็นอยู่ทนโท่ฉันกลัวจนทนไม่ไหว จึงไม่ไว้หน้าเฮ่ออี้เฉินอีกต่อไปฉันพูดกับเขาเสียงเย็น “ปล่อยค่ะ คุณชายรองเฮ่อ สำรวมด้วยค่ะ!”เฮ่ออี้เฉินชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด พลันยิ้มขื่นให้ฉัน แล้วถึงยอมปล่อยข้อมือข้อมือฉันปรากฏรอยแดงเป็นวงชัดเจน ดูออกเลยว่าเมื่อกี้เขาบีบแรงแค่ไหนจู่ ๆ ก็มีเสียงแค่นหัวเราะดังมาจากข้างกายฉันเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าเฮ่อจือโจวกำลังจ้องข้อมือฉันอยู่ มุมปากเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันอันเย็นชาขำอะไรนักหนาวัน ๆ เอาแต่ทำท่าทางดูถูกฉันสารพัด ไม่รู้ว่ารอยแดงบนข้อมือมันมีอะไรให้น่าเยาะเย้ย!ฉันค่อนขอดในใจเงียบ ๆ พลางดึงแขนเสื้อลงมาปิดรอยแดงเอาไว้ตอนนั้นเอง เฮ่ออี้เฉินกับกู้อี้ก็เดินออกจากลิฟต์ไปแล้วเหลือแค่ฉันคนเดียวที่ยังอยู่ข้างในฉันรีบลากโต๊ะออกไปข้างนอกคราวนี้กู้อี้ไม่ได้ช่วยฉัน ส่วนฉันเพิ่งจะเหวี่ยงใส่เฮ่ออี้เฉินไปหมาด ๆ จึงไม่อยากขอให้เขาช่วยส่วนเฮ่อจือโจว ผู้ชายคนนั้นกำลังจ้องฉันด้วยสายตาเย็นชา







