Se connecterเบื้องหลังสปอตไลท์ที่แสนเย็นชา หัวใจของซุปตาร์หนุ่มกลับโหยหาเพียงแค่ 'เธอ' พื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เขากล้า... หลับตาลง พักพิงหัวใจไว้กับเธอตลอดไป
Voir plus"คัต! ไม่ได้! แสงมันสะท้อนคอนแทคเลนส์เกินไป พร็อพ! แก้ไขด่วน!"
เสียงตวาดของผู้กำกับโฆษณาดังลั่นสตูดิโอ บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก ท่ามกลางสปอตไลท์นับสิบดวงที่แผ่ความร้อนระอุ บุคคลที่เป็นศูนย์กลางของจักรวาลในห้องนี้กำลังนั่งหน้าตึงอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ 'ภาคิน' ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเบอร์หนึ่งของประเทศ เจ้าของฉายา ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ ที่วันนี้ดูท่าจะกลายเป็น ‘เจ้าชายภูเขาไฟระเบิด’ มากกว่า ภาคินในวัยยี่สิบปลายๆ สวมชุดสูทสีเทาควันบุหรี่ที่ขับผิวออร่าให้โดดเด่น ภาคินขมวดคิ้วแน่นจนแทบผูกกันเป็นโบว์ นิ้วเรียวเคาะพนักเก้าอี้เป็นจังหวะเร็วๆ แสดงถึงความไม่พอใจอย่างถึงขีดสุด "พี่เอ็มครับ" ภาคินเรียกผู้จัดการส่วนตัวด้วยเสียงที่เบาแต่กดต่ำจนคนฟังขนลุก "ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าเรื่องแสงต้องเป๊ะ นี่มันกี่โมงแล้ว ผมมีคิวถ่ายละครต่อตอนบ่ายสอง” “ถ้ากองนี้เลิกช้ากว่ากำหนด ทางละครเสียหาย ใครจะรับผิดชอบ?" "ขอโทษทีค่ะน้องภาคิน พอดีทีมไฟเขาจัดองศาผิดนิดเดียว เดี๋ยวพี่จัดการให้ค่ะ" ผู้จัดการส่วนตัวรีบวิ่งเข้าไปแก้ตัวแทนทีมงานด้วยท่าทีอ่อนน้อม “นิดเดียว?” ภาคินเลิกคิ้วข้างหนึ่งและยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา "คำว่า 'นิดเดียว' นี่แหละที่ทำให้งานออกมาห่วยแตก" ประโยคสั้นๆ นั้นทำเอาทีมงานทั้งกองเงียบกริบ ทุกคนรู้ดีว่าภาคินเป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ตัวพ่อ แต่ความกดดันจากการเป็นสตาร์แถวหน้าตลอดหลายปีทำให้ความอดทนของเขาลดลงเรื่อยๆ บวกกับอาการ Insomnia ที่เล่นงานมาตลอดสามคืน ทำให้วันนี้อารมณ์ของเขาร้อนระอุยิ่งกว่าทะเลทราย ในขณะที่ทุกคนกำลังหวาดกลัวรัศมีความเหวี่ยงของซุปตาร์หนุ่ม ประตูสตูดิโอก็เปิดเข้ามาพร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง 'ขวัญข้าว' สตาฟฟ์ฝ่ายประสานงานกองถ่ายในวัยยี่สิบต้นๆก้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ในมือถือถาดแก้วน้ำเกลือแร่เย็นเฉียบประมาณแปดแก้ว เธอเพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัทโปรดักชันนี้ได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ และวันนี้คือวันแรกที่ได้มาลงกองถ่ายใหญ่แบบเต็มตัว "ขอโทษนะคะ น้ำมาแล้วค่ะ!" ขวัญข้าวตะโกนเสียงใสเข้ามา ตัดกับบรรยากาศอันเคร่งเครียด เธอรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปยังจุดที่นักแสดงนั่งอยู่ โดยไม่ทันสังเกตว่าทุกคนกำลังยืนแข็งเป็นหิน เป้าหมายของเธอคือโต๊ะเครื่องแป้งของภาคิน เธอต้องการวางแก้วน้ำเกลือแร่เหล่านี้ให้ทีมงานแจกจ่าย แต่เพราะความที่ไม่รู้กฎระเบียบอันเข้มงวดว่า 'ห้ามเข้าใกล้ตัวภาคินเกินระยะสามเมตรโดยไม่ได้รับอนุญาต' และความเก้กังของเด็กใหม่ เธอจึงเดินตรงเข้าไปหาเขาโดยอัตโนมัติ "น้ำเกลือแร่เย็นๆแก้ร้อนนะคะ จะได้สดชื่นกัน—" ขวัญข้าวหยุดพูดกะทันหันเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเย็นยะเยือกที่พุ่งตรงมาหาเธอ ผู้จัดการส่วนตัวของภาคินหน้าถอดสี รีบปรี่เข้ามาขวางหน้าขวัญข้าวไว้ "น้อง! ใครให้เดินเข้ามาตรงนี้! ไม่เห็นเหรอว่าเขากำลังพักกองอยู่!" ผู้จัดการกระซิบเสียงดุ "เอ่อ...