Masukบทที่2
บ้านหลังใหม่
บ้านธราสกุลวาณิชย์
บ้านหลังใหญ่โตมีน้ำพุอยู่หน้าบ้านด้านซ้ายเป็นโรงจอดรถด้านขวาเป็นสระว่ายน้ำ ข้าวปั้นมองหน้าอาจารย์หนุ่มด้วยความตกใจ บ้านหลังนี้หลังใหญ่ยิ่งกว่าบ้านในหนังที่เธอเคยดูมาเสียอีก
“ตกใจอะไรปัณณลักษณ์” ธันวาหันมาถาม เขากำลังถอยรถจอดเข้าซอง รอบข้างมีแต่รถหรูราคาหลายสิบล้าน
“บ้านอาจารย์หลังใหญ่มากเลยค่ะ”
“เข้าไปข้างในเถอะแม่ฉันรออยู่”
ข้าวปั้นถูกธันวาพาเข้ามาด้านในมีแม่บ้านสองคนออกมารับพร้อมยกกระเป๋าสัมภาระของข้าวปั้นเข้าไป คุณหญิงดารุณีนั่งรอนักเรียนทุนด้วยความดีใจ ยิ่งเห็นเธอเดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้นไปสวมกอดเธอ เธอจำได้ดีว่าปัณณลักษณ์สอบชิงทุนตั้งแต่อยู่ชั้นม.1 ไม่ว่าจะทุนอะไรเธอสอบเก็บมาได้หมด คุณหญิงดารุณีรู้ดีว่าครอบครัวของปัณณลักษณ์ไม่ได้มีทรัพย์สมบัติอะไรมากมาย พ่อของเธอเป็นแค่พนักงานออฟฟิศส่วนแม่กับยายรับจ้างซักผ้า ปัณณลักษณ์จึงต้องสอบชิงทุนเพื่อนำเงินไว้จ่ายค่าเทอม
“หลังจากนี้ไปมาอยู่กับฉันนะเด็กแก้มป่อง” ดารุณีหยิกแก้มของข้าวปั้นด้วยความเอ็นดู
“หนูเกรงใจคุณหญิงจังเลยค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจแล้วก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหญิงนะ เรียกคุณป้าก็ได้”
“ค่ะคุณป้า”
ดารุณีพาข้าวปั้นขึ้นมานอนพักด้านบน ห้องของเธออยู่ปีกซ้ายของบ้านส่วนห้องของธันวาอยู่ปลีกขวา ธันวารักความสงบไม่ชอบวุ่นวายเขาจึงขอแยกอยู่เพียงคนเดียวด้านปีกขวาของบ้าน ห้องตรงกลางเป็นห้องโถงห้องนั่งเล่นอีกห้อง
“อยู่ได้ไหมหนูแก้มป่อง”
“ได้ค่ะคุณป้า”
“หนูชื่อข้าวปั้นใช่ไหม”
“ใช่ค่ะหนูชื่อข้าวปั้น”
“โอเค ถ้างั้นหนูเก็บของเถอะเดี๋ยวป้าจะต้องออกไปดูร้านอาหารแล้ว ถ้าหิวก็ลงไปข้างล่างนะ”
“ค่ะ”
หลังจากที่คุณป้าออกไปฉันก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงขนาดใหญ่ ฉันจะเริ่มงานในวันพรุ่งนี้เลย ฉันมีความสามารถในการซักผ้า ทำกับข้าวเพราะคุณยายสอนมาตั้งแต่เด็กๆฉันจะอยู่ให้พวกเขารักและทำตัวให้ดีไม่ให้ทุกคนต้องเสียใจ
ข้าวปั้นใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติตื่นแต่เช้ามาช่วยงานในครัวเสร็จแล้วถึงจะขึ้นมาอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียนพร้อมธันวา ทั้งสองเริ่มสนิทกันมากขึ้นแต่ไม่มีอะไรเกินงามต่างคนต่างวางตัวกันเป็นอย่างดี
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงที่ข้าวปั้นต้องเตรียมตัวเข้ารั้วมหาวิทยาลัย เธอเก็บตัวอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ ข้าวปลาไม่ค่อยกินดารุณีจึงให้ลูกชายขึ้นไปดูและตามข้าวปั้นลงมา ช่วงนี้ธันวาเขาก็มีคนคุยจึงไม่ค่อยได้อยู่บ้านในช่วงกลางคืนเลยไม่รู้เลยว่าข้าวปั้นอ่านหนังสือจนไม่สบาย
ก๊อกๆๆ
“ค่ะมาแล้วค่ะ” เธอเดินมาเปิดประตูห้องแต่พอเห็นว่าคนด้านนอกเป็นธันวาเธอก็รีบเดินออกมายืนด้านนอก ธันวามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอดูซูบไปเยอะ ดวงตาดูเหนื่อยๆ
“ทำไมไม่ลงไปกินข้าว” ธันวาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หนูยังไม่ค่อยหิวค่ะ”
“ปัณณลักษณ์เธอเครียดเกินไปหรือเปล่า ดูเหมือนเธอจะเหนื่อยเกินไป รีแรกซ์บ้างเถอะ”
“หนูไม่ได้เป็นอะไรค่ะ หนูแค่ไม่อยากให้อาจารย์ต้องขายหน้าถ้าหนูสอบไม่ติด”
“ทำไมฉันจะต้องขายหน้าด้วย เธอคิดมากไปเองจะเรียนต่ออะไรไม่มีใครว่าขอแค่เธอประสบความสำเร็จก็พอ ลงมากินข้าวได้แล้วทุกคนรออยู่”
“ค่ะอาจารย์”
ฉันลงมานั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับทุกคน วันนี้คุณลุงต้องเดินทางไปต่างประเทศในช่วงบ่าย ส่วนคุณป้าก็ต้องติดตามไปด้วย บ้านหลังนี้จึงมีแค่อาจารย์ธันวากับฉันและแม่บ้านอีกสามคน
“อยู่บ้านก็เชื่อฟังอาจารย์ของหนูล่ะรู้ไหม ป้าจะโทรหาบ่อยๆ”
“ค่ะคุณป้า”
“ช่วงนี้เครียดเกินไปหรือเปล่าปัณณลักษณ์ ลุงว่าเอาเท่าที่ไหวดีกว่าไหม”
“หนูจะปรับเปลี่ยนเวลาใหม่ค่ะ”
“ดีแล้วลูก อะนี่ต้มพะโล้ของโปรดหนู กินเยอะๆ นะลูก”
“ขอบคุณค่ะ”
เหมือนความตั้งใจของข้าวป้้นจะมีมากเกินไป ธันวาหยิบคะแนนสอบย่อยของเธอขึ้นมาดูพบว่าคะแนนของเธอแย่ลงกว่าเมื่อก่อนเยอะ เขารู้ว่าเธอเครียดอะไรหลายๆ อย่างจึงจะใช้ช่วงเวลาหยุดยาวนี้พาเธอไปเที่ยวผ่อนคลายบ้างเพราะเขาก็จะพาคนคุยของเขาไปด้วยเหมือนกัน
ธันวาตัดสินใจพาข้าวปั้นมาเที่ยวพักผ่อนเขานัดคู่ขาเอาไว้จนสาวสวยผมยาวดกดำมาถึงทั้งสองก็นั่งคุยกันจนลืมข้าวปั้นไปเลย ข้าวปั้นจึงเดินแยกออกมาคนเดียวเธอคิดถึงพ่อแม่และยาย ตอนนี้เธอพยายามทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องเรียนแต่เธอรู้ดีว่าเธอทำออกมาได้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน
“ทำไมมาเดินคนเดียวพี่นิ่มเขาอยากคุยกับเธอนะ”
“หนูเห็นอาจารย์คุยกันอยู่ก็เลยออกมาเดินเล่นค่ะแล้วทำไมอาจารย์ไม่อยู่กับพี่นิ่มล่ะคะ”
“นิ่มคุยกับลูกค้าอยู่ฉันมาเข้าห้องน้ำเลยลงมาดู มีอะไรบอกกับฉันได้นะข้าวปั้น”
“แปลกจังปกติอาจารย์เรียกชื่อจริง”
“หึ วันนี้มาเที่ยวเรียกชื่อจริงมันจะเป็นทางการเกินไป อยากเล่นน้ำไหมเดี๋ยวฉันเล่นเป็นเพื่อน” จริงๆเขาไม่ได้อยากเล่นน้ำเลยสักนิดแต่พอเห็นเธอเครียดจึงอยากหากิจกรรมให้เธอผ่อนคลายเท่านั้น