ขอโทษค่ะ พอดีเห็นอากาศร้อน เลยเอาน้ำมาให้ทีมงานค่ะ" ขวัญข้าวอธิบายอย่างงงๆ เธอมองเลยไปที่ผู้ชายหน้าตาดีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แวบแรกที่เห็นเธอคิดว่า 'หล่อเหมือนหลุดออกมาจากนิยายเลยแฮะ แต่ทำไมหน้าบึ้งจัง' ภาคินหรี่ตามองผู้หญิงที่กล้าละเมิดพื้นที่ส่วนตัวของเขา เขาเห็นป้ายชื่อ 'สตาฟฟ์: ฝ่ายประสานงาน' ห้อยคอเธออยู่ ยิ่งเห็นหน้าตาที่ดูซื่อบื้อ และท่าทีที่ไม่สนใจต่อรัศมีอำนาจของเขา มันก็ยิ่งทำให้ความหงุดหงิดพุ่งสูงขึ้น "ออกไป" ภาคินพูดสั้นๆ แค่สองคำ แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ขวัญข้าวชะงัก "คะ?" "ผมบอกให้คุณออกไปจากตรงนี้ แล้วเอาไอ้น้ำหวานนี่ออกไปด้วย ผมไม่กินของไม่มีคุณภาพที่หยิบยื่นมาจาก—" ภาคินกวาดสายตามองขวัญข้าวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน "--จากคนที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ" ขวัญข้าวขมวดคิ้ว คำพูดของภาคินเหมือนตบหน้าเธอฉาดใหญ่ ต่อให้จะเป็นเด็กใหม่ แต่เธอก็มีศักดิ์ศรี เธอเข้ามาในวงการเพื่อหาเงินใช้หนี้ ไม่ได้เข้ามาเพื่อรองรับอารมณ์ใครหน้าไหน ถึงเขาจะเป็นซุปตาร์ระดับประเทศ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิทธิพิเศษที่จะมาดูถูกคนอื่น "เอ่อ...คุณภาคินคะ น้องเขาเป็นเด็กใหม่ เพิ่งมาวันแรกค่ะ อย่าถือสาเลยนะคะ" ผู้จัดการรีบขอโทษแทน ขวัญข้าวยืดตัวตรง วางถาดน้ำลงบนโต๊ะใกล้ๆเบาๆ อย่างจงใจให้เกิดเสียงน้อยที่สุด จากนั้นก็หันมาสบตาภาคินตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ขอโทษนะคะคุณภาคิน" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น รอยยิ้มที่เธอส่งให้แม้จะดูจริงใจ แต่แฝงความนัยบางอย่างที่ภาคินอ่านไม่ออก "ที่นี่คือ 'กองถ่ายโฆษณา' ค่ะ ไม่ใช่ 'วัง' ที่ทุกคนจะต้องหมอบคลานเข้ามาหาคุณ” “การที่ฉันเอาน้ำเกลือแร่มาให้ทีมงาน ก็เพื่อให้น้องๆทีมงานที่ตากแดดจัดๆมาตลอดทั้งวันได้มีแรงทำงานต่อให้เสร็จทันตามคิวของคุณ" สตูดิโอทั้งห้องเงียบกริบ ทีมงานทุกคนอ้าปากค้าง ไม่มีใครเคยกล้าต่อปากต่อคำกับภาคินแบบนี้มาก่อน ภาคินถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน ยัยสตาฟฟ์นี่กล้าดียังไง? "เธอ..." ภาคินชี้หน้าขวัญข้าว เสียงสั่นด้วยความโกรธ "เธอรู้ไหมว่าเธอกำลังพูดอยู่กับใคร?" "รู้ค่ะ คุณภาคิน ซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่ง ผู้แสนจะเพอร์เฟกต์" ขวัญข้าวตอบหน้าตาย ก่อนจะขยายความต่อด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนใสซื่อ "แต่ในกองถ่ายนี้ คุณก็แค่นักแสดงคนหนึ่งที่มีหน้าที่ทำตามบทบาทให้ดีที่สุด” “การที่ทีมงานเขาจัดไฟช้า มันก็เป็นเพราะ 'แสงคอนแทคเลนส์' ของคุณที่มีปัญหาไม่ใช่เหรอคะ?" ขวัญข้าวมองไปที่ช่างไฟที่ยืนอึ้งอยู่ "พี่คนนั้นเขาพยายามปรับแสงตามรีเควสที่เยอะ...เอ่อ ที่ละเอียดอ่อนของคุณอยู่” “แต่คุณกลับเหวี่ยงวีนใส่ทุกคนที่ทำงานหนักเพื่อคุณ มันดูเป็น 'มืออาชีพ' ตรงไหนเหรอคะ?" ภาคินแทบจะลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ความดันเลือดในร่างกายพุ่งสูงปรี๊ด เขาไม่เคยโดนใครสอนแบบนี้มาก่อน ยัยเด็กบ้านี่! "ออกไป! ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้!” “ผมไม่อยากเห็นหน้าเธอในกองนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว!” “ไม่งั้นผมจะกลับเดี๋ยวนี้!" ภาคินตะคอกลั่น ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยความโมโห ผู้จัดการส่วนตัวของภาคินหน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปดึงแขนเธอทันที "น้องขวัญ! ไปก่อนเถอะ! พี่ขอร้อง!" ขวัญข้าวสะบัดแขนออกเล็กน้อย "ไม่ต้องดึงค่ะ ขวัญเดินเองได้" เธอหันไปมองภาคินที่กำลังนั่งหอบหายใจด้วยความโกรธ "ฉันไปแน่ค่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะคุณ—" ขวัญข้าวชี้หน้าภาคินกลับบ้าง ทำเอาผู้จัดการเกือบหัวใจวาย "--ถ้าคุณยังเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ความสมบูรณ์แบบที่คุณพยายามสร้างขึ้นมา มันก็จะพังทลายลงด้วยมือของคุณเอง” “เพราะคนเราทำงานด้วยกันได้ด้วย 'ความเคารพ' ไม่ใช่ด้วย 'ความกลัว'" พูดจบเธอก็หันหลังเดินออกจากสตูดิโอไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนในกองถ่าย ภาคินนั่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง เขากำหมัดแน่น จ้องมองประตูที่ขวัญข้าวเพิ่งเดินออกไป ความโกรธในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาด... ความรู้สึกหมั่นไส้ "ยัย...ยัยเด็กบ้า! กล้าดียังไง! กล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน!" ภาคินสบถออกมาคนเดียว ผู้จัดการส่วนตัวไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "พี่เอ็ม" ภาคินหันไปสั่งผู้จัดการด้วยเสียงที่เย็นเยียบจนน่ากลัว "ไปสืบมา...ยัยนั่นชื่ออะไร อยู่ฝ่ายไหน" "น้องขวัญข้าวครับ เพิ่งมาฝึกงาน...เอ่อ จะให้พี่จัดการเรื่องไล่ออกตามที่น้อง—" "ไล่ออก?" เขายิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจจนผู้จัดการต้องถอยหลังกรู "ใครบอกว่าผมจะไล่เธอออก?" "คะ?" "ถ้าไล่ออกง่ายๆ มันก็ไม่สนุกสิ" ภาคินหรี่ตาลง นึกถึงหน้าตาที่ดูมั่นใจและคำพูดที่ยอกย้อนของขวัญข้าว 'กล้ามากนะที่มาท้าทายอำนาจของภาคิน' "เก็บเธอไว้ใกล้ตัวนี่แหละ...ผมจะทำให้เธอรู้เองว่า 'นรก' ในการทำงานกับภาคินมันเป็นยังไง เตรียมตัวรับมือให้ดีล่ะ...ยัยสตาฟฟ์ตัวแสบ" ภาคินลุกขึ้นยืนสะบัดสูท "เอาล่ะ! จะถ่ายต่อไม่ใช่เหรอ?” “ไปจัดแสงมาใหม่ให้มันดีขึ้นอีกสิบเท่า! ภายในสิบนาทีนี้!” “ถ้าไม่ได้ ผมกลับจริงๆ ด้วย!" รัศมีความเหวี่ยงระดับพายุทอร์นาโดกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมีความมุ่งร้ายบางอย่างซ่อนอยู่... มุ่งร้ายต่อใครบางคนที่เพิ่งเดินออกไปจากสตูดิโอ เบื้องหลังความเหวี่ยง (Mini-Dram behind the scene) ในขณะที่ภาคินกำลังฉุนเฉียวใส่กองถ่าย จริงๆ แล้วสาเหตุหลักไม่ได้มาจากความไม่เป็นมืออาชีพของทีมงาน แต่มาจาก ‘ความในใจ’ ที่เขาแบกไว้ สามคืนแล้วที่ภาคินแทบไม่ได้นอน เป็นเพราะข่าวฉาวที่กำลังเล่นงานเขาอยู่ไม่ใช่เรื่องจริง ความเครียดทั้งหมดถูกเก็บกดไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ 'เจ้าชายน้ำแข็ง' ที่ต้องรักษามันไว้ด้วยชีวิต เมื่อมีเรื่องมากระทบเพียงเล็กน้อย มันจึงกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาระเบิดออกมา สิ่งที่ขวัญข้าวทำไปคือการจุดไฟเผาภูเขาไฟที่กำลังปะทุอยู่แล้ว แต่คำพูดของเธอที่ว่า 'คนเราทำงานด้วยกันได้ด้วยความเคารพ' มันกลับเสียดแทงเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจเขาอย่างจัง... เป็นครั้งแรกที่มีคนมองเห็น 'มนุษย์' ที่อยู่หลัง 'ซุปตาร์' และกล้าพอที่จะพูดความจริงใส่หน้าเขา นั่นคือเหตุผลที่ภาคินเลือกที่จะไม่ไล่เธอออก แต่เลือกที่จะ 'เก็บไว้ใกล้ตัว' เพราะลึกๆแล้ว... เขากำลังโหยหาใครสักคนที่กล้าต่อกรกับเขา กล้าพูดความจริง และกลายเป็น 'เซฟโซน' ที่แสนพิลึกพิลั่นของเขาโดยที่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามประสาทและความรักอันแสนวุ่นวายระหว่าง 'สตาร์เบอร์หนึ่งสายซึน' กับ 'สตาฟฟ์สาวสายสตรอง' ติดตามต่อในตอนหน้า...แสงไฟนีออนสลัวยามค่ำคืนสาดส่องกระทบกับผืนป่าและแนวเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเชียงใหม่ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมรีสอร์ตหรูหลังเลิกกอง ทุกคนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อชาร์จพลังสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่สำหรับภาคินแล้ว ช่วงเวลากลางคืนกลับไม่ใช่เวลาแห่งการพักผ่อน แต่มันคือช่วงเวลาที่ความมืดมนและความกังวลเริ่มกัดกินจิตใจเขาอีกครั้งภายในห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์ ภาคินในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มกำลังนั่งเหม่อมองแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน เขากลัดกลุ้มและพยายามข่มตาหลับมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ภาพความทรงจำในอดีต ภาพความคาดหวังของแฟนคลับ และเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์มักจะวิ่งวนเข้ามาในหัวไม่มีวันหยุดก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้ง ทำลายความเงียบภายในห้องภาคินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้แล้วใครจะมาหาเขา? เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบตึง แต่เมื่อบานประตูเปิดออก ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องชะงักขวัญข้าวยืนถือแก้วเซรามิกอุ่นๆ ไว้ในมือ สวมชุดลำลองสบายๆ ใบหน้าหวานมีร่องรอยความลังเลเล็กน้อย แต่แววตากลับแน่วแน่“คุณ…มาทำอะไรดึกดื่นป่าน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างห้องพักวีไอพีในรีสอร์ตกลางหุบเขาเชียงใหม่ อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบายช่วยชะล้างความตึงเครียดของเมื่อคืนให้จางลงไปบ้างขวัญข้าวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะพบว่าตัวเองเผลอหลับคุดคู้พิงอยู่กับขอบเตียงนอนของภาคิน โดยมีเสื้อสูทตัวหนาของใครบางคนคลุมไหล่เอาไว้เธอกวาดสายตามองไปบนเตียงว่างเปล่า…ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะหันไปมองอีกด้านของห้องภาคินตื่นแล้วร่างสูงในชุดลำลองสบายๆ กำลังยืนจิบกาแฟร้อนพลางมองทิวทัศน์ภายนอกระเบียงด้วยสีหน้าเรียบเฉยแววตาคู่คมดูสงบกว่าหลายวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังมีร่องรอยความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็แตกต่างจากอาการเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิงราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงความฝัน“ตื่นแล้วเหรอ?”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เขายังไม่หันกลับมามองขวัญข้าวสะดุ้งเล็กน้อย รีบดันตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนจะจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน“อะ…อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณภาคิน”เธอทักเสียงอ้อมแอ้ม พลางจับเสื้อสูทที่คลุมไหล่อยู่เอาไว้ “เอ่อ…ขอบคุณสำหรับเสื้อค่ะ แล้วก็…อาการของคุณ…”“ผ