“อยากเล่นค่ะ ไปค่ะ^^”
บทที่33เมษาเด็กดื้อ ตอนจบรวมตอนพิเศษ“เด็กหญิง เมษา ธราสกุลวาณิชย์ มาพบคุณครูที่ห้องปกครองด้วยค่ะ”เสียงประกาศดังสนั่นไปถึงโรงเรียนมัธยม ใครๆก็รู้ว่าเมษาเป็นเด็กแสนซนเมื่อเช้าเธอเห็นเพื่อนถูกรุ่นพี่รังแกจึงบุกเดี่ยวไปจัดการรุ่นพี่จนหน้าตารุ่นพี่บวมปูดเขียวช้ำ“หนูมาแล้วค่ะ” เมษามองเข้ามาในห้องปกครองตอนนี้พ่อของเธอก็นั่งอยู่ด้วย “คุณพ่อมาทำไมคะ”“มาตีซ้ำไงล่ะ พ่อบอกกี่ครั้งแล้วเมษาว่าอย่าใช้ความรุนแรง”“ก็พี่ใช้ความรุนแรงกับเพื่อนเมษาก่อน เมษาช่วยเพื่อนนะคะ”“แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาตบตีลูกฉันนะ!”“แล้วลูกคุณป้ามีสิทธิ์มาตบตีลูกคนอื่นเหรอคะ”ผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่แทบหงายหลังกันหมด ธันวาพยักหน้าเห็นด้วยกับลูกสาวเขาปล่อยให้ลูกได้พูดในสิ่งที่อยากพูดออกมาถึงแม้จะมีส่วนถูกแต่ลูกเขาก็ไม่ควรใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา“อายเพื่อนหนูก็เจ็บนะคะถูกลูกป้ากระชากหัวตอนเข้าแถว ถูกผลักจนเกือบตกบันไดแถมยังขังไว้ในห้องน้ำอีกถ้าหนูใช้ความรุนแรงแล้วลูกคุณป้าล่ะคะ”“หนอยยย เถียงฉอดๆ เป็นลูกเป็นหลานจะตบให้ปากแตกเลย”“ก็มาสิคะ”“เมษาพอแล้วเดี๋ยวพ่อจัดการเอง” ธันวาหันมามองหน้าผู้ปกครองคู่กรณีของลูกสาว “ผมไม่แปลกใจว่
บทที่32งานแต่งที่แสนอบอุ่นวันเวลาผ่านไปจนถึงวันแต่งงานของธันวาและปัณณลักษณ์ ทั้งสองคนเดินควงแขนเข้ามาในงานชายหาดที่ประดับตกแต่งไปด้วยดอกไม้สีขาว ชมพู โอรส เจ้าสาวแสนสวยพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้แต่เธอกลั้นไว้ไม่อยู่ วันนี้เธออ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษแค่เขาบอกรักเธอก็น้ำตาซึม“สวัสดีครับผมพับพีรับหน้าที่พิธีกร ผมขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวและเจ้าสาว วันนี้พวกเราทุกคนต่างปลื้มใจที่ได้เห็นทั้งสองคนผ่านพ้นช่วงเวลาต่างๆ มาด้วยกัน เจ้าบ่าวมีอะไรอยากจะพูดไหมครับ”ธันวารับไมค์จากพับพีเขามองคนตัวเล็กข้างๆ ที่ไหล่สั่นไหว เธอกำลังกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แต่ก็พยายามเก็บเสียงและอารมณ์เอาไว้“ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเองก็ไม่คิดครับว่าผมจะมีวันนี้ ผมรักสนุก รักตัวเอง ผมไม่เคยคิดว่าผมจะมารักคนๆ นึงได้จนถึงขั้นหยุดเจ้าชู้ หยุดทุกอย่างเพื่อเธอ ยิ่งเวลาผ่านไปการเรียนรู้ของเราสองคนมันก็ยิ่งมีมากขึ้น น้อยมากที่ผมสองคนจะทะเลาะกันต่อให้ผมเป็นคนอารมณ์ร้อนแค่ไหนแต่กับเธอผมใช้เหตุผลเป็นที่ตั้ง ใจเย็นเมื่อไหร่เราค่อยมาคุยกัน ผมอยากจะบอกกับเธอว่าผมรักเธอและจะรักตลอดไปครับ”“ซึ้งมากครับ ผมดีใจแทนเพื่อนผมจริงๆ ที่พี่ธันวารักและเป็
บทที่31ตัวแสบของฉันวันเวลาผ่านไปจนถึงวันสำคัญของปัณณลักษณ์ วันนี้เธอเรียนจบปริญญาตรีโดยมีครอบครัวของธันวามาร่วมแสดงความยินดีด้วย ส่วนญาติพี่น้องที่ห่างหายไปพอรู้ว่าเธอกำลังคบหาและเข้าไปอยู่ในบ้านของเจ้าของโรงเรียนสกุลวาณิชย์ก็ต่างมาแสดงตัวเรียกร้องสิทธิ์ในการเป็นญาติผู้ใหญ่อย่างเช่นวันนี้เธอรับใบปริญญาเสร็จป้าของเธอก็เข้ามาดึงเธอออกจากแขนของธันวาจนเธอตกใจ ทุกสายตาก็หันมามองเหตุการณ์ตรงนี้กันทุกคน“ป้า!”“ใช่ฉันเอง”“ป้ามีอะไรกับหนูหรือเปล่าคะ”ธันวาดึงแขนปัณณลักษณ์กลับมาแต่เธอก็ถูกป้าของเธอกระชากกลับไป“กลับไปกับป้านะข้าวปั้น ถ้าจะคบกันก็ต้องทำให้มันถูกต้อง คุณเองก็ด้วยพาพ่อแม่ไปสู่ขอหลานสาวฉันได้แล้วไม่ใช่เอาหลานฉันไปกินอยู่ร่วมเตียงกันแบบนี้!!”“ป้าทำไมพูดแบบนี้คะ ที่หนูมีวันนี้ได้ก็เพราะครอบครัวของอาจารย์ ขนาดป้าเป็นป้าแท้ๆ ยังไม่เคยคิดที่จะช่วยเหลือหนูเลย”“ข้าวปั้น!”“ถ้าตีเมียผมเดี๋ยวได้เจอกัน!”“ธันวาใจเย็นๆลูก คนมองใหญ่แล้ว คุณคะ ในช่วงเวลาสี่ปีที่ผ่ามาพวกคุณไปอยู่ไหนมาคะ หลังจากเสร็จเรื่องงานศพแม่คุณพี่สาวและพี่เขยคุณ ทำไมพวกคุณถึงเลือกที่จะบล็อกเด็กผู้หญิงคนนี้ ทำไมคุณปล่
บทที่30ช่วงเวลาของชีวิต1ปีผ่านไปฉันยังคงใช้ชีวิตคู่กับอาจารย์ธันวาหรือป๋าธันวา ต้องของคุณคนรอบข้างที่ให้โอกาสฉันได้เข้ามาอยู่ที่นี่ อาจารย์ธันวาหยุดเจ้าชู้กินไม่เลือกมาเป็นปีแต่ปีต่อๆ ไปฉันยังไม่รู้ว่าเขาจะอดทนได้แบบนี้ตลอดไปหรือเปล่า“ทำอะไรอยู่ครับ”“หนูกำลังจ้องจับผิดเพื่อนอยู่ค่ะ”“ใครครับ” ธันวาเดินเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง ปลายจมูกกดลงบริเวณซอกคอ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวันนี้ธันวากินดุมาก กินดุจนข้าวปั้นต้องหนีไปฉีดยาคุมกำเนิด“ต้นหลิวกับพับพีค่ะสองคนนี้ดูแปลกๆ เมื่อวานเฟย์ปวดท้องเลยขอแวะไปเข้าห้องน้ำที่คอนโดต้นหลิว เฟย์มันไปแบบฉุกเฉินตอนแรกต้นหลิวมันดูรนๆ ไม่อยากให้เข้าแต่ก็ยอม เฟย์มันบอกว่าที่ห้องน้ำของต้นหลิวมีโฟมล้างหน้าของผู้ชาย แล้วก็รองเท้าผู้ชายที่ยังไม่ได้ใส่อยู่ในกล่องเป็นแบรนด์เดียวกับที่พับพีพึ่งลงรูปเมื่อเช้า”“งั้นเหรอ” เขาไม่ได้ตกใจเพราะเขารู้อยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ดีเสียอีกที่พับพีกลับใจมาชอบผู้หญิง“อาจารย์ไม่ตกใจหน่อยเหรอคะ อ๊ะ!”คนตัวเล็กถูกพามานอนราบไปกับเตียง กระโปรงตัวจิ๋วถูกเปิดออก เธอยังไม่ได้สวมใส่กางเกงด้านในกลีบแดงอูมฉ่ำขนาดนี้เขาคงไม่ปล่อยให้ปากว
บทที่29อับอาย“ที่นิ่มเป็นแบบนี้ก็เพราะธันวาทิ้งนิ่มไปไม่ใช่เหรอ”“แต่เราคุยกันแล้วนะนิ่มว่าเรื่องของเรามันแค่หาความสนุกให้ตัวเอง เอาเป็นว่าถ้านิ่มไม่พอใจเราก็มาลงที่เราข้าวปั้นไม่เกี่ยว”“อีนี่แหละตัวดี เพราะมันยั่วยวนคุณ เข้าไปหาคุณถึงห้องทำงานคุณถึงได้ตบะแตกเอามันมาทำเมีย!!”“ประสาท! เอาอะไรคิดเนี่ย ข้าวปั้นไม่ใช่เด็กแบบนั้นส่วนเรื่องในบ้านผมสงสัยมานานแล้วไว้ผมสืบให้แน่ใจผมจะตามกลับไปจัดการเอง”“อีเด็กนี่มันแรดเงียบคุณไม่ทันมันหรอกธันวา”“แล้วต้องเป็นผู้หญิงแบบไหนถึงจะดีพอ แบบคุณเหรอ? เหอะ ผมจะบอกอะไรให้นะผู้หญิงแบบคุณผมแค่หาความสนุกชั่วคราวเท่านั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่มีวันเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับคุณเลย”“ธันวา!!”“เลิกบ้าสักทีผมรำคาญ!!”ผมรีบพาข้าวปั้นออกมาข้างนอกปล่อยให้เพื่อนๆ ของเธอยืนหัวเราะนิ่มอยู่แบบนั้นเดี๋ยวเธออายมากๆ เธอก็กลับไปเองวันต่อมาผมตื่นมาตอนเช้าเพราะวันนี้ผมมีสอนส่วนข้าวปั้นมีกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยลงมาข้างล่างก็เห็นถุงขนมและของฝากจากเหนือวางอยู่บนโต๊ะหลายถุง“อะไรของใครครับป้าจุก”“ของหนูข้าวปั้นค่ะ พอดีคุณหมอที่หล่อๆ เอามาฝากค่ะ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าวปั
บทที่28เลิกโง่ได้แล้วธันวา....ผมเบื่อมากอยู่เฉยๆ ก็ฉิบหายได้ ผมกล้าสาบานว่าผมไม่เคยนอกกายไปมีอะไรกับนิ่ม เมื่อวานผมเครียดงานเหนื่อยเพลียจนปวดหัวเลยไปแช่น้ำในสระ โผล่มาจากน้ำก็เห็นนิ่มนั่งอยู่ นิ่มพยายามจะขอมีอะไรกับผมเธออยากให้ผมรื้อฟื้นความหลังกับเธอแต่ผมปฏิเสธเธอไปเพื่อตัดปัญหา ผมชิ่งหนีเข้าห้องน้ำออกมาอีกทีก็เป็นเรื่องเลย“เวรจริง!”อีกด้านข้าวปั้นกลับมาร่วมกิจกรรมในช่วงบ่ายนิ่มเองก็ยังวนเวียนไม่ไปไหนเธอจึงพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้จนถึงเวลาพักเฟย์พาข้าวปั้นมาซื้อน้ำด้านนอกนิ่มก็เดินมาปาดหน้าเชิงหาเรื่องแต่เฟย์เข้ามาขวางเอาไว้“มีธุระอะไรกับเพื่อนหนูหรือเปล่าคะ”“ฉันแค่อยากมาเตือน คนอย่างธันวาไม่คิดจริงจังกับเด็กอย่างเธอหรอก เลิกโง่ได้แล้ว ในระหว่างที่คบกับเธอธันวาก็ไปขั้วกับคนอื่นประจำ เธออายุแค่นี้ยังมีโอกาสเจอคนอีกเยอะอย่ามัวมาเสียเวลากับผู้ชายแบบนี้เลย”“ขอบคุณในความหวังดีนะคะ ไปกันเถอะเฟย์เสียเวลามาเยอะแล้ว”ฉันพาเฟย์กลับมานั่งที่โต๊ะต้นหลิวกำลังนั่งให้พับพีนวดไหล่อยู่สองคนนี้กะหนุงกะหนิงกันแปลกๆ แต่ฉันไม่ได้สนใจเรื่องส่วนตัวของทั้งสองตอนนี้ฉันกำลังเจอปัญหาใหญ่อยู่เฟย