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของสายลมภูเขา กองถ่ายละครย้อนยุคต้องยกกองมาปักหลักถ่ายทำฉากสำคัญ ณ รีสอร์ตและโลเคชันธรรมชาติกลางหุบเขาในจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบสงบของธรรมชาติ แต่ความวุ่นวายภายในกองถ่ายกลับไม่เคยลดน้อยลงเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา 'แผนปฏิบัติการไล่ออก' ของภาคินดูเหมือนจะคว่ำไม่เป็นท่า แทนที่ขวัญข้าวจะทนไม่ไหวแล้วลาออกไปเอง เธอกลับปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ คอยวิ่งวุ่นเตรียมน้ำ เตรียมบท และรับมือกับความเรื่องมากของเขาได้ทุกรูปแบบ จนแทบจะกลายเป็น ‘เงา’ ที่คอยตามติดซุปตาร์หนุ่มไปทุกหนทุกแห่งจนกระทั่ง…ค่ำคืนนี้มาถึงเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกสงัด สมาชิกในกองถ่าย ทั้งทีมงานและนักแสดง ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อพักผ่อนเอาแรง หลังจากลุยถ่ายทำกันมาตลอดทั้งวัน ณ ห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ ขวัญข้าวที่เพิ่งเคลียร์ตารางคิวงานของวันพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อย กำลังจะเดินกลับห้องพักของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปอีกหลังแต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่านห้องพักของภาคิน เสียงกุกกักเบาๆ จากด้านในกลับทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงัก เธ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์หรูส่วนตัวของภาคิน บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดขวัญข้าวยืนสูดหายใจลึกอยู่หน้าประตูห้องทำงานของภาคิน ในมือถือถาดอาหารเช้าชุดใหญ่ที่ดูน่าทาน และกาแฟคาปูชิโน่เย็น ‘หวานน้อย’ จากร้านเจ้าประจำที่เธอต้องตื่นไปต่อคิวซื้อตั้งแต่เช้าตรู่หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมแพ้ เธอต้องการงานนี้เพื่อใช้หนี้ และเธอจะไม่ยอมให้ซุปตาร์คนไหนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอได้ง่ายๆ“เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน!”ขวัญข้าวกดกริ่งหน้าห้อง รอเพียงครู่เดียว ประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นภาคินในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่ยังคงดูดี ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงตั้งแต่เช้า“มาทำอะไรที่นี่?” ภาคินถามเสียงเย็นชา มองขวัญข้าวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก“เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณภาคิน ขวัญ...ขวัญมารายงานตัวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวค่ะ” ขวัญข้าวตอบด้วยรอยยิ้มสดใส พยายามทำตัวเป็นผู้ช่วยที่แสนดีที่สุดภาคินหรี่ตามองเธอ รู้สึกหมั่นไส้รอยยิ้มนั้นอย่างบอกไม่ถูก“ผู้ช่วยส่วนตัว? ใครสั่ง?”“หัวหน้าทีมฝ่ายประสานงานแจ้งขวัญเมื่อวานนี้ค่ะ ว่าให้ขวัญมาดูแลคุณภาคินเป็นพิ